facebook-icon

ขอบคุณมากค่าที่ติดตามผลงานของไรท์ ถ้าฟินโดนใจ ช่วยกด "ถูกใจ" ให้ด้วยนะคะ จุ๊บๆ

บทที่ 3 หิมะเป็นเหตุ

ชื่อตอน : บทที่ 3 หิมะเป็นเหตุ

คำค้น : ลำนำน้ำผึ้ง, มายาพราน, ดอกผักบุ้งวุ่นรัก, วงล้อแห่งรัก, หัวใจในตะวัน, เอลยา, นิยายโรมานซ์, โรแมนติก, อีโรติก, นายหัว, พรานร้ายพ่ายรัก, กรุ่นรักไอปรารถนา, กรุ่นกลิ่นอราบิก้า, #นิยายโรมานซ์ฟินจิกหมอน , #นิยายอีโรติค

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.3k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ย. 2563 22:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 หิมะเป็นเหตุ
แบบอักษร

มาร์ชนั่งมองคนกินแซนด์วิชที่ดูเหมือนจะเริ่มคลายความระวังลงไปและเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น 

"เราชอบอยู่ที่นี่ไหม" ชายหนุ่มเอ่ยถาม 

"ที่นี่? หมายถึงที่บ้านนี้หรือว่าที่แอลเอคะ?"  

เสียงเล็กเอ่ยถาม เจ้าหล่อนชอบเอียงคอทำตาปริบๆ เวลาถาม 

"หมายถึงทั้งสองนั่นแหละ"  

เสียงทุ้มเอ่ย เพิ่งรู้ว่าเขาไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับสาวน้อยตรงหน้า ทั้งเรื่องความชอบ ทัศนคติการมองโลกของเจ้าหล่อนรวมไปถึงนิสัยส่วนตัวอื่นๆ ไม่รู้อะไรเลยแม้แต่นิดเดียว ถือว่าแย่มากจริงๆ 

"อืม...ถ้าให้ตอบตรงๆ ก็ไม่ค่อยอยากอยู่ที่นี่เท่าไหร่หรอกค่ะ อยากไปอยู่อพาร์ตเม้นต์มากกว่า" ตุลยาตอบออกไป 

"ทำไม" เขาถามเสียงฉงน แปลกประหลาดใจกับคำตอบตรงๆ นั้น 

"เพราะตุลย์เกรงใจค่ะ พี่มาร์ชต้องเสียความเป็นส่วนตัวไปเยอะเลยตั้งแต่ตุลย์มาอยู่ด้วย ไม่ใช่หรือคะ เมื่อก่อนพี่มาร์ชอยู่คนเดียว ทำอะไรได้อิสระตามสบายกว่านี้ ความจริงตุลย์เห็นอพาร์ตเม้นต์หนึ่งอยู่ใกล้กับบริษัทและมหาวิทยาลัย เดินทางสะดวกกว่าที่นี่" 

ตุลยาถือโอกาสเอ่ยขึ้น หล่อนมีความคิดเรื่องนี้มาระยะหนึ่งแล้ว ความคิดที่ว่าอยากจะแยกตัวไปอยู่ข้างนอกตามลำพัง เพราะเบื่อกับการต้องทำตัวลีบเวลาอยู่ใต้หลังคาเดียวกับเขา ตุลยาไม่ต้องทำตัวลีบเวลาอยู่ที่เมืองไทย ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงไม่เป็นตัวของตัวเองไปขนาดนี้ เวลาเขาอยู่บ้าน หล่อนก็ต้องกะว่าเวลาไหนเขาอยู่ในห้องนอนจึงค่อยย่องลงไปห้องครัว เพราะไม่อยากเผชิญหน้ากับเขาและสาวๆ นั่นก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตุลยากินข้าวไม่ค่อยตรงเวลา ดีหน่อยที่ซื้อพวกขนมมาตุนไว้ในