ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

28 : เพียวเลิกดื้อแล้วจริงๆนะ

ชื่อตอน : 28 : เพียวเลิกดื้อแล้วจริงๆนะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.5k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ต.ค. 2564 21:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
28 : เพียวเลิกดื้อแล้วจริงๆนะ
แบบอักษร

Chapter 28 

Lab Love : เพียวเลิกดื้อแล้วจริง ๆนะ 

  

“งานแต่งก็อีกไม่นานมานี้แล้ว หนูเพียวเตรียมอะไรบ้างแล้วยังจ๊ะ”คุณหญิงณิชาเอ่ยถามว่าที่เจ้าสาวป้ายแดงของลูกชายคนโตในขณะที่เดินอยู่ในห้าง เพียวไผ่ทำเพียงยกยิ้มบางๆแล้วตอบ 

“เพียวแล้วแต่คุณรบทุกอย่างเลยครับ คุณรบบอกว่าจะให้คุณกันจัดการให้ครับ” 

“ได้ยังไงกันเจ้าเด็กพวกนี้ ตารบก็อีกคน งานแต่งในชีวิตไม่มีใครจะมีซ้ำสองครั้งหรอกนะ แม่ต้องพูดกับตารบแล้ว ที่ปล่อยให้กันจัดการทุกอย่าง” 

“เอ่อ แต่ว่า..”เพียวไผ่ทำท่าจะท้วง จะให้เขาเอ่ยปากบอกนักรบอย่างนั้นเหรอว่าเขาอยากได้งานแต่งอย่างนั้นอย่างนี้ แค่นักรบยอมแต่งงานกับเขามันก็มากเกินไปแล้วด้วยซ้ำ ขืนเขาออกปากเอาแต่ใจตัวเองนักรบคงได้ยกเลิกทุกอย่าง ก็จริงอยู่หรอกที่ว่าไม่มีใครอยากมีงานแต่งงานในชีวิตซ้ำสอง แต่สำหรับนักรบไม่ใช่อย่างนั้น นักรบซ้ำทั้งคำพูดและการกระทำกับเขาอยู่เสมอว่างานแต่งครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพราะรักกัน แต่เพราะผลประโยชน์ร่วมต่างหาก 

“แม่จะพูดกับตารบเอง ไม่มีแต่”น้ำเสียงเด็ดขาดที่เพียวไผ่คิดว่าพอจะรู้แล้วว่านักรบได้มาจากใคร ดังขึ้นทำให้เพียวไผ่ได้แต่เดินตามเงียบ ๆ 

  

เย็นมากแล้วรถหรูของลูกชายคนโตบ้านอิศรศวรแล่นเข้ามาที่โรงจอดรถ เจ้าของร่างสูงลงจากรถยื่นสูทให้แม่บ้านที่ยืนรอรับแล้วก้าวไปในบ้านกวาดสายตาหาใครอีกคนที่คิดว่าคงจะเดินมารับเขาเมื่อกลับมาถึงบ้าน แต่กลับผิดคาดเมื่อมีเพียงแม่บ้านสูงวัยที่คุ้นเคยมานานมารับเขาเสียอย่างนั้น แม้แต่มารดาของเขาก็ไม่ออกมา 

“คุณหนูทานข้าวมาแล้วยังคะ ตอนนี้ทุกคนพร้อมที่ที่ห้องอาหารแล้วนะคะ ป้าตั้งสำรับให้คุณหนูอีกที่ดีไหมคะ”หญิงสูงวัยกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม นาน ๆครั้งที่ลูกชายคนโตของบ้านที่เธอดูแลคุ้นเคยมาแต่เล็กแต่น้อยจะกลับมา  

“ครับ ป้าน้อมให้เด็ก ๆไปทำความสะอาดเรือนเล็กแล้วใช่ไหมครับ” 

“พอรู้ว่าคุณหนูจะกลับมาป้าก็ให้เด็ก ๆไปทำความสะอาดเลยค่ะ”นักรบกระตุกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินตรงไปยังห้องอาหารใหญ่ สองขาชะงักเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะดังออกมา ก้าวไปช้า ๆมองดูมารดาของตนหัวร่ออย่างสนุกกับเพียวไผ่ นักรบก็ยืนนิ่ง มองใบหน้าขาวที่ยกยิ้มกว้างให้มารดาของตน คิ้วขมวดเล็กน้อย 

“อะนั่นไง พี่เขากลับมาแล้ว”นักรบหันไปมองมารดาอีกครั้งแล้วไปทิ้งตัวที่เก้าอี้รอแม่บ้านมาตั้งจานสำหรับตนอีกที่ เพียวไผ่จึงลุกขึ้นไปทำหน้าที่นั้นเสียเอง อาศัยมองแม่บ้านจัดจานให้ตนก่อนหน้าก็ทำทุกอย่างให้นักรบในขณะที่คนร่างสูงได้แต่มองการกระทำคนร่างขาวเงียบ ๆเหลือบไปมองมารดาของตนที่ยกยิ้มแป้นแล้นก็ไม่ได้พูดอะไร แม้จะแปลกใจอยู่บ้างกับท่าทางของมารดาจากเมื่อเช้าและตอนนี้ 

“งานแต่งงานครั้งนี้ แม่จะเป็นคนช่วยจัดการแทน”นักรบชะงัก เงยหน้าจากจานอาหารมองคนร่างขาวที่นั่งก้มหน้าเงียบแวบหนึ่งแล้วก็ตอบมารดาด้วยเสียงราบเรียบเช่นทุกครั้ง 

“ลำบากคุณแม่เปล่า ๆครับ ผมบอกให้กันจัดการแล้ว” 

“ได้ยังไงกันตารบ นี่งานแต่งงานทั้งทีนะ แล้วนี่ทั้งชุดแต่งงาน ทั้งการ์ด ทั้งของชำรวย ไหนจะธีมงาน ก็ยังไม่จัดการ ไหนกันบอกแม่ว่าจะจัดงานแต่งปลายเดือนนี้”คุณหญิงณิชาเอ่ย  

“เหมาจ้างให้คนมาจัดการก็จบครับไม่เหนื่อยมากด้วย” 

“คุณ ฟังลูกพูดเข้าสิ”เถียงลูกชายไม่ได้ก็หันไปฟ้องสามี 

“เอาน่าคุณหญิง ลูกโตแล้วนะ เรื่องนี้ลูกคงปรึกษากับหนูเพียวไผ่มาแล้ว”ฝ่ายสามีก็ตอบแบบปลง ๆหันไปพยักพเยิดกับลูกชาย  

“ไม่จริง ยังไงแม่ก็ไม่ยอมหรอกนะตารบ ถ้าลูกจะจัดงานแต่งแบบผ่านไปทีอย่างนี้ การ์ดงานแต่ง ของชำรวย ชุดแต่งงานเรื่องแบบนี้ลูกกับหนูเพียวต้องช่วยกันเลือกสิ” 

“คุณแม่ครับ”ได้ยินเสียงเรียกมารดาเหมือนจะดุอยู่กลาย ๆจากคนร่างสูงก็ทำเพียวไผ่ก้มหน้าแทบจะจมจาน  

“ไม่รู้ ยังไงซะแม่ก็ไม่ยอม อะไรกันแค่ชุดแต่งงานก็ยังให้คนอื่นมาเลือกให้งั้นเหรอ ใช้ได้ที่ไหนกัน”คุณหญิงณิชากล่าวตำหนิ  

“งั้นก็สุดแล้วแต่คุณแม่เถอะครับ”นักรบเองก็เชื่อว่าแย้งอย่างไรมารดาก็คงไม่ยอม ตัวเขาเป็นลูกก็ย่อมรู้จักมารดาของตนเองดี แม้จะไม่รู้ว่าอีกคนไปทำอย่างไรให้มารดาเข้ามาจ้ำจี้จำไชกับเรื่องนี้ แต่ตอนนี้แค่ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงเพราะไม่ใช่นิสัยของเขา ก็ปล่อยไปก่อน ส่วนตัวต้นเหตุคงไม่พ้นร่างขาว ๆข้างเขาแน่ ๆค่อยจัดการทีหลัง 

“ดีมากจ้ะ ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้แม่เรียกคนนำคอลเล็คชั่นใหม่ ๆมาให้เลือกดีไหมจ๊ะหนูเพียว เราก็ต้องอยู่นะตารบ”เพียวไผ่ก็นั่งเงียบไม่กล้าเอ่ยอะไรออกไป 

“พรุ่งนี้ผมต้องไปสถาบันแต่เช้าครับ เพียวไผ่ก็ต้องไปทำงาน”นักรบตอบสั้น ๆ 

“ลาสักวันก็ไม่มีใครไล่ลูกออกหรอกนะตารบ แม่จ้างเราล้านหนึ่งสำหรับพรุ่งนี้”เพียวไผ่ถึงกับเงยหน้าจากจานอาหารมองตาปริบ ๆจ้างกันขนาดนี้เลยเหรอ 

“สถาบันผมทำงานวิจัยได้เฉลี่ยชั่วโมงเป็นล้านครับ”สะอึกกึกกับรายได้จากประโยคราบเรียบของคนร่างใหญ่  

“ลูกจะเอาเท่าไหร่ตารบ” 

“ยังไงพรุ่งนี้ก็ไม่ได้ครับ ผมมีประชุมกับทีมวิจัยแต่เช้า เพียวไผ่เองก็ต้องทำงาน” 

“คุณคะ...”เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็หันไปทางสามี ฝ่ายสามีก็เกาหัวแกร็ก ๆมันก็อย่างนี้ทุกทีสิน้า  

“พี่เพียวก็อยู่นี่พี่รบก็ไปทำงานสิครับ”จู่ ๆพลังเงียบที่กำลังดื่มด่ำกับอาหารแสนอร่อยยามเย็นของตัวเองก็ดังขึ้นมา ทำคุณหญิงณิชายกยิ้มกว้างให้กับลูกชายสุดท้องหัวแก้วหัวแหวน อัศวิน ที่นั่งฟังทุกอย่างเงียบ ๆมานานสองนานชวนให้ปวดหัว 

“จริงอย่างที่ลูกวินพูดจ้ะ หนูเพียวลางานสักวันได้ไหมลูก”คุณหญิงณิชาหันไปถามเพียวไผ่ คนถูกถามก็ตอบไม่ถูก หันไปมองก็เห็นแววตาดุจากนักรบคนหนึ่งก็ว่าที่เจ้าบ่าว อีกคนก็ว่าที่คุณแม่ของเจ้าบ่าว เพียวไผ่จะทำอย่างไร 

“เพียวเอ่อ..เพียวยังไม่ได้แจ้งเจ้าของร้านเรื่องลางานเลยครับ”เพียวไผ่ตอบเสียงเบา ตอนนี้แม้แต่คุณหญิงณิชาก็รู้เพียงว่าเขานั้นทำงานเป็นพนักงานร้านของมินตราเพียงแค่นั้น 

“ถ้าอย่างนั้นก็โทรไปลาคืนนี้สิครับ”เพียวไผ่ก็ทำสีหน้าอึกอัก เมื่ออัศวินเสนอความเห็นหันไปมองนักรบอีกครั้งเพราะพรุ่งนี้เขาก็ต้องเข้าประชุมกับทีมวิจัยด้วยเช่นกัน 

“เฮ้อ! งั้นเอาอย่างนี้ครับ พรุ่งนี้เย็น ๆผมกับเพียวไผ่จะกลับมาอีกครั้ง” 

“ดีมากตารบ แม่อยากเจอหนูเพียวบ่อย ๆจะได้รู้จักหนูเพียวมากกว่านี้”คุณหญิงณิชาเอ่ยพร้อมสีหน้ายิ้มแย้ม 

“แม่ตามมาตั้งแต่เดือนก่อนยังรู้จักไม่พอรึไงครับ”จบประโยคจากลูกชายคนโต คุณหญิงณิชาก็ทำหน้าง้ำงอใส่ลูก ได้ยินเสียงสามีกับลูกชายคนเล็กหัวเราะเบา ๆก็เชิดหน้าขึ้น  

“ลูกสะใภ้แม่คนแรกทั้งคน ทำไมแม่จะรู้จักมาก ๆไม่ได้ ลูกจะหวงหนูเพียวไว้คนเดียวรึไงตารบ”จบคำถามคนที่ถูกพาดพิงก็นั่งกินข้าวเงียบ ๆก็หน้าร้อนฉ่า  

“เมียผม ผมจะหวงมันแปลกตรงไหน”ฉ่า! เหมือนใบหน้าโดนนาบบนกระทะร้อนไปถึงหู หะ...หวง แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่านักรบคงจะแค่พูดแสดงละครไปเพียงเท่านั้นแต่ก็อดรู้สึกดีไม่ได้  

“ผิดผีกับน้องไปเท่าไหร่แล้วล่ะ น่าตีจริง ๆ”ฉ่าเป็นครั้งที่สามจนแทบอยากหนีออกไป 

“แม่ หยุดเถอะ พี่เพียวเขินหมดแล้ว”เสียงอัศวินท้วง เพียวไผ่ได้แต่ยกยิ้มบาง ๆหันไปมองนักรบอีกครั้ง 

“คืนนี้แม่บอกเด็กให้จัดห้องนอนแยกของลูกกับหนูเพียวแล้วล่ะ อย่าหวังว่าจะได้แอ้มว่าที่ลูกสะใภ้ของแม่ก่อนจะถึงเวลา” 

“ผมจะพาเพียวไผ่ไปพักเรือนเล็ก” 

“ได้ยังไงกันตารบ ยังไงแม่ก็ไม่ยอม แม่จะให้หนูเพียวอยู่เรือนใหญ่” 

“แม่ครับ นี่มันเรื่องของผมกับเมียนะครับ”เพียวไผ่เงยหน้ามองนักรบเต็ม ๆตาอีกครั้ง ไม่รู้จะรู้สึกอย่างไรกับคำว่าเมียที่ถูกเอ่ยออกมา ไหนจะน้ำเสียงปลง ๆนั่นอีก 

“ก็ได้ แต่ถ้าแต่งงานเมื่อไหร่แม่จะให้หนูเพียวมาอยู่เรือนใหญ่” 

“ผมกับเพียวไผ่คงต้องอยู่คอนโด” 

“แต่แม่อยากให้ลูกกับหนูเพียวเข้ามาอยู่บ้าน” 

“แม่ครับ....” 

“ตั้งแต่เปิดสถาบันมาสิบ ๆปีเราก็ทิ้งบ้านทิ้งแม่แทบจะไม่ค่อยกลับมาแล้วนะตารบ แต่งงานแล้วแม่อยากให้เรากลับมาอยู่นี่บ้างก็ไม่ได้เลยรึไง แม่เป็นแม่นะตารบ ใจคอจะทิ้งแม่อย่างนั้นเหรอ”พูดไปน้ำสีใสก็หยดอาบแก้ม เพียวไผ่ถึงกับตกใจสะกิดนักรบ  

“คุณรบครับ”คนร่างใหญ่ได้แต่ถอนหายใจรู้อยู่หรอกว่ามารดาของตนคงบีบน้ำตาอีหรอบเดิมอย่างที่เคยทำมาตลอด  

“ไว้ผมกับเพียวไผ่จะตัดสินใจอีกครั้งละกันครับ สถาบันผมเองก็งานยุ่งตลอดเวลา”จบคำพูดคนที่บีบน้ำตาเมื่อครู่ก็ยิ้มแฉ่งจนเพียวไผ่จ้องนิ่ง บทสนทนาในมื้อเย็นวันนี้เพียวไผ่นึกว่าจะจบลงแล้ว หากแต่อัศวินก็เอ่ยขึ้นมาวงแทบแตกอีกครั้งประประโยคคำถามว่า 

“ทำไมพี่เพียวเรียกพี่รบว่าคุณรบล่ะ ไม่เหมือนคนรักกันเลย”ได้ยินแค่นั้นคุณหญิงณิชาก็เห็นด้วยใหญ่  

“เพียวว่าเรียกแบบนี้ก็ดีแล้วครับ”หันไปส่งสายตาถึงคนร่างใหญ่ให้ช่วยตนหน่อย ขืนเรียกนักรบว่าพี่เหมือนที่เคยเอ่ยเมื่อหลายเดือนก่อนคงถูกนักรบจ้องเขม็งเช้าเย็นแน่ ๆ 

“ดียังไงกันจ๊ะ ตารบนะตารบ ทำไมไม่สอนน้องเรียกว่าพี่” 

“เขาอยากเรียกอะไรก็ปล่อยให้เขาเรียกไปเถอะครับคุณแม่” 

“ดูพูดเข้าสิ เอ๊ะหรือที่แต่งงานนี่เพราะบังคับขืนใจหนูเพียวไผ่มา”เพียวไผ่ถึงกับสะอึก อันที่จริงถ้าเรียกว่าบังคับ คนที่บีบนักรบต้องเป็นเขาเสียมากกว่า 

“หึ”คนร่างใหญ่ก็กระตุกมุมปาก ทำเพียวไผ่ตัวลีบเข้าไปใหญ่ สบตากับตาดุแวบหนึ่งก็ก้มหน้าเงียบ  

“ดูสิ ไปทำตาดุใส่น้องเขาอีก บอกแม่มานะตารบว่าไปบังคับน้องเขารึเปล่า หนูเพียวก็ตัวแค่นั้นหรือเราจะรังแกน้องเขา” 

“แม่ครับไปกันใหญ่แล้วครับ”นักรบท้วง ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง  

“งั้นต่อไปนี้ก็ให้หนูเพียวเรียกลูกว่าพี่สิ ไหนหนูเพียวลองเรียกสิจ๊ะ พี่รบ”เพียวไผ่ก็ได้นั่งนิ่งทำตาปริบ ๆหันไปมองแต่ละคนที่โต๊ะอาหาร ก็พบว่าทุกสายตามองมาที่เขาไม่วางตาไม่เว้นแม้แต่นักรบ จนต้องเอ่ยเสียงแผ่ว 

“พะ...พี่รบ”เพียวไผ่คิดว่ากลับไปคงโดนนักรบดุแน่ ๆเหลือบมองคนร่างสูงอีกครั้ง ชะงักกับแววตาดุที่เหมือนจะพออกพอใจอยู่แวบหนึ่ง  

           ไม่หรอกคงตาฝาดไป  

มื้อค่ำในวันนี้จบเพียงแค่นี้ เพียวไผ่เดินตามนักรบตามทางสว่างไปบ้านหลังทรงน่ารัก ๆหลังหนึ่งไม่ไกลจากบ้านใหญ่มากนัก อันที่จริงก่อนอาหารค่ำวันนี้คุณหญิงณิชาพาเขามาเดินเล่นแถวนี้แล้ว 

‘บ้านนี้เป็นที่ส่วนตัวของพี่รบเขาแหละจ้ะ เก็บเงินสร้างเองตั้งแต่ยังเรียนไม่จบเลยด้วยซ้ำ พี่เขาไม่ขอจากแม่สักบาทเลยน้า หวงอย่าให้ใครเข้าไปยุ่มย่ามเชียว’ยังจำคำพูดของคุณหญิงณิชาได้ไม่ลืม ครั้งแรกที่เห็นบ้านหลังเล็กทรงน่ารักหลังนี้เพียวไผ่ก็มองว่าน่ารักและน่าอยู่มาก และเขาเองก็ชอบมาก ยิ่งมาเห็นตอนกลางคืนที่มีไฟดวงสีนวลสว่างก็ยิ่งทำให้น่าอยู่มากขึ้น ร่างสูงเปิดประตูบ้านเข้าไป  ก้าวเข้ามาเห็นข้างในเพียวไผ่ก็ยิ่งตกหลุมรัก ไม่คิดว่านักรบจะมีพื้นที่ส่วนตัวน่าอยู่ขนาดนี้ การตกแต่งข้างในก็คล้าย ๆกับภายในคอนโดของนักรบ แต่เพราะทรงบ้านทำให้ให้ความรู้สึกเป็นบ้านที่อบอุ่นเสียมากกว่า 

“ที่นี่เป็นที่ส่วนตัวของคุณรบเหรอครับ”เมื่อพ้นหลังคุณหญิงณิชา เพียวไผ่ก็เอ่ยเรียกสรรพนามเดิมกับนักรบ คนร่างใหญ่ไม่ตอบอะไร ก็ทำคนตัวเล็กใจแป้ว ทีตอนอยู่ต่อหน้าคุณพ่อคุณแม่นักรบยังมีท่าทีหวงเขาอยู่เลย เพียวไผ่มองคนร่างสูงที่เดินเข้าไปในห้องเล็ก ๆคล้ายห้องนอนก็ไม่รู้จะทำอะไร จึงเดินสำรวจไปมาในบ้าน ในนี้มีทุกอย่าง ห้องครัวขนาดเล็กหนึ่งห้อง ห้องนอนหนึ่งห้อง ห้องน้ำสองห้อง และห้องรับแขก มีระเบียงยื่นออกไปเป็นสนามหญ้าหลังบ้านขนาดย่อม มีเก้าอี้ในสวนหลังบ้านด้วย  

“อาบน้ำแต่งตัวแล้วพักผ่อนซะ”เสียงทุ้มดุดังขึ้น  

“ครับ เอ่อ”เพียวไผ่ไม่กล้าขอผ้าขนหนูจากนักรบ เห็นคนร่างสูงหยิบเอกสารออกไปนั่งที่โซฟาไม่ไกล  

“จะใช้อะไรก็ไปดูในตู้เสื้อผ้าในห้องนอน” 

