email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : หลอกใช้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 164

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 พ.ย. 2563 21:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หลอกใช้
แบบอักษร

อู๋ฉีหลงยืนมองหยวนปิงเหยี่ยนเดินหายไปยังโรงครัวแม้จะไม่ชอบใจที่ศิษย์สำนักดูจะชอบนางแต่เขาไม่สามารถไปว่ากล่าวอะไรได้ เขามีเรื่องให้ต้องคิดและทำอีกมากมาย 

            “ดูเป็นมิตรเสียจริง หึ!” 

            อู๋ฉีหลงเดินกลับมายังเรือนใหญ่ครุ่นคิดถึงเหตุการณ์การต่อสู้ของสำนักหูหลี เขาสืบทราบจากสายข่าวว่าศิษย์สำนักนั้นได้เดินทางไปขโมยป้ายหยกสีเลือดมาจากร้านผลิตเครื่องประดับชื่อดังของเมืองหลวงซึ่งทางวังหลวงได้ซื้อหยกสีเลือดและสั่งทำป้ายมังกรเพื่อจะมอบให้กับผู้ที่จะได้ตำแหน่งองค์รัชทายาทแต่กลับถูกขโมยไปเสียก่อน ศิษย์สำนักหูหลีถึงกับยอมตายแต่ไม่ยอมบอกที่ซ่อน  

            “พวกมันขโมยไปให้ผู้ใดและเพื่ออะไร ปกติแล้วพรรคหูหลีมิได้ยุ่งเกี่ยวราชสำนัก”อู๋ฉีหลงพูดพลางตะโกนสั่งให้อ้ายเฟยเข้ามาภายในห้อง 

            “เข้ามา ได้ความว่าเช่นไรบ้าง อ้ายเฟย” อู๋ฉีหลงรีบถามศิษย์มือขวาของเขาทันทีเมื่อรู้ว่าเขาเดินทางกลับมาจากการสืบหาป้ายหยกสีเลือดนั่น 

            “เรียนนายท่าน ข้ากระจายกำลังทั่วป่า คนของพวกมันกลับมายังบริเวณนั้นจริง ศิษย์สำนักที่หลบหนีไปได้ระหว่างต่อสู้กับพวกเรานั้นนำคนจากสำนักหูหลีมาหาที่ซ่อนป้ายหยก พวกมันแอบไว้ใต้ก้อนหินก้อนใหญ่แต่ที่น่าแปลกใจกลับไม่มีป้ายหยกสีเลือดอยู่ในกล่องไม้ใบนั้น พวกมันดูตกใจและร้อนใจยิ่ง” อ้ายเฟยรายงานตามจริง แม้แต่เขาเองยังตกใจเพราะเขาและศิษย์สำนักอีกหลายคนแอบอยู่ยังบริเวณนั้นแต่ไม่มีผู้ใดเข้ามา 

            “เป็นไปได้เช่นไร ป้ายหยกมันจะหายไปได้เองหรือจะเป็นแผนซ้อนแผน พวกมันอาจรู้ว่าเราเฝ้าจับตาดูพวกมันอยู่” อู๋ฉีหลงขบคิดเดินไปยังระเบียงซึ่งยื่นลงไปยังแม่น้ำเพื่อเตรียมทานอาหาร 

            “ข้าเองมั่นใจมากว่าไม่มีผู้ใดเข้าไปในบริเวณนั้น นายท่านหรือจะมีคนที่เข้าไปก่อนหน้าแล้วขโมยมันไป” อ้ายเฟย ร้องถามเสียหลง 

            “อืมข้าเองคิดเช่นเจ้า” อู่ฉีหลงพยักหน้าเห็นด้วย 

            “คนผู้นั้นต้องมีฝีมือเก่งกาจไม่เบาเพราะศิษย์สำนักหูหลีมีวิชาการต่อสู้ที่ไม่น้อยหน้าผู้ใด” อ้ายเฟยขมวดคิ้วจ้องมองไปยังใบหน้าของอู๋ฉีหลง 

            “เจ้าไปพักผ่อนเสีย พรุ่งนี้ข้าจะไปยังบริเวณป่านั้นอีกครั้ง เจ้าไปบอกพ่อบ้านหลี่มาตั้งสำรับให้ข้าด้วย” อู๋ฉีหลงสั่ง เขาต้องการไปตรวจสอบหาหลักฐานเพิ่มเพราะอาจเป็นฝีมือของบุคคลที่สามหรืออาจเป็นแผนการของเจ้าสำนักหูหลี 

            “ขอรับ นายท่าน” 

            ณ โรงครัว หยวนปิงเหยี่ยนกำลังนั่งทานข้าวกับสาวใช้อีกนับสิบคน นางพยายามไม่ก่อความวุ่นวายไม่พูดมากนั่งทานข้าวของนางอย่างเงียบๆ คอยลอบมองสังเกตพฤติกรรมของสาวใช้แต่ละคน หยวนปิงเหยี่ยนไม่อยากเข้าใกล้พวกนางมาก สตรีเมื่อรวมกลุ่มอยู่ด้วยกันมักจะก่อเรื่องวุ่นวายอยู่ร่ำไป นางจึงมีสหายเป็นบุรุษมากกว่าสตรี 

            “เจ้า! เป็นสาวใช้คนใหม่รึ” จิ่นลี่ที่แต่งตั้งตัวเองเป็นหัวหน้าสาวใช้เดินมาหยุดตรงโต๊ะที่หยวนปิงเหยี่ยนนั่งทานข้าวอยู่ 

            “อืม ข้าชื่อ ปิงเหยี่ยน” หยวนปิงเหยี่ยนฉีกยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตรให้จิ่นลี่ผู้มีรูปร่างอวบอัดไปทุกสัดส่วน 

            “เจ้าอยู่เรือนใด” จิ่นลี่จ้องมองสำรวจใบหน้าสวยหวานของหยวนปิงเหยี่ยนด้วยแววตาริษยา ไม่ชอบหน้านางยิ่ง 

            “เอ่อ เรือนใหญ่” หยวนปิงเหยี่ยน ตอบผ่านๆ ไป นางไม่ได้รู้ว่าต้องไปทำเรือนใดเพราะยังไม่มีผู้ใดบอก 

            “หึ! เรือนใหญ่รึ” จิ่นลี่มองนางแสยะยิ้มให้ก่อนจะลุกเดินออกไปพร้อมด้วยลูกน้องสาวใช้อีกสามคนซึ่งหันมามองยิ้มเหยียดให้นาง 

            “หึ! ข้าไม่สนอีกสามวันข้าจะจากที่นี่ไปแล้ว หึ!” หยวนปิงเหยี่ยนบ่นพึมพำรีบคีบข้าวเข้าปาก 

            “เจ้าชื่อ ปิงเหยี่ยนหรือ ข้าชื่อซูซู” ซูซูสตรีผิวคล้ำรูปร่างอวบอ้วนยิ้มตาหยีขยับเข้ามานั่งใกล้นาง 

            “ใช่ ยินดีที่ได้รู้จักซูซู” หยวนปิงเหยี่ยนยิ้มกว้างให้ นางนั่งมองซูซูอยู่ก่อนแล้วซูซูค่อนข้างนิ่งเงียบนั่งกินข้าวสองถ้วยของนางแม้ว่าจะถูกกลุ่มสาวใช้ของจิ่นลี่เข้ามาพูดจาเย้าแหย่เรื่องน้ำหนักแต่นางเพียงนั่งนิ่งก้มหน้าก้มตากินข้าว 

            “เจ้าเพิ่งมาใหม่ อย่าไปวุ่นวายกับพี่จิ่นลี่เชียวนะ นั่นน่ะสาวใช้คนโปรดของนายท่านเชียวนะ” ซูซูรีบกระซิบบอก 

            “เจ้าหมายถึงเอ่อ แบบสาวใช้อุ่นเตียงน่ะรึ” หยวนปิงเหยี่ยนกระซิบถามสังเกตจากหุ่นของนางแล้วน่าจะถูกใจบุรุษไม่น้อย 

            “ไม่ใช่ นายท่านไม่ยุ่งเกี่ยวกับสาวใช้ แต่นางอ่ะอยากจะขึ้นเตียงนายท่าน มักจะมาโอ้อวดยามที่ได้เข้าไปกวาดถูในห้องนายท่านต่างหากเล่า” 

            “อ้อ” หยวนปิงเหยี่ยนพยักหน้ายิ้ม 

            “เจ้าอยู่ที่นานหรือยังซูซู”  

            “ข้ามาอยู่ได้หกเดือนแล้วที่นี่จ่ายเงินดี เดือนหนึ่งข้าได้กลับไปเยี่ยมบ้านข้าในอำเภอตงนำเงินที่ข้าเก็บได้ไปให้พ่อกับแม่ข้า ข้าเก็บเงินได้มาก อยู่ที่นี่มิได้ใช้จ่ายอะไร” ซูซูยิ้มกว้างรู้สึกภูมิใจในงานที่ตนเองทำอยู่ 

            “อำเภอตงหรือ อืมแล้วเจ้าทำความสะอาดอยู่ที่เรือนใด” หยวนปิงเหยี่ยนรู้สึกถูกชะตาซูซูนางอยากไปทำงานที่เดียวกับซูซู 

            “ข้าทำความสะอาดอยู่ยังเรือนที่ใช้ฝึกวิชาน่ะ ฮ่าๆ ที่นั่นมีพวกศิษย์พี่ฝึกวิชากัน พวกเขาใจดีมิเคยรังแกข้า” 

            “จริงหรือ ข้าอยากไปอยู่ที่เดียวกับเจ้า” 

            “ได้ๆ เจ้าต้องไปขอพ่อบ้านหลี่ เขาเป็นผู้จัดระเบียบความเรียบร้อยในสำนักแห่งนี้” 

            “ได้ๆ ข้าจะไปขอเขา เอ่อ...แล้วพวกเจ้าออกจากสำนักกันอย่างไร ข้ารู้มาว่าที่นี่มีค่ายกลด้วย” 

            “พวกเราออกเดินทางไปยังประตูท้ายสำนักโดยมีศิษย์สำนักนำพวกเราออกไปโดยทุกคนจะถูกปิดตา ข้าเองไม่รู้ได้ว่ามีกลไกหรือไม่  

            “เอ๊ะ! เจ้าบอกว่าประตูด้านข้าง เอ...แล้วมันไม่ใช่ประตูใหญ่ด้านหน้าที่มีบันไดเกือบสองร้อยขั้นรึ” หยวนปิงเหยี่ยนถามอย่างสงสัยนางยังความรู้สึกปวดเมื่อยขาเหนื่อยจนแทบเดินไม่ได้ 

            “ไม่ใช่นั่นมันด้านหน้า ไม่ค่อยมีผู้ใดใช้ส่วนมากจะใช้ฝึกวิชากัน” ซูซูรีบโบกมือปฏิเสธ 

            “หน็อย! อู๋ฉีหลง ท่านกลั่นแกล้งข้าอย่างนั้นรึ” หยวนปิงเยี่ยนกำหมัดแน่นคิดถึงรอยยิ้มเหยียดของเขา 

            หยวนปิงเหยี่ยนและซูซูรีบเดินไปหาพ่อบ้านหลี่ซึ่งเพิ่งกลับมาจากส่งสำรับอาหารให้อู๋ฉีหลง เขาทราบเรื่องของหยวนปิงเหยี่ยนแล้วจึงไม่ได้แปลกใจที่นางมาหาเขาแต่ตกตะลึงกับใบหน้าสวยหวานและรูปร่างอรชน อย่างกับบุตรสาวขุนนางหรือเศรษฐีเสียมากกว่าที่จะเป็นขอทานหรืออาจจะจริงดั่งที่อู๋ฉีหลงสงสัย 

            “คำนับพ่อบ้านหลี่ ข้าปิงเหยี่ยน” หยวนปิงเหยี่ยนยิ้มกว้างยืนตรงมือทั้งสองประสานกันอย่างเรียบร้อย 

            “อืม ข้าทราบเรื่องที่เจ้าต้องมาเป็นสาวใช้แล้ว” พ่อบ้านหลี่บุรุษผมดอกสีดอกเลารูปร่างผอมสูงผิวขาวเหลืองพยักหน้ามองสำรวจสตรีร่างบาง เขาถูกอู๋ฉีหลงสั่งให้จับตาคอยดูหยวนปิงเหยี่ยนไว้เผื่อว่านางจะเป็นคนของสำนักหูหลี 

            “ข้าขอไปทำความสะอาดยังเรือนฝึกวิชาที่เดียวกับซูซูเจ้าค่ะ”  

            “อืมได้ ถ้าเช่นนั้นให้ซูซูช่วยสอนงานเจ้า สาวใช้ทุกคนต้องตื่นนอนต้นเหม่า(05:00-06:59) ส่วนเลิกงานนั้นคือปลายยามเซิน (15:00-16:59) ทั้งที่อาจจะมีเวรยามที่ต้องอยู่รับใช้นายท่านหรือศิษย์คนอื่นๆ” พ่อบ้านหลี่อธิบาย 

            “ได้เจ้าค่ะ" หยวนปิงเหยี่ยนพยักหน้ายิ้มกว้างอย่างเข้าใจแม้ว่าภายในใจจะปวดจี๊ดเพราะนางไม่เคยต้องตื่นเช้าเช่นนั้นมาก่อน นางต้องอดทนเพียงสามวันเท่านั้นนางจะเป็นอิสระ 

            “ยา เอาไปทามือทั้งสองของเจ้าเสียไปพักผ่อนได้” พ่อบ้านหลี่โบกมือไล่หลังจากส่งยาที่อู๋ฉีหลงนำมาให้ พ่อบ้านหลี่แปลกใจเล็กน้อยที่นายท่านนำยาราคาแพงมอบให้นาง 

            หยวนปิงเหยี่ยนดีใจอย่างยิ่งนางรีบเดินไปเรือนสาวใช้ เดินไปล้างหน้าบ้วนปากพร้อมกับซูซู 

            “ซูซู เอ่อ...เจ้าอยู่กับข้าสักประเดี๋ยวได้ไหม ข้าอยากอาบน้ำน่ะแต่ข้ากลัว” หยวนปิงเหยี่ยนติดนิสัยนางชอบการอาบน้ำเช้าเย็นแม้ว่าน้ำที่นี่จะเย็นเฉียบก็ตาม 

            “ได้ๆ เจ้ารีบๆ ประเดี๋ยวพวกศิษย์พี่จะฝึกวิชาเสร็จจะเดินผ่านมายังบริเวณนี้” 

            “ฮ้า! เจ้าหมายถึงมาอาบน้ำที่นี่หรือ” หยวนปิงเหยี่ยนรีบเช็ดเนื้อตัวใส่เสื้อผ้า 

            “ไม่ใช่บุรุษมีที่อาบน้ำแยกออกไป ข้าหมายถึงระหว่างทางที่เราเดินกลับน่ะ ไม่เช่นนั้นพี่จิ่นลี่จะหาว่าเรามาเดินอ่อยน่ะสิ” 

            “ได้ๆ ไปๆ ข้าเสร็จแล้ว สดชื่นสบายมาก”  

            หยวนปิงเหยี่ยนทายาที่มือทั้งสองข้าง 

            “มือสวยๆ นุ่มนิ่มของข้า” หยวนปิงเหยี่ยนมองมือของนางด้วยแววตาเศร้า นางล้มตัวลงนอนบนฟูกอย่างอ่อนแรง แม้ฟูกจะไม่ได้หนานุ่มแต่ดีเสียกว่าต้องนอนกลางดินในป่าเพียงลำพัง นางนอนหลับตาคิดถึงบิดา มารดา พี่ชายและพี่สาว ป่านนี้คงนั่งร้องห่มร้องไห้เป็นห่วงนางเมื่อรู้ว่านางถูกโจรป่าลักพาตัว นางไม่ได้บอกแผนการทั้งหมดให้ครอบครัวนางทราบเกรงว่าพวกเขาจะขัดขวางด้วยนิสัยใจคอขี้ขลาดและไม่ชอบการโกหกแล้วบิดาไม่ยอมร่วมมือกับแผนการของนางอย่างแน่นอน 

            “ลูกขอโทษท่านพ่อ ท่านแม่” หยวนปิงเหยี่ยนยกมือพนมกล่าวขอโทษ ลูกจะกลับไปหาท่านเมื่อทุกอย่างดีขึ้น นางหลับสนิทตลอดคืน หยวนปิงเหยี่ยนกินง่ายนอนง่ายอีกทั้งยามที่เธอหลับแล้วหลับสนิทและหลับลึกเสียด้วย 

            กลางยามอิ๋น (03:00-04:59) ไฟตะเกียงถูกจุดโดยรอบเรือนที่พักของบ่าวและสาวใช้ บริเวณเรือนที่พักสว่างไสว เสียงฆ้องเคาะปลุกบรรดาบ่าวและสาวใช้ เสียงฝีเท้าเสียงพูดคุยกันเจื้อยแจ้วปลุกให้ผู้ใดที่ยังหลับใหลนั้นให้ตื่นขึ้น ซูซูเดินมาเคาะประตูห้องของหยวนปิงเหยี่ยนเมื่อนางเดินผ่านของนางพบว่ายังคงมืดสนิท นางไม่รอช้ารีบเคาะตะโกนเรียกหยวนปิง      เหยี่ยนทันทีเพราะหากว่านางตื่นสายอาจถูกดุและตัดเบี้ยได้ 

            “ปิงเหยี่ยน ปิงเหยี่ยนตื่นได้แล้ว สายแล้วหากเจ้าช้าเจ้าจะถูกตัดเบี้ยนะ” 

            “ฮ้า! ตัดเบี้ยรึ” หยวนปิงเหยี่ยนดีดตัวขึ้นอย่างเร็ว นางไม่อาจยอมได้หากตัดเงินนางเท่ากับว่านางอาจต้องอยู่ที่นี่นานขึ้น นางคลานเข่าไปหยิบขันและอุปกรณ์สำหรับล้างหน้าล้างตาเปิดประตูผมเผ้ากระเซอะกระเซิงเดินหลับตาบ้างลืมตาบ้างตามซูซูไปยังห้องอาบน้ำรวม หยวนปิงหยางรีบล้างหน้าล้วนปากนำผ้าชุบน้ำจนเปียกชุ่มแล้วนำกลับมายังเรือนนอนเพื่อเช็ดเนื้อเช็ดตัว นางไม่ได้อาบน้ำก็ขอเช็ดเนื้อตัวให้สะอาดสะอ้านจากนั้นผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดสาวใช้เกล้าผมเป็นมวยและปักปิ่นไม้ 

            หยวนปิงเหยี่ยนเดินตามซูซูไปยังห้องครัวทานอาหารเช้าอย่างเร่งรีบจากนั้นเดินไปเรือนฝึกวิทยายุทธ นางหาวหวอดๆ ขณะที่นั่งเช็ดแจกันใบโต พวกสาวใช้จำนวนห้าคนกำลังช่วยกันปัดกวาดเช็ดถูก่อนที่ศิษย์สำนักจะทยอยกันเข้ามาเตรียมพร้อมสำหรับการฝึกวิชา ซูซูปัดพื้นเรือนอย่างตั้งใจพยายามองหาหยวนปิงเหยี่ยนซึ่งนั่งเช็ดแจกันแต่บัดนี้กลับไม่เห็นนาง 

            “ปิงเหยี่ยนเจ้าห้ามหลับนะ ศิษย์พี่จะมากันแล้วประเดี๋ยวจะถูกทำโทษที่หลับระหว่างทำงาน” ซูซูรีบเขย่าตัวนาง 

            “ซูซู ข้าไม่ได้หลับข้าแค่พักสายตา” หยวนปิงเหยี่ยนพยายามลืมตาบอก 

            “หากเจ้านั่งแล้วง่วงเจ้าไปกวาดลานด้านข้างเรือนจะได้ไม่ง่วง” ซูซูยิ้มเมื่อเห็นดวงตานางแดงก่ำ นางคงง่วงมากหากยังคงนั่งปัดกวาดอยู่ในเรือนนางคงพักสายตายาวแน่  

            “อืมๆ” หยวนปิงเหยี่ยนลุกขึ้นบิดขี้เกียจเดินไปยังด้านข้างซึ่งมีโต๊ะไม้หลายตัวตั้งอยู่ไว้สำหรับนั่งพักผ่อน นางยืนมองกระถางดินเผาซึ่งมีไว้ปักคบไฟปั้นเป็นหน้าของเหลาหู่หรือเสือช่างดูน่าเกรงขามและสวยงาม 

            หยวนปิงเหยี่ยนหยิบไม้กวาดไปกวาดใบไม้อย่างเกียจคร้าน นางเริ่มจะหงุดหงิดเมื่อกวาดเท่าไรก็ไม่สะอาดเพราะใบไม้แห้งลอยปลิวตามแรงลมจากไม้กวาดของนางฟุ้งกระจายไปทั่ว 

            “ปิงเหยี่ยน เจ้ามาทำความสะอาดเรือนหลังนี้หรือ ดียิ่ง” ต้าไป๋เดินยิ้มกว้างเข้ามาทักทายนาง 

            “พี่ต้าไป๋ ใช่แล้วข้าขอมาทำอยู่ที่เรือนนี้” หยวนปิงเหยี่ยนยิ้มกว้างพยายามกวาดเศษใบไม้แห้ง ต้าไป๋มองนางอย่างขัดตาจึงรีบอาสาสอนให้ 

            “ปิงเหยี่ยนเจ้ากวาดใบไม้ไม่เป็นรึ ยิ่งกวาดใบไม้ยิ่งปลิวว่อนไปทั่ว หากเจ้ากวาดอยู่เช่นนี้วันนี้คงไม่เสร็จ” 

            “ข้าเป็นขอทานจะให้ข้ากวาดได้เช่นไร ตื่นมาข้าก็ออกเดินขอทานแล้ว” หยวนปิงเหยี่ยนตอบหน้ามุ่ยอยากบอกเขาเหลือเกินงานปัดกวาดเช็ดถูชีวิตนี้ไม่เคยทำ 

            “ข้าสอนให้ส่งไม้กวาดมา เจ้าดูนะข้าจะทำให้เจ้าดู” ต้าไป๋รับไม้กวาดจากนั้นเริ่มกวาดใบไม้มากองไว้  

            “ท่านเก่งมากพี่ต้าไป๋ ข้าไม่เคยรู้ว่านอกจากท่านมีฝีมือการต่อสู้ที่เก่งกาจแล้วยังกวาดใบไม้ได้ดีเยี่ยม ทางโน้นด้วยพี่ต้าไป๋” หยวนปิงเหยี่ยนยกยอต้าไป๋ซึ่งยืมยิ้มเขินมองใบหน้าจิ้มลิ้มของนาง ยิ่งทำให้ฮึกเหิมมุ่งมั่นกวาดใบไม้ 

            “ทางโน้นอีกนิดนะเจ้าคะ หืม! ท่านจับไม้กวาดแล้วกล้ามท่านขึ้นเป็นมัดๆ เลย ดูสิพื้นสะอาดด้วย ท่านเก่งมากพี่ต้าไป๋ ทางนั้นอีกนิดมีแต่ใบไม้ใหญ่ๆ หากเป็นข้าคงกวาดได้ไม่ดีเท่าท่าน” หยวนปิงเหยี่ยนนั่งชี้นิ้วสั่งให้ต้าไป๋กวาดพื้นจนเสร็จ 

            “ทำอะไรต้าไป๋” เสียงทุ้มทรงอำนาจตะคอกถามต้าไป๋ลั่น เมื่อเห็นว่าเขากวาดพื้นส่วนสาวใช้หน้าหวานนั่งชี้นิ้วสั่ง 

            “คำนับนายท่าน” ต้าไป๋และหยวนปิงเหยี่ยนลุกขึ้นยิ้มกว้างให้เขา 

            “ส่งไม้กวาดไปให้นาง นี่ไม่ใช่หน้าที่เจ้าหรือว่าเจ้าอยากทำ” อู๋ฉีหลงถามอย่างไม่พอใจ เขามาตรวจความเรียบร้อยของเรือนฝึกวิชาแต่กลับพบลูกศิษย์มากฝีมือยืนกวาดใบไม้ส่วนสาวใช้นั่งชี้นิ้วสั่ง 

            “ข้าสอนปิงเหยี่ยนอยู่ขอรับ” ต้าไป๋รีบบอก 

            “หึ! สอนรึ! เจ้าหันไปมองๆ รอบ เจ้าสอนหรือแย่งนางกวาดเสียเอง” รอบๆ บริเวณนี้สะอาดไม่มีใบไม้อยู่บนพื้นแล้วด้วยผลงานการสอนของเขา หยวนปิงเหยี่ยนยังคงยืนยิ้มกว้างดั่งว่านางไม่รู้เรื่องใดๆ นางแค่เพียงนั่งดูเขาสอนเท่านั้นทั้งที่นางหลอกล่อเขาให้ทำงานแทนนาง 

            “ส่งไม้กวาดให้นาง ปิงเหยี่ยนเจ้าไปกวาดอีกด้านหนึ่งของเรือน” อู๋ฉีหลงสั่งเสียงดัง 

            หยวนปิงเหยี่ยนลุกขึ้นมารับไม้กวาดจากต้าไป๋ยิ้มเจื่อนให้เขา  

            “ตามข้ามา” อู๋ฉีหลงสั่งเดินนำนางออกไป 

            เพล้ง!!! เพล้ง!!!  

            เสียงกระถางรูปหัวเหลาหู่ตกพื้นสองใบดังสนั่นจนศิษย์และสาวใช้ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงตกใจรีบมองตามเสียงดัง 

            “ขะ...ข้าขอโทษ ข้าเพียงถือไม้กวาดเดินตามนายท่าน เอ่อ... บังเอิญเหวี่ยงไม้กวาดไปถูกแจกัน” หยวนปิงเหยี่ยนตอบใบหน้าซีดเผือด 

            “ปิงเหยี่ยน! เจ้ารู้ไหมกระถางพวกนี้วางอยู่นับสิบปีไม่เคยมีผู้ใดทำมันแตก แต่เจ้านี่! หึ! เก็บทำความสะอาดให้เรียบร้อย จากนั้นเจ้าไปกวาดยังลานด้านหน้าเรือนฝึกวิชา” อู๋ฉีหลงสั่งกัดฟันกรอด 

            “ฮ้า! ด้านหน้า เอ่อ...นายท่านแดดเริ่มแรงแล้วด้านหน้าไม่มีร่มเงาต้นไม้มันร้อนนะเจ้าคะ” หยวนปิงเหยี่ยนหันไปมองลานด้านหน้ามีเพียงเศษหญ้าและเศษไม้ใบไม่มากแต่แสงแดดยามนี้มันร้อนยิ่ง 

            “ข้าสั่งต่อให้ร้อนหรือหนาวเจ้าก็ต้องไปกวาด” อู๋ฉีหลงสั่งสะบัดชุดเรียกต้าไป๋ตามเขาออกไปด้วยอีกทั้งสั่งห้ามผู้ใดช่วยหยวนปิงเหยี่ยนไม่เช่นนั้นจะตัดมือทิ้งเสีย 

            “ใจร้าย ใจร้ายที่สุด” หยวนปิงเหยี่ยนเบ้ปากใส่นั่งลงกรีดนิ้วหยิบเศษกระถางใส่ตะกร้าสานไม้ไผ่ใบใหญ่ที่บ่าวรับใช้ผู้หนึ่งวิ่งมาให้ 

            “ข้าชื่อ ‘คังหลง’ นี่เจ้าเอาเศษกระเบื้องใส่ในตะกร้าสานใบนี้แล้วนำไปทิ้งยังหลังเรือน” คังหลงชี้นิ้วบอกทิศทาง 

            “ข้าชื่อ ‘ปิงเหยี่ยน’ ขอบใจเจ้ามาก ข้าซวยจริงๆ เลย” หยวนปิง    เหยี่ยนบ่นพึมพำเก็บเศษกระถางจนเสร็จ นางยกตะกร้าอย่างทุลักทุเลไปยังหลังเรือน 

            “ขอโทษนะที่ข้าช่วยเจ้ายกตะกร้าไม่ได้” คังหลงยืนมองนางด้วยความเห็นใจ 

            “ขอบคุณ” หยวนปิงเหยี่ยนกัดฟันรีบยกตะกร้าสานไปวางไว้หลังเรือนฝึกวิชา จากนั้นหยิบไม้กวาดเดินไปยังลานด้านหน้า นางเริ่มกวาดใบไม้อย่างที่ต้าไป๋สอน เหงื่อเริ่มผุดไหลตามใบหน้างามนางยกแขนเสื้อขึ้นมาซับเหงื่อ 

            “บ้าจริง ร้อนก็ร้อน เหนื่อยก็เหนื่อย ข้าปวดแสบมือแสบหน้าไปหมดแล้ว” หยวนปิงเหยี่ยนยกฝ่ามือที่บวมแดงขึ้นมาดู เมื่อเช้าฝ่ามือนางเกือบหายดีแล้วเชียว 

            ต้นยามอู่ (11:00-12:59) หยวนปิงเหยี่ยนยังยืนกวาดพื้นกว้างของลานหน้าเรือนฝึกวิชาอยู่ท่ามกลางแสงแดดจ้า 

             “หิวข้าหิว ร้อนข้าร้อน เหนื่อยข้าเหนื่อย หยวนปิงเหยี่ยนนี่เจ้าทำบาปกรรมอันไว้ ใช่ๆ เพราะข้าโกหกและหลบหนีงานแต่งเป็นแน่ สวรรค์เลยลงโทษข้าเช่นนี้ ข้าหิวและร้อนจนตาลายไปหมดแล้ว” หยวนปิงเหยี่ยนบ่นพึมพำ 

            “นายท่านอากาศเริ่มร้อนแล้วให้นางพักก่อนดีไหม ดูท่าทางจะไม่ไหวแล้ว” พ่อบ้านหลี่นำชาและอาหารเที่ยงมาให้ยังเรือนฝึกวิชา เขาเห็นท่านเจ้าสำนักยืนมองนางจากระเบียงจึงเดินเข้ามาแจ้งเรื่องอาหาร 

            “หึ! ปล่อยนางหากนางกวาดไม่เสร็จไม่ต้องให้กินข้าว” 

            “นางดูบอบบางเกินไปนะนายท่าน หากเป็นลมล้มป่วยขึ้นมาจะแย่” พ่อบ้านหลี่ยืนมองใบหน้าซีดเผือดเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อของนางแล้วสงสารยิ่ง  

            “เด็กเจ้าเล่ห์อย่างนางต้องดัดนิสัยเสียบ้าง ดีเป็นลมข้าจะให้นางนอนตากแดดอยู่ตรงนั้น” อู๋ฉีหลงยิ้มเหยียด 

            หยวนปิงเหยี่ยนยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อบนใบหน้า นางเริ่มรู้สึกร้อนบ้างหนาวบ้าง นางเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าพลันทุกอย่างดับวูบร่างบางล้มทรุดลงไปกับพื้น 

            คังหลงซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆ มองหยวนปิงเหยี่ยนอยู่ห่างๆ รีบวิ่งมายังนางทันทีเมื่อเห็นว่านางเป็นลมล้มลงไปยังพื้นดิน 

            “ปิงเหยี่ยน ปิงเหยี่ยน ตัวเย็นเจี๊ยบเชียว” คังหลงเข้ามานั่งลงประคองและเขย่าตัวเรียกชื่อนาง เขากำลังจะอุ้มนางกลับเข้าไปยังเรือนฝึกวิชา 

            “วางนางลง!” อู๋ฉีหลงเห็นหยวนปิงเหยี่ยนล้มลงไปจึงรีบใช้วิชาตัวเบากระโดดมายังนางแต่ช้าไปกว่าคังหลงซึ่งเขาเข้ามาโอบประคองร่างนางไว้เสียก่อน 

            “ปิงเหยี่ยนเป็นลมขอรับ” คังหลงรีบรายงานยังคงนั่งประคองตัวนางอยู่ 

            “ไปทำงานของเจ้า” อู๋ฉีหลงตวัดสายตาสั่ง เขาเดินไปช้อนอุ้มนางเข้าไปยังเรือนฝึกวิชาท่ามกลางสายตาของศิษย์สำนักและบ่าวรับใช้ 

            “หึ! อ่อนแอเสียจริง” อู๋ฉีหลงพานางไปยังห้องพักส่วนตัวของเขาซึ่งอยู่ท้ายเรือน สั่งให้พ่อบ้านหลี่นำผ้าชุบน้ำเข้ามา 

            “หึ! เป็นขอทานก็ไม่ใช่ เป็นสาวใช้ก็ไม่ได้ เจ้าทำอะไรได้บ้าง” อู๋ฉีหลงนั่งลงบนเตียงขนาดเล็ก มือใหญ่นำผ้าชุบน้ำค่อยๆ เช็ดซับเหงื่อบนใบหน้าของนาง 

            ผิวสีน้ำผึ้งนวลเนียนละเอียดทั่วผิวหน้าและลำคอ ขนตาหนาเป็นแพ จมูกโด่งปลายรั้นสวย ริมฝีปากสีชมพูรับกลับพวงแก้มแดงระเรื่อจากไอร้อนของแสงแดด เขาจับมือนางพลันตกใจ มือเรียวเล็กฝ่ามือบวมแดงทั้งสองข้าง 

            “หึ! เจ้าคือผู้ใด ปิงเหยี่ยนแค่ทำงานนิดๆ หน่อยๆ มือเจ้าบวมแดงถึงเพียงนี้เชียวหรือ”อู๋ฉีหลงขมวดคิ้วสงสัยเขาคงต้องสืบเรื่องของนางเสียแล้ว 

            “เอ่อ...นายท่านเชิญไปทานข้าวเสียก่อน ข้าจะดูแลนางต่อเอง”พ่อบ้านหลี่เป็นห่วงเพราะใกล้จะเลยเวลาทานข้าวแล้วเขายังมานั่งเฝ้าเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้สาวใช้หน้าหวานอยู่อีก พ่อบ้านหลี่มองเขาอย่างสงสัยตั้งแต่อยู่รับใช้มาหลายสิบปี เจ้าสำนักนายของเขาไม่เคยต้องมานั่งเฝ้าเป็นห่วงสตรีนางใดมาก่อน 

            “อืม ยืนดูอย่างเดียวห้ามแตะต้องตัวนาง” อู๋ฉีหลงสั่งแล้วเดินออกไปยังห้องทานข้าว 

            “ห่วงไม่พอ หวงซะด้วยหึๆ ชักจะยังไงเสียแล้ว ปากบอกจะทิ้งให้นางนอนตากแดดแต่พอเห็นว่านางเป็นลมถึงกับรีบใช้วิชาตัวเบาไปช่วยนาง” พ่อบ้านหลี่ลอบยิ้มเมื่ออู๋ฉีหลงเดินออกไปจากห้อง 

******************** 

ฝากติดตามด้วยนะคะ 

มีอีบุ๊คนะคะ 

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMzMxMzc5NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjEzNzE3MCI7fQ 

ความคิดเห็น