email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : หยกสีเลือด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 184

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ย. 2563 12:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หยกสีเลือด
แบบอักษร

ผ่านไปครึ่งชั่วยามหยวนปิงเหยี่ยนเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า ขณะนี้นางเดินทางเข้าเขตอำเภอตงแล้วแต่ยังคงห่างไกลจากตัวเมืองอยู่มาก นางมองไปรอบๆ เต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่มีเพียงเส้นทางเล็กๆ ที่บ่งบอกว่ายังมีคนใช้เส้นทางลัดนี้ในการเดินทางไปอำเภอตง ในแผนที่เส้นทางลัดนี้ไม่ได้สามารถเดินทางไปได้เพียงแค่อำเภอตงแต่ยังสามารถไปยังอำเภอฉางได้อีกด้วย

หยวนปิงเหยี่ยนตัดสินใจไปนั่งลงยังใต้ต้นไม้ใหญ่ขาของนางเมื่อยล้าเกินที่จะเดินต่อไปได้อีกแล้ว นางนั่งบีบนวดขาทุบตีขาทั้งสองข้าง ใบหน้าสวยหวานที่ถูกแต่งแต้มไว้อย่างสวยงามบัดนี้เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ นางล้วงหยิบหูหลู (น้ำเต้า) ดื่มน้ำอย่างหิวกระหายหยิบขนมน้ำตาลเคี่ยวกับน้ำกะทิซึ่งห่อเป็นลูกกลมๆ อยู่ในห่อกระดาษจำนวนมากออกมาเคี้ยวกิน

“เหนื่อย! ข้าเหนื่อยตั้งแต่เกิดมาข้าไม่เคยต้องเดินมากขนาดนี้มาก่อน” หยวนปิงเหยี่ยนบีบนวดแข้งขาของนางส่วนปากนั้นบ่นพึมพำดุด่าโชคชะตาของตัวนางไปด้วย

“สวรรค์ทำไมท่านต้องรังแกคนดีๆ เช่นข้าด้วย ชีวิตข้าไม่เคยทำความชั่ว แม้ว่าข้าจะตบตีต่อยกับชาวบ้านบ้างแต่นั่นเพราะพวกเขาเป็นคนไม่ดี ข้าอาจขโมยเงินของท่านพ่อท่านแม่แต่นั่นเพราะข้านำไปช่วยเหลือคนยากจน ข้าอาจจะเที่ยวเตร่เสเพลบ้างเพราะนั้นคือการเรียนรู้เพื่อใช้ในการดำรงชีวิต”

“สวรรค์หนอสวรรค์จะให้คนงามเช่นข้าแต่งงานทั้งที ทำไมไม่ประทานบุรุษหนุ่มรูปโฉมงดงามรวยและรวยมากให้ข้า” หยวนปิงเหยี่ยนเงยหน้ามองท้องฟ้ากะพริบตาปริบๆ

หยวนปิงเหยี่ยนนั่งพักได้เพียงครึ่งเค่อนางตัดสินใจลุกขึ้นเพื่อเดินทางไปยังอำเภอตง ไม่ว่าจะหันหน้ามองไปทางใดนางมองเห็นเพียงแค่ป่าเขาและต้นไม้เท่านั้น แม้จะเหน็ดเหนื่อยแต่ไม่อาจหยุดนั่งพักนานได้ นางไม่อยากต้องค้างแรมในป่าเพียงลำพัง นางไม่สามารถออกไปล่าสัตว์เพื่อนำมาเป็นอาหารได้ ชีวิตนางเรื่องกินคือเรื่องใหญ่นางไม่สามารถอดทนได้หากต้องอดข้าวมื้อใดมื้อหนึ่งไป

หยวนปิงเหยี่ยนกำลังจะก้าวเท้าออกจากใต้ไม้ใหญ่ พลันต้องรีบหลบทำตัวให้ลีบแบนแนบไปกับลำต้นของต้นไม้ เมื่อเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์หน้าตาดุดันจำนวนเกือบสิบคนแต่งกายด้วยชุดแบบเดียวกันปักอักษรสีแดงคำว่า ‘หูหลี’ (สุนัขจิ้งจอก) ยังสายคาดเอว

