email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชดใช้ค่าเสียหาย

ชื่อตอน : ชดใช้ค่าเสียหาย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 141

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 พ.ย. 2563 10:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ชดใช้ค่าเสียหาย
แบบอักษร

หยวนปิงเหยี่ยนค่อยๆ ก้าวเดินอย่างช้าๆ สายตาของนางไม่ได้ห่างจากบุรุษตรงหน้า นางเห็นว่าอู๋ฉีหลงก้มหน้าบริเวณครึ่งหน้าบนไม่มีหน้ากากปกปิดไว้เหมือนเมื่อครั้งที่นางเจอเขาในป่าใหญ่ นางเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะไม้แกะสลักลวดลายสวยงามบริเวณด้านหน้า นางสงสัยเป็นอย่างยิ่งนี่เขาไม่รู้ว่านางเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาแล้วหรือว่าแกล้งทำเป็นไม่สนใจนาง

หยวนปิงเหยี่ยนค่อยๆ ย่อตัวเอียงหน้าก้มมองใบหน้าของอู๋ฉีหลงซึ่งกำลังนั่งเขียนบางอย่างอยู่อย่างตั้งอกตั้งใจ นางย่อตัวลงไปคุกเข่ากับพื้นห้องมือนางทั้งสองข้างจับขอบโต๊ะเอาไว้มีเพียงดวงตากลมโตที่กำลังจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของเขา

“เจ้ากำลังทำอะไร” อู๋ฉีหลงเจ้าสำนักกระบี่พิฆาตมารเงยหน้าขึ้นจ้องมองดวงตากลมโตที่กำลังเบิกกว้างด้วยความตกใจ หยวนปิงเหยี่ยนจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาผิวพรรณนวลเนียน นัยน์ตาสีนิลจ้องมองนางไม่กะพริบตา เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยไม่เข้าใจว่านางลงไปนั่งทำไมบนพื้น

“ขะ...ข้าทำของตก” หยวนปิงเหยี่ยนตกใจในความหล่อเหลาของอู๋ฉีหลง แม้ว่านางผ่านบุรุษมามากหมายถึงนางเดินผ่านบุรุษในเมืองหลวงมามากแต่ไม่เคยพบเจอบุรุษใดหล่อเหลามีเสน่ห์ชวนมองเช่นนี้ หยวนปิง เหยี่ยนลอบสูดดูดน้ำลายของนางเข้าปาก โชคดีที่มีโต๊ะตัวใหญ่บดบังครึ่งซีกใบหน้าล่างของนางไว้

“ลุกขึ้นมา เอาเสื้อผ้าของข้าไปซักก่อนที่ฟ้าจะมืด” อู๋ฉีหลงชี้นิ้วไปยังเสื้อผ้าของเขาซึ่งวางอยู่ในตะกร้าสานไม้ไผ่

“เจ้าค่ะ” หยวนปิงเหยี่ยนค่อยๆ ลุกขึ้น ใบหน้าจิ้มลิ้มสวยหวานกำลังเผยขึ้น อู๋ฉีหลงแหงนหน้ามองตามจนนางยืนขึ้นส่งยิ้มหวานให้เขา สองสายตาสบประสานกันครู่หนึ่ง อู๋ฉีหลงลอบกลืนน้ำลายสะบัดมือให้นางรีบออกไป อู๋ฉีหลงมองตามแผ่นหลังนางด้วยหัวใจที่เต้นแรงกระตุกมิเป็นจังหวะ มือจับพู่กันพลันสั่นเทาจนเขาต้องรีบวางมันลง อู๋ฉีหลงเอื้อมมือไปจับยังหน้าอกข้างซ้ายของเขาอยู่มาจนอายุ 22 ปี หัวใจเขาไม่เคยเต้นแรงอย่างเช่นยามที่สบตากลมโตของหยวนปิงเหยี่ยน

“เอ่อ...นายท่านข้าไปซักผ้าที่ใดเจ้าคะ” หยวนปิงเหยี่ยนเดินกลับมายังหน้าโต๊ะทำงานของอู๋ฉีหลง

“แม่น้ำด้านข้างห้องหนังสือ” อู๋ฉีหลงชี้นิ้วออกไปยังนอกด้านต่างซึ่งสามารถมองเห็นลำธารเล็กๆ ไหลผ่านลงมาจากหุบเขาสูง

“เจ้าค่ะ อ่อ...ท่านถอดหน้ากากนั่นออกท่านหล่อเหลาน่า...เอ่อ น่ามองมากเจ้าค่ะ” หยวนปิงเหยี่ยนส่งยิ้มกว้างจนเขาต้องรีบทำใบหน้าบึ้งตึงกลบความเขินอาย แม้จะมีสตรีมากมายกล่าวยกยอชมเขาแต่เขาไม่เคยรู้สึกใจเต้นแรงและเขินอายเช่นนี้มาก่อน

“หึ! กะแค่เด็กไม่รู้จักโต ข้าไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย” อู๋ฉีหลงสะบัดหน้าเอื้อมมือไปหยิบพู่กันมาบรรจงเขียนรายงานเกี่ยวกับป้ายหยกสีเลือดที่ได้สูญหายไป

หยวนปิงเหยี่ยนเดินไปหาแม่บ้านหลิวซึ่งยืนพูดคุยกับห้วนหยง นางรีบถามถึงวิธีการซักผ้าทันที นางอยากรีบซักผ้าของอู๋ฉีหลงให้เสร็จๆ นางจะได้กินข้าวและรีบนอนพรุ่งนี้จะได้รีบเดินทางออกจากสำนักแห่งนี้

“ป้าหลิว เอ่อ...นายท่านให้ข้าซักชุดของท่าน เอ่อ...ต้องใช้อะไรซักและซักยังไง” หยวนปิงเหยี่ยนถามถึงขั้นตอนอย่างละเอียด ตั้งแต่เกิดมาเป็นคุณหนูเล็กของเรือนสกุลหยวน นางไม่เคยต้องซักผ้าจึงไม่แน่ใจว่าต้องทำเช่นไร

“นายท่านให้เจ้าซักหรือ ตามข้ามา” แม่บ้านหลิวเลิกคิ้วถามตกใจเล็กน้อยปกติเสื้อผ้าของเจ้าสำนักผู้ที่ดูแลมีเพียงป้ากุยฮวาเท่านั้น

แม่บ้านหลิวพาหยวนปิงเหยี่ยนไปยังลำธารด้านข้างห้องหนังสือตามที่เจ้าสำนักสั่ง นางยืนลังเลเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางเก้ๆ กังๆ ของหยวนปิงเหยี่ยน

“ป้าหลิวท่านไปทำธุระของท่านเถิด ข้าทำเองได้” หยวนปิงเหยี่ยนนั่งลงถลกแขนเสื้อเผยผิวสีน้ำผึ้งนวลเนียน หยวนปิงเหยี่ยนลงมือขยี้ยังจุดที่สกปรกอย่างแรงเพื่อให้คราบสกปรกออกโดยเร็ว นางทำเช่นนั้นอยู่หลายครั้งสลับกับนำชุดลงไปล้างน้ำ จากนั้นนางนำผงสีขาวซึ่งแม่บ้านหลิวอ้างว่าเป็นสมุนไพรซึ่งปรุงขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับซักเสื้อผ้าของท่านเจ้าสำนัก

“อืม...กลิ่นหอมดี” หยวนปิงเหยี่ยนเทลงไปบนผ้าจนหมดขวด จากนั้นออกแรงขยี้จนมือนางแดงก่ำ นางนำชุดไปล้างน้ำพลันตกใจนั่งลงอย่างอ่อนแรง

“ทำไมมันยังไม่สะอาด ทำเช่นไรดี ใช่แล้วข้าต้องหาไม้มาทุบๆ ตีๆ ข้าเคยเห็นชาวบบ้านซักผ้าเมื่อข้าไปนั่งตกปลายังริมฝั่งแม่น้ำ” หยวนปิง เหยี่ยนลุกขึ้นมองหาท่อนไม้ จากนั้นนางจึงวางผ้าบนโขดหินออกแรงทุบตีเสื้อผ้า

“เฮ้ย! รอยเปื้อนมันหายไปจริงๆ ด้วย ข้าคงต้องออกแรงให้มากหน่อยคราบรอยเปื้อนจะได้ออกหมดโดยเร็ว นี่แน่ะ ตีๆ ทุบๆ ฮ่าๆ คิดว่าข้ากำลังตีใบหน้าหล่อเหลาของเจ้าสำนักแห่งนี้ หึ! ข้าแค่มาขออาศัยไม่ได้มาเป็นสาวใช้เสียหน่อย” หยวนปิงเหยี่ยนออกแรงทุบตีเสื้อผ้าจนเสียงไม้กระทบหินดังลั่นเข้าไปยังห้องหนังสือ อู๋ฉีหลงหันหน้ามองไปยังหน้าต่างพลันดวงตาเบิกกว้างรีบออกจากห้องไปหาหยวนปิงเหยี่ยนทันที

“ปิงเหยี่ยน! เจ้าซักผ้าหรือกำลังทำร้ายเสื้อผ้าของข้ากัน” อู๋ฉีหลงรีบตะโกนร้องถาม

“นายท่านสั่งให้ข้ามาซักผ้า ข้ามาซักผ้าสิเจ้าคะ นี่ไง” หยวนปิง เหยี่ยนวางท่อนไม้ชี้ไปยังเสื้อผ้าของเขาที่วางแนบแบนไปกับโขดหิน อู๋ฉีหลงมองชุดตัวเก่งของเขาด้วยความตกใจ

“ฮ่าๆ ถึงกับตกตะลึงไม่คาดคิดล่ะสิว่าข้าจะซักผ้าท่านได้สะอาดและรวดเร็ว ท่านคอยดูนะ ข้าบอกท่านแล้วว่าข้าทำได้ ในเมื่อมาขอพักอาศัยที่นี่แล้ว การซักผ้าไม่ใช่เรื่องยากเย็น” หยวนปิงเหยี่ยนพูดเจื้อยแจ้วนำชุดของอู๋ฉีหลงไปล้างน้ำจากนั้นชูชุดของเขาแล้วกางออกนางยิ้มกว้าง อู๋ฉีหลงมองรอยยิ้มของนางทะลุผ่านเสื้อผ้าของเขาด้วยแววตาวาวโรจน์ หยวนปิงเหยี่ยนหุบยิ้มทันทีที่เห็นว่าชุดของเขาขาดเป็นรูกว้างสภาพโดยรวมคล้ายกับว่าไปแย่งชิงมาจากปากของสัตว์ร้าย

“ปิงเหยี่ยน เจ้า! เจ้า! นั่นมันชุด ชุด... ข้าจะทำเช่นไรกับเจ้าดี ฮ้า! ” อู๋ฉีหลงโมโหตวาดลั่น ใบหน้าเขาแดงก่ำเดินก้าวเท้าไปข้างหน้าหานางก้าวต่อก้าว หยวนปิงเหยี่ยนตกใจใบหน้าซีดเผือดถอยหลังหนีก้าวต่อก้าวเช่นกัน

“นายท่าน! ข้าขอโทษ ข้าไม่ได้ตั้งใจ เอ่อ...ข้าจะชดใช้ให้ ท่านบอกว่ามันราคาเท่าไร” หยวนปิงเหยี่ยนรีบขอโทษและยินดีจะชดใช้ค่าเสียหายให้

“เจ้ารู้ไหมว่าชุดนั้นข้าได้รับพระราชทานมาจากฮองเฮาเชียวนะ เจ้ามีเงินทองเท่าไรกันเชียวจึงกล้าเสนอหน้ามาชดใช้ชุดนั่นให้ข้า” อู๋ฉีหลงตะคอกใส่ใบหน้างาม

“เอ่อ... แล้วจะให้ข้าทำเช่นไร” หยวนปิงเหยี่ยนถอยหลังหนีบุรุษร่างโตซึ่งมองนางอย่างโหดเหี้ยมคล้ายกับต้องการจะฉีกร่างนางทิ้ง หยวนปิงเหยี่ยนถอยหลังจนเกือบจะเลยตลิ่งตกลงไปในแม่น้ำ นางกรีดร้องเสียหลงเมื่อเท้าขวาของนางก้าวเหยียบลงบนตลิ่งซึ่งกำลังยุบตัวลงไปยังแม่น้ำ

อู๋ฉีหลงรีบคว้าเอวนางดึงเข้ามาแนบอกของเขาอย่างทันท่วงที หยวนปิงเหยี่ยนหลับตาโอบกอดรัดตัวเขาแน่น อู๋ฉีหลงแม้จะตกใจแต่มีสติมากกว่านเขาก้มมองใบหน้าสวยหวานที่ซุกแนบกับอกกว้างเนื้อตัวนุ่มนิ่มอกอวบกลมกลึงกำลังสัมผัสเบียดเสียดอยู่กับผิวกายเขา กลิ่นกายสาวแรกรุ่นกำลังส่งกลิ่นยั่วยวนทำให้จิตใจหวั่นไหว

“ปล่อยตัวข้าได้แล้ว” อู๋ฉีหลงแตะไหล่นางแผ่วเบาเพื่อให้นางลืมตาและปล่อยตัวเขา

หยวนปิงเหยี่ยนค่อยๆ เงยหน้ามองใบหน้าหล่อเหลามือเรียวเล็กยังคงโอบกอดเอวของเขาอยู่

“นายท่านอย่าโกรธข้าได้ไหม ข้าไม่ได้ตั้งใจทำให้ชุดของท่านขาด ท่านให้ข้าชดใช้เช่นไรก็ได้ เอ่อ...ขอท่านอย่าโมโหจนฆ่าข้าได้ไหม” เสียงหวานใสออดอ้อนพูดสำนึกผิดอย่างแผ่วเบา ดวงตากลมโตจ้องมองเขาด้วยแววตาเศร้าหมอง

“นะเจ้าคะ นายท่านข้ายอมท่านทุกอย่าง ท่านจะให้ข้าทำเช่นไรก็ได้เพื่อชดใช้ที่ข้าทำชุดพระราชทานของท่านเสียหาย” หยวนปิงเหยี่ยนเขย่าตัวเขาเอ่ยวาจาหวานปนอ้อนออด นางต้องใช้แผนออดอ้อนดั่งลูกแมวน้อยซึ่งนางมักใช้สายตาเช่นนี้ ท่าทางเช่นนี้ยามที่บิดามารดาของนางจับได้ว่านางหนีออกจากเรือนไปเที่ยวเตร่

“ชดใช้หรือ ยอมข้าทุกอย่างหรือ” อู๋ฉีหลงยิ้มยกมุมปากมองใบหน้าสวยหวานและดวงตากลมโตของหยวนปิงเหยี่ยนมือใหญ่ยังคงโอบกอดเอวบางไม่ยอมปล่อยเช่นกัน

หยวนปิงเหยี่ยนพยักหน้ารับมองอู๋ฉีหลงด้วยดวงตาแดงก่ำ นางคิดแผนต้องบีบน้ำตาอีกนิดเพื่อเรียกความน่าสงสารเพราะในป่านางใช้แผนบีบน้ำตาได้ผล นางรับรู้ได้ว่าดวงตาเขาไหววูบเล็กน้อยเมื่อเขาเห็นน้ำตาของนาง

“ข้าจะให้เจ้ามาเป็นสาวใช้เพื่อชดใช้ที่เจ้าทำชุดพระราชทานจากฮองเฮาขาด” อู๋ฉีหลงพูดพลางลอบยิ้มมองดวงตากลมโตจ้องเขาอย่างตกตะลึง

“นานเท่าใดเจ้าคะ คือข้าต้องเดินทางไปอำเภอตงเพื่อพบสหายขอทานของข้า” หยวนปิงเหยี่ยนตกใจที่นางต้องมาเป็นสาวใช้ ชีวิตนี้ไม่เคยคิดฝันแค่ต้องทนใส่ชุดอย่างเช่นขอทานก็เกินพอ แล้วนี่คืออะไรนางต้องมาเป็นสาวใช้ นางชำเลืองมองไปรอบๆ บริเวณสำนักอันกว้างใหญ่ นางอาจสิ้นชีพเสียก่อนหากต้องดูแลสำนักแห่งนี้ นางไม่อยากอยู่ที่นานเจ้าสำนักผู้นี้ดูโหดร้ายและดูเหมือนจะชอบกลั่นแกล้งนาง

“ข้ายังตอบไม่ได้ ข้าขอเวลาสามวันระหว่างนี้เจ้าอยู่ชดใช้หนี้ไปก่อนหากเจ้าทำงานดีอาจได้อยู่เพียงสามวัน ข้าต้องไปตรวจสอบราคาชุดของข้าเสียก่อนแล้วนำมาคำนวณว่าเจ้าต้องอยู่ชดใช้ที่นี่อีกกี่วันอาจนานกว่าสามวันก็เป็นได้” อู๋ฉีหลงคิดอย่างผู้มีชัย นางต้องชดใช้ในสิ่งที่ก่ออีกทั้งเขาต้องการยื้อตัวนางไว้ เขามีลางสังหรณ์ว่านางต้องรู้เห็นเรื่องป้ายหยกนั่น

“เอ่อ...ได้เจ้าค่ะสามวันนะเจ้าคะ แต่ข้าขอไม่ซักผ้านะเจ้าคะ ข้าอาจทำเสื้อผ้าผู้อื่นเสียหายได้ อีกอย่างท่านดูมีข้าสิ” หยวนปิงเหยี่ยนยกมือสองข้างที่บวมแดงผิวหนังแตกพองให้อู๋ฉีหลงดู

“นายท่านข้าปวดแสบปวดร้อนไปหมดแล้ว ข้าขอไม่ซักผ้า ไม่ล้างจาน ไม่ล้างผัก ไม่ถูพื้นนะเจ้าคะ” หยวนปิงเหยี่ยนถือวิสาสะจับมือของอู๋ฉีหลงให้มาจับมือของนาง ดวงตากลมโตถูกบดบังด้วยม่านน้ำตายามที่เขาก้มมองและสัมผัสมือของนาง

อู๋ฉีหลงสัมผัสมือเรียวเล็กอันนุ่มนิ่ม มองดูมือบวมแดงพลันรู้สึกสงสารยิ่ง เขาเงยหน้ามองใบหน้าสวยกลับต้องตกใจดวงตานางแดงก่ำมีหยดน้ำตาไหลรินออกมาอาบสองข้างแก้ม

“ได้ๆ เจ้าไม่ต้องทำงานพวกนั้น” อู๋ฉีหลงรีบรับปากเห็นน้ำตาสตรีมามากแต่ทำไมจึงทนเห็นขอทานน้อยร้องไห้ไม่ได้

“ขอบคุณมากเจ้าค่ะ นายท่าน ข้าขอตัว” หยวนปิงเหยี่ยนผลักตัวของอู๋ฉีหลงออกรีบเช็ดน้ำตาและเดินออกจากเขาทันที ปล่อยให้อู๋ฉีหลงยืนงงทำตาปริบๆ เมื่อครู่นางยืนร้องไห้แต่ตอนนี้นางยิ้มกว้างรีบเดินออกจากเขา

“เจ้าจะไปที่ใด” อู๋ฉีหลงตะโกนถามเมื่อเห็นว่าศิษย์สำนักส่งยิ้มโบกมือให้นาง เขารู้สึกหงุดหงิดหัวใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าหยวนปิงเหยี่ยนส่งยิ้มตอบให้กับศิษย์สำนักเหล่านั้น

“ข้าจะไปกินข้าว ข้าหิวจนจะเป็นลมแล้วนายท่าน” หยวนปิงเหยี่ยนตะโกนบอก นางหันไปยิ้มกว้างโบกมือให้กับศิษย์สำนักอย่างเป็นกันเอง นางต้องการสร้างมิตรไม่ใช่ศัตรูจึงพยายามยิ้มให้กับทุกคนไม่ว่าจะเป็นบุรุษหรือสตรี

*******************************

น้องมาแล้วน้องเราเจ้าเล่ห์แต่นายท่านดูจะเจ้าเล่ห์กว่าน้องนะ

ฝากติดตามด้วยนะ 

 

 

ความคิดเห็น