email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ขอทานผู้มีใบหน้างดงาม

ชื่อตอน : ขอทานผู้มีใบหน้างดงาม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 154

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ย. 2563 22:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ขอทานผู้มีใบหน้างดงาม
แบบอักษร

หยวนปิงเหยี่ยนกอดย่ามใบเล็กของนางไว้แน่น นางขึ้นไปนั่งภายในรถม้ากับบุรุษทั้งหกซึ่งสวมหน้ากากเหลาหู่โลหะสีเงินต่างจ้องมองนางด้วยแววตาดุดัน นางพยายามยิ้มให้แต่กลับได้เพียงใบหน้าบึ้งตึง นางจึงนั่งเงียบๆ จนผ่านไปครึ่งเค่อบุรุษทั้งหกยังคงนั่งจ้องมองนางด้วยใบหน้าบึ้งตึง นางสบตาพวกเขาทีละคนค่อยๆ ล้วงมือเข้าไปในย่าม บุรุษทั้งหกจ้องมองนางไม่กะพริบตามือของพวกเขาเอื้อมไปจับกระชับกระบี่ไว้มั่น

ดวงตาของบุรุษทั้งหกจ้องมองนางตาไม่กะพริบ บ้างขบกรามแน่น บ้างขมวดคิ้วมือของพวกเขาทั้งหกยังคงจับอยู่ที่ด้ามกระบี่

“ขนมเจ้าค่ะ”

หยวนปิงเหยี่ยนล้วงหยิบห่อขนมมาจำนวนหนึ่งยื่นมือออกไปด้านหน้าพลันต้องตกใจใบหน้าซีดเผือดเมื่อปลายกระบี่ทั้งหกเล่มจ่อมายังใบหน้าของนาง

“เอ่อ...ข้าเพียงหยิบขนมเท่านั้น ข้าไม่ได้มีอาวุธหรือแม้แต่วรยุทธใดๆ ข้าเป็นเพียงขอทานน้อยเท่านั้น เอ่อ...พวกท่านเก็บกระบี่ก่อนเถิด แฮะๆ ” หยวนปิงเหยี่ยนหัวเราะเสียงแห้งมองปลายกระบี่ทั้งหกเล่ม

“พวกท่านลองกินไหมอร่อยนะเผื่อพวกท่านจะอารมณ์ดีขึ้นบ้าง เอ่อกินได้ไม่มียาพิษ ข้าจะกินให้พวกท่านดู” หยวนปิงเหยี่ยนแกะห่อขนมเข้าปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อยพร้อมทั้งส่งให้บุรุษทั้งหกซึ่งมีท่าทีลังเลมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

“พี่ห้วนหยง น่าจะไม่เป็นไร พี่ดูนางกินสิดูน่าอร่อยยิ่ง” ห้วนหยางน้องชายกระซิบบอกพี่ชาย

“อืมถ้าเช่นนั้นลองกินดู” ห้วยหยางแกะห่อขนมเคี้ยวเข้าปากพลันมีสีหน้ายิ้มอย่างมีความสุข บุรุษอีกห้าคนพลอยยิ้มตามกันไป

“เจ้าขอทานขนมนี่มันคืออะไร” ต้าไป๋บุรุษรูปร่างผอมสูงผิวขาวซีดหันไปถาม

“น้ำตาลเคี้ยวกับน้ำกะทิเจ้าค่ะ เอ่อมีเถ้าแก่ใจดีให้ข้ามา เอานี่ๆ ท่านกินเยอะๆ ข้าพกติดตัวมามาก” หยวนปิงเหยี่ยนยิ้มกว้างส่งขนมให้พวกเขาอีกหลายห่อ นางลอบยิ้มอย่างดีใจที่สามารถผูกมิตรกับศิษย์สำนักทั้งหกคนนี้ได้

หยวนปิงเหยี่ยนชวนทั้งหกพูดคุย นางไม่เคยไปยังอำเภอตงจึงสอบถามหาข้อมมูลจากพวกเขาทั้งหก ซึ่งแม้ว่าพวกเขาจะดูท่าทางน่ากลัวแต่เมื่อได้พูดคุยกันแล้วกลับรู้สึกว่าพวกเขานั้นตลกมากกว่าน่ากลัว

“น้องปิง เจ้านี่เก่งมากกล้าเดินป่าไปยังอำเภอตงเพียงลำพัง” ห้วนหยงเรียกขานนางอย่างสนิทสนม

“พี่ห้วนหยง ข้ามีเหตุจำเป็นสหายขอทานข้าบอกว่าหากเดินทางตามแผนที่แล้วจะถึงอำเภอตงได้อย่างรวดเร็ว”