“ศิษย์พี่เร็วเข้า! พวกมันกำลังแห่กันมา ข้าว่าเราเอากล่องไม้นี่แอบไว้ที่ใดสักที่เถิด เมื่อพวกมันกลับออกไปเราค่อยมาเอากล่องใบนี้กลับไปยังสำนัก อย่างน้อยหากพวกมันตามมาทันแต่ไม่เจอหลักฐานพวกมันไม่สามารถเอาผิดพวกเราได้” ชายฉกรรจ์ผิวขาวซีดพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน

“ศิษย์พี่แต่ไอ้อู๋ฉีหลงมันเหี้ยมโหดมาก หากไม่เจอของที่มันต้องการท่านแน่ใจหรือว่ามันจะปล่อยพวกเราไป” ชายฉกรรจ์รูปร่างสันทัดพูดด้วยใบหน้ากังวล

“ข้าไม่รู้แต่ในเมื่อพวกเรารับคำสั่งเจ้าสำนักมาแล้วถึงอย่างไรเราต้องรักษามันไว้ให้ได้ ว่าแต่เราจะเอากล่องใบนี้ไปแอบไว้ที่ใด” ศิษย์พี่ผู้มีรูปร่างสูงใหญ่ผิวสีเข้มใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเคราหันมองไปรอบๆ สะดุดตาเข้ากับหินก้อนใหญ่ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากจุดที่พวกเขายืนพูดคุยกันอยู่ เขาเดินถือกล่องไม้ขนาดเล็กเท่าฝ่ามือสอดเข้าไปใต้ก้อนหินขนาดใหญ่นำกิ่งไม้ใบไม้มาปกปิดไว้ จากนั้นพวกมันวิ่งหายออกไปอีกทางหนึ่งอย่างรวดเร็ว

หยวนปิงเหยี่ยนแอบดูมันพวกมันวิ่งหายไป นางรอจนแน่ใจว่าพวกมันจะไม่ย้อนกลับมาอีกและไม่มีผู้ใดตามพวกมันมา นางค่อยๆ วิ่งเหยาะๆ มองซ้ายมองขวาหันหน้าหันหลังคลานเข่าไปยังก้อนหินก้อนนั้นอย่างรวดเร็ว มือเรียวเล็กของนางรื้อกิ่งไม้ใบหญ้ารีบนำกล่องไม้ออกมาจากที่ซ่อน

“ป้ายหยกสีเลือดสลักลวดลายมังกรเสียด้วย หืม! เนื้อดีแกะสลักอย่างประณีต ของผู้ใดกันตรามังกรหรือเป็นของราชวงศ์ องค์ชาย อ๋อง ใช่มันต้องใช่แน่ๆ หรือว่าเป็นของเฉินฮ่องเต้” หยวนปิงเหยี่ยนยกป้ายหยกขึ้นมาส่องดูถึงแม้จะไม่ได้เข้าไปช่วยงานที่ร้านขายเครื่องประดับของสกุลหยวนมากแต่เรื่องความรู้เกี่ยวกับเครื่องประดับไม่ได้น้อยหน้าไปว่าพี่ชายและพี่สาวของนาง

“ข้าควรเก็บมันไว้และนำไปคืนเฉินฮ่องเต้ด้วยตัวข้าเอง พระองค์คงจะชื่นชมข้าและพระราชทานเงินทองเป็นของรางวัล หึๆ ” หยวนปิงเหยี่่ยนยิ้มกว้างคิดถึงแก้วแหวนเงินทองมากมายหรือพี่ชายนางอาจได้เข้าไปรับใช้ราชสำนัก นางมั่นใจว่าป้ายหยกสีเลือดชิ้นนี้ต้องถูกขโมยมาอย่างแน่นอนเพราะสัญลักษณ์รูปมังกรนั้นมีเพียงฮ่องเต้และราชวงศ์เท่านั้นที่สามารถใช้ได้

“หรือว่านำไปขายเอาเงินไปใช้หนี้ก่อนดี หึๆ สกุลหยวนของข้าจะได้ปลดหนี้” หยวนปิงเหยี่ยนหน้านิ่วคิ้วขมวด นางไม่อาจตัดสินใจได้ว่าควรนำมันไปคืนหรือนำไปขายเพราะครอบครัวนางกำลังร้อนเงินยิ่ง

“ช่างมันในเมื่อข้าเจอป้ายหยกนี้แล้วจะเป็นของผู้ใดมาก่อนไม่สำคัญเท่าปัจจุบันมันคือของข้าฮ่าๆ เก็บไว้ก่อนแล้วค่อยคิดว่าจะทำเช่นไรกับมันดี”

หยวนปิงเหยี่ยนลูบไล้ป้ายหยกอย่างเบามือ นางเป็นบุตรสาวเจ้าของร้านเครื่องประดับจึงรู้ดีว่าหยกสีเลือดนั้นหายากและราคาแพงมาก นางรีบเก็บป้ายหยกไว้ในเสื้อตัวในซึ่งนางเย็บกระเป๋าใบเล็กใบน้อยไว้หลายใบเพื่อใช้ในการแอบซ่อนเงินและของมีค่า นางวางกล่องไม้ไว้ที่เดิมและนำกิ่งไม้ใบไม้มาปกปิดไว้ จากนั้นจึงรีบเดินทางต่อทันที

หยวนปิงเหยี่ยนกางแผนที่ออกดูและอ่านมันอีกครั้ง นางรู้สึกว่ากำลังเดินเข้าป่าลึกมากกว่าที่จะเข้าสู่เขตตัวอำเภอของอำเภอตง นางขมวดคิ้วภาวนาอย่าให้นางหลงทางหรืออาฟ่งคัดลอกแผนที่มาให้นางผิด ในระหว่างที่นางกำลังยืนอ่านแผนที่มองซ้ายมองขวาอยู่นั้น นางได้ยินเสียงการต่อสู้เสียงอาวุธมีดดาบกระทบกันและเสียงร้องโอดโอยดังลั่นป่า ด้วยความใคร่รู้นางจึงเดินไปแอบหลังลำต้นไม้ใหญ่ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากจุดที่มีการต่อสู้

วิชาตัวเบานะรึนางไม่เคยได้ร่ำเรียนมีแต่สองเท้าที่หัดซ้อมวิ่งหนีบิดามารดาของนางยามที่แอบออกไปซุกซนด้านนอกเรือนเท่านั้น หมัดมวยนางมีไว้เพียงป้องกันตัวหากต้องให้นางเลือกระหว่างสู้จนตัวตายหรือวิ่งหนีนางขอเลือกอย่างหลัง

“นั่นมันกลุ่มชายฉกรรจ์เมื่อครู่นี่ ทำไมจึงถูกดักทำร้ายแล้วอีกกลุ่มคือผู้ใดกัน ทำไมต้องใส่หน้ากากปิดลูกบังหน้าตาด้วยตาหรือว่าจะหน้าตาอัปลักษณ์กันทุกคน” หยวนปิงเหยี่ยนยืนแอบมองการต่อสู้อันดุเดือดอย่างใจจดจ่อ กลุ่มชายฉกรรจ์ที่สวมหน้ากากเพียงครึ่งหน้าบนนั้นดูเหมือนว่าจะมีฝีมือเก่งกาจมากกว่าจึงสามารถฆ่าอีกกลุ่มได้อย่างรวดเร็ว หยวนปิง เหยี่ยนยื่นหน้าผลุบๆ โผล่ๆ ออกไปดูการต่อสู้ นางตื่นเต้นและหวาดกลัวคิดเสียใจที่เดินมาแอบดูการต่อสู้อันดุเดือดนี้

“ข้าไม่น่าเดินมาดูพวกมันเลย นิสัยอยากรู้อยากเห็นของข้านี่แก้ไม่หายจริงๆ ท่านพ่อลูกขอโทษลูกควรเชื่อท่าน” หยวนปิงเหยี่ยนหวนคิดถึงคำติเตือนของบิดานิสัยอยากรู้อยากเห็นให้รู้แจ้งเห็นจริงของนางวันหนึ่งอาจนำภัยมาให้

ในขณะที่นางกำลังจะยื่นหน้าออกไปดูการต่อสู้อีกครั้งมีชายฉกรรจ์ใส่ชุดปักคำว่าหูหลีวิ่งมานอนตายอยู่ข้างๆ ต้นไม้ที่นางยืนแอบ หยวนปิง เหยี่ยนรีบเอามือปิดปากของนางไม่ให้ส่งเสียงกรีดร้องจากนั้นนางรีบวิ่งไปแอบหลังพุ่มไม้ใหญ่อีกด้านหนึ่งแม้พื้นดินจะเปียกชุ่มเต็มไปด้วยดินโคลนแต่นางไม่มีทางเลือกอื่นเพราะพุ่มไม้นี้สามารถปิดบังร่างนางได้มิดชิด

“บ้าจริง! นี่มันเกิดอะไรขึ้นทำไมชีวิตข้าจึงได้ซวยเช่นนี้” หยวนปิง เหยี่ยนบ่นพึมพำมือเรียวบางพยายามปัดเสื้อผ้าที่เปรอะเปื้อนโคลนดินสีดำ นางแอบดูการต่อสู้อยู่หลังพุ่มไม้อย่างใจหวาดหวั่น

“ข้าจะทำเช่นไรดี ข้ายังไม่อยากตาย สวรรค์โปรดเมตตาข้าด้วย หากข้ารอดไปได้ข้าจะถวายหัวหมู หัวไก่ หัวเป็ด สารพัดหัวสัตว์ให้” หยวนปิงเหยี่ยนยกมือขึ้นมาพนมสวดภาวนา

“บอกมาพวกเจ้าเอากล่องไม้นั่นไปซ่อนไว้ที่ใด” อู๋ฉีหลงบุรุษหนุ่มร่างสูงใหญ่ ผิวหน้าขาวนวลเนียน จมูกโด่งเป็นสันปลายแหลมรับกับริมฝีปากรูปกระจับสีชมพูระเรื่อ จัดว่าเป็นบุรุษรูปโฉมงดงามเจ้าสำนักกระบี่พิฆาตมารจ้องมองชายฉกรรจ์ใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเคราด้วยแววตาเหี้ยมภายใต้หน้ากากรูป เหลาหู่ (เสือ) เนื้อโลหะสีดำสนิท

“ข้าไม่รู้! พวกเจ้าก็เห็นว่าพวกเราไม่ได้มีกล่องไม้นั่น” ศิษย์สำนักหูหลียกมือขึ้นมาปฏิเสธมองปลายกระบี่ของบุรุษซึ่งใส่หน้ากากหู่สีดำ

อ๊าก!!! ศิษย์สำนักหูหลีถูกปลายกระบี่ของอู๋ฉีหลงตัดมือเขาขาดไปหนึ่งข้าง

“คราวนี้จะบอกได้หรือไม่” อู๋ฉีหลงถามเสียงเหี้ยมจ่อปลายกระบี่ไปยังลำคอของศิษย์สำนักหูหลี ปลายกระบี่ของเขาไม่ได้สั่นไหวแม้แต่น้อย

“ต่อให้เจ้าฆ่าข้าให้ตาย ข้าก็ไม่รู้” ศิษย์สำนักหูหลีปฏิเสธเสียงแข็งเมื่อเขาชำเลืองเห็นศิษย์น้องของเขาวิ่งหนีหายเข้าป่าไป

“ดี ถ้าเช่นนั้นเจ้าจงตายซะ” ปลายกระบี่ตัดผ่านลำคอเลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นไปทั่ว

“อ๊าย! ” หยวนปิงเหยี่ยนตกใจส่งเสียงกรีดร้อง แม้จะพยายามเอามือรีบปิดปากของนางแล้วแต่ไม่อาจรอดพ้นจากการได้ยินของผู้มีวรยุทธสูงอย่างเช่น อู๋ฉีหลงเจ้าสำนักกระบี่พิฆาตมารได้

อู๋ฉีหลงหรือเจ้าสำนักกระบี่พิฆาตมารใช้วิชาตัวเบากระโดดไปยังหน้าพุ่มไม้ใหญ่ เขาเดินถือปลายกระบี่ซึ่งเต็มไปด้วยหยดเลือดไหลเป็นทางยาวยามที่เขาก้าวเดินไปยังพุ่มไม้ ดวงตาดุจดั่งพยัคฆ์ร้ายจดจ้องมองไปยังพุ่มไม้อย่างเลือดเย็น

“มีผู้ใดแอบอยู่หลังพุ่มไม้ ออกมา! ” เสียงตะคอกสั่งลั่นแฝงไปด้วยอำนาจและความเหี้ยมโหด เบื้องหลังเขาคือศิษย์สำนักจำนวนหกคนซึ่งเดินตามหลังคอยระวังภัยให้แก่เขา

“มะ...ไม่มี” หยวนปิงเหยี่ยนตะโกนกลับไปด้วยความหวาดกลัวพลันคิดได้ไม่มีแล้วจะตะโกนบอกเขาทำไม นางนั่งกัดปากเอามือตีหน้าผากในความซื่อบื้อของตนเองตื่นกลัวจนไม่มีสติ

“ข้าสั่งให้เจ้าออกมา ไม่เช่นนั้นหากข้าเดินไปเจอเจ้าแอบอยู่หลังพุ่มไม้ข้าจะตัดคอเจ้าทันที” อู๋ฉีหลงตาขวากระตุกเมื่อได้ยินเสียงหวานใสตะโกนกลับมา เขาสงสัยยิ่งสตรีผู้นี้ไม่สบายหรือไร้ซึ่งสติจึงตะโกนบอกว่าไม่มีผู้ใดแอบอยู่เมื่อเขาตะโกนถามไปเช่นนั้น

“ย่ะ...อย่า ออก...ข้าออกไปอย่าทำอะไรข้า ข้าเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาที่ต้องการเดินทางกลับบ้าน ข้าไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้ยินใดๆ ทั้งสิ้น เรื่องกล่องไม้นั่นข้าเองไม่รู้ เรื่องท่านฆ่าคนตายข้านั้นไม่รู้ไม่เห็นเช่นกัน โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยนายท่านผู้เก่งกาจ ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้มากฝีมือ ผู้หล่อเหลาได้โปรด” หยวนปิงเหยี่ยนค่อยๆ คลานออกมาจากหลังพุ่มไม้ทั้งที่ปากนางยังคงพูดร้องขอชีวิตไม่หยุด นางคลานมาก้มหน้านั่งมองปลายเท้าเขาด้วยเนื้อตัวสั่นเทา

“เงยหน้าขึ้น” อู๋ฉีหลงขมวดคิ้วก้มมองสตรีตรงหน้าใส่เสื้อผ้าอย่างกับขอทานนั่งกอดย่ามผ้าเนื้อตัวสั่นเทา

หยวนปิงเหยี่ยนเงยหน้าขึ้นช้าๆ ใบหน้าเปื้อนดินเปื้อนโคลนสีดำมีเพียงดวงตากลมโตจ้องมองบุรุษตรงหน้าด้วยสายตาหวาดหวั่น ริมฝีปากอวบอิ่มเผยอสั่นระริกเมื่อปลายกระบี่อยู่ยังปลายคางของนาง หยวนปิง เหยี่ยนตกใจใบหน้าซีดเผือดสวดภาวนาอยู่ภายในใจให้นางอยู่รอดปลอดภัย นางไม่อยากนอนคอขาดตายอยู่ในป่าอย่างไร้ญาติขาดมิตรเกรงจะไม่มีผู้ใดส่งของเซ่นไหว้ไปให้นางกิน

*************************

ฝากด้วยนะคะ น่ารักใสๆ ฮาๆ

 

ความคิดเห็น