email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ขอไปค้างด้วย

ชื่อตอน : ขอไปค้างด้วย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 167

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ย. 2563 15:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ขอไปค้างด้วย
แบบอักษร

อู๋ฉีหลงเจ้าสำนักกระบี่พิฆาตมารจ่อปลายกระบี่ไปยังปลายคางของหยวนปิงเหยี่ยน เขาจ้องมองดวงตากลมโตซึ่งกำลังจ้องมองเขาด้วยแววตาหวาดกลัว ดวงตาคมกริบมองสำรวจยังศีรษะของนางซึ่งผมเกล้าหลุดลุ่ยมิมีเครื่องประดับใดๆ ผิวหน้ารูบไข่เปื้อนดินโคลน จมูกโด่งปลายรั้นบ่งบอกถึงนิสัยดื้อรั้นซุกซน ริมฝีปากอวบอิ่มสีชาด ลำคอผิวสีน้ำผึ้งนวลเนียน เขาขมวดคิ้วมองผิวเผินผิวพรรณนางจัดว่าดีแต่ทำไมจึงแต่งตัวด้วยเสื้อผ้ามอมแมมดูยากจนอย่างเช่นขอทาน

“นายท่านอย่าฆ่าข้าเลย ท่านดูข้าสิข้าเป็นเพียง เอ่อ...ขอทานผู้ยากไร้ ข้าไม่รู้ไม่เห็นใดๆ ทั้งสิ้นปล่อยข้าไปตามทางของข้าเถิด” หยวนปิง เหยี่ยนส่งสายตาอ้อนวอนกำลังจะหันหลังคลานเข่าออกไปเมื่อเห็นว่าอู๋ฉีหลงไม่ได้พูดจาใดๆ เพียงยืนสำรวจมองนางนิ่ง

“หยุดเดี๋ยวนี้ ผู้ใดอนุญาตให้เจ้าไปได้” อู๋ฉีหลงมองใบหน้าเปื้อนดินสีดำของหยวนปิงเหยี่ยนแล้วจึงเดินวนไปรอบๆ ตัวของนาง จากนั้นเขาเดินมาหยุดยืนด้านหน้าของนางอีกครั้ง

“เจ้าเป็นขอทานอย่างนั้นหรือ เจ้าชื่อแซ่อะไร อายุเท่าไร” อู๋ฉีหลงถามพลางมองสำรวจใบหน้า เขาแอบยิ้มยกมุมปากเมื่อคิดถึงสิ่งที่นางพูดไว้ก่อนหน้า นางบอกไม่รู้ไม่เห็นแต่สามารถบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ อู๋ฉีหลงขบกรามแน่นมือเขากระชับด้ามกระบี่

“ข้าชื่อ ปิงเหยี่ยน เอ่อ...แซ่ปิง อายุ 17 ปี ข้าเป็นเด็กกำพร้าเดินขอทานไปทั่วแคว้นหยาง ข้าต้องรีบเดินทางไปอำเภอตง ข้าขอตัวก่อนนะ” หยวนปิงเหยี่ยนพยายามลุกขึ้นหนีแต่กลับต้องยืนนิ่งเมื่อปลายกระบี่จ่ออยู่ที่ลำคอ นางมองปลายกระบี่ด้วยดวงตาเบิกกว้างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ

‘บ้าจริง! เอะอะก็จะจ่อคอ จ่อคอ’ หยวนปิงเหยี่ยนคิดอย่างโมโหมองปลายกระบี่ที่จออยู่ที่คอของนาง

อู๋ฉีหลงยืนมองสำรวจรูปร่างหน้าตาของหยวนปิงเหยี่ยนอีกครั้ง เขาเดินเข้ามาใกล้ใช้ปลายกระบี่เปิดคอเสื้อของนางออก หยวนปิงเหยี่ยนตกใจยืนนิ่งไม่กล้าขยับเมื่อปลายกระบี่คมกริบกรีดตัดคอเสื้อช่วงไหล่จนขาด อู๋ฉีหลงยกยิ้มมุมปากมองนางด้วยแววตาเกรี้ยวโกรธ สตรีผู้นี้ช่างร้ายกาจกล้าโกหกเขาว่าเป็นขอทานทั้งที่ผิวพรรณนางไม่มีริ้วรอยด่างพร้อยแม้แต่น้อย