“จริงอยู่ว่ามันเป็นเส้นทางลัดแต่มันอันตรายมาก เจ้าถือว่าโชคดีที่มาเจอพวกข้า ไม่เช่นนั้นเจ้าอาจตกเป็นอาหารสิงโตแล้ว” ต้าไป๋พูดพลางทำท่าทางขนลุก

“ท่านเจ้าสำนักช่างใจดียิ่ง ปกติท่านไม่เคยพาขอทานกลับสำนัก” ห้วนหยางมองใบหน้าและเนื้อตัวมอมแมมของหยวนปิงเหยี่ยน

“เอ่อ...พี่ห้วนหยาง เจ้าสำนักเป็นคนเช่นไร เอ่อ...ข้าจะได้ระวังตัวไม่ไปทำให้ท่านโกรธ” หยวนปิงเหยี่ยนได้โอกาสรีบสอบถามแม้ว่านางจะอยู่ที่ีนี่เพียงคืนเดียวแต่หากรู้จักนิสัยใจคอของเจ้าสำนักไว้ นางอาจอยู่รอดปลอดภัยจนถึงรุ่งเช้า

“ท่านน่ะหรือ” ห้วนหยางเหล่ตามองนาง ดวงตากลมโตเบิกกว้างตั้งใจฟังเขา

“ท่านน่ะ โหดร้าย โหดเหี้ยมมาก ไม่ชอบความสกปรก ไม่ชอบความไม่เป็นระเบียบ ไม่ชอบสตรี เจ้าจำไว้ห้ามเข้าใกล้ท่านหากไม่ได้รับอนุญาต ห้ามทำให้ท่านโกรธ” ห้วนหยางยิ้มยกมุมปากเมื่อเห็นว่าดวงตาของนางเบิกกว้าง ใบหน้าแท้จริงของนางขาวซีดภายใต้ดินโคลนสีดำที่เปื้อนเต็มใบหน้านาง

“อืม ข้าเข้าใจแล้ว” หยวนปิงเหยี่ยนลอบกลืนน้ำลาย ‘ไม่ชอบสตรีงั้นแสดงว่าเขาชอบบุรุษอย่างนั้นหรือ บรื้อ!’ นางคิดขนลุกชัน

“ฮ่าๆ เจ้าคงกลัวหัวหด ฮ่าๆ ” ห้วนหยางหัวเราะดังลั่น หยวนปิง เหยี่ยนมองเขาด้วยใบหน้าสับสน

“แต่ที่น่ากลัวกว่านายท่านซึ่งเป็นเจ้าสำนักนั่นคือ รองเจ้าสำนัก หึๆ โชคดีของเจ้าที่ท่านไม่อยู่ ท่านนะไม่ชอบให้ผู้ใดเข้ามายุ่งวุ่นวายในสำนัก” หยูจิ่นบุรุษรูปร่างสันทัดผิวขาวพูดพลางแบมือขอขนมจากหยวนปิงเหยี่ยนเพิ่ม

ยามเซิน (15:00-16:59) รถม้าจอดยังประตูบานใหญ่มีป้ายชื่อสำนักเขียนด้วยอักษรสีทอง หยวนปิงเหยี่ยนลงจากรถม้าหันมองไปรอบๆ มีต้นไผ่ยืนต้นสูงอยู่เป็นจำนวนมาก นางมองด้วยสายตางุนงงแล้วรถม้าเข้ามาจากทางใดทำไมรอบๆ จึงมีแต่ต้นไผ่

“รีบเดินน้องปิง ที่นี่ทางเข้าออกจะถูกเก็บเป็นความลับอีกทั้งยังมีค่ายกลมากมายเพื่อป้องกันผู้บุกรุก เจ้าไม่ต้องมองหาหรอก พรุ่งนี้พวกเราจะออกมาส่งเจ้าเอง” ต้าไป๋แตะแขนนางให้นางรีบเดินขึ้นไปตามบันไดสูงชันซึ่งมีมากมายกว่าสองร้อยขั้น

“รอข้าด้วย ขาข้าแทบจะก้าวไม่ออกแล้ว” หยวนปิงเหยี่ยนนั่งลงทุบน่องและขาของนาง เงยหน้าขึ้นมองเรือนสำนักซึ่งอยู่ห่างมองเห็นรำไร ศิษย์บางคนเดินขึ้นไปยืนรอนางอยู่ก่อนแล้ว

“น้องปิงเจ้าอดทนหน่อยอีกไม่กี่ขั้นแล้ว” ห้วนหยางเดินลงมาให้กำลังใจนาง

“พี่ห้วนหยางท่านแบกข้าขึ้นไปได้ไหม” หยวนปิงเหยี่ยนยื่นมือไปให้เขา

“ผู้ใดช่วยนางข้าจะตัดแขนทิ้งเสีย” เสียงตะโกนสั่งมาจากด้านบน ห้วนหยางรีบหดมือกลับทันที

“น้องปิงเจ้าพยายามหน่อยอีกไม่กี่สิบขั้นแล้ว” ต้าไป๋บอกนางเขาไม่กล้าแม้แต่จะพยุงนางเมื่อเสียงเจ้าสำนักสั่งดังลั่นและกำลังยืนจ้องมองพวกเขาอยู่

หยวนปิงเหยี่ยนเงยหน้าขึ้นไปมองบุรุษร่างสูงซึ่งยืนมองนางอยู่ ไกล ๆ นางกลั้นใจลุกขึ้นยืนลากขาของนางขึ้นบันไดไปช้าๆ โดยมีเสียงให้กำลังใจจากต้าไป๋และห้วนหยาง

“ใจร้าย โหดเหี้ยม ป่าเถื่อน ชิ! นี่ข้าคิดถูกใช่ไหมที่ขอคนใจเหี้ยมเช่นเขามาพักที่นี่ ข้าเป็นเพียงสตรีบอบบาง ไม่ได้รูปร่างใหญ่โตอย่างควายป่าเช่นเขา ชิ! ” หยวนปิงเหยี่ยนบ่นพึมพำแต่ทุกถ้อยคำอู๋ฉีหลงได้ยินชัดเจน อู๋ฉีหลงยืนกำหมัดแน่นสตรีผู้นี้กล้าดุด่านินทาเขา

หยวนปิงเหยี่ยนขึ้นไปถึงยังประตูสำนัก นางแทบไม่มีแรงเดิน นางเอื้อมมือไปจับแขนของต้าไป๋ยืนอิงแอบหายใจเหนื่อยหอบอยู่ข้างกายเขา

อู๋ฉีหลงยืนส่งสายตาเหี้ยมให้ต้าไป๋ที่บังอาจช่วยเหลือให้นางยืนพักพิง ต้าไป๋รีบผละตัวนางออก หยวนปิงเหยี่ยนยืนโอนเอนขาอ่อนแรงยิ่ง นางมองเห็นเสาเรือนจึงรีบเดินลากขาไปยืนพิงกอดเสามองอู๋ฉีหลงอย่างขุ่นเคือง

“หึ! ขอทานเช่นเจ้าทำไมจึงอ่อนแอยิ่ง” อู๋ฉีหลงยิ้มเหยียด เขามั่นใจมากขึ้นว่านางไม่ใช่ขอทานอย่างแน่นอนแค่ขึ้นบันได้ไม่กี่ร้อยขั้นกลับยืนอย่างกับคนหมดแรงใกล้ตาย

“นายท่าน ข้าเหนื่อยมาก ขาข้าไม่มีเรี่ยวมีแรงแล้ว ฮือๆ ฮือๆ ข้าเป็นเพียงขอทานรูปร่างบอบบาง อดมื้อกินมื้อร่างกายข้าเลยอ่อนแอ ฮือๆ ” หยวนปิงเหยี่ยนยืนแนบหน้ากอดเสาเรือนร้องไห้มองอู๋ฉีหลงด้วยสายตาตัดพ้อ

“อะไรกันเอะอะก็ร้องไห้” อู๋ฉีหลงส่ายศีรษะรำคาญเสียงร้องไห้ของหยวนปิงเหยี่ยนยิ่ง

“แม่บ้านหลิวเจ้าไปจัดห้องให้นางอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วพานางไปพบข้ายังห้องหนังสือ” อู๋ฉีหลงส่ายหน้าเดินขึ้นเรือนทิ้งให้หยวนปิง เหยี่ยนยืนกอดเสาเรือนร้องไห้อยู่กับแม่บ้านหลิว

แม่บ้านหลิวเป็นสตรีสูงวัยรูปร่างท้วมอายุ 40 ปี ผู้ซึ่งทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยของสาวใช้และโรงครัวรองจากพ่อบ้านหลี่มองสำรวจใบหน้าหยวนปิงเหยี่ยนบัดนี้แทบดูไม่ได้เมื่อเหงื่อไคลกับน้ำตาไหลเละเทะรวมกับดินโคลน ใบหน้าของนางเริ่มจะไม่เหมือนมนุษย์เสียแล้วในตอนนี้

“แม่นางเจ้าหยุดร้องไห้เสียก่อน ตามข้ามาเจ้าเดินไหวหรือไม่ เฮ้อ! นายท่านไม่น่ากลั่นแกล้งเจ้าเลย” แม่บ้านหลิวช่วยประคองนางเดินไปยังเรือนสาวใช้ซึ่งอยู่ก่อนเรือนของบ่าวรับใช้และศิษย์สำนัก หยวนปิงเหยี่ยนถอนหายใจเมื่อเห็นเรือนที่ได้ชื่อว่าเป็นเรือนสาวใช้ นางแทบจะก้าวขาไม่ไหว

“ป้าหลิว ข้าชื่อ ‘ปิงเหยี่ยน’ ขอบคุณที่ช่วยประคองข้า” หยวนปิง เหยี่ยนยืนมองไปรอบๆ ห้องพักของนาง มองหาห้องอาบน้ำแต่กลับไม่มีอยู่ภายในห้องแล้วนางจะอาบน้ำได้เช่นไรหรือว่าต้องออกไปยังแม่น้ำ นางคิดอย่างหวาดหวั่นชีวิตเคยสุขสบายทำไมจึงต้องมาลำบากเช่นนี้

“ป้าหลิวแล้วข้าอาบน้ำที่ใด”

“ที่นี่ใช้ห้องอาบน้ำรวมซึ่งอยู่ด้านนอก ป้าหลิวชี้นิ้วออกไปยังเรือนอาบน้ำของสาวใช้ซึ่งอยู่ห่างห้องพักนางมิไกล นี่คือเสื้อผ้าชุดใหม่ของเจ้า เอาล่ะไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ข้าจะรอเจ้าอยู่ที่นี่ประเดี๋ยวจะได้ไปเรือนใหญ่พร้อมกัน” ป้าหลิวเดินสำรวจตรวจความเรียบร้อยภายในห้อง

หยวนปิงเหยี่ยนเดินไปยืนหลังฉากกั้นถอดชุดของนางออกใส่เสื้อคลุมเนื้อหนาสีขาวที่แม่บ้านหลิวนำมาให้ นางเดินออกจากห้องไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ เป็นครั้งแรกที่นางต้องอาบน้ำนอกเรือน

“บรื้อ! น้ำเย็นเจี๊ยบ ตายๆ ข้าจะตายไหม” หยวนปิงเหยี่ยนล้างเนื้อล้างตัวจนสะอาดรีบใส่เสื้อคลุมเดินก้มหน้าก้มตากลับมาเรือนนอนของสาวใช้เมื่อเห็นว่ามีสาวใช้จำนวนสามคนกำลังเดินมาห้องอาบน้ำ

“มาๆ รีบแต่งตัวเข้า” ป้าหลิวกวักมือเรียกเมื่อเห็นว่านางใช้เวลาอาบน้ำนานเกินไปเกรงเจ้าสำนักจะรอนาน

หยวนปิงเหยี่ยนก้มหน้าก้มตารีบเดินเข้าไปหลังฉากกั้นสวมใส่ชุดตัวในชุดใหม่ที่นางนำติดตัวพับใส่ย่ามมาโดยนางย้ายของมีค่าทุกอย่างมาเก็บไว้ในชุดนี้จากนั้นจึงสวมใส่ชุดสาวใช้ที่แม่บ้านหลิวนำมาให้ นางมองชุดอย่างขุ่นเคืองแค่มาขอพักเพียงคืนเดียวหาเสื้อผ้าที่ไม่ใช่ชุดสาวใช้ให้ไม่ได้ มองแล้วนางรู้สึกสะเทือนใจยิ่ง นางรวบผมม้วนเป็นมวยไว้กลางศีรษะปักด้วยปิ่นไม้ที่มาพร้อมกับชุดสาวใช้

“พร้อมแล้วเจ้าค่ะ” หยวนปิงเหยี่ยนเดินออกมาจากหลังฉากกั้นรีบขอโทษแม่บ้านหลิว นางรู้ตัวดีว่านางเสียเวลาอาบน้ำไปมากเพราะมัวแต่มองไปรอบๆ ห้องอาบน้ำเกรงว่าจะมีผู้ใดมาแอบมอง อีกทั้งยังยืนทำใจต่อหน้าอ่างน้ำที่เย็นยะเยือกอีกด้วย

แม่บ้านหลิวมองใบหน้าผู้ได้ชื่อว่าเป็นขอทานอย่างตกตะลึง ใบหน้ารูปไข่ คิ้วโก่งเป็นคันศร ขนตายาวหนาเป็นแพยิ่งเพิ่มให้ดวงตากลมโตดูหวานฉ่ำ ปลายจมูกรั้นแต่พองามรับกับริมฝีปากสีชมพูระเรื่อ ผิวสีน้ำผึ้งจางๆ นวลเนียนผ่องชวนน่ามอง

“เจ้าเป็นขอทานจริงๆ หรือปิงเหยี่ยน” แม่บ้านหลิวถามย้ำขณะที่เดินนำหยวนปิงเหยี่ยนไปยังเรือนใหญ่ เดินผ่านสาวใช้และบ่าวรับใช้ต่างหันมามองนาง หยวนปิงเหยี่ยนยิ้มให้อย่างเป็นมิตร เดินผ่านยังเรือนพักผ่อนของศิษย์สำนักซึ่งนั่งนอนเอนกาย เดินหมากล้อมพักผ่อนกันตามอัธยาศัยต่างลุกขึ้นออกมายืนมองนาง คิดไปกันว่านางคือสาวใช้คนใหม่เพราะเห็นว่านางใส่เสื้อผ้าของสาวใช้แต่ทำไมนางจึงดูงดงามเกินกว่าจะเป็นสาวใช้

“ต้าไป๋! นั่นๆ น้องปิงใช่ไหม ทำไมงดงามเช่นนี้” ห้วนหยางรีบสะกิดถามต้าไป๋

“ใช่น้องปิง เฮ้ย! คนเดียวกันจริงๆ ” ต้าไป๋วิ่งฝ่าศิษย์ร่วมสำนักนับสิบที่กำลังยืนมองนาง เขารีบร้องเรียกชื่อนางซึ่งหยวนปิงเหยี่ยนหันมายิ้มและโบกมือให้เขา

แม่บ้านหลิวเดินนำหยวนปิงเหยี่ยนเข้ามาภายในเรือนใหญ่อันโอ่อ่าและกว้างขวาง ข้าวของมีค่าถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ หยวนปิง เหยี่ยนมองเห็นสาวใช้สามคนกำลังช่วยกันปัดกวาดเช็ดถูอย่างขยันขันแข็ง แม่บ้านหลิวเดินไปตามทางเชื่อมจากเรือนใหญ่ไปยังเรือนหลังเล็กหยุดยังหน้าประตู หยวนปิงเหยี่ยนหันมองไปรอบๆ สำนักแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงบรรยากาศโดยรอบถือว่าสงบร่มรื่นน่าอยู่น่าอาศัยเป็นอย่างมาก

“นายท่านแม่นางปิงเหยี่ยนมาแล้วเจ้าค่ะ” แม่บ้านหลิวเคาะประตูส่งเสียงร้องบอก

“เชิญ” ห้วนหยงเปิดประตูบานใหญ่ให้แม่บ้านหลิวซึ่งนางหลีกทางให้หยวนปิงเหยี่ยนเมื่อรู้ว่าเจ้าสำนักต้องการพบเพียงนาง หยวนปิงเหยี่ยนหันไปยิ้มให้ห้วนหยงซึ่งกำลังยืนมองนางอย่างตกตะลึงก่อนจะได้สติเมื่อเสียงเหี้ยมตะโกนให้รีบปิดประตู

“เอ่อ...น้องปิงเจ้าเข้าไปด้านในนายท่านรอเจ้าอยู่ โชคดี” ห้วนหยงมองนางไม่กะพริบตา

“พี่ห้วนหยงแล้วท่านไม่อยู่ด้วยหรือ” หยวนปิงเหยี่ยนเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าเขากำลังปิดประตู

“นายท่านต้องการพบเจ้าไม่ใช่ข้า ข้าไปล่ะ” ห้วนหยางรีบปิดประตู

หยวนปิงเหยี่ยนเดินเข้าไปภายในห้องหนังสือ นางมองสำรวจภายในห้องมีชั้นวางจำนวนหลายชั้นมีหนังสือซึ่งอัดแน่นอยู่บนชั้นวางอีกมากมาย มีโต๊ะอีกสองชุดอยู่ด้านข้างสำหรับนั่งอ่านหนังสือและรับรองแขก นางมองเห็นบุรุษในชุดสีเขียวอ่อนนั่งปลายตวัดพู่กันเขียนบางอย่างอยู่ยังโต๊ะสีดำตัวใหญ่ด้านหลังมีภาพของหู่หรือเสือดำตัวโต นางก้าวเดินไปอย่างช้าๆ ไม่รู้ว่าเจ้าสำนักผู้นี้ต้องการพบหน้านางด้วยเหตุผลใด

*****************************

ท่านเจ้าสำนักจะตกตะลึงมั้ยเมื่อเจอขอทานน้อยแปลงร่างแล้ว

ฝากติดตามด้วยนะ จุ๊บๆ

 

 

ความคิดเห็น