“คุณรบให้เพียวใช้เหรอครับ”เพียวไผ่ถามอย่างไม่ค่อยมั่นใจ เกรงนักรบจะไม่ใช้ของร่วมกับเขา 

“เธอเป็นโรคติดต่อร้ายแรงรึไง หรือกลัวฉันจะเป็นโรคถึงไม่กล้าใช้” 

“เพียวไม่ได้หมายความอย่างนั้นนะครับ เพียวแค่กลัวคุณรบจะไม่อนุญาต”เพียวไผ่ตอบเสียงแผ่ว เงียบไปครู่แล้วเอ่ยอีกครั้งเมื่อนักรบไม่ตอบอะไร 

“งั้นเพียวขออนุญาตใช้ของในบ้านคุณรบนะครับ” 

“อืม”เพียวไผ่ยกยิ้มกว้างหันหลังเข้าห้องนอนจัดแจงหยิบผ้าคลุมอาบน้ำพร้อมผ้าขนหนูเข้าไปอาบน้ำจนอาการล้าในวันนี้หายเป็นปลิดทิ้ง ออกมาจากห้องน้ำพร้อมเสื้อคลุมก็นึกขึ้นมาได้ 

“ค..คุณรบครับ”ร่างสูงก็เงยหน้ามอง 

“เพียวลืมไปว่าไม่มีเสื้อผ้าเปลี่ยน”อันที่จริงเมื่อกลางวันคุณหญิงณิชาก็พาไปซื้อเสื้อผ้ามากมายให้เขา อีกทั้งซื้อของบำรุงผิวอีกมาก ‘ผิวหนูเพียวนี่สวยจังเลยน้า แต่ใกล้งานแต่งเข้ามาก็ต้องยิ่งดูแลตัวเอง พี่รบน่ะเขาชอบอะไรนิ่ม ๆแบบนี้ พี่รบเป็นลูกแม่แม่รู้ดีเชียวล่ะ’ ตายล่ะ คำพูดนี้เข้ามาอีกแล้ว ว่าแต่ว่าเสื้อผ้าและของเหล่านั้นอยู่เรือนใหญ่นี่สิ  

“งั้นก็แก้ผ้า” 

“ดะ...ได้ยังไงกันล่ะครับ”เพียวไผ่หน้าแดงฉ่า กำเสื้อคลุมอาบน้ำแน่น 

“เฮ้อ!ก็ไหนว่าคุณแม่พาไปช็อปปิ้ง ทำไมไม่เลือกเสื้อผ้าให้ตัวเองสักสองสามชุด บัตรฉันก็ให้ไปแล้ว”นักรบถามเสียงดุ 

“อันที่จริงคุณแม่ซื้อให้เพียวแล้วนะครับ แต่ว่าของอยู่ที่เรือนใหญ่ครับ”เพียวไผ่ตอบก้มหน้างุดยู่ปากอีกครั้งเมื่อได้ยินนักรบถอนหายใจ ขืนจะให้เขาออกไปแบบนี้คงไม่เหมาะ  

“งั้นเข้าไปเอาเสื้อผ้าในตู้ใส่ไปก่อน” 

“เอ่อ...หมายถึงเสื้อคุณรบเหรอครับ” 

“ก็นี่มันบ้านฉัน จะไปมีเสื้อใครอีกล่ะ” 

“ครับ”แล้วไผ่ตอบเสียงเบาหันหลังเดินเข้าไปในห้อง หยิบเสื้อตัวแล้วตัวเล่าออกมาแล้วเก็บที่เดิมก็แหงล่ะ มันตัวใหญ่จนเลยคลุมเข่าเขาทุกตัว จนในที่สุดตัดสินใจหยิบเอาเสื้อยืดสีเหลืองอ่อนตัวหนึ่ง ที่ดูจะเล็กที่สุดออกมา 

“เอ...คุณรบใส่เสื้อตัวเล็กขนาดนี้ด้วยเหรอ”สงสัยไปตั้งคำถามไป ก็สวมใส่เข้าอย่างรวดเร็ว ครั้นหยิบเอากางเกงก็เรียกได้ว่าไม่มีขนาดความยาวที่เขาใส่ได้เลย จึงหยิบขาสั้นตัวหนึ่งออกมาใส่ มองตัวเองในกระจกก็ยกยิ้มกว้าง  

“คุณรบครับ เพียวใส่กาง...อ้าว”วิ่งออกไปก็ไม่เจอคนร่างสูง กวาดตามองรอบบ้านก็ไม่เจอจนกระทั่งได้ยินเสียงเปิดประตูก็เห็นคนร่างสูงเปิดประตูเข้า ร่างสูงชะงักไปนิดจากนั้นยื่นของในมือมาให้  

“คุณรบไปเอาให้เพียวเหรอครับ ขอบคุณครับ รบกวนคุณรบแย่”เพียวไผ่ยกมือไหว้ขอบคุณ มองตาปริบ ๆเมื่อนักรบเดินผ่านเขาไม่พูดอะไรเข้าไปในห้องนอน แล้วเดินออกมา พร้อมเสื้อสีขาวตัวใหญ่ออกมายื่นให้เขา 

“เปลี่ยนเสื้อตัวนั้นซะ”เพียวไผ่ก็งง 

“ตะ...แต่ว่าตัวนี้มัน...” 

“เพียวไผ่” 

“ครับ”เพียวไผ่ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจที่ทำไมต้องให้เปลี่ยนอีกทั้งไม่เข้าใจที่ทำไมต้องทำสีหน้าไม่พอใจมากขนาดนั้น แต่ก็ไม่อยากดื้อ รับเสื้อก็เข้าไปเปลี่ยน ออกมาพร้อมกับเสื้อเชิ้ตสีขาวของนักรบยาวคลุมเข่ากับกางเกงขาสั้นข้างใน 

“เพียวเปลี่ยนแล้วครับ”แววตาพึงพอใจในตาคมเผยขึ้นแวบหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็นเฉยเมยเช่นเคย  

“อืม”เพียวไผ่ยกยิ้มแล้วนึกบางอย่างออก 

“เพียวไปเตรียมน้ำให้คุณรบอาบนะครับ”แม้จะไม่เคยทำ แต่ก็อยากลอง  

“อืม”ส่วนคนร่างสูงก็ยังคงง่วนกับเอกสารในมือ เพียวไผ่ยกยิ้มกว้างแล้วหันหลังกลับไปเตรียมน้ำอาบในห้องน้ำ เตรียมเสร็จก็หยิบเสื้อคลุมอาบน้ำกับผ้าขนหนูมาเตรียมไว้พร้อมบอกคนร่างสูง นักรบจึงวางเอกสารลงที่โต๊ะเดินเข้าห้องน้ำ พ้นหลังคนร่างใหญ่แล้ว เพียวไผ่ก็นั่งขัดสมาธิหยิบเสื้อผ้าในถุงกระดาษไหนจะเครื่องประทินโฉมมากมายที่คุณหญิงณิชาซื้อมาให้จนเขาเกรงใจ เพียวไผ่บุ้ยปากไปมาถอนหายใจมองสิ่งของตรงหน้า จากนั้นโทรทางแอปพลิเคชั่นหาน้องสาว ฟังน้องสาวคุยนู้นนี่นั่นสารพัด ได้ยินเสียงสดใสของแป้งพิมพ์ก็ทำใจชื้นขึ้น อันที่จริงแป้งพิมพ์ยังไม่รู้เรื่องที่เขาจะแต่งงานกับนักรบ แต่ไม่รู้ก็ดีแล้ว หากพ้นไปหนึ่งปี แป้งพิมพ์กลับมาที่ไทย ส่วนเรื่องเขากับนักรบจะเป็นยังไง ถึงตอนนั้นคงต้องบอกแป้งพิมพ์ทุกอย่าง รวมถึงสิ่งอยู่ในร่างกายของเขาด้วย 

เพียวไผ่นั่งพูดคุยกับแป้งพิมพ์นับชั่วโมงก็เห็นนักรบออกมาในชุดเสื้อยืดสบาย ๆ น้อยครั้งที่เพียวไผ่จะเห็น ผมที่ลู่ตรงลงมาเพราะไม่ได้เซ็ตผมขึ้นอย่างทุกครั้งทำให้ใบหน้าคมนั้นดูดีไปอีกแบบ  

“หึ ไปอ้อนคุณแม่ท่าไหนล่ะถึงประเคนของให้มากมายขนาดนั้น”เพียวไผ่ก็ก้มหน้ามองของตอบเสียงเบา 

“เพียวเปล่าอ้อนนะครับ อันที่จริงเพียวปฏิเสธคุณแม่ไปแล้ว”ไม่อยากให้นักรบมองว่าเขาเห็นแก่สิ่งของ อยากได้อยากมี เพราะเขาไม่ได้ต้องการปัจจัยภายนอกจนฟุ่มเฟือยขนาดนี้ แค่มีพอดิบพอดีในชีวิตเพียวไผ่พอใจแค่นั้นจริง ๆ 

“คุณแม่ให้ รับไว้ถูกแล้ว”เพียวไผ่ก็เงยหน้ามองนักรบ 

“คุณแม่ไม่ชอบเด็กดื้อ”คนร่างสูงพูดต่อ 

“คุณรบก็ไม่ชอบใช่ไหมครับ”คราวนี้คนร่างสูงเงยหน้ามองดวงตากวางบ้างก่อนจะเอ่ย 

“รู้ก็ดี จะได้เลิกดื้อสักที”เพียวไผ่เม้มปาก ตัดสินใจทำบางอย่าง ลุกขึ้นจากกองสิ่งของตรงหน้าไปนั่งข้างนักรบที่โซฟา คนตัวใหญ่ก็หันมามองอากัปกิริยาของคนตัวเล็ก สองมือขาวเข้าประกบไว้ที่อกกว้างกลิ่นหอมอ่อน ๆของแชมพูปะทะจมูก จนต้องสูดเข้าเต็มปอด 

“เพียวขอโทษครับที่ดื้อกับคุณรบบ่อย ๆต่อไปนี้เพียวจะไม่ดื้อกับคุณรบแล้วครับ”ดวงตาคมจ้องร่างเล็กนิ่ง เมินไปทางอื่นทำคนตัวเล็กใจหวิวนึกว่าคนร่างใหญ่ไม่รับคำขอโทษ 

“คุณรบให้อภัยเพียวที่เพียวเคยดื้อนะครับ”นักรบหันไปมองมือขาวที่จับแขนตัวเองไว้นิ่ง ๆ 

“นะครับ”มือขาวบีบแขนแกร่งเบาๆเหมือนอุ้งขาแมวนวดตัว 

“นะครับคุณรบ เพียวจะเชื่อฟังคุณรบให้มาก ๆจะเป็นเด็กดี” 

“……”คนตัวใหญ่หันมามองกลุ่มผมนิ่มของคนที่กำลังก้มหน้าจับแขนตนไว้ 

“เพียวอยากให้คุณรบเอ็นดูเพียวเหมือนที่ผ่านมา” 

“ยกโทษให้เพียวสำหรับที่ผ่านมานะครับ” 

“อืม”ตอบราวกับไม่ใส่ใจ 

“คุณรบใจดีกับเพียวเสมอ” 

“ถ้าเพียวไม่ดื้อแล้วคุณรบไม่ดุเพียวนะ”นักรบหันไปมองคนข้าง ๆอีกครั้ง ดวงตากวางที่ส่งมาอย่างออดอ้อนไม่รู้ตัวทำให้ต้องหันไปมองทางอื่นตอบเสียงเรียบ 

“เลิกดื้อให้ได้ก่อน”เพียวไผ่ก็ยิ้มกว้างอย่างดีใจ เป็นอย่างนี้แสดงว่านักรบต้องหายโกรธเขาบ้างแล้วเพียวไผ่รู้สึกอย่างนั้น ไม่ทันคิดอะไร จมูกเล็กก็จรดที่แก้มสากเบา ๆจนมือใหญ่ที่หยิบเอกสารชะงัก ไม่ทันพูดอะไร คนที่จู่โจมหอมแก้มก็ยกยิ้มกว้างไปนั่งที่พื้นห้องหน้าข้าวของและถุงกระดาษมากมาย ในขณะที่คนถูกหอมแก้มได้แต่อดกลั้นกรอด ๆอยู่ในใจ ถ้าไม่ติดว่าคืนนี้มีอะไรหลายอย่างที่ต้องจัดการ ร่างขาวที่นั่งพื้นตอนนี้คงได้นอนหมดแรงบนเตียงกว้างแน่ ๆ 

________ 

เอ้อะ น้อนนนน ไปหอมแก้มด็อกเตอร์อย่างนั้น เดี๋ยวคุณเขาก็ได้ใจไปกันใหญ่  

หลังจากนี้เนื้อเรื่องก็จะสวิงขึ้นๆลงๆหน่อยนะครับ ทำใจไว้หน่อย555555555 

อยากได้แบบแฮปปี้หรือน้ำตาแตกดีน้าาาา 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ 

แก้ไขครั้งแรก 10 ตุลาคม 2564 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว