facebook-icon

ขอบคุณมากค่าที่ติดตามผลงานของไรท์ ถ้าฟินโดนใจ ช่วยกด "ถูกใจ" ให้ด้วยนะคะ จุ๊บๆ

บทที่ 5 สองแรงแข็งขัน

ชื่อตอน : บทที่ 5 สองแรงแข็งขัน

คำค้น : ลำนำน้ำผึ้ง, มายาพราน, ดอกผักบุ้งวุ่นรัก, วงล้อแห่งรัก, หัวใจในตะวัน, เอลยา, นิยายโรมานซ์, โรแมนติก, อีโรติก, นายหัว, พรานร้ายพ่ายรัก, กรุ่นรักไอปรารถนา, กรุ่นกลิ่นอราบิก้า, #นิยายโรมานซ์ฟินจิกหมอน , #นิยายอีโรติค

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.6k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ย. 2563 12:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 สองแรงแข็งขัน
แบบอักษร

มาร์ชเดินนำตุลยาไปยังห้องเก็บของซึ่งอยู่ใกล้โรงจอดรถข้างบ้าน บางบ้านมีห้องลอฟต์ใต้หลังคาสำหรับเก็บของ แต่บ้านนี้เป็นบ้านหลังใหญ่มีห้องหลายห้องจึงมีห้องเก็บของแยกเป็นสัดส่วน มาร์ชเปิดประตูเข้าไปภายใน กดสวิชต์เปิดไฟสว่าง ห้องขนาด 4x4 เมตร รอบห้องเป็นชั้นวางของ มีกล่องและอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ วางอยู่อย่างเป็นระเบียบ 

"นั่นไง ต้นคริสต์มาส เอาเจ้านี่ออกไปก่อนดีกว่า"  

เสียงทุ้มกล่าวพลางเดินไปยังต้นคริสต์มาสสีเขียวที่ห่อหุ้มด้วยกล่องขนาดใหญ่ 

"ตุลย์จะช่วยหาม" หญิงสาวรีบเข้าไปช่วย 

"ไม่ต้อง พี่จัดการได้ ตุลย์อุ้มกล่องที่เขียนด้านข้างว่า Christmas ออกไปดีกว่า มีอยู่หลายกล่องเหมือนกัน"  

สองคนช่วยกันขนออกไปกองตรงลานหน้าห้องเก็บของ ปัดฝุ่นจากกล่องก่อนแล้วจึงขนต่อไปในบ้าน ตุลยานั่งรื้อกล่อง หยิบเอาพวกออร์นาเม้นต์สำหรับตกแต่งคริสต์มาสออกมา 

"โอโห มีของเก่าอยู่เยอะเลยค่ะ ไม่น่าซื้อใหม่มาเลยพี่มาร์ช"  

เสียงใสอุทานทำหน้าเสียดายตังค์ มาร์ชกำลังปล้ำกับต้นคริสต์มาสที่เขาดึงออกมาจากกล่อง ตั้งฐานของมันจนมั่นคง จากนั้นก็จัดกิ่งที่แนบลู่ให้กางได้รูปทรงของต้นคริสต์มาส ชายหนุ่มหันไปมองร่างบางที่ใบหน้ามีฝุ่นเปื้อนเลอะแก้ม เจ้าตัวกำลังหยิบลูกบอลกลมสีสันหลากหลายออกมา เวลานี้ดูเหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่ ร่างโปร่งบางลุกขึ้น วิ่งเอาออร์นาเม้นต์มาแขวนที่ต้นคริสต์มาส 

"สวยจังเลยพี่มาร์ช"  

แขวนเสร็จก็เอียงคอมองฝีมือตัวเอง จากนั้นก็ลากกล่องมาทั้งกล่องและตั้งหน้าตั้งตาเอาของออกมาห้อยตามกิ่งก้านของต้นคริสต์มาส มาร์ชเดินเข้าไปหา จับคางเล็กเชยขึ้น 

"หน้ามอมเป็นแมวคราวเลย มา พี่จะเช็ดให้"  

เขาเอ่ยน้ำเสียงอ่อนโยน ล้วงผ้าเช็ดหน้าออกมาแล้วค่อยๆ เช็ดแก้มและทั่วใบหน้านวลปลั่ง ตุลยารู้สึกอบอุ่นมาก คิดว่าตอนนี้หล่อนมีพี่ชายเหมือนคนอื่นแล้วจริงๆ หญิงสาวยิ้มสดใสให้เขา 

"ผมของพี่มาร์ชก็มีหยักไย้ติด ก้มมาสิคะ ตุลย์จะเอาออกให้"  

หญิงสาวเอ่ยเสียงกระตือรือร้น เขาก็ก้มศีรษะลงมาให้หล่อนหยิบเศษสกปรกออกให้  

"เรียบร้อยแล้วค่ะ"  

เสียงเล็กเอ่ย มาร์ชเงยหน้าขึ้นจากท่าที่ก้มอยู่ จ้องมองใบหน้านวลที่เจ้าหล่อนกำลังหันไปเพ่งต้นคริสต์มาสและยิ้มพอใจกับฝีมือตัวเอง ชายหนุ่มหันไปมองบ้าง เขาไม่ได้จัดต้นคริสต์มาสมาหลายปีแล้ว เพราะส่วนใหญ่ไม่เคยฉลองอยู่ที่บ้าน มักไปเที่ยวบ้านเพื่อนหรือไปฮอลิเดย์ที่อื่น ปีนี้ถ้าหากคุณพ่อและภรรยาของท่านไม่มาฉลองด้วย เขาก็คงจะงดเช่นทุกปีที่ผ่านมา และก็คงจะไม่ได้เห็นหน้าใสๆ ทำท่ายิ้มสนุกกับการตกแต่งต้นคริสต์มาสแบบนี้ 

"สวยนะ... สวยเหมือนคนทำเลย"  

เขาเอ่ยชม ยิ้มกริ่มให้สาวน้อยอย่างนึกเอ็นดู ตุลยาสบตาสีฟ้าเข้มที่ดูพราวระยับจนหล่อนต้องเมินหลบ หน้าร้อนผ่าวนิดหนึ่งกับคำชมของเขา  

ไม่ค่อยมีใครชมว่าตุลยาสวย ส่วนใหญ่จะชมว่าน่ารักน่าเอ็นดูมากกว่า คำว่า สวย นั้น มันจะต้องใช้กับผู้หญิงแต่ละคนที่เขาควงโน่นล่ะ สวยและหุ่นสูงระหงทรงนางแบบกันทั้งนั้น ตุลยาคิดว่าตัวเองเป็นเพียงหญิงสาวหน้าตาจืดบ้องแบ๊วและดูเด็กไปเลยถ้าเทียบกับคู่เดตของมาร์ช ซึ่งนายแบบที่หล่อเหลาทะลุเพดานอย่างเขาก็ต้องเหมาะกับสาวสวยระดับท็อปเท่านั้น 

"เพิ่งทำเองค่ะ ยังไม่เสร็จ อย่าเพิ่งชม" ตุลยากล่าว ขยับตัวออกห่างจากร่างสูง ก้มหยิบของขึ้นแขวนต่อไป 

กริ๊ง-กริ๊ง 

เสียงโทรศัพท์ของมาร์ชดังขึ้น เขาเดินไปหยิบขึ้นมาดูและกดรับสาย 

"ฮัลโหล... มินดี้" 

เสียงทุ้มเอ่ยทักทายคนที่โทรมา ตุลยาได้ยินก็ถอนหายใจ จะมีสักวันไหมที่ไม่มีผู้หญิงโทรมาหาเขา แม่นางแบบผมแดงก็เพิ่งกลับไปเมื่อวานตอนบ่าย วันนี้แม่มินดี้ก็โทรมาอีกคน และคืนนี้จะเป็นคิวของใครนะที่จะได้นอนร่วมเตียงกับเขา คิดแล้วก็รู้สึกหน้าร้อนวาบแปลกประหลาดที่กระหวัดนึกถึงเมื่อคืนนี้ ที่หล่อนเองเป็นคนได้นอนเตียงเดียวกับคนตรงหน้า ตุลยาสลัดความนึกคิดที่เกี่ยวกับเขาทิ้งไป ตั้งใจตกแต่งต้นคริสต์มาสอย่างมีสมาธิ 

"ผมแคนเซิลแล้วไง คุณจะมาทำไม" เสียงของเขากล่าวกับมินดี้ 

"ก็มินดี้คิดถึงคุณนี่คะ ขับรถใกล้จะถึงแล้วด้วย คืนนี้ขอค้างด้วยนะคะ ฮันนี่" 

"ไม่ได้หรอกมินดี้ ผมเสียใจด้วย คืนนี้ ผมไม่ว่าง"  

มาร์ชปฏิเสธไปทันที เขายืนคุยโทรศัพท์อยู่ริมหน้าต่าง เอนหลังพิงขอบและหันหน้าไปทางคนตัวบางที่กำลังเอาออร์นาเม้นต์แขวนไปตามกิ่งของต้นคริสต์มาสอย่างมีสมาธิ ท่าเอียงคอมองก่อนจะตัดสินใจว่าจะห้อยไว้ตรงไหนดีของเจ้าหล่อนทำให้ชายหนุ่มยิ้มออกมา 

"ต๊าย มินดี้ไม่ยอมนะคะ คุณนัดกับใครคะมาร์ช" มินดี้ทำเสียงหึงหวง 

"คืนนี้ผมมีนัดกับน้องสาว เรากำลังตกแต่งบ้านเตรียมต้อนรับคุณพ่อคุณแม่ คุณไม่ต้องมานะมินดี้ ผมไม่มีเวลาให้คุณจริงๆ"  

เขาเอ่ยตัดบท เห็นมือเล็กที่กำลังแขวนลูกบอลสีแดงชะงักไปนิดหนึ่ง แสดงว่าแอบฟังเขาอยู่ ชายหนุ่มจุดยิ้มขำคนที่แกล้งทำไม่สนใจ แต่แท้ที่จริงหูกำลังกางผึ่งเป็นจานดาวเทียมของจีนเลยทีเดียว 

"อ๋อ ยายน้องนอกไส้ของคุณน่ะเอง ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่คะ มินดี้จะไปช่วย ตอนนี้มินดี้มาถึงหน้าบ้านแล้ว" 

"กลับไปเถอะ... ผมไม่เปิดประตูให้หรอก ผมไม่นัดใครคืนนี้ คุณอย่าดื้อดีกว่ามินดี้" 

"คนใจร้าย คุณบ้าไปแล้วรึไงคะมาร์ช มินดี้มาถึงแล้วจริงๆ นะคะ ขับรถเกือบชั่วโมงกว่าจะฝ่าทรัฟฟิคแจมมาถึงนี่ได้" 

พร้อมกันนั้นก็มีเสียงกดแตรรถดังลั่นอยู่หน้าประตูรั้ว 

ตุลยาหยุดมือและชะเง้อมองทะลุหน้าต่างออกไปยังประตูรั้ว เห็นรถเก๋งสปอร์ตสีแดงจอดอยู่ จำได้ว่าเป็นรถของมินดี้ 

"เอาล่ะๆ หยุดกดแตรซะที เดี๋ยวเพื่อนบ้านก็โทรแจ้งตำรวจหรอก"  

เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงรำคาญปนไม่พอใจ ร่างสูงเดินออกไปยังหน้าบ้าน กดรีโมตเปิดประตูรั้วให้มินดี้ขับรถเข้ามา 

ร่างเซ็กซี่ของมินดี้ก้าวลงมาจากรถ เดินเข้ามาหาร่างสูงของมาร์ช โอบแขนไปรอบคอและยื่นหน้าจะจูบปาก แต่ชายหนุ่มเบี่ยงตัวหนีเสียก่อน เจ้าหล่อนจึงได้แค่หอมแก้ม 

"อะไรกันคะ คุณไปอารมณ์เสียมาจากไหนถึงมาลงเอากับมินดี้" มินดี้กล่าวเสียงกระเง้ากระงอด 

"ผมจะเลี้ยงกาแฟคุณถ้วยหนึ่ง ก่อนคุณจะกลับ"  

เขาเอ่ยไล่ทางอ้อม มิ้นดี้ทำหน้างอง้ำยิ่งกว่าเดิม มินดี้เป็นนางแบบอยู่ในวงการมาหลายปี เวลานี้ก็กำลังจะผันตัวมาทำแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเอง แต่ก็ยังเป็นแค่ไอเดียอยู่ เพราะมินดี้ต้องการให้มาร์ชเป็นหุ้นส่วนด้วย แต่เขายังไม่สนใจ เพราะเขาไม่ต้องการทำอะไรที่ล้นมือ เพียงแค่นี้ก็ไม่มีเวลาแล้ว ชายหนุ่มเดินเข้าบ้านโดยมีมินดี้เดินกอดแขนไม่ปล่อย  

ตุลยามองเห็นจากหน้าต่าง แต่พอเขาเดินเข้ามาหล่อนก็แกล้งง่วนอยู่กับต้นคริสต์มาสเหมือนไม่สนใจ เขาเดินเข้ามาหยุดที่ประตูห้องรับแขก 

"ตุลย์... จะดื่มกาแฟหรือชามั้ย พี่จะชงให้"  

เขาเอ่ยถามอย่างเอาใจใส่ มองร่างบางที่ยุ่งอยู่กับพวกกล่องที่วางระเกะระกะอยู่รอบตัว 

"ไม่ค่ะ ขอบคุณ" ตุลยาตอบ มองหน้าเขานิดหนึ่ง เขาก็มองหล่อนนิ่งๆ ตุลยาหันไปสนใจงานในมือต่อ 

"ต๊าย ต้นคริสต์มาส ปีนี้คุณฉลองคริสต์มาสที่บ้านเหรอคะฮันนี่ มินดี้ขอมาแจมด้วยนะคะ" 

มินดี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงกระดี๊กระด๊า มาร์ชส่ายหน้า 

"คริสต์มาสคือช่วงเวลาที่ครอบครัวใช้ร่วมกัน คุณควรกลับไปฉลองกับทางบ้านของคุณมากกว่า รออยู่ที่นี่นะ... ผมจะไปชงกาแฟมาให้"  

ชายหนุ่มเอ่ย ตุลยานึกแปลกใจกับคำพูดที่ฟังไม่ค่อยรักษาน้ำใจมินดี้ของเขา ได้ยินเสียงฝีเท้าของร่างสูงเดินห่างออกไป คงจะไปห้องครัวเพื่อชงกาแฟอย่างที่พูด เขาทิ้งมินดี้ไว้ที่ห้องรับแขก ตุลยาทำเหมือนอยู่คนเดียว และอีกคนเป็นอากาศธาตุ 

"รู้ไหมว่าปีที่แล้ว มาร์ชกับฉันน่ะ เราไปฉลองด้วยกันที่นิวยอร์กโน่นแน่ะ ตอนนั้นเห็นเขาว่าเธอไปเมืองไทยนี่"  

มินดี้พูดอวด ตุลยาได้ยินก็แค่ยิ้มรับนิดหนึ่ง ตั้งแต่มาอยู่ที่บ้านหลังนี้ได้หนึ่งปี ตุลยาเคยประจัญหน้ากับมินดี้แค่สองครั้ง เพราะหญิงสาวมักคอยหลบหลีกเสมอยามที่มาร์ชมีเพื่อนผู้หญิงมาที่บ้าน  

"ค่ะ" ตุลยาตอบแค่สั้นๆ 

"มินดี้...กาแฟของคุณได้แล้ว"  

เสียงมาร์ชตะโกนดังแว่วๆ จากห้องครัว คงจะต้องการให้มินดี้ไปที่นั่น มินดี้จึงขยับตัว ส่งสายตามองตุลยาอย่างเหยียดๆ นิดหนึ่ง ตุลยารู้ว่ามินดี้ไม่ชอบหล่อน แต่ตุลยาก็ไม่ชอบมินดี้เช่นกัน ไม่รู้ว่าเขาคบหาผู้หญิงนิสัยไม่น่าพิศมัยคนนี้ได้ยังไง เหมือนตัวอิจฉาในละครไม่มีผิด 

"ฉันขอบอกเธอไว้นิดหนึ่งนะ ว่ามาร์ชกับฉันน่ะ เรารักกันมานานแล้ว เธออย่าได้คิดจะรักเขาเชียว จะอกหักผิดหวังเปล่าๆ ฉันขอเตือนด้วยความหวังดี! อีกอย่าง ในอนาคตอันใกล้นี้เราก็จะเป็นหุ้นส่วนธุรกิจกันอีก ความสัมพันธ์ของฉันกับเขาก็จะยิ่งเหนียวแน่นขึ้นไปอีกขั้น" 

มินดี้กล่าวกับสาวน้อยคนไทยผิวใสละเอียดเหมือนเนื้อตุ๊กตาพอร์ซเลน หล่อนไม่ชอบความใสซื่อแต่ทว่าเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้บุคลิกนิ่งๆ นั่นเอาเสียเลย สัญชาตญาณบอกว่าเด็กสาวคนนี้ไม่ธรรมดา และที่สำคัญ ไม่ได้ไร้เขี้ยวเล็บ! อย่าได้หลงเชื่อภาพลักษณ์สงบเงียบเรียบง่ายนั่นเด็ดขาด มินดี้เป็นคนมีเซนส์แรงในเรื่องของผู้หญิงด้วยกัน หล่อนรู้สึกหวาดระแวงตามสัญชาตญาณของผู้หญิง เห็นเฉยเมยหงิมๆ แบบนี้แต่พิษสงอาจจะร้ายกว่ายัยพวกแรดๆ ทั้งหลายที่มาร์ชคั่วอยู่ก็ได้ ยังไงก็จะต้องปรามๆ เอาไว้ก่อน ถือเป็นการตัดไฟเสียแต่ต้นลม! 

"คุณมาบอกฉันทำไมคะ ฉันเป็นน้อง... ไม่ใช่คู่นอนของเขา"  

ตุลยาเอ่ย มองหน้ามินดี้ตรงๆ มินดี้ทำหน้ายักษ์ใส่อย่างไม่เก็บอารมณ์แม้แต่น้อย 

"น้องนอกไส้น่ะสิ ฉันเห็นสายตาของเธอเวลามองมาร์ชหรอกน่า เธอคิดเหรอว่าเธอจะปิดฉันได้ เธอไม่ได้คิดว่าเขาเป็นพี่หรอกย่ะ สายตาของเธอมันฟ้องว่าเธอปลื้มเขาอย่างกับอะไรดี ปลื้มแบบผู้หญิงปลื้มผู้ชายซะด้วย"  

มินดี้พูดแล้วยิ้มเยาะหยัน ตุลยาไม่เข้าใจว่ามินดี้หมายถึงอะไร 

"ฉันไม่เข้าใจหรอกค่ะว่าคุณกำลังพูดถึงอะไร ขอโทษนะคะ ฉันต้องทำงานต่อ ฉันขอบอกตรงๆ ว่าฉันไม่ชอบเสียเวลาของฉันกับคนที่ไม่คิดจะเกี่ยวข้องด้วย คุณกับฉัน...เราไม่รู้จักกัน เพราะฉะนั้นคุณอย่ายุ่งกับฉันดีกว่า คุณมินดี้"  

ตุลยาเอ่ยกับมินดี้เสียงราบเรียบ สายตาแข็งมองมินดี้อย่างไม่เกรงกลัว ทำเอามินดี้หน้าแดงสลับเขียวด้วยความโกรธ จนทำท่าจะพ่นไฟออกมา แต่มาร์ชก็เดินถือถ้วยกาแฟมาให้ เพราะมินดี้ไม่ไปที่ห้องครัวเสียที 

"ของคุณ" เขายื่นให้มินดี้ หล่อนรับไปพร้อมกับรีบปรับสีหน้ายิ้มหวานให้กับเขา 

"แท้งกิ้วมากๆ ค่ะฮันนี่ คุณน่ารักอย่างนี้จะไม่ให้มินดี้ทั้งรักทั้งหลงได้ยังไงคะ" 

มินดี้เอ่ยพลางเดินไปนั่งที่โซฟารับแขก คิดว่าจะปักหลักอยู่ที่นั่นกับถ้วยกาแฟ ส่วนมาร์ชก็เดินไปหาตุลยา ชายหนุ่มเข้าไปยืนใกล้คนที่กำลังเขย่งเอาลูกบอลสีทองติดที่กิ่งก้านต้นคริสต์มาส 

"โอเคหรือเปล่าน้องตุลย์" เขาถามเบาๆ เมื่อเห็นคนตัวเล็กดูหน้าตูมไปนิดหนึ่ง 

"เอาตรงๆ นะคะ"  

หล่อนหันมาพูดกับเขา ใบหน้าใสเงยขึ้นในขณะที่เขาก้มไปมอง เห็นปลายจมูกโด่งเล็กรั้นขึ้นนิดๆ คงจะกำลังโมโหกระมัง มาร์ชจุดยิ้มขำระคนเอ็นดูที่มีโอกาสได้เห็นอารมณ์ขุ่นของคนที่เขาคิดว่าเย็นชาเหมือนน้ำแข็งตลอดเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมานี้ 

"ว่าไงล่ะ" ชายหนุ่มถาม ตอนนี้เขารู้แล้วว่าคนตัวเล็กนี่เวลาพูดตรงสามารถทำให้คนฟังสะอึกได้ 

"รำคาญผู้หญิงของพี่มาร์ชมาก เสียงแสบแก้วหูและพูดเพ้อเจ้อ ประสาท!" 

มาร์ชหัวเราะหึๆ ในลำคอกับคำพูดจากใจของสาวน้อย เจ้าหล่อนน่ารักจะตายเวลาทำหน้ามีอารมณ์เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาแบบนี้ ดีกว่าทำหน้านิ่งเรียบเฉยเมยเป็นไหนๆ 

"นั่นสิ พี่หลงไปคบด้วยได้ไงหว่า... มีวิธีกำจัดไหม" เขาแกล้งกระซิบถาม 

"ก็อย่าไปยุ่งกับเขาสิคะ เบื่อแล้วหรือยังล่ะ คนผมแดงเมื่อคืนก่อนล่ะ คนไหนมาก่อนมาหลัง หรือมาพร้อมกัน" 

"เอ อันนี้ก็ไม่แน่ใจ ไม่ได้จดเอาไว้ด้วยสิว่าคนไหนมาก่อนมาหลัง อย่างนี้เห็นทีจะต้องหาเลขาส่วนตัวเพื่องานนี้โดยเฉพาะแล้วมั้ง... สนใจไหมล่ะ" 

"บ้า ไม่อยากยุ่งด้วยหรอก อย่าให้มายุ่งกับตุลย์ก็แล้วกัน บอกตรงๆ ว่าไม่ชอบ และจะไม่ไว้หน้าถ้าหากมาแหยมกับเรา" 

"โห...พี่เพิ่งรู้ว่าน้องพี่ดุเอาเรื่องขนาดนี้ ตุลย์ก็ได้ยินไม่ใช่เหรอตอนที่พี่คุยโทรศัพท์ พี่ไม่ได้นัดเขา แต่เขาก็มาเอง" 

"ก็บอกเขาไปสิว่าเบื่อแล้ว เซย์กู๊ดบายก็จบ ไม่เอาละ ตุลย์ไม่อยากคุยเรื่องนี้ ไม่สนุก" 

สาวน้อยกล่าวแล้วก็หันไปสนใจงานในมือต่อ 

"เอางี้... ถ้าตุลย์สามารถกำจัดมินดี้ให้ออกจากบ้านของเราได้ พี่จะให้หนึ่งพันเหรียญ"  

มาร์ชรู้สึกสนุกกับการได้ตอแยคนตัวเล็ก อยากจะรู้ว่าเจ้าหล่อนจะว่ายังไง 

ตุลยาชะงักมือที่กำลังแขวนออร์นาเม้นต์ หันไปมองร่างสูงที่ไม่ยอมขยับไปอยู่ห่างๆ เขามายืนซ้อนหลังและพูดเบาๆ ใกล้หูจนหล่อนรู้สึกอึดอัดและขนตรงต้นคอลุกซู่ 

"จริงเหรอ?"  

ตุลยาไม่ใช่คนงก แต่เงินพันเหรียญมันไม่ใช่เงินน้อยๆ และถ้าจะหาได้ง่ายขนาดนี้ ทำไมจะไม่สนใจ  

"เอาแบบกำจัดชั่วคราวหรือถาวร? เขาเพิ่งบอกตุลย์ว่าพี่มาร์ชรักเขามากและจะแต่งงานกัน จะเป็นหุ้นส่วนกันอะไรทำนองนั้น" 

"เฮ่ย...บ้า ไม่เคยพูด กำจัดถาวรไปเลย พี่ไม่เคยสัญญาอะไรกับเขา ตอนนี้เขาล้ำเส้นพี่มามากแล้ว พี่พูดกับเขาตรงๆ เขาก็ยังไม่ยอมเข้าใจอีก" 

"ก็ได้... จะลองดู แต่ถ้ากำจัดถาวรก็ขอ 2000 เหรียญก็แล้วกัน!" 

"ฮื้อ... งกจัง!" 

"ไม่ได้งก แต่คิดตามเนื้องานและความยากง่าย" 

"ก็ได้ สองพันก็สองพัน" มาร์ชกระซิบตอบรับข้อตกลงใกล้หูคนตัวเล็ก 

"คุยอะไรกันนักหนาคะมาร์ช มานั่งนี่กับมินดี้เถอะค่ะ" 

"คุณดื่มกาแฟเสร็จหรือยัง ถ้าเสร็จแล้ว ขอแก้วให้ผม จะเอาไปล้าง"  

มาร์ชเอ่ย เดินไปยังมินดี้ ดึงแก้วไปถือและเดินออกไปจากห้องรับแขกทันที ปล่อยให้คนตัวเล็กจัดการ ส่งแขก ให้ 

ตุลยาล้วงบางสิ่งบางอย่างที่พบในกล่องหนึ่ง มันเป็นหนูที่มีรีโมตคอนโทรลควบคุมให้วิ่งได้ รวมทั้งหนูยาง งูยางจากกล่องของเล่น 

"ว้าย! ตัวอะไรนี่"  

หญิงสาวแกล้งร้องลั่นแล้ววิ่งไปรอบๆ ต้นคริสต์มาส ทำท่าว่าไล่จับเจ้าตัวที่ว่า ซึ่งมันก็ดันวิ่งได้จริง เพราะหล่อนแอบกดรีโมตให้เจ้าหนูโรบ็อทมันวิ่ง 

"เฮ้ย! แรด! มันวิ่งไปทางคุณแล้วมินดี้ แรด! เอ๊ย หนู หนู อึ๋ย อยู่นั่น... นั่น อยู่นั่น! กำลังจะวิ่งเข้ากระโปรงคุณแล้ว!"  

ตุลยาแกล้งออกเสียงคำว่า rat แรต เป็น แรด เพื่อความสะใจและสนุกเอง แอบด่าแม่มินดี้เล่นไปในตัว เสียงเอะอะโวยวายของตุลยาพร้อมกับท่าวิ่งหน้าตื่นตกใจ แถมชี้นิ้วไปบนพื้นทำให้มินดี้พลอยตกใจไปด้วย เจ้าหนูสีเทาเข้มวิ่งไปใกล้เท้าของมินดี้ 

"ว้าย ที่เท้าคุณ แรด! มันกำลังจะไต่ขึ้นขาคุณแล้ว วิ่งเร็ว!"  

ตุลยาตะโกนและชี้โบ๊ชี้เบ๊ มินดี้มองเห็นหนูตัวน่าเกลียดก็ร้องกรี๊ดลั่นบ้านด้วยความตื่นตระหนกช็อกสุดขีด รีบวิ่งหน้าตั้งออกจากประตูห้องรับแขก ตุลยาเอาหนูยางสีดำใส่ในกระเป๋าแบรนด์เนมของมินดี้ แล้วหิ้ววิ่งตามออกไป 

"หนูเต็มบ้านเลยตอนนี้ หนูยั้วเยี้ยเต็มห้อง เฮ้ย! มันวิ่งตามคุณไปแล้ว"  

ตุลยาวิ่งหน้าเริ่ดลงบันไดหนีหนูสุดชีวิต มินดี้ก็วิ่งตาม เจ้าหล่อนวิ่งไปที่รถ รีบก้าวขึ้นไปนั่งหน้าซีดเผือดตัวสั่นงันงกเพราะมินดี้กลัวสัตว์เลื้อยคลานทุกชนิด มินดี้สตาร์ทรถ เปิดกระจกลงแล้วตะโกนไปยังตุลยา 

"เอากระเป๋าฉันมา เร็วๆ เข้า อ๊าย! อย่าให้ตัวนั่นเข้ามาในรถฉันได้นะ ว้าย เร็วๆ ซิยะ!"  

"เฮ้ย! มันอยู่ในกระเป๋าคุณตัวหนึ่งด้วย!"  

ตุลยาตะโกนหน้าตาตื่นสุดขีด ใช้มือคีบหูกระเป๋าใบแพงของมินดี้เหยียดแขนไปสุดแขนด้วยสีหน้าขยะแขยงสุดๆ 

"อ๊าย... เอามันออกไป!"  

มินดี้ร้องตะโกนสั่งตุลยา หญิงสาวก็ไม่รอช้า จัดให้ตามคำขอ คว่ำกระเป๋าของมินดี้เทลงทันที! ของในกระเป๋าเจ้าหล่อนตกกระจายบนพื้นคอนกรีต รวมทั้งเจ้าหนูสีดำ ตุลยาก็ทำท่าเอาเท้าเตะมันจนกระเด็นไปไกล มินดี้เห็นเจ้าหนูสีดำน่าขยะแขยงแว้บหนึ่งก็ตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า ตุลยาก็รีบโยนกระเป๋าเข้าไปในรถ พร้อมกับโกยเอาของที่ตกพื้นโยนเข้าไปให้ด้วย มินดี้เหยียบคันเร่งขับรถพุ่งออกไปจากประตูรั้วซึ่งเปิดรออยู่แล้วอย่างไม่คิดชีวิต ตุลยาหัวเราะตัวงอและน้ำตาไหลด้วยความขำสุดขีด 

มาร์ชยืนล้วงกระเป๋าอยู่บนลานบันได มองดูคนตัวเล็กที่แกล้งมินดี้จนแทบจะช็อกหัวใจวายตาย ตุลยาเดินไปเก็บหนูที่เตะไปซะไกลเอากลับคืนมา เมื่อหมุนตัวกลับก็เห็นร่างสูงยืนอยู่ หญิงสาวยักไหล่ทำนองว่า... เห็นฝีมืออ๊ะยัง... แค่นี้เอง ไม่เห็นยาก! 

มาร์ชไม่คิดเลยว่ายัยเด็กที่เขาเห็นเงียบๆ ท่าทางเรียบร้อยและชอบทำตัวลีบคอยหลีกเลี่ยงเขามาตลอดระยะเวลาหนึ่งปีนี้ จะซ่อนความซุกซนและร้ายกาจเอาไว้มากมายถึงขนาดนี้ 

"คงจะอีกนานกว่าจะกลับมา ถ้าเขาจะมา พี่มาร์ชก็บอกว่าหนูยังเต็มบ้านอยู่ก็แล้วกัน โดยเฉพาะ... ห้องนอนของพี่"  

เจ้าหล่อนเอ่ยบอก เดินขึ้นบันไดมาหา มาร์ชหัวเราะและคว้าตัวเข้ามากอดและหอมแก้มหนึ่งฟอดเป็นการให้รางวัล 

"แจ๋วไปเลยน้องรัก เก่งขนาดนี้พี่มีจ๊อบแบบนี้ให้อีกหลายจ๊อบเลย" 

"อย่าลืม 2000 เหรียญล่ะ" เจ้าหล่อนเงยหน้าขึ้นมาทวง  

"ไม่ลืมแน่นอน เอาเลขบัญชีมาเลย พี่โอนไว"  

มาร์ชกล่าว พอใจที่ได้เห็นอีกมุมของผู้ที่ได้ชื่อว่า น้องสาว ไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นอะไรสนุกๆ แบบนี้ ให้ตายเถอะ! 

ชายหนุ่มกอดคอพาร่างบางเข้าไปในบ้าน  

"ตุลย์จะทำต้นคริสต์มาสต่อให้เสร็จ พี่มาร์ชดูไฟกะพริบทีซิคะว่ามันยังใช้ได้อยู่หรือเปล่า" 

"โอเค ได้เลย อย่างน้อยวันนี้เราก็บรรลุเป้าหมายเรื่องต้นคริสต์มาส" เสียงทุ้มเอ่ยอย่างอารมณ์ดี 

สองหนุ่มสาวช่วยกันง่วนอยู่กับการตกแต่งจนกระทั่งเย็น ห้องรับแขกก็มีต้นคริสต์มาสต้นใหญ่ที่สวยงามตั้งอยู่ใกล้หน้าต่าง ตรงขอบหน้าต่างทุกบานด้านหน้าติดไฟกะพริบโดยรอบ กระจกหน้าต่างก็มีรูปแซนต้ากับขบวนกวางเรนเดียร์ทำจากโครงหลอดไฟสีฟ้าเขียวแดงขาวส่งแสงกะพริบสวยงาม มาร์ชก็คว้ามือเล็กพากันวิ่งออกไปยืนดูข้างนอกตัวบ้าน ดูว่าเวลาเพื่อนบ้านมองผ่านเข้ามาจะเห็นภาพเป็นอย่างไร 

"ว้าว! สวยจัง"  

สาวน้อยเงยหน้าขึ้นมากล่าวชมฝีมือตัวเอง มาร์ชพยักหน้า มองดูด้วยความพอใจเช่นกัน 

"สวยที่สุดในระแวกนี้ พี่การันตี... อย่างนี้ต้องฉลองกันหน่อย"  

เขาเอ่ย ตุลยาพยักหน้าเห็นด้วย 

"โอเค... แต่อย่าลืมสองพันนะ!"  

เอ่ยเตือนอีกครั้งเพื่อความชัวร์ หญิงสาวยิ้มกว้างที่สุดอย่างที่ไม่ได้ยิ้มมานานแล้ว คิดว่าวันนี้ช่างเป็นวันที่สนุกเหลือเกิน เป็นวันที่ดีที่สุดและวิเศษที่สุดตั้งแต่ตุลยาย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังนี้เลย นอกจากจะได้ต้นคริสต์มาสที่สวยเริ่ดอลังการไม่แพ้ของเพื่อนบ้านแล้ว วันนี้ก็ยังเป็นวันที่มิตรภาพและสัมพันธภาพระหว่างคนสองคนมีพัฒนาการแบบก้าวกระโดดไปในทางที่ดีด้วย  

ตุลยาเงยหน้าขึ้นยิ้มจริงใจให้คนที่ได้ชื่อว่า พี่ชาย เขาก้มลงมาจูบหน้าผากของหล่อนทีหนึ่งและยิ้มกริ่มให้ จากนั้นก็โอบไหล่พาเดินกลับเข้าไปในบ้าน 

ความคิดเห็น