ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 22

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ย. 2563 15:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
22
แบบอักษร

ปานอัปสรนั่งถอนหายใจยืดยาว เมื่อได้เข้ามานั่งในห้องทำงานสุดอลังการของ CEO โรงพยาบาลสุดหรูที่มีสาขาอยู่ในจังหวัดใหญ่ ๆ ที่เป็นศูนย์กลางด้านธุรกิจในแต่ละภูมิภาคอีกหลายแห่ง หมดข้อสงสัยเรื่องที่เขาเป็นเจ้าของครอบครองสิ่งมีค่าทั้งหลายแหล่ สำหรับหล่อนแล้วถึงแม้จะมีความงกอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มากไปกว่าศีลธรรมอันดีงาม...หากต้องมีสามีรวยล้นฟ้าแต่มาจากธุรกิจสีเทาเบียดเบียนเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง หล่อนก็คงกระอักกระอ่วนใจไม่น้อย 

           “เป็นอะไรอีกล่ะ” สายตาคมกริบ ละจากเอกสารตรงหน้าจับจ้องไปที่คนเจ้าปัญหา 

           “คุณนี่นะ ไม่บอกกันบ้างเลย ปล่อยให้ฉันคิดอะไรเลอะเทอะอยู่ตั้งนาน” หญิงสาวส่งค้อนให้เขาวงเล็ก ๆ  

           “เรื่อง ?” อลันเลิกคิ้วถาม ที่จริงก็พอเดาได้ แต่เจ้าหล่อนมีความคิดแปลกประหลาด จนเขาไม่อยากคิดเอาเอง รอให้เจ้าตัวพูดออกมาจะชัวร์กว่า  

           “ก็เรื่องที่คุณเป็นเจ้าของโรงพยาบาลนี่สิ....ถ้าคุณบอกฉันก่อน ฉันจะได้เตรียมตัวให้พร้อมกว่านี้” อาการสลดหดหู่ ไหล่ลู่คอตกปรากฏชัดเจน 

           “อะไรคือ ความไม่พร้อมของคุณ” คิ้วเข้มขมวดเป็นปม เริ่มจะเข้าใจยากไปทุกที 

           “ก็ชุดนี้น่ะสิ...ฉันแค่เลือกมากลาง ๆ ไม่รู้ว่าคุณจะพาไปที่ไหน...ฉันว่าแล้วว่าทำไมคนมองฉันกันคอแทบหัก” ปานอัปสรก้มมองกระโปรงบานยาวกรอมเท้ากับเสื้อตัวเล็กอวดเอวขาว ๆ วับแวมที่หล่อนมองว่ามันออกจะลำลองเกินไปหน่อย ไม่เหมาะกับการก้าวตามสามีที่เป็นผู้บริหารสูงสุดของที่นี่ 

           “คุณสวยแล้ว” สามีหนุ่มตอบเรียบ ๆ แต่ดวงตาเต้นระริกขำในความไร้สาระของเจ้าหล่อน ก่อนจะก้มลงไปสนใจกับเอกสารตรงหน้าต่อ 

           “ไม่จริงอ่ะ...คุณแค่พูดเอาใจฉัน” ปานอัปสรยังบ่นกระปอดกระแปด  พลางเงยหน้ามองใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังเพ่งมองเอกสารตรงหน้า เผื่อว่าเขาจะพูดบางอย่างให้ชุ่มชื่นหัวใจบ้าง... 

           “ผมว่าคุณเข้าไปนอนให้เต็มอิ่มเถอะ ไอ้ที่เพ้อเจ้ออยู่นี่เพราะอาการนอนน้อยใช่ไหม” จู่ ๆ อลันก็เดินอ้อมโต๊ะเข้ามาคว้าแขนเรียว ออกแรงดึงเล็กน้อยให้หล่อนลุกตาม ในขณะที่ปานอัปสรกำลังหาวหวอด ๆ  

           “เดี๋ยวคุณ ฉันไม่ง่วง” ปานอัปสรขืนตัวไว้เล็กน้อย..เกรงใจอ่ะ....ที่จะให้มานอนสบาย ๆ ในขณะที่อีกคนทำงานจนหัวหมุน ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นต้นเหตุของความอ่อนเพลียในเช้านี้ก็ตามเถอะ 

           อลันไม่สนใจ กึ่งลากกึ่งจูงพาแม่จอมยุ่ง เข้ามาในห้องพักผ่อนที่มีประตูทางเข้าอยู่ด้านข้าง หากไม่สังเกตก็มองไม่เห็น เขาจัดการกดให้หล่อนลงนอนบนเตียงกว้าง พร้อมกับห่มผ้าเปิดแอร์ให้เรียบร้อย จูบหน้าผากหนึ่งทีก่อนที่จะออกมาทำงานต่อ 

           “นายครับ คุณท่านกำลังเดินทางมา” นายคม ลูกน้องคนสนิทเข้ามารายงานเจ้านายแจ้งเรื่องสำคัญด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก 

           “อืม...ไม่เป็นไร” อลันตอบเรียบ ๆ ไม่ได้มีท่าทีหนักใจ 

           “แล้วคุณ.....เอ่อ.....” คมมองไปที่ประตูห้องที่ผู้หญิงของเจ้านายนอนหลับพักผ่อนอยู่ เขาไม่แน่ใจในความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ แต่ที่แน่ ๆ เมื่อสองสามปีที่แล้วเจ้านายของเขาสนใจหล่อนมาก 

           “เมียฉันน่ะเหรอ” 

           “ห๊า...เมียเหรอครับ” เหนือความคาดหมายมาก หายไปด้วยกันไม่กี่วัน เรียกเมียเต็มปากเต็มคำ....นึกว่าจะแค่เล่น ๆ ซะอีก 

           “อื้อ...ตกใจอะไร” 

           “เอ่อ...เปล่าครับ ถ้าอย่างนั้นก็หมดปัญหาแล้วสิครับ” คมรู้สึกโล่งใจไปด้วย เพราะรู้ว่านายใหญ่ต้องการให้ลูกชายคนเดียวมีทายาท 

           “ไม่ !...ฉันไม่ให้คุณพ่อรู้เรื่องปานอัปสรเด็ดขาด” แววตาหมอหนุ่มแข็งกร้าว  คมเป็นลูกน้องคนสนิทที่รู้เรื่องของเขาทุกอย่าง จึงไม่มีอะไรต้องปิดบัง 

           “แต่ว่าคุณท่านกำลังจะมาถึงที่นี่นะครับ” 

           “อืม...เธอไม่ตื่นมาง่าย ๆ หรอกน่า” บอกออกไปอย่างมั่นใจ เพราะก่อนที่จะเข้าไปส่งให้นอน ปานอัปสรแทบจะหลับกลางอากาศอยู่แล้ว 

           คมไม่อยากจะคิด หากผู้หญิงในห้องตื่นมาเจอคุณท่านเข้าจะเกิดอะไรขึ้น  แต่จะว่าไป ก็คงทำอะไรไม่ทันแล้วล่ะ….ได้แต่ภาวนาอย่าให้เกิดจังหวะนรกขึ้นเชียว 

           เพียงไม่กี่อึดใจหลังจากนั้น มาฟียใหญ่หน้าตาละม้ายคล้ายกับคนในห้อง ต่างกันก็ตรงที่วัย แต่ก็มองดูว่าอ่อนแก่กว่ากันไม่เท่าไหร่ เข้ามายืนตระหง่านอยู่กลางห้องพร้อมกับลูกน้องล้อมหน้าล้อมหลังอีกสี่คน ด้านนอกอีกเท่าไหร่ไม่รู้ แต่ก็คงมีมาไม่น้อย 

           อลันทำความเคารพบิดา ก่อนจะเดินออกมานั่งประจันหน้ากันที่ชุดโซฟารับแขก 

           “ว่าไง งวดนี้มีคำตอบไหม” เจสันมาเฟียหนุ่มใหญ่ที่ครองตัวเป็นโสดตั้งแต่เมียชาวไทยอุ้มท้องลูกชายคนเดียวหนี โดยไม่เคยมีผู้หญิงคนอื่นเข้ามาในชีวิตอีกเลย เขาเปิดฉากพูดคุยกับลูกชายคนเดียวแบบไม่อ้อมค้อม 

           “เหมือนเดิมครับ” อลันตอบเนือย ๆ  

           “ไม่มีใครถูกใจสักคนเลยหรือไง” 

           “คงเหมือนพ่อมั้งครับ ที่ป่านนี้ก็ยังไม่มีใคร ความจริงพ่อยังมีลูกใหม่ได้อีกหลายคน ดูจะมีความหวังกว่ามาเสียเวลารอผมอีก จริงไหมครับ” 

           “ฮึ ! ...” 

           อลันไม่เข้าใจ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พูดกันเรื่องนี้แต่พ่อของเขาก็ไม่เคยมีคำอธิบายใด ๆ  

           “ทำไมธุรกิจ ของฉันมันน่ารังเกียจนักเหรอ ทุกอย่างถูกกฎหมาย” การที่เขาทำธุรกิจผลิตอาวุธ มีกาสิโนเอาไว้ผ่อนคลาย ไม่นับรวมเรือสำราญขนาดใหญ่ที่รวมความบันเทิงไว้ครบครัน  ช่วยไม่ได้ก็คนมันรวย...จนบัดนี้เขายังไม่เข้าใจว่าเมียรังเกียจอะไรนักหนา ถึงกับประกาศก้องไม่ให้ลูกชายเกี่ยวข้องกับธุรกิจพวกนี้ 

           “เราอย่าถกถียงในเรื่องที่เราต่างก็มีคำตอบของตัวเองอยู่แล้วเลยครับ...ว่าแต่พ่อจะอยู่กี่วัน ไปหาของอร่อยทานกันดีกว่าครับ” ไม่บ่อยนักที่อลันจะเป็นฝ่ายชักชวนบิดาร่วมโต๊ะอาหาร เพราะทุกครั้งเจสัน จะเป็นคนคะยั้นคะยอเสียมากกว่า... 

เจสันเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ สงสัยเรื่องที่ได้รับรายงาน ทันทีที่ลงจากเครื่องคงจะมีมูล.....จึงไม่รีบร้อนนั่งชวนคุยเรื่องธุรกิจโรงพยาบาลต่ออีกนาน 

“คุณอลัน......โอ๊ะ !” ปานอัปสรตื่นขึ้นมาหลังจากหลับสนิทไม่ถึงชั่วโมง หล่อนเปิดประตูออกมาไม่รู้อิโหน่อิเหน่ แล้วก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นผู้ชายหลายคนอยู่ในห้อง แต่ละคนสวมใส่สูทหน้าตาเคร่งขรึมที่สำคัญจะสวมแว่นดำกันทำไมนะ อย่างกับพวกมาเฟีย โดยเฉพาะหนุ่มใหญ่หน้าตาคุ้น ๆ ที่จ้องมองมาทางหล่อนเขม็ง 

“ใคร...” เจสันถามลูกชายเสียงเข้ม 

“ไม่สำคัญหรอกครับ” อลันอยากจะบ้าที่แม่ตัวดีดันทะเล่อทะล่าออกมาไม่ดูตาม้าตาเรือ 

“เมียของแกหรือไง” เจสันถามเสียงเย็นเฉียบ 

“ไม่ใช่...แค่ผู้หญิงชั่วคราว อย่าสนใจเลยครับพ่อ” อลันตอบเสียงดังฟังชัด พลางหันไปทำตาดุใส่บีบบังคับให้หล่อนกลับเข้าห้องไป 

“คุณอลัน !...” ปานอัปสรได้ยินชัดเต็มสองหูเข่าแทบทรุด  

  

ความคิดเห็น