email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ออดอ้อน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 173

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ย. 2563 11:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ออดอ้อน
แบบอักษร

หยวนปิงเหยี่ยนขยับกายขนตางอนยาวหนาเป็นแพขยับเล็กน้อย มือเรียวเอื้อมขึ้นมาจับยังขมับ เสียงครางบ่งบอกถึงความปวดเมื่อยดังขึ้นแผ่วเบา นางค่อยๆ ยันกายขึ้นนั่งมองไปรอบๆ ห้องที่ไม่คุ้นเคย พลันคิดสงสัยว่าที่นี่คือที่ใดเมื่อครู่นางกวาดเศษใบไม้ยังลานด้านหน้าเรือนฝึกวิชาแล้วทุกอย่างกลับมืดสนิท 

            “ปิงเหยี่ยนเป็นเช่นไรบ้าง เมื่อครู่เจ้าเป็นลมไปอากาศคงจะร้อนมาก นายท่านอุ้มเจ้ามานอนพักที่นี่” พ่อบ้านหลี่เดินยิ้มกว้างเข้ามา 

            “ข้าเป็นลม อืม...ขอบคุณท่านมากที่ท่านช่วยข้า เอ่อ...ข้าคงต้องลุกแล้วเป็นสาวใช้มานอนอู้งานเช่นนี้คงไม่เหมาะ อีกอย่างข้าคงต้องไปกวาดเศษใบไม้ให้เสร็จไม่เช่นนั้นนายท่านคงได้ลงโทษข้าอีก” หยวนปิง     เหยี่ยนลุกขึ้นอย่างรวดเร็วร่างนางเซล้มลงไปยังพื้นห้อง เสียงร้องลั่นด้วยความตกใจของพ่อบ้านหลี่ประสานเสียงกับเสียงแหลมของหยวนปิงเหยี่ยนดังออกไปนอกห้องจนบุรุษร่างสูงซึ่งยืนสั่งงานอยู่กับห้วนหยงต้องรีบวิ่งเข้ามาในห้อง 

            “เกิดอะไรขึ้น ทำไมเจ้าจึงลงไปนั่งอยู่บนพื้น พ่อบ้านหลี่ทำไมท่านจึงไม่ช่วยยกตัวนางขึ้นมา” อู๋ฉีหลงตกใจรีบเข้าไปนั่งประคองตัวของหยวนปิงเหยี่ยน แววตาเหี้ยมมองไปยังพ่อบ้านหลี่ซึ่งยืนยิ้มหน้าเจื่อน 

            “นายท่านสั่งไม่ให้ข้าแตะเนื้อต้องตัวนาง” พ่อบ้านหลี่ยิ้มเขาทำตามคำสั่งทุกประการเขาผิดตรงไหน 

            “หึ!” อู๋ฉีหลงสบถสะบัดหน้ามามองมือเล็กๆ ที่กำลังกระตุกอกเสื้อของเขา 

            “นายท่าน ท่านอย่าไปดุพ่อบ้านหลี่เขาทำตามคำสั่งท่าน ผิดที่ข้าเองที่รีบลุกจนเกินไป ข้า ข้า เอ่อ...” หยวนปิงเหยี่ยนมองอู๋ฉีหลงด้วยแววตาใสซื่อ เปลือกตากะพริบถี่เป็นจังหวะเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ 

            “ทำไมหรือเจ้าบาดเจ็บที่ใด” อู๋ฉีหลงหัวใจไหววูบเมื่อเห็นแววตาของนาง ก้มลงมองสำรวจร่างนางว่าบาดเจ็บที่ใด 

            “ท่านอย่าให้ข้าไปทำงานท่ามกลางแสงแดดได้ไหมเจ้าคะ ข้าเป็นขอทานก็จริงแต่ข้ามักนั่งขอทานใต้ร่มเงาต้นไม้ใต้ชายคาบ้านเรือน” หยวนปิงเหยี่ยนจับอกเสื้อเขย่าแต่พองามแต่ไม่ลืมบีบน้ำตามองอู๋ฉีหลงคล้ายเด็กน้อยที่กำลังจะร้องไห้ 

            “ได้ เจ้าอย่าร้องไห้ข้ารำคาญยิ่งสตรีขี้แย” อู๋ฉีหลงรีบตอบตกลงปากบอกรำคาญแต่ใจนั้นไม่อยากเห็นน้ำตาของนางต่างหากเล่า 

            “ขอบคุณเจ้าค่ะ อีกอย่างหนึ่ง ข้า ข้า ลุกขึ้นไม่ไหวข้าเวียนหัวตาลายมากเจ้าค่ะ” หยวนปิงเหยี่ยนซบหน้ายังอกของอู๋ฉีหลง หัวใจบุรุษพลันไหววูบ 

            “เฮ้อ!” อู๋ฉีหลงประคองโอบไหล่รั้งร่างนางให้ลุกขึ้นยืน 

            “นายท่าน ข้าเดินไม่ไหว ข้า เอ่อ... ข้า...” หยวนปิงเหยี่ยนเงยหน้าสบตาเขา นางเม้มปากเล็กน้อยดวงตายังคงแดงระเรื่อ 

            “ว่ามาเจ้าทำไมอีก” อู๋ฉีหลงเริ่มจะรู้ทันนางแต่ยอมรับฟังนางเพราะแพ้สายตาและน้ำเสียงออดอ้อนของนาง 

            “ข้าหิวข้าว” หยวนปิงเหยี่ยนตอบยิ้มเขิน 

            “เฮ้อ! พ่อบ้านหลี่ท่านไปสั่งสาวใช้นำอาหารมาให้นางที่ห้องนี้” อู๋ฉีหลงหันไปสั่งพ่อบ้านซึ่งยืนยิ้มกรุ้มกริ่มมองผู้เป็นนายกำลังแพ้ทางสาวใช้หน้าหวาน  

            อู๋ฉีหลงโอบเอวบางไปนั่งยังโต๊ะกลางห้อง หยวนปิงเหยี่ยนลอบยิ้มเดินแอบอิงร่างแกร่งไปนั่งอย่างอ่อนแรง นางไม่ได้เหนื่อยมากแต่เมื่อเล่นแผนนี้แล้วได้ผลนางจึงไปต่อปล่อยเลยตามเลยอย่างน้อยเจ้าสำนักผู้นี้ก็ไม่ได้ใจร้ายกับนาง 

            “นายท่าน ขอบคุณท่านมากที่พาข้ามานอนพักที่นี่” หยวนปิง       เหยี่ยนยิ้มขอบคุณ 

            “ข้าไม่อยากให้เจ้าต้องล้มป่วย คงได้สิ้นเปลืองค่าหมอค่ายาทั้งที่ยังใช้หนี้ไม่หมด”อู๋ฉีหลงตอบเสียงเรียบไม่อยากให้นางคิดว่าเขานั้นใจดีอย่างที่นางกำลังคิด 

            ‘ชิ! ที่แท้ก็งกนี่เอง’ หยวนปิงเหยี่ยนคิดในใจแม้ว่าริมฝีปากนางจะแย้มยิ้มอย่างไม่ได้รู้สึกขุ่นเคือง 

            สาวใช้นำอาหารมาจัดวางบนโต๊ะ หยวนปิงเหยี่ยนประสานมือบวมแดงทั้งสองข้างไว้กลางอก มองอาหารหน้าตาน่าทานวางลงบนโต๊ะแทบจะรอที่จะคีบกินไม่ไหว ดวงตากลมโตมองอาหารพลางเลียริมฝีปาก อู๋ฉีหลงมองใบหน้าหวานและดวงตากลมโตเขายกยิ้มมุมปากเมื่อคิดถึงสิ่งที่เขาจะกระทำ 

            หยวนปิงเหยี่ยนกำลังจะคีบเนื้อไก่ย่างชิ้นโตแต่ถูกเสียงกระแอ่มกระไอดังขึ้นจนนางต้องเงยหน้ามองเขา 

            “อะแฮ่ม! เป็นสาวใช้ทำไมจึงได้กินอาหารพวกนี้ เจ้ากินเพียงเท่านี้” อู๋ฉีหลงยิ้มยกมุมปาก เขายกจานไก่ย่างออกไป น้ำแกงหมูต้มกับสมุนไพร เต้าหู้ทรงเครื่อง หยวนปิงเหยี่ยนมองตามอาหารรสเลิศที่เขายกใส่ถาดให้สาวใช้นำกลับไปอย่างอาลัยอาวรณ์ 

            “เป็นสาวใช้อีกทั้งเป็นลูกหนี้เจ้าทานเพียงเท่านี้น่าจะพอ ตัวก็เล็กแห้งเหี่ยวต้องทานข้าวให้มากๆ” อู๋ฉีหลงชี้ไปยังผัดผัก ไข่ทอดและข้าวถ้วยโต 

            “ข้าตัวเล็กแต่ข้าไม่ได้แห้งเหี่ยวนะ” หยวนปิงเหยี่ยนปวดจี๊ดเมื่อได้ยินว่าอู๋ฉีหลงหาว่านางนั้นแห้งเหี่ยวทั้งที่ไม่เคยเห็นทรวดทรงองค์เอวของนางว่าอันที่จริงซ่อนรูปไว้ทั้งนั้น  

            “อย่างนั้นหรือไม่ได้แห้งเหี่ยวหรือ” อู๋ฉีหลงยิ้มกรุ้มกริ่มมองสำรวจรูปร่างของนาง เขารู้ว่ามันไม่ได้แห้งเหี่ยวยามที่ก้อนกลมๆ นั่นแนบชิดอกเขามันทำให้เขาปั่นป่วนท้องน้อยทุกครั้ง 

            “หึ! งกแล้วยังลามก” หยวนปิงเหยี่ยนคีบข้าวเข้าปากคำโตก้มหน้าก้มตากินไม่ได้เงยหน้ามองอู๋ฉีหลงหรือต่อปากต่อคำกับเขาอีก 

            ‘หึ! ตะกละเสียจริง’ อู๋ฉีหลงคิดมองดูนางกินข้าวจนหมดถ้วยอาหารทั้งสองอย่างไม่มีเหลือเช่นกัน 

            “ขอบคุณเจ้าค่ะนายท่านสำหรับอาหารรสเลิศ ข้าขอตัวไปทำงานใช้หนี้ก่อนนะเจ้าคะ”หยวนปิงเหยี่ยนลุกขึ้นยืนยิ้มหวาน 

            “ดี อย่าทำข้าวของเสียหายอีกล่ะ” อู๋ฉีหลงรีบตะโกนร้องบอก 

            “เจ้าค่ะ” หยวนปิงเหยี่ยนหันมายิ้มให้แต่เมื่อนางหันหลังกลับใบหน้ายิ้มหวานเปลี่ยนเป็นเบ้ปากใส่ทันที 

            อู๋ฉีหลงนั่งยิ้มมองถ้วยข้าวที่ไม่มีอาหารใดๆ หลงเหลือติดอยู่ เขารู้สึกสบายใจยิ่งที่ได้กลั่นแกล้งนางได้เห็นแววตาที่ซุกซนและไม่พอใจยามที่เขาขัดใจนาง  

            “นายท่านอ้ายเฟยมาแล้วขอรับ” ห้วนหยงเข้ามารายงาน 

            “อืม ให้เขาไปรอข้าด้านนอก ศิษย์คนอื่นๆ ล่ะ” 

            “พร้อมรออยู่ด้านหน้าแล้วขอรับ” 

            “อืม ประเดี๋ยวข้าออกไป” อู๋ฉีหลงโบกมือไล่ห้วนหยง 

            วันนี้อู๋ฉีหลงวางแผนจะนำกำลังออกไปค้นหาป้ายหยกสีเลือดนั่นอีกครั้งและหาร่องรอยอื่นๆ ที่อาจเชื่อมโยงไปถึงมือที่สามที่อาจเป็นผู้ขโมยป้ายหยกสีเลือดไป 

            หยวนปิงเหยี่ยนเดินออกจากห้องพักของอู๋ฉีหลงไปยังห้องรับรองเรือนฝึกวิชา นางเดินผ่านศิษย์สำนักซึ่งกำลังฝึกการใช้กระบี่อยู่ด้านข้างเรือน นางยืนมองอยู่ครู่หนึ่งรู้สึกตื่นเต้นและชื่นชมพวกเขายิ่ง นางเคยฝึกแต่ไม่ได้เก่งกาจแค่หลับตาฟาดฟันไปอย่างไร้จุดหมาย 

            “ปิงเหยี่ยน เจ้าเป็นเช่นไรบ้าง ข้ารู้มาว่าเจ้าเป็นลม” ห้วนหยางเข้ามาถามไถ่อย่างเป็นห่วง สาวใช้ผู้นี่น่าจะสำคัญต่อผู้เป็นนายไม่น้อยไม่เช่นนั้นคงไม่รีบไปอุ้มนางพาเข้าไปพักในห้องของเขา ขนาดสาวใช้ที่เข้าไปทำความสะอาดยังเลือกแล้วเลือกอีกเพราะผู้เป็นนายไม่ชอบให้สตรีเข้ามาวุ่นวาย 

            “ข้าไม่เป็นไรแล้ว พวกท่านจะไปที่ใดกันหรือ” หยวนปิงเหยี่ยนถามเมื่อเห็นว่ามีศิษย์สำนักหลายคนกำลังยืนอยู่ยังด้านหลังเขา นางยิ้มและโบกมือทักทายเมื่อบุรุษเหล่านั้นซึ่งกำลังยิ้มให้นาง 

            “ออกไปด้านนอกน่ะ ไปสืบหาของในกล่องไม้น่ะ เจ้าสำนักโมโหมากที่บัดนี้ยังหาไม่เจอ นายท่านอยากจะจับหัวขโมยผู้นั้นให้ได้แล้วจับมันตัดมือทั้งสองข้างทิ้งไปเสีย” ห้วนหยางพูดพลางทำท่าทางยกกระบี่ขึ้นมาฟาดฟัน 

            “เอ่อ...นายท่านช่างน่ากลัวยิ่ง ข้าขอตัวก่อนยังมีงานรออยู่อีกมาก” หยวนปิงเหยี่ยนกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากรีบขอตัวออกไปทำงานเกรงว่าอยู่นานอาจจะนำไปคิดจนฝันร้าย 

            หยวนปิงเหยี่ยนเดินเข้าไปภายในเรือนขบคิดเรื่องหยกสีเลือดที่นางแอบหยิบมาไม่คาดคิดว่ามันจะมีความสำคัญยิ่ง หยกสีเลือดนี้เป็นของผู้ใดกันหรือว่าเป็นของอู๋ฉีหลงเจ้าสำนักแห่งนี้ แต่นางจำได้ว่าศิษย์ผู้นั้นไม่ได้ยอมยกให้เขาง่ายๆ เช่นกัน หรือทั้งสองสำนักอาจจะขโมยมาก็เป็นได้ 

            “ปิงเหยี่ยนเจ้ามาแล้ว” ซูซูร้องเรียกด้วยความดีใจเมื่อเห็นว่าหยวนปิงเหยี่ยนกลับมาแล้ว 

            “อุ๊ย! ซูซูข้าตกใจหมดเลย” หยวนปิงเหยี่ยนสะดุ้งรีบหันไปมองตามเสียงเรียก 

            “เจ้าเป็นเช่นไรบ้าง เขาลือกันว่านายท่านอุ้มเจ้าไปยังห้องพักของท่านเอง นายท่านคงเอ็นดูเจ้ามาก” ซูซูยิ้มกว้างกระแซะตัวนางจนเซเพราะเรือนร่างอันอวบอ้วนของนาง 

            “แฮะๆ เอ่อ มีอะไรให้ข้าทำอีกบ้าง” หยวนปิงเหยี่ยนรีบเปลี่ยนเรื่อง ทำงานดีกว่าไม่อยากต้องคิดถึงบุรุษร่างโตจอมตระหนี่นั่น นางยังคงแค้นใจที่เขาหยิบจานไก่ย่างออกไปจากโต๊ะอาหาร ไหนจะน้ำแกงหมูร้อนๆ นั่นอีก ยิ่งคิดแล้วยิ่งเจ็บใจ 

            ซูซูเดินนำนางเข้าไปยังห้องรับรองก่อนที่นางจะขอไปหยิบผ้าสีขาวมาเพิ่มเพื่อไว้เช็ดฝุ่น หยวนปิงเหยี่ยนมองดูห้องรับรองแขกของเรือนฝึกวิชาซึ่งมีข้าวของราคาแพงถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบและสวยงาม นางมองเห็นแจกันลายมังกรสีทองสามใบวางเรียงกันบนโต๊ะอย่างงดงาม ภายในแจกันใบหนึ่งมีหยากไย่บริเวณขอบแจกันด้านในนางจึงหยิบแจกันลายมังกรขึ้นมาถูๆ เช็ดๆ  

            “เจ้าเป็นสาวใช้คนใหม่หรือ” เสียงแหบแห้งถามมองมายังนาง 

            “เจ้าค่ะ ข้าน้อยชื่อ ‘ปิงเหยี่ยน’” หยวนปิงเหยี่ยนเงยหน้าขึ้นมองบุรุษสูงวัยเรือนผมเป็นสีขาวโพลนกำลังยิ้มละมุนให้นาง 

            “อืม ข้าเป็นอาจารย์สอนวิชาอยู่ที่นี่ ชื่อ ‘จ้าวหมิง’ ไม่คาดคิดอู๋ฉีหลงจะรับเจ้ามาเป็นสาวใช้ฮ่าๆ ลำบากเจ้าแล้ว” บุรุษผมสีขาวหัวเราะมองหยวนปิงเหยี่ยนอย่างเอ็นดู เขามองสำรวจสาวใช้ที่ดูยังไงก็ไม่เหมือนสาวใช้  

            “คำนับอาจารย์จ้าวหมิงเจ้าค่ะ ท่านสอนวิชาอะไรหรือเจ้าคะ”  หยวนปิงเหยี่ยนยิ้มกว้างรู้สึกถูกชะตาอาจารย์ผู้นี้ยิ่ง 

            “ข้าไม่ได้สอนวิชาการต่อสู้ ข้าสอนการฝึกจิตให้มั่น หากเจ้ามีสมาธิแล้วเจ้าเพียงหลับตาเจ้าก็สามารถฟังเสียงของศัตรูได้ อยากเรียนหรือไม่ ข้าสอนมามากแต่มีไม่กี่คนที่สามารถสอบผ่านได้และสามารถออกจากที่นี่โดยที่ค่ายกลไม่สามารถทำอันตรายได้” อาจารย์จ้าวหมิงมองหยวนปิงเหยี่ยนรู้สึกถูกชะตา นางดูฉลาดและมีไหวพริบดี 

            “อยากเจ้าค่ะ ข้าอยากเรียน” หยวนปิงเหยี่ยนรีบตกลงทันทีเมื่อกล่าวถึงการออกจากสำนักแห่งนี้ 

            “อืมแล้วข้าจะไปขออู๋ฉีหลงให้” อาจารย์จ้าวหมิงยิ้มเดินลูบเคราสีขาวออกไป 

            หยวนปิงเหยี่ยนหัวเราะในลำคอ หากนางเรียนวิชานี้สำเร็จนางจะสามารถออกจากสำนักนี้ได้ นางอาจหายตัวหรือไปที่ใดที่นางอยากไปได้ หากกลับไปอยู่เรือนของนาง การหนีออกจากเรือนเพื่อไปเที่ยวเล่นด้านนอกนั้นคงจะง่ายดายขึ้น 

            “หึๆ หึๆ เอ่อ...ว่าแต่ต้องเรียนนานเท่าใดเจ้าคะ” หยวนปิงเหยี่ยนเพิ่งจะคิดได้ว่าตนเองจะอยู่ที่นี่อีกสองวันแล้วนางจะได้เรียนตอนไหน แล้วต้องเรียนนานเท่าใดแต่เมื่อนางหันกลับไป อาจารย์จ้าวหมิงนั้นเดินหายไปเสียแล้ว 

            “เฮ้อ! พรุ่งนี้คงต้องถามให้ได้ความ”  

            “ปิงเหยี่ยน!” เสียงแหลมบาดหูตะโกนเรียกชื่อนางจนหยวนปิง     เหยี่ยนต้องรีบหันหลังกลับไปมอง จิ่นลี่และลูกสมุนสาวใช้เดินใบหน้าบูดเบี้ยวมาหานาง 

            “พี่จิ่นลี่มีอะไรหรือ เรียกข้าเสียเสียงดัง” หยวนปิงเหยี่ยนถามทันทีที่จิ่นลี่เดินมาหยุดตรงหน้า 

            “เจ้านี่มารยายิ่งแกล้งเป็นลมไปยั่วยวนนายท่านรึ” จิ่นลี่เปิดฉากใส่วาจาว่าร้าย 

            “ข้าไม่ได้แกล้งนะ ข้าเป็นลมจริงๆ” หยวนปิงเหยี่ยนโต้แย้ง นางเป็นลมจริงๆ ไม่ได้เสแสร้งคิดจะใช้มารยาดั่งที่จิ่นลี่กำลังกล่าวหา 

            “เจ้าอย่ามาโกหก พี่จิ่นลี่นางคงคิดอยากจะขึ้นเตียงกับนายท่าน” สาวใช้มีไฝตรงริมฝีปากตะโกนผ่านหลังของจิ่นลี่ 

            “เจ้าอย่าคิดไม่ซื่อกับนายท่าน ไม่เช่นนั้นข้าจะจัดการเจ้าแน่ ปิง   เหยี่ยน” จิ่นลี่ยืนยิ้มเหยียดข่มขู่นาง 

            “...” หยวนปิงเหยี่ยนยืนมองพวกนางนิ่ง นางไม่อยากโต้เถียงเพราะดูเหมือนว่าพวกนางไม่ได้ฟังความแม้แต่น้อย 

            “หึ! นายท่านน่ะมีคนรักอยู่แล้ว อีกไม่กี่วันคุณหนูหยางกุ้ยฮวาจะกลับมาแล้ว สาวใช้อย่างเจ้าน่ะสู้นางไม่ได้อย่าคิดใฝ่สูง ชิ!” จิ่นลี่ยิ้มเหยียดชี้หน้าตะคอกใส่หยวนปิงเหยี่ยน 

            “...” หยวนปิงเหยี่ยนพยายามระงับอารมณ์นางไม่ได้โกรธหรือเสียใจที่อู๋ฉีหลงมีคนรักหรือจะมีภรรยาแต่นางกำลังโมโหเป็นอย่างมากที่จิ่นลี่กำลังชี้หน้าด่าว่านางใฝ่สูง หยวนปิงเหยี่ยนกำลังนับหนึ่งถึงสิบ 

            “หึ! ไม่กล้าเถียงล่ะสิ จำเอาไว้สาวใช้ก็คือสาวใช้” จิ่นลี่สะบัดหน้าหันหลังพร้อมด้วยลูกสมุนทั้งสามที่พร้อมใจกันสะบัดหน้าเช่นเดียวกับจิ่นลี่เดินหายออกไป 

            “ชิ! ใครสน ทำอย่างกับหวงไว้ให้ตัวเองเสียมากกว่าหวงไว้ให้คุณหนูอะไรนั่น ชิ!”หยวนปิงเหยี่ยนเบ้ปากใส่ นางไม่ได้สนใจว่าอู๋ฉีหลงจะคู่ใครชอบใครแต่งกับใคร เป้าหมายของนางคือต้องออกไปจากที่นี่และเดินทางไปอำเภอตงไปหาพี่จางหลิงเฮ่อเท่านั้น 

            “ปิงเหยี่ยน!” เสียงทรงพลังของซูซูเรียกขานชื่อ จนหยวนปิงเหยี่ยนสะดุ้งตกใจหลุดจากภวังค์ 

            เพล้ง!!!  

            “ตายแน่ๆ คราวนี้แจกันมังกรทอง สวรรค์ชาตินี้ข้าจะใช้หนี้หมดไหม” หยวนปิงเหยี่ยนนั่งลงอย่างหมดแรงมองเศษกระเบื้องแตกกระจายเต็มพื้นเรือนพร้อมด้วยเสียงฝีเท้าเดินย่ำเท้ามายังนาง  

****************************************** 

มีอีบุ๊คนะคะ 

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMzMxMzc5NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjEzNzE3MCI7fQ

ความคิดเห็น