email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

จู๋สุ่น (หน่อไม้) เป็นเหตุ

ชื่อตอน : จู๋สุ่น (หน่อไม้) เป็นเหตุ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 154

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ย. 2563 11:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
จู๋สุ่น (หน่อไม้) เป็นเหตุ
แบบอักษร

เสียงฆ้องดังกึกก้องไปทั่วเรือนนอนเพื่อปลุกให้สาวใช้ลุกขึ้นมาทำธุระส่วนตัวก่อนฟ้าสาง สาวใช้ใหม่เก่าต่างทยอยกันมุ่งหน้าไปยังห้องอาบน้ำรวมซึ่งอยู่ห่างจากเรือนนอนไปสามสิบจั้ง (หนึ่งร้อยเมตร) หยวนปิงเหยี่ยนตื่นนอนด้วยความเกียจคร้านเมื่อเสียงอันทรงพลังของซูซูตะโกนร้องเรียกนางอยู่ด้านนอกห้อง นางรีบหยิบอุปกรณ์อาบน้ำเดินลืมตาบ้างหลับตาบ้างอิงแอบไหล่อันใหญ่โตของสหายอย่างซูซูไปจนถึงห้องอาบน้ำรวม 

            “ปิงเหยี่ยนเจ้าต้องการอาบน้ำหรือไม่ ข้าว่าเจ้าเช็ดเนื้อเช็ดตัวเถิดอากาศหนาวเจ้าอาบน้ำเย็นอาจป่วยได้” ซูซูมองหยวนปิงเหยี่ยนยืนหลับตาพิงเสาพลางส่ายหน้า 

            “ข้าอยากอาบน้ำหนาวข้าก็จะทน ซูซูเจ้าช่วยข้าอาบน้ำหน่อย” หยวนปิงเหยี่ยนพยายามเผยอหนังตาอันหนักอึ้งของนางเดินนำซูซูไปยังห้องน้ำ ดวงตานางเบิกกว้างเมื่อน้ำเย็นกระทบผิวกายไรขนอันบางเบาทั่วร่างพลันตั้งชัน 

            “หนาวๆ ข้าหนาวเร็วซูซู” หยวนปิงเหยี่ยนตื่นจากความง่วงยืนเนื้อตัวสั่นเทารีบอาบน้ำ 

            “ข้าเตือนเจ้าแล้ว เอาล่ะเรียบร้อยแล้ว รีบใส่เสื้อคลุมของเจ้าซะ วันนี้ต้องไปรับใช้นายท่านเรือนใหญ่เจ้าระวังตัวด้วย เจ้าอย่าไปจับต้องสิ่งใดล่ะหากนายท่านไม่สั่ง อีกอย่างระวังพี่จิ่นลี่และสมุนของนางด้วยพวกนางดูแลส่วนด้านหน้าของเรือนใหญ่” ซูซูกล่าวเตือนสหายเกรงนางจะไปทำข้าวของเสียหายอีกทั้งให้ระวังสาวใช้จิ่นลี่ที่อาจเข้ามาหาเรื่องนาง 

            “อืม ขอบใจมากซูซู ข้าคงคิดถึงเจ้าแย่ ชีวิตข้าหายากจะได้เจอสหายที่เป็นสตรีเช่นเจ้า ข้าคงนั่งทำงานด้วยความเหงา ชีวิตข้าช่างน่าสงสารยิ่ง” หยวนปิงเหยี่ยนเดินจับมือซูซูพร่ำบอกถึงความเสียใจที่นางต้องห่างซูซู 

            “เอ่อ...ปิงเหยี่ยนประเดี๋ยวตอนเที่ยงเราก็เจอกันที่โรงครัว เจ้าพูดดั่งเช่นว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว” ซูซูมองนางด้วยสายตาไม่เข้าใจว่านางคิดอะไรอยู่ 

            “ใช่ๆ แฮะๆ ข้าลืมไป ข้าจะรีบแต่งตัวเราจะได้ไปทานข้าว ประเดี๋ยวข้าจะตักอาหารมาเผื่อเจ้าด้วย เจ้าจะได้ไม่ต้องลุกไปเต็มหลายครั้ง” 

            “อืม ขอบใจ” ซูซูยิ้มกว้างเมื่อคิดถึงอาหารรสเลิศรีบไปยังห้องของนางแล้วออกมาหยวนปิงเหยี่ยน ซูซูนั้นชอบหยวนปิงเหยี่ยนมาก นางไม่เคยกล่าววาจาดูถูกหรือรังเกียจที่ซูซูมีน้ำหนักมากและรูปร่างใหญ่โต  

            หยวนปิงเหยี่ยนเดินพูดคุยยิ้มแย้มกันมาจนถึงโรงครัว อาหารเช้าส่งกลิ่นหอมหวนชวนน่าทาน อาหารวันนี้มีเซาม่าย (ขนมจีบ) และโร่วเปา (ซาลาเปาหมูสับ) เครื่องดื่มมีน้ำชาและโต้วเจียง (น้ำเต้าหู้) ทั้งสองเดินออกจากโรงครัวต่างพากันยิ้มแย้มเพราะอาหารอร่อยทำให้ทานกันจนแน่นท้อง 

            “เอ๊ะ! พี่คังหลงนี่ พวกเขาจะไปที่ใดกัน” หยวนปิงเหยี่ยนเหลือบไปเห็นคังหลงบ่าวรับใช้ที่นางเจอยังลานด้านข้างเรือนฝึกวิชา เขานำตะกร้าสานมาให้และพยายามจะช่วยนางขนกระถางที่แตกไปทิ้งแต่ถูกอู๋ฉีหลงห้ามไว้ กำลังเดินถือจอบและเสียมพร้อมด้วยบ่าวรับใช้อีกสองคน 

            “สงสัยจะออกไปขุดจู๋สุ่นเพื่อมาทำอาหารกัน เจ้าเห็นไหมรอบๆ บริเวณสำนักแห่งนี้รายล้อมไปด้วยต้นไผ่ การไปขุดจู๋สุ่นมาปรุงอาหารจึงเป็นเรื่องธรรมดา ข้าจะบอกอะไรให้นะ” ซูซูยื่นหน้าเข้าไปใกล้หยวนปิง     เหยี่ยนซึ่งกำลังตั้งใจฟังซูซู 

            “จู๋สุ่นต้มกับกระดูกหมูนั้นอร่อยมาก หืม! คิดแล้วน้ำลายไหล ฮ่าๆ” ซูซูยืนตาลอยเมื่อคิดถึงอาหาร 

            “เจ้านี่! ข้าคิดว่ามีเรื่องอื่นที่ไม่ใช่เรื่องกิน ซูซูข้าอยากไปดูเขาขุดจู๋สุ่น” หยวนปิงเหยี่ยนจับมืออวบไว้แน่นส่งยิ้มหวานคล้ายเด็กที่กำลังออดอ้อนขอขนม 

            “เจ้าอยากไปเจ้าต้องไปขอพ่อบ้านหลี่ อีกอย่างเจ้าจะไปได้หรือใกล้ถึงเวลาที่เจ้าต้องไปเรือนใหญ่แล้ว” 

            “ไปได้สิเชื่อข้าประเดี๋ยวข้ามาเจ้ารอข้าอยู่ที่นี่ ข้าจะรีบวิ่งไปขวางพี่คังหลงไว้แล้วข้าจะไปขอพ่อบ้านหลี่เอง” หยวนปิงเหยี่ยนรีบวิ่งถลกชายกระโปรงไปยังคังหลง 

            “พี่คังหลงช้าก่อน ข้าอยากไปขุดจู๋สุ่นกับพวกท่านด้วย รอข้าเพียงครู่ข้าไปขออนุญาตพ่อบ้านหลี่” หยวนปิงเหยี่ยนพูดด้วยความเร่งรีบจากนั้นจึงวิ่งกลับไปยังโรงครัวหาพ่อบ้านหลี่ 

            “เอ่อ...ได้ๆ” คังหลงตะโกนไล่หลังบอกนาง เขายืนยิ้มให้กับท่าทางของหยวนปิงเหยี่ยน 

            หยวนปิงเหยี่ยนวิ่งมาถึงโรงครัวมองหาพ่อบ้านหลี่แต่ยังไม่ทันได้ก้าวเท้าไปหาเขาเสียงแหลมของสตรีอันคุ้นเคยดังบาดหูนาง 

            “ปิงเหยี่ยนเจ้าจะรีบร้อนไปที่ใด ดูสิวิ่งถลกชายกระโปรงขึ้นเช่นนี้ไม่งาม เป็นสตรีที่ไม่มีมารยาทเอาเสียเลย” จิ่นลี่ส่งเสียงตำหนิหยวนปิงเหยี่ยน 

            “ข้าตามหาพ่อบ้านหลี่น่ะ” หยวนปิงเหยี่ยนตอบแต่สายตาไม่ได้มองไปยังจิ่นลี่ นางต้องรีบหาพ่อบ้านหลี่ให้เจอเพราะไม่อยากให้คังหลงต้องรอนาน 

            “พ่อบ้านหลี่ยืนพูดคุยกับแม่บ้านหลิวมีอะไรรึ” จิ่นลี่ขมวดคิ้วสงสัยยิ่งเป็นเรื่องของผู้อื่นแล้วนางต้องรู้ให้ได้ 

            “ไม่มีอะไร ข้าไปล่ะ” หยวนปิงเหยี่ยนไม่อยากเสียเวลาพูดเรื่องไร้สาระกับจิ่นลี่ 

            “เดี๋ยวข้ายังพูดไม่จบ เมื่อวานข้าเห็นว่าเจ้าไปยิ้มยั่วยวนศิษย์สำนักด้วย ระวังตัวไว้เถิดประเดี๋ยวจะถูกไล่ออกโดยไม่รู้ตัว” จิ่นลี่ยิ้มเยาะเย้ยหัวเราะเสียงแหลมเล็กพร้อมด้วยลูกสมุนทั้งสามของนาง 

            “พี่จิ่นลี่! ข้าขอร้องท่านช่วยทำให้ข้าถูกไล่ออกทีเถิดแล้วข้าจะตอบแทนท่านอย่างงาม ข้าไปล่ะ”  

            “อะไรกันยัยนี้ อยากถูกขับไล่” จิ่นลี่ยืนเกาศีรษะด้วยความงงงวย สาวใช้มีแต่ร้องขอไม่อยากถูกไล่ออกแต่นี่กลับขอร้องให้ช่วยให้นางถูกขับไล่ จิ่นลี่มองไล่หลังหยวนปิงเหยี่ยนพร้อมทั้งส่ายศีรษะเพราะคิดว่านางสติไม่ดี 

            พ่อบ้านหลี่นั้นยืนพูดคุยกับแม่บ้านหลิวเรื่องการจัดเตรียมอาหารไว้ต้อนรับรองเจ้าสำนักที่จะเดินทางมาถึงในอีกไม่กี่ชั่วยาม รองเจ้าสำนักนั้นทานอาหารยากเรียกได้มาเรื่องเยอะก็ว่าได้ ดังนั้นพ่อบ้านหลี่จึงต้องลงมาสั่งการด้วยตัวเขาเอง 

            “พ่อบ้านหลี่ข้าขอเวลาท่านเพียงครู่เจ้าค่ะ” 

            “อืมว่ามา มีเรื่องอะไรหรือเจ้ามาหาข้าแต่เช้า” พ่อบ้านหลี่มองหยวนปิงเหยี่ยนที่ไม่ว่าจะดูซ้ายดูขวาผิวพรรณใบหน้าจิ้มลิ้มของนางไม่มีทางเป็นขอทานหรือแม้แต่เป็นสาวใช้ 

            “ข้าขอไปขุดจู๋สุ่นกับพี่คังหลงเจ้าค่ะ” หยวนปิงเหยี่ยนยิ้มกว้าง 

            “ขุดจู๋สุ่นหรือ แต่มันเป็นงานของบุรุษเจ้าไปคงช่วยอะไรพวกเขาไม่ได้” พ่อบ้านหลี่มองนางไม่มีสตรีใดชอบไปขุดจู๋สุ่นแต่ทำไมนางจึงอยากไป 

            “ข้าอยากไป ข้าเกิดมาไม่เคยเห็นการขุดจู๋สุ่น อีกอย่างข้าขอพาซูซูไปด้วยพวกเราช่วยแบกจู๋สุ่นกลับมาได้เจ้าค่ะ” หยวนปิงเหยี่ยนยิ้มกว้างดวงตากลมโตเต็มด้วยความมุ่งมั่น แม้ภายในใจจะคิดอีกอย่างหนึ่ง นางต้องการออกไปสำรวจป่าไผ่เพื่อมองหาช่องทางหนีออกจากสำนักแห่งนี้ 

            “แต่เจ้าต้องไป...” พ่อบ้านหลี่กำลังจะกล่าวเตือนแต่ถูกแม่บ้านหลิวนำรายการมาให้เขาดูเสียก่อน เขาจึงหันไปรับรายการอาหารของรองเจ้าสำนักมาอ่าน 

            “พ่อบ้านหลี่ ข้าขอตัวนะเจ้าคะแล้วจะรีบกลับ”  

            “อืมๆ” พ่อบ้านหลี่พยักหน้าพูดเสียงแผ่วเบา หยวนปิงเหยี่ยนไม่รอช้ารีบวิ่งออกไปหาซูซูและคังหลงทันที  

            “อืมๆ ใช้ได้เจ้าปรุงตามนี้ อ้าว! ไปที่ใดเสียแล้วข้ายังพูดไม่จบ คราวนี้ข้าจะบอกไปนายท่านเช่นไร หวังว่าท่านจะไม่โมโหข้าและเจ้านะปิง        เหยี่ยน” พ่อบ้านหลี่เงยหน้าขึ้นมองหาหยวนปิงเหยี่ยนแต่กลับไม่เจอนางแล้ว ทั้งที่เขายังไม่ได้อนุญาตให้นางไปแต่นางกลับวิ่งหนีหายเพียงได้ยินเขาพยักหน้าเห็นด้วยกับรายการอาหารเท่านั้น 

            คังหลงยิ้มกว้างเมื่อเห็นหยวนปิงเหยี่ยนได้ไปขุดจู๋สุ่นกับเขาด้วย เขาส่งตะกร้าสานไม้ไผ่ให้นางสะพายไว้ด้านหลังเช่นเดียวกับซูซูและพวกเขาเพื่อขนจู๋สุ่นที่ขุดได้กลับมายังโรงครัว คังหลงเดินนำพวกนางไปยังด้านหลังของสำนักซึ่งเมื่อมองไปรอบๆ แล้ว สำนักนั้นมีรั้วซึ่งทำจากไม้ไผ่โอบล้อมไว้เพื่อแบ่งอาณาเขต คังหลงเดินไปเปิดประตูไม้ไผ่เล็กๆ ให้พวกนางเดินออกไป  

            “โห! มีแต่ต้นไผ่ สวยงามยิ่ง ลมพัดเย็นสบายด้วย เอ...ที่นี่ไม่มีค่ายกลหรือพี่คังหลง”หยวนปิงเหยี่ยนมองไปโดยรอบแต่ไม่เห็นสิ่งใดผิดปกติ นางกำลังคิดว่าอาจจะหลบหนีออกจากสำนักแห่งนี้ได้โดยใช้เส้นทางด้านหลังสำนัก 

            “บริเวณนี้ไม่มี โน้นเจ้าดูต้นไผ่ที่ถูกป้ายสีแดงเข้าไว้หรือไม่ หลังจากต้นไม้ที่ถูกป้ายสีไว้นั้นล้วนเต็มไปด้วยค่ายกลไม่มีผู้ใดสามารถหลบหลีกไปได้นอกจากศิษย์สำนักแห่งนี้และไม่ใช่ทุกคนจะทำได้ด้วย คนผู้นั้นต้องผ่านการฝึกวิชาจากอาจารย์จ้าวหมิงเสียก่อน” คังหลงพูดยืดยาวขณะที่ลงมือขุดจู๋สุ่น 

            “อืมๆ แล้วมีผู้ใดเคยหลบหนีบ้างไหม” หยวนปิงเหยี่ยนถามพลางเดินเข้าไปใกล้ต้นไม้ที่ถูกป้ายด้วยสีแดงไว้ 

            “เท่าที่ข้ารู้มาไม่เคยมีผู้ใดคิดหนีเพราะสำนักแห่งนี้ดูแลศิษย์และบ่าวรับใช้อย่างดี ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเข้ามาทำงานที่นี่ได้แม้แต่บ่าวรับใช้ยังต้องคัดเลือกเข้ามาทำงาน ปิงเหยี่ยน! เจ้าอย่าเดินเข้าไปใกล้ถอยออกมา ประเดี๋ยวก็ได้ตายก่อนได้กินจู๋สุ่น” คังหลงรีบเดินไปดึงมือนางให้ออกห่างจากบริเวณค่ายกล 

            “ข้าไม่เห็นว่ามันจะมีอะไร” หยวนปิงเหยี่ยนพยายามมองหาอาวุธลับ กับดัก ตาข่าย เพื่อดักทำร้ายแต่นางมองไม่เห็นสิ่งใด 

            “เจ้ารอข้าอยู่ที่นี่ข้าจะแสดงให้เจ้าดู” คังหลงเดินไปหยิบจู๋สุ่น ขนาดใหญ่เท่าท่อนแขนเขาขว้างมันออกไปจู๋สุ่นอันโตไปกระแทกเข้ากับต้นไม้ต้นหนึ่งจากนั้นลูกธนูพุ่งออกมาแทงทะลุจู๋สุ่นร่วงหล่นลงพื้นดินทันที  

            หยวนปิงเหยี่ยนยืนมองตาค้างไม่ต่างไปจากซูซูซึ่งเดินตามหลังคังหลงมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น ทั้งสองต่างยืนอ้าปากค้างตกใจ หยวนปิงเหยี่ยนพยายามมองซ้ายมองขวาเพื่อหาที่ซ่อนของคันธนูแต่ไม่พบเห็นสิ่งใดมองเห็นเพียงต้นไผ่เท่านั้น 

            “เอ่อ...น่ากลัวยิ่ง พี่คังหลงแล้วประตูใดที่ใช้เป็นเส้นทางเข้าออกล่ะ” หยวนปิงเหยี่ยนยังไม่ยอมแพ้ เมื่อนางคิดถึงการถูกอู๋ฉีหลงหลอกให้เดินขึ้นบันไดด้านหน้าสำนักแล้วนางกัดฟันกรอดเพราะยังแค้นเคืองเขาไม่หาย 

            “นั่นด้านนั้นเจ้าเห็นประตูไม้ไผ่บานใหญ่ด้านข้างนั่นไหมมีศาลาไม้ไผ่หลังโตสร้างอยู่ข้างๆ ประตูด้านนั้นคือประตูที่ใช้เข้าออกสำนัก แต่เมื่อเปิดประตูออกไปแล้วพวกข้าไม่รู้ว่ามันเป็นเช่นไรเพราะเมื่อที่ต้องออกจากสำนักพวกเราจะถูกปิดตาไว้จนไปจนถึงถนนด้านล่าง” 

            “อืมๆ ที่นี่ดูเหมือนจะดีทุกอย่างเสียอย่างเดียวคือการขาดอิสรภาพในการเข้าออกสำนัก ข้าว่ามันเหมือนกับนกน้อยที่อาศัยในกรงทองที่เหมือนจะสุขสบายแต่ก็ไม่สบาย” หยวนปิงเหยี่ยนพูดแผ่วเบาอยู่คนเดียวเมื่อกลับมายืนดูคังหลงขุดหน่อไม้ 

 

          ณ เรือนใหญ่ 

            ปลายยามเฉิน (07:00-08:59) บุรุษร่างสูงกำลังเดินไปเดินมามองดูประตูเรือนใหญ่อย่างกระวนกระวาย สาวใช้ต่างทยอยกันเข้ามาทำความสะอาดภายในเรือนใหญ่แต่กลับไม่มีสาวใช้ตัวดีของเขา อู๋ฉีหลงเดินไปเดินมาอยู่สองเค่อ (สามสิบนาที) จนเขาใกล้จะสูญสิ้นความอดทนเมื่อเห็นว่ายังไม่เห็นแม้แต่เงาของหยวนปิงเหยี่ยน 

            “พ่อบ้านหลี่!” อู๋ฉีหลงเหลือบเห็นพ่อบ้านหลี่เดินมากับห้วนหยงและสาวใช้จำนวนหนึ่งกำลังขึ้นมาเรือนใหญ่จึงตะโกนเรียกชื่อเขาดังลั่น 

            “ขอรับนายท่านมีอะไรให้ข้ารับใช้” พ่อบ้านหลี่รีบวิ่งเข้าไปภายในเรือนใหญ่ทันที  

            “ปิงเหยี่ยนอยู่ที่ใด นี่มันเลยเวลาที่นางต้องมาเรือนใหญ่แล้วทำไมยังไม่มา” อู๋ฉีหลงถามเสียงเหี้ยม 

            “เอ่อ...ต้องขออภัยท่าน ผิดที่ข้าเองไม่ได้มาแจ้งท่านว่านางขออนุญาตออกไปขุดจู๋สุ่นขอรับ” พ่อบ้านหลี่รีบตอบเขามัวแต่ยุ่งเรื่องการจัดอาหารและห้องให้กับรองเจ้าสำนักจึงไม่ได้มารายงานเรื่องปิงเหยี่ยน เขาคิดว่าอาจไม่เป็นไรเพราะนางเป็นเพียงสาวใช้และมาทำความสะอาดอยู่ยังเรือนใหญ่ไม่ได้ต้องให้นางมารายงานตัวหรือรับใช้ท่านเจ้าสำนัก 

            “ไปขุดจู๋สุ่น! ขุดจู๋สุ่น!  นางคงลืมไปแล้วว่านางต้องมารับใช้ข้าที่เรือนใหญ่” อู๋ฉีหลงทวนคำตอบของพ่อบ้านหลงกำหมัดแน่นเดินไปเดินมาเพื่อระบายอารมณ์เดือดดาลที่นางกล้าขัดคำสั่งเขาไปขุดจู๋สุ่น 

            “นายท่านอย่าเพิ่งโกรธไป นางไปไม่นานอีกอย่างนางไม่ได้ไปคนเดียวนางไปกับซูซู คังหลงและบ่าวรับใช้อีกสองคน นางคงไม่ได้รับอันตรายใดๆ” ห้วนหยงถือโอกาสช่วยพ่อบ้านหลี่ ไม่อยากทำให้ผู้เป็นเจ้าสำนักต้องโกรธเคืองแต่กลับต้องหายใจติดขัดเมื่อผู้เป็นนายกำลังปล่อยไอสังหารออกมา 

            “ออกไปกับคังหลงและบ่าวรับใช้รึ หึ! คังหลง! คังหลง!” อู๋ฉีหลงเดินไปเดินมากัดฟันกรอดเอ่ยชื่อบ่าวรับใช้ผู้ที่มักลอบมองหยวนปิงเหยี่ยน 

            “นายท่านได้โปรดเมตตาข้าน้อยด้วย ข้าจะส่งคนไปตามนางทันที” พ่อบ้านหลี่กล่าวตะกุกตะกักรีบขอความเมตตาให้อู๋ฉีหลงลดไอสังหารลง ไม่เช่นนั้นเขาอาจกระอักเลือดตายได้ 

            “ไปตามนางมาหาข้าที่ห้องทำงาน!” อู๋ฉีหลงสะบัดปลายชุดเดินหายไปทันที 

            “เฮ้อ! ข้าเกือบตาย” พ่อบ้านหลี่ผ่อนลมหายใจทันที 

            “นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมนายท่านต้องโมโหนางถึงขั้นนี้ด้วย แล้วนี่นางจะรอดไหมปล่อยไอสังหารมาเสียมากมาย นางกลับมาคงได้กระอักเลือดตาย เฮ้อ!” ห้วนหยงสบตากับพ่อบ้านหลี่ 

            “เชื่อข้า ปิงเหยี่ยนไม่ตายแต่อาจเป็นข้าที่ตายก่อนนางหากข้ายังตามนางกลับมาไม่ได้” พ่อบ้านหลี่รีบวิ่งออกไปจากเรือนใหญ่ทันที 

 

            หยวนปิงเหยี่ยนและบ่าวรับใช้เดินกลับมาพร้อมกับจู๋สุ่นจำนวนมากทั้งหมดมุ่งตรงไปยังโรงครัวเพื่อไปส่งจู๋สุ่นที่ขุดได้ให้แม่บ้านหลิวเพื่อปรุงอาหารในมื้อถัดไป 

            “ซูซู ข้าเหนื่อยมาก ขอน้ำหน่อยข้าไม่เคยแบกจู๋สุ่นใหญ่ขนาดนี้มาก่อนหลังข้าแทบหัก” หยวนปิงเหยี่ยนนั่งลงรีบปลดตะกร้าสานไม้ไผ่ออกจากแผ่นหลังบาง 

            “ปิงเหยี่ยนเจ้าพูดใหม่ซิ นี่อ่ะนะจู๋สุ่นใหญ่ที่ทำเจ้าเหน็ดเหนื่อย” ซูซูล้วงไปหยิบจู๋สุ่นขนาดเท่าแขนเด็กห้าหนาวชูขึ้น 

            “เอ่อ... มันใหญ่สำหรับข้าแล้ว” หยวนปิงเหยี่ยนมองไปยังตะกร้าของผู้อื่นซึ่งอัดแน่นไปด้วยจู๋สุ่นแต่ไม่มีผู้ใดบ่นเช่นนาง หยวนปิงเหยี่ยนยิ้มหน้าเจื่อนรีบรับน้ำจากซูซูมาดื่มทันที 

            “ปิงเหยี่ยนขอบใจนะที่เจ้าไปช่วยข้า” คังหลงยิ้มอบอุ่นมองจู๋สุ่นอันน้อยนิดที่นางช่วยเขาแบกใส่หลังมา 

            “ไม่เป็นไรไว้โอกาสหน้าเราไปกันอีกนะซูซู” หยวนปิงเหยี่ยนหันมายิ้มชวนซูซูซึ่งนั่งเหนื่อยหอบดื่มน้ำไปสองกา พลันตกใจที่นางอยากไปขุดจู๋ สุ่นอีก 

            “เอานี่ข้าให้ผลเถาจึ (ลูกท้อ) แม่ครัวหลิวให้ข้ามารสชาติดีมาก ข้าไปก่อนนะยังมีงานต้องทำที่เรือนฝึกวิชา” คังหลงยิ้มเขินส่งผลเถาจึให้ หยวนปิงเหยี่ยนซึ่งพยักหน้าขอบคุณยิ้มกว้างให้คังหลง 

            “ซูซูข้าอยากกินแล้ว เจ้าช่วยข้าปอกมันได้ไหมคือ ข้าปอกไม่เป็น” หยวนปิงเหยี่ยนหันไปยิ้มอ้อนวอนซูซู 

            “ได้ๆ ข้าจะไปถามแม่บ้านหลิวด้วยว่ามีอีกหรือไม่ข้าอยากินด้วย ข้าออกแรงไปมากเกรงน้ำหนักข้ามันจะหายไป”  

            ซูซูเดินออกมาจากห้องครัวพร้อมด้วยจานใส่ผลเถาจึที่แม่ครัวหลิวใจดีให้ซูซูทานด้วยอีกหนึ่งลูก หยวนปิงเหยี่ยนไม่รอช้าหยิบขึ้นมาทานทันที 

            “หืม! อร่อยมากซูซู” หยวนปิงเหยี่ยนหลับตาพริ้มยามที่นางเคี้ยวผลเถาจึ หวานฉ่ำชื่นใจเสียจริงนางรีบหยิบทานไปอีกสองชิ้นหลับตาทุกครั้งยามที่กัดเคี้ยวความหอมหวานพุ่งกระจายอยู่ในโพรงปากของนาง กำลังจะหยิบชิ้นที่ห้าขึ้นมาทานพลันต้องอ้าปากค้างเมื่อพ่อบ้านหลี่วิ่งหน้าตาตื่นพร้อมทั้งตะโกนเรียกชื่อนาง 

            “ปิงเหยี่ยนเจ้าตามข้าไปเรือนใหญ่เดี๋ยวนี้ ท่านเจ้าสำนักต้องการพบเจ้า เร็วเข้า!” พ่อบ้านหลี่รบเร้านางให้ลุกขึ้นแล้วรีบตามเขาไป 

            “พ่อบ้านหลี่เกิดอะไรขึ้น ร้ายแรงหรือไม่ ขอข้าทานผลเถาจึให้หมดก่อนได้ไหม ข้ากำลังอร่อยอยู่เชียว ท่านทานกับข้าไหมหวานฉ่ำหอมชื่นใจมาก” หยวนปิงเหยี่ยนเคี้ยวชิ้นที่ห้าหลับตาพริ้มดุจดั่งกำลังได้ทานผลไม้จากสรวงสวรรค์ทั้งที่พญายมจากนรกกำลังรอนางอยู่ 

            “ไม่ได้ลุกมาเดี๋ยวนี้ นายท่านกำลังโมโหที่เจ้าไปขุดจู๋สุ่นไม่ได้ไปรับใช้ท่านน่ะสิ เร็วเข้าประเดี๋ยวได้ถูกฆ่าตายกันหมด” พ่อบ้านหลี่รบเร้านางให้เร่งลุกขึ้น 

            “อะไรกันทำไมต้องโกรธด้วยแค่ไปขุดจู๋สุ่น พ่อบ้านหลี่ท่านรอข้าเพียงครู่เดียว” หยวนปิงเหยี่ยนยกจานใส่ผลเถาจึเดินหายไปในห้องครัวจากนั้นนางเดินตามไม่ใช่สินางวิ่งตามพ่อบ้านหลี่ไปจนถึงเรือนใหญ่ หยวนปิงเหยี่ยนยืนจับหน้าอกหายใจเหนื่อยหอบอยู่หน้าห้องทำงานของอู๋ฉีหลง 

            “พ่อบ้านหลี่รอสักประเดี๋ยวข้าหายใจไม่ทัน ท่านวิ่งเร็วมาก” หยวนปิงเหยี่ยนยืนปาดเหงื่อพยายามรีบสูดอากาศเข้าปอด 

            “เข้ามา! ข้าบอกให้เข้ามา!” เสียงเหี้ยมของพญายมตวาดลั่นสั่งผู้ที่ยืนอยู่นอกห้องให้รีบเปิดประตูเข้าไป 

            พ่อบ้านหลี่ใบหน้าซีดเผือดเช่นเดียวกับหยวนปิงเหยี่ยนเมื่อนางสัมผัสได้ถึงไอปีศาจไม่ใช่สิไอสังหารที่แผ่ขยายออกมายังหน้าประตูห้องทำงาน ทั้งสองต่างสบตาเห็นใจซึ่งกันและกันหันไปเปิดประตูสู่ขุมนรกพร้อมกัน 

************************************* 

มีอีบุ๊คนะคะ 

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMzMxMzc5NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjEzNzE3MCI7fQ

ความคิดเห็น