email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : หลบหนี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 270

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ย. 2563 10:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หลบหนี
แบบอักษร

เมืองหลวง แคว้นหยาง

สตรีร่างบางในชุดเจ้าสาวสีแดงสดปักลวดลายหมู่ตันด้วยดิ้นสีทองอย่างสวยงามนั่งนิ่งเงียบรับฟังคำสั่งสอนของบิดาและมารดาเป็นครั้งสุดท้าย ถ้อยคำว่าเสียใจขอโทษและขอบคุณถูกกล่าวออกมานับครั้งไม่ถ้วน

“ปิงเหยี่ยน พ่อขอโทษมันเป็นความผิดของพ่อเองที่ไปหลงเชื่อคนทรยศอย่างไค่ฟง” เถ้าแก่หยวนบิดา เจ้าของร้านเครื่องประดับสกุลหยวน

“โธ่! ลูกแม่เจ้าอดทนไว้ แม้ว่าคุณชายสืออาจจะเนื้อตัวอวบอ้วนไปเสียหน่อยเมามายไปบ้างเกเรแต่ก็พองาม หน้าตาเขาแม้ไม่ได้หล่อเหลาแต่พอไปวัดไปวาได้ที่สำคัญเขาเป็นถึงบุตรชายของใต้เท้าสือเฟยซึ่งเขามีตำแหน่งเป็นรองนายอำเภอฉางเชียวนะ” ฮูหยินหยวนลี่มารดาร้องไห้สะอึกสะอื้นพยายามพูดปลอบใจบุตรสาว

“น้องพี่หากว่าร้านของเราฟื้นตัวเมื่อไรพี่จะรีบไปเยี่ยมเยือนเจ้า” หยวนหลี่พี่ชายคนโตอายุ 19 ปี ผู้คอยดูแลร้านและความปลอดภัยของร้านเครื่องประดับสกุลหยวน

“ปิงเหยี่ยนขอบใจน้องมาก พี่อยากไปเป็นเจ้าสาวแทนเจ้าแต่ไม่สามารถทิ้งร้านของเราได้อีกอย่างทางโน้นระบุเจาะจงมาว่าต้องเป็นเจ้า” หยวนจางลี่พี่สาวอายุ 18 ปี ผู้เชี่ยวชาญฉลาดทางด้านตัวเลขคอยดูแลบัญชีของร้านเครื่องประดับสกุลหยวน

“ข้าเข้าใจ ข้าเองไม่เคยได้ช่วยเหลืออะไรครอบครัวของเรา ข้ายินดีที่จะแต่งงานกับคุณชายสืออย่างน้อยสินสอดทองหมั้นที่เขาให้มาสามารถนำมาใช้หนี้ได้บางส่วน” หยวนปิงเหยี่ยนตอบเสียงตะกุกตะกักภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีแดงสด นางกำลังพยายามรีบเคี้ยวขนมที่อยู่เต็มปากของนาง

“ปิงเหยี่ยนเจ้ากินอะไรอยู่นั่งว่างๆ ไม่ได้เชียวเป็นอันต้องหาขนมเข้าปาก เจ้าแต่งออกไปแล้วอย่าไปกินขนมกินอะไรพร่ำเพรื่อเชียวนะ รีบๆ เข้ารถม้ามาถึงแล้ว” ฮูหยินหยวนลี่พูดเตือนบุตรสาวเมื่อเห็นว่าจานใส่ขนมเหลือเพียงความว่างเปล่า

“ซือซือเจ้าไปหยิบข้าวของๆ คุณหนูเจ้าขึ้นรถม้าไปเดี๋ยวนี้” ฮูหยิน หยวนลี่สั่งสาวใช้คู่ใจของบุตรสาว

ฮูหยินหยวนลี่จับมือบุตรสาวคนเล็กไปยังรถม้าซึ่งตกแต่งด้วยผ้าสีแดงสดและสีทองอย่างสวยงาม ด้านข้างรถม้าเต็มไปด้วยทหารคอยคุ้มครองอีกสิบนาย เนื่องจากต้องใช้เวลาเกือบสองชั่วยามในการเดินทางไปยังจวนรองนายอำเภอฉางเพราะอยู่ต่างอำเภอเส้นทางนั้นต้องผ่านป่าเขาไม่มีบ้านเรือนจึงอาจเกิดอันตรายได้หรือแม้กระทั่งอาจมีโจรป่าออกมาปล้นทรัพย์ หยวนปิงเหยี่ยนกล่าวอำลาครอบครัวนางเป็นครั้งสุดท้าย

“เถ้าแก่หยวนท่านไม่ต้องเป็นห่วง ใต้เท้าสือเฟยส่งทหารฝีมือมือดีมาคุ้มครองแม่นางหยวนปิงเหยี่ยน” หัวหน้าทหารคุ้มกันพูดพร้อมมองครอบครัวสกุลหยวนอย่างเห็นใจ เขารู้มาว่าสกุลหยวนกำลังตกอับ เมื่อสิบวันก่อนถูกโจรปล้นเครื่องประดับหยกและไข่มุขอันล้ำค่าที่จะนำไปขายยังต่างอำเภอซึ่งคาดว่าเขานั้นถูกสหายของเขานามว่าไค่ฟงร่วมมือกับกลุ่มโจรป่าวางแผนปล้นขบวนสินค้าของเขา ใต้เท้าสือเฟยผู้ซึ่งเป็นลูกค้าคนสำคัญและสหายเก่าแก่ของเขาทราบข่าวจึงยื่นมือเข้าช่วยแต่ต้องยกบุตรสาวคนเล็กให้แต่งกับกับบุตรชายจอมเสเพลของเขา

“ขอบใจท่านมาก ข้ารบกวนท่านแล้ว” เถ้าแก่หยวนปาดเช็ดน้ำตา เขานั้นรักบุตรสาวคนเล็กและตามใจทุกอย่าง นางเป็นสตรีที่มีผิวสีน้ำผึ้งนวลผ่องเป็นเอกลักษณ์ที่ถ่ายทอดมาโดยตรงจากฝั่งของฮูหยินหยวนลี่

หยวนปิงเหยี่ยนมีใบหน้าสวยหวาน จิ้มลิ้ม ดวงตากลมโตแวววาวเป็นประกายซ่อนความซุกซนอยู่ตลอดเวลาภายใต้แพขนตางอนยาว ปากนิดจมูกหน่อยน่าชวนมอง นิสัยสดใสร่าเริง ช่างพูดช่างเจรจา แม้จะซุกซนเที่ยวเตร่และเจ้าเล่ห์ไปบ้างแต่นางยังเป็นที่รักของทุกคน นางตัดสินใจรับปากที่จะแต่งออกไปเป็นฮูหยินสกุลสือ เนื่องจากต้องการช่วยเหลือครอบครัวให้หลุดพ้นจากหนี้สิน ตลอดชีวิตตั้งแต่เล็กจนอายุได้ 17 ปี นางไม่เคยต้องทำงานใดๆ มีแต่เที่ยวเตร่ไปวันๆ

ครอบครัวสกุลหยวนยืนยิ้มโบกมือลาแต่น้ำตานั้นไหลนองเต็มใบหน้าต่างโอบกอดร่ำไห้กันดั่งว่ากำลังส่งร่างไร้วิญญาณของบุตรสาวมากกว่าที่จะเหมือนกับการส่งตัวเจ้าสาวเพื่อไปแต่งงาน

ณ ป่าทึบรอยต่อระหว่างเมืองหลวงและอำเภอฉาง

ภายในรถม้าหยวนปิงเหยี่ยนนั่งนิ่งจับมือซือซือสาวใช้ไว้เพื่อปลอบใจนางเพราะตั้งแต่รถม้าเคลื่อนตัวออกจากสกุลหยวนสาวใช้ของนางนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าเวทนา

“ซือซือ เจ้าหยุดร้องไห้ได้แล้ว ข้ากำลังไปแต่งงานนะไม่ใช่จะไปสุสาน เฮ้อ! ” หยวนปิงเหยี่ยนล้วงขนมออกมาจากอกเสื้อนั่งเคี้ยวอย่างสบายใจ

“คุณหนูข้ากลัวเหลือเกินเจ้าค่ะ” ซือซือพูดน้ำเสียงสะอื้นจับมือหยวนปิงเหยี่ยนไว้แน่น

“นี่ขนมกินไปซะจะได้ใจเย็น” หยวนปิงเหยี่ยนล้วงขนมส่งให้ซือซือ

“อ้า อั่ว แอ้น จะพัง” ซือซือพูดทั้งที่ขนมยังเต็มปากของนาง

“ซือซือเจ้าพูดว่าอะไร เคี้ยวให้เสร็จเสียก่อน ข้ามิเข้าใจสิ่งที่เจ้าพูดแม้แต่น้อย” หยวนปิงเหยี่ยนตีขาซือซือ

“ขอโทษเจ้าค่ะคุณหนู ข้าน้อยกลัวเจ้าค่ะ กลัวว่ามันจะไม่เป็นตามแผนที่เราวางไว้ ท่านเห็นหรือยังว่าพวกนายทหารที่มาคุ้มกันนั้นดูมากฝีมือ ข้าเกรงว่า เอ่อ...”

“เจ้าใจเย็นๆ ข้าไม่รู้ว่ามากฝีมือหรือว่าจะเก่งกาจหรือไม่เพราะข้ามองไม่เห็น เมื่อไรข้าจะถอดผ้าคลุมหน้าได้ข้ารำคาญเหลือเกินแล้ว” หยวนปิงเหยี่ยนยื่นมือไปจับยังผ้าคลุมหน้า

“ตามธรรมเนียมที่ถือปฏิบัติต้องเปิดผ้าคลุมโดยเจ้าบ่าวหลังจากที่เข้าไปในห้องหอเจ้าค่ะ”

“หึ! เข้าหงเข้าหออะไรกัน” หยวนปิงเหยี่ยนเบ้ปากภายใต้ผ้าคลุม

หยวนปิงเหยี่ยนเอนกายพิงผนังรถม้า นางเพียงนั่งรอเวลา รถม้ายังคงเคลื่อนตัวไปเรื่อยๆ ซือซือแอบเลิกม่านหน้าต่างมองเห็นเพียงป่าเขาสองข้างทาง นางเห็นธงสีแดงที่ปักไว้บนผาสูงด้านหน้าภายในใจนั้นเต้นแรงยิ่ง นางรีบสะกิดเรียกหยวนปิงเหยี่ยน

“คุณหนูใกล้ถึงแล้วเจ้าค่ะ คุณหนู คุณหนู” ซือซือเขย่าแขนของหยวนปิงเหยี่ยน ไม่คาดคิดว่าสถานการณ์คับขันเช่นนี้คุณหนูของนางยังจะข่มตาหลับได้

“หือ... ถึงแล้วหรือ ซู้ด! ” หยวนปิงเหยี่ยนนอนหลับน้ำลายไหลยืดพยายามสูดดูดมันกลับเข้าปากไปจับชายผ้าคลุมเช็ดน้ำลายของนาง ซือซือรีบหยิบย่ามเสื้อผ้าข้าวของที่จำเป็นซ่อนไว้ภายในชุดคลุมสีแดงสดพร้อมและจัดเสื้อผ้าของหยวนปิงเหยี่ยนให้เรียบร้อย

“ท่านหัวหน้าคุณหนูข้าปวดท้องอยากทำธุระส่วนตัว เอ่อ...ท่านช่วยจอดรถม้าสักประเดี๋ยวนะเจ้าค่ะ” ซือซือเปิดประตูรถม้าตะโกนบอกหัวหน้านายทหาร

“ได้ๆ หยุดขบวน! ” หัวนายนายทหารสั่งเสียงดังหยุดขบวน เขาสั่งให้นายทหารสองนายเดินตามทั้งสองไปด้วย

“ท่านหัวหน้า ท่านไม่ต้องให้นายทหารทั้งสองตามพวกข้าไปหรอก เราไปยังพุ่มไม้ด้านโน้นไม่ได้ไกลเจ้าค่ะ” ซือซือยิ้มเขินอายสื่อความความหมายอยากทำธุระส่วนตัวกันตามลำพัง

“ได้ หากเจ้าเห็นอะไรผิดปกติให้รีบร้องตะโกนบริเวณนี้พวกโจรป่ามักออกมาปล้นนักเดินทางอยู่เสมอ” หัวหน้านายทหารกล่าวเตือน

ซือซือจับมือหยวนปิงเหยี่ยนไปยังหลังพุ่มไม้ใหญ่ห่างจากขบวนรถม้าประมาณครึ่งลี้ หยวนปิงเหยี่ยนมองซ้ายมองขวาจากนั้นจึงเปิดผ้าคลุมหน้าออกรีบถอดชุดเจ้าสาวหยิบเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ดูเก่าและใหญ่กว่าขนาดรูปร่างของนางมาสวมใส่อย่างเร่งรีบ ยัดถุงเงินถุงเล็กๆ จำนวนหลายใบแอบไว้ในชุดตัวในซึ่งนางสั่งเย็บมาเป็นเป็นพิเศษเพื่อใช้ในการแอบซ่อนเงินและข้าวของที่มีค่า

“ซือซือเจ้าเอาชุดอะไรมาให้ข้า ทำไมจึงเก่าและใหญ่โตเช่นนี้” หยวนปิงเหยี่ยนมองเสื้อผ้าของตนอย่างเหลืออดดูจนอย่างกับขอทานและใหญ่โตอย่างกับเสื้อผ้าบุรุษ

“คุณหนูสั่งให้ข้าเอาชุดชาวบ้านที่ไม่ได้ดูร่ำรวยมานี่เจ้าค่ะ อีกอย่างท่านบอกว่าจะต้องปลอมตัว เอ่อ ข้าเลยไปขอเสื้อผ้าคนสวนมาเจ้าค่ะไม่ใช่ขอทาน” ซือซือยิ้มหน้าเจื่อน

“นี่มันขอทานชัดๆ เฮ้อ! ช่างมันเถิดข้าไม่มีเวลาแล้ว เร็วเข้าเจ้านั่งลง” หยวนปิงเหยี่ยนสั่งให้ซือซือนั่ง

“คุณหนูระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ” ซือซือนั่งลงดวงตาแดงก่ำ

"อืม อีกหนึ่งเดือนข้าจะไปหาเจ้า ขอบใจมากซือซือ" หยวนปิง เหยี่ยนพยักหน้าจากนั้นรีบวิ่งไปยังจุดนัดพบที่นางได้สั่งให้สหายพานางหนี หยวนปิงเหยี่ยนวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตจนมาถึงยังจุดที่มีธงแดงปักอยู่มองเห็นสหายทั้งสองยืนยิ้มกว้าง

“ถิงหลี่ อาฟ่ง แล้วม้าล่ะม้าอยู่ไหน” หยวนปิงเหยี่ยนรีบมองหาม้าที่นางสั่งให้สหายจัดหามาให้ หยวนปิงเหยี่ยนส่งชุดเจ้าสาวที่นางหอบหิ้วถือติดมือส่งให้ถิงหลี่เพื่อนำไปเผาทิ้ง

“แหะๆ ไม่มี” ถิงหลี่บุตรชายร้านขายซาลาเปายิ้มหน้าเจื่อน มองชุดมอมแมมที่หยวนปิงเหยี่ยนสวมใส่

“เจ้าหมายความว่าเช่นไร ข้าให้เงินพวกเจ้าไปแล้วนะ” หยวนปิง เหยี่ยนมองสหายทั้งสองด้วยแววตาขุ่นเคือง นางให้เงินพวกเขาไว้เพื่อนำไปซื้อม้าให้นางขี่ใช้ในการหลบหนีแต่กลับไม่เห็นแม้แต่รอยเท้าของมัน

“เมื่อวานข้าเมามากข้าทำถุงเงินหาย ปิงเหยี่ยนข้าขอโทษ” อาฟ่งบุตรชายร้านขายหมูยืนรอการลงโทษจากนาง เขาหลับตาแน่นรู้ดีว่านางต้องตบตีเขาแน่

“พวกเจ้านี่ใช้งานอะไรไม่ได้การสักอย่าง แล้วนี่ข้าจะทำเช่นไร เจ้ารู้ไหมไอ้คุณชายสือนั่นส่งทหารมาคุ้มกันข้าตั้งสิบคนคน ตายๆ ข้าต้องตายแน่” หยวนปิงเหยี่ยนเอามือบีบขมับเดินวนเป็นวงกลม

“ปิงเหยี่ยนข้ามีนี่ ‘แผนที่ทางลัด’ ข้าไปสอบถามพ่อค้าขายไก่เขาเป็นสหายของพ่อข้ามา เขาบอกว่าเจ้าสามารถเดินทางถึงอำเภอตงได้เร็วขึ้น” อาฟ่งชูแผ่นกระดาษที่เขาอ้างว่าเป็นแผนที่ให้หยวนปิงเหยี่ยน ลอบถอนหายใจที่นางไม่ได้ตบตีเขา

“ดี ข้ายกโทษให้" หยวนปิงเหยี่ยนรีบกางแผนที่ นางพยามยามทำความเข้าใจจนสามารถจับทิศทางได้

“ปิงเหยี่ยน เจ้าระวังตัวด้วยนะ ข้าหวังว่าเจ้าจะเจอพี่จางหลิงเฮ่อโดยเร็ว เอ่อ...ผู้ใดเอาชุดขอทานให้เจ้าสวมใส่กัน” ถิงหลี่ยืนดวงตาแดงก่ำเสียใจและห่วงใยที่สหายรักต้องจากไปแต่ยังไม่ลืมถามเรื่องชุดที่นางใส่อยู่

“ซือซือหามาให้ ข้าปลอมตัวอยู่เป็น เอ่อ...เป็นขอทานน่ะ” หยวนปิงเหยี่ยนถอนหายใจและกลอกตาหนึ่งครั้ง

“โชคดีนะ ฝากความคิดถึงถึงพี่จางหลิงเฮ่อด้วย” อาฟ่งพูดเสียงสั่นเครือ มองชุดของหยวนปิงเหยี่ยนตั้งแต่หัวจรดเท้า

“ขอบใจมากข้าเองหวังว่าจะได้เจอพี่จางหลิงเฮ่อโดยเร็ว ข้ารู้มาว่าสำนักฝึกวิทยายุทธสกุลจางนั้นอยู่ในตัวอำเภอเมืองตง ข้าคงต้องรีบแล้ว” หยวนปิงเหยี่ยนโอบกอดสหายทั้งสองซึ่งยืนร้องไห้โบกมือลานาง

ถิงหลี่และอาฟ่งคือสหายบุรุษที่หยวนปิงเหยี่ยนสนิทที่สุด พวกเขาทั้งสองมีเรือนปลูกอยู่ใกล้กับเรือนสกุลหยวน ด้วยนิสัยซุกซนของหยวนปิงเหยี่ยนจึงทำให้ทั้งสามได้รู้จัก มักจะไปไหนมาไหนไม่ว่าจะไปไหว้พระ ไปหอนางโลม ไปเล่นพนันยังบ่อนและการช่วยเหลือผู้ที่ด้อยกว่า

หัวหน้านายทหารเดินไปเดินมาอย่างกระวนกระวายเวลาล่วงเลยไปสองเค่อแล้วทำไมทั้งสองยังไม่กลับมา จึงตัดสินใจเดินออกตามหาพวกนาง เขาเดินไปจนเจอพุ่มไม้ใหญ่ที่ซือซืออ้างมาถ่ายเบากลับต้องตกตะลึงเมื่อมองเห็นซือซือนั่งลงร้องไห้มือเท้าถูกมัดไว้พร้อมด้วยผ้าคลุมหน้าสีแดงที่อยู่ในปากของนาง

“ท่านหัวหน้า ฮือๆ คุณหนู ฮือๆ ถูกๆ ฮือๆ ” ซือซือร้องไห้พูดตะกุกตะกัก

“ซือซือเจ้าหยุดร้องไห้ ข้าฟังเจ้าไม่รู้ความแม้แต่น้อย” หัวหน้านายทหารเกาศีรษะหันมองไปรอบๆ

“โจรๆ ฮือๆ มาจับตัวคุณหนูไปเจ้าค่ะ ฮือๆ ”

“ฮ้า! แย่แล้ว! พวกมันไปทางไหน” หัวหน้านายทหารใบหน้าซีดเผือดเจ้าสาวถูกลักพาตัว

“ทางโน้นเจ้าค่ะ” ซือซือชี้นิ้วไปทิศตรงกันข้ามกับที่หยวนปิงเหยี่ยนวิ่งหายออกไป นางภาวนาให้หยวนปิงเหยี่ยนวิ่งหนีออกไปไกลแสนไกล

“ทหารตามพวกมันไป” หัวหน้านายทหารสั่งลูกน้อง เขาช่วยแก้มัดซือซือแล้วพานางกลับไปยังรถม้า เขาเดินไปเดินมารอคอยลูกน้องของเขาภาวนาให้สามารถหาโจรป่าและนำตัวหยวนปิงเหยี่ยนกลับมาให้ได้ ไม่เช่นนั้นแล้วเขาอาจถูกลงโทษได้

หยวนปิงเหยี่ยนอ่านแผนที่อย่างละเอียด นางเดินบ้างวิ่งบ้างสลับกันไป นางขอบใจสหายทั้งสองแม้จะไม่สามารถหาซื้อม้ามาให้นางได้แต่ดูเหมือนว่าแผนที่แผ่นนี้จะมีประโยชน์กับนางไม่น้อย แม้ว่าจะต้องเดินเท้าอย่างเหน็ดเหนื่อยแต่ยังดีเสียกว่านางจะต้องไปแต่งงานกับคุณชายสือ จอมเจ้าชู้ผู้นั้น

 

*****************

ฝากผลงานด้วยนะคะ

โหลดอีบุ๊คด้วยนะคะ

www.mebmarket.com

 

 

 

ความคิดเห็น