“นายท่าน ท่านปล่อยข้าไปเถิด ใกล้จะมืดค่ำแล้วข้าต้องรีบเดินทางไปยังอำเภอตง ฮือๆ ได้โปรดฮือๆ ” หยวนปิงเหยี่ยนตัดสินใจใช้ไม้ตาย นางนั่งลงร้องไห้กอดขาข้างหนึ่งของเขาไว้แน่นซบหน้าถูไถขาของเขานางเงยหน้าเปื้อนน้ำตาคล้ายเด็กน้อยที่ไม่เคยทำความผิดใดๆ

“นี่เจ้าปล่อยขาของข้าเดี๋ยวนี้นะ” อู๋ฉีหลงตกใจที่จู่ๆ นางจับขาเขา ไม่เคยมีสตรีใดกล้าถูกเนื้อต้องตัวเขามาก่อนหากไม่ได้รับอนุญาต ยิ่งสตรีเนื้อตัวสกปรกเช่นนางด้วยแล้วไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนอย่างแน่นอน เขาก้มลงมาเสื้อผ้าและมือเปื้อนโคลนของนางอย่างรังเกียจ ศิษย์สำนักที่คอยยืนระวังภัยให้เขาต่างตกใจดวงตาเบิกกว้างหลังจากนั้นจึงไว้อาลัยให้หยวนปิงเหยี่ยน

“ไม่ๆ ข้าไม่ปล่อย ฮือๆ ท่านเก็บกระบี่ของท่านก่อนได้หรือไม่ แล้วปล่อยข้าไป ฮือๆ ” หยวนปิงเหยี่ยนร้องไห้ขอร้องให้เขาเก็บกระบี่ นางยังคงกอดขาเขาไว้แน่นเนื้อกายอวบอิ่มซ่อนรูปภายใต้ชุดบุรุษกำลังบดเบียดอยู่ยังขาของอู๋ฉีหลง

“ได้ เจ้าปล่อยมือจากขาของข้าเสีย” อู๋ฉีหลงรีบเก็บกระบี่ไม่อยากให้หยวนปิงเหยี่ยนกอดขาเขานานกว่านี้

“ขอบคุณนายท่านมาก” มือนางค่อยๆ ไต่ขาเขาไปเพื่อเป็นที่ยึดจับรั้งกายนางให้ยืนขึ้น อู๋ฉีหลงเพียงยืนหลับตาขบกรามนิ่งความเสียวซ่านพุ่งใส่ตามแรงมือที่นางลูบไล้ไต่ตามขาของเขา

“เอ่อ...ข้าลาล่ะ” หยวนปิงเหยี่ยนรีบกล่าวลา นางพร้อมที่จะวิ่งหนีสุดชีวิตแต่พลันต้องหยุดลงทันทีเมื่อเสียงทุ้มตะโกนถามนางลั่น

“เจ้ารู้หรือได้เช่นไรว่าอำเภอตงไปทางนั้น” อู๋ฉีหลงยิ้มเหยียดก้มมองชุดโปรดของเขาที่เปรอะเปื้อนเต็มไปด้วยดินโคลนสีดำอย่างขุ่นเคือง

“ทางนั้นสิ ข้ามีแผนที่” นางชูแผนที่ให้เขาดูแต่กลับได้ยินเสียงหัวเราะลั่นจากอู๋ฉีหลงและลูกน้องของเขาซึ่งยืนอยู่ด้านหลัง

“เหมาะสมแล้วที่เป็นขอทาน ช่างโง่เขลาเสียงจริง” อู๋ฉีหลงยิ้มเหยียดมองหยวนปิงเหยี่ยนตั้งแต่หัวจรดเท้า แม้ว่าเขาจะรู้ว่านางโกหกแต่กลับปล่อยเลยตามเลยอีกทั้งยังได้โอกาสหลอกด่านางด้วย

“นั่นมันเส้นทางไปอำเภอฉางแม่นาง” หนึ่งในลูกน้องใส่หน้ากากเหลาหู่โลหะสีเงินตะโกนบอกหยวนปิงเยี่ยนหัวเราะเสียงดัง

“พวกท่านโกหกข้าแน่ๆ ” หยวนปิงเหยี่ยนส่ายหน้าไม่ได้เชื่อพวกเขา

“หึ! อำเภอตงน่ะอยู่ด้านหลังข้านี่ เจ้าต้องเดินไปอีกหนึ่งชั่วยามโชคดีนะ เส้นทางนั้นมีสัตว์ใหญ่อยู่มาก เสือเอย กระทิงเอย สิงโตเอย ฮ่าๆ ” อู๋ฉีหลงหันหลังส่งสัญญาณให้ลูกน้องกลับไปยังรถม้าซึ่งจอดรอเขาอยู่เพื่อเดินทางกลับไปยังสำนักที่อยู่ห่างจากตัวอำเภอตงเพียงครึ่งชั่วยาม

หยวนปิงเหยี่ยนตกใจรีบกางแผนที่ขึ้นมาดู หันมองซ้ายขวาได้ยินเสียงหมาป่าส่งเสียงร้องโหยหวน นางมิรอช้าวิ่งไปเกาะขาของอู๋ฉีหลงอีกครั้ง

“นายท่านโปรดพาข้าไปด้วย ให้ข้าพักยังสำนักของท่านสักคืนหนึ่ง ข้าสัญญาพรุ่งนี้ข้าจะเดินทางออกจากสำนักท่านทันที” หยวนปิงเหยี่ยน กอดขาเขาแน่นแหงนหน้าขึ้นส่งสายตาเว้าวอน แม้ว่าอู๋ฉีหลงจะพยายามกระตุกชักขาของเขากลับแต่ไม่เป็นผลสองมือนางกอดรัดขาเขาไว้แน่น ชาตินี้นางจะไม่ยอมปล่อย นางจะไม่ยอมอยู่กลางป่าอย่างโดดเดี่ยวในคืนนี้

ศิษย์สำนักซึ่งเป็นลูกน้องของอู๋ฉีหลงต่างหยุดมองอู๋ฉีหลงซึ่งยืนกระตุกขาเพื่อสลัดมือของหยวนปิงเหยี่ยนแต่ยิ่งเขาพยายามเท่าใดกลับยิ่งทำให้นางจับยึดขาเขาแน่น

“ห้วนหยง เจ้าว่านางจะรอดไหม” ห้วนหยางบุรุษผิวคล้ำดำแดดสอบถามพี่ชายเขาซึ่งขมวดคิ้วมองไปยังทั้งคู่

“ข้าว่าไม่น่ารอด ดูนายท่านจะเริ่มโมโหนางแล้ว” ห้วนหยงบุรุษผิวคล้ำดำแดดมีหนวดเคราสีเขียวครึ้มตอบพลางส่ายหน้าเห็นใจหยวนปิง เหยี่ยน

“ข้าว่านางรอด หากจะไม่รอดคงไม่รอดตั้งแต่ครั้งแรกที่นางถูกเนื้อต้องตัวนายท่านแล้ว” ห้วนหยางยิ้มกริ่มมองไปยังอู๋ฉีหลงและหยวนปิง เหยี่ยน

“การจะไปพักยังสำนักของข้าไม่ได้มีไว้ให้ผู้ใดได้มาพักตามใจชอบ เจ้าทำอะไรได้บ้าง” อู๋ฉีหลงมองใบหน้าเปื้อนโคลนของหยวนปิงเหยี่ยนและมือสกปรกของนางซึ่งกำลังจับชุดของเขาอยู่

“เอ่อ...ข้าซักผ้าได้ ข้าจะซักเสื้อผ้าชุดนี้ของท่านเอง” หยวนปิง เหยี่ยนมองตามสายตาอู๋ฉีหลงรู้ทันทีว่าเขาหมายถึงอะไรจึงไม่รอช้ารีบอาสาขอแลกกับที่หลับนอนเสียแรงดีกว่าเสียเงิน นางต้องพยายามเก็บเงินเพื่อใช้ในการเดินทางไปยังอำเภอตง

“ได้” อู๋ฉีหลงพยักหน้า

“ขอบคุณนายท่านมาก” หยวนปิงเหยี่ยนลุกขึ้นยืนยื่นมือไปปัดจัดสาบเสื้อของอู๋ฉีหลงแต่ยิ่งจัดยิ่งจับเสื้อของเขายิ่งดำคล้ำ หยวนปิงเหยี่ยนยิ้มหน้าเจื่อนเมื่อมองเสื้อของเขาและมองมือของนางรีบก้มหน้ากล่าวขอโทษ เมื่อเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งอู๋ฉีหลงและศิษย์สำนักเดินห่างออกไปไกลแล้ว

“บ้าจริง! จะไปก็ไม่บอกกล่าวข้า รอข้าด้วยนายท่าน” หยวนปิง เหยี่ยนตกใจรีบวิ่งตามไปจนทัน นางเดินตามแผ่นหลังของอู๋ฉีหลงอย่างกับว่านางคือ เงาตามตัวของเขา อู๋ฉีหลงรู้ว่านางเดินตามหลังเขามาเงียบๆ แต่ไม่ได้ว่ากล่าวอะไร เขาอยากรู้ยิ่งว่านางคือผู้ใดและเกี่ยวข้องกับศิษย์สำนักหูหลีหรือไม่จึงได้อนุญาตให้นางตามเขาไปยังสำนักกระบี่พิฆาตมารด้วย

อู๋ฉีหลงหยุดเดินเมื่อถึงยังรถม้าเขาเกือบหัวคะมำไปด้านหน้าเมื่อหยวนปิงเหยี่ยนเดินชนแผ่นหลังเขาอย่างแรง

“โอ้ย! นายท่านจะหยุดทำไมไม่บอกกันบ้าง” หยวนปิงเหยี่ยนร้องลั่นหน้าผากและจมูกของนางชนเข้ากับแผ่นหลังของอู๋ฉีหลง นางรีบปิดปากเมื่อมองเห็นโคลนสีดำเปื้อนยังเสื้อด้านหลังของเขา นางกำลังจะยกมือปัดแต่ต้องยกมือค้างเมื่อเขาหันหน้ามามองยังนาง

“หยุด! เก็บมือของเจ้าเสียก่อนที่เสื้อผ้าของข้าจะสกปรกไปมากกว่านี้” อู๋ฉีหลงมองมือสีดำเปื้อนโคลนของนางสลับกับใบหน้าด่างดำอย่างเหลืออด เขาเริ่มไม่แน่ใจว่าคิดผิดหรือถูกกันแน่ที่พานางกลับไปสำนักด้วย

“เจ้าค่ะ ข้าหยุดแหะๆ ” หยวนปิงเหยี่ยนรีบเก็บมือยิ้มเจื่อน

“เจ้าไปขึ้นรถม้ากับพวกเขา” อู๋ฉีหลงชี้นิ้วเรียวยาวไปยังรถม้าซึ่งมีศิษย์สำนักกำลังทยอยกันขึ้นไปนั่งยังด้านใน หยวนปิงเหยี่ยนมองบุรุษแต่ละคนด้วยแววตาหวาดหวั่น นางชี้นิ้วมายังใบหน้าของนางหันไปมองหน้าอู๋ฉีหลงเขาพยักหน้าให้อย่างช้าสะบัดหน้าไปยังรถม้า

“หรือว่าเจ้าอยากจะมานั่งขี่ม้ากับข้า” อู๋ฉีหลงถามกระโดดขึ้นไปนั่งบนหลังม้าตัวสีดำสนิท

“ไม่ๆ ” หยวนปิงเหยี่ยนรีบวิ่งไปยังรถม้าทันที เรื่องอะไรนางจะไปกับบุรุษโหดร้ายเช่น อู๋ฉีหลง เกิดนางพูดจาอะไรขัดหูเขาอาจเตะนางตกม้าตายได้ หากว่านางตกม้าตายสภาพศพนางคงไม่น่ามอง คอหักแขนหักศพไม่สวยนางไม่ยอม

 

**************

มีอีบุ๊คนะคะ สนุกทั้งเล่มค่ะ

www.mebmarket.com

 

 

ความคิดเห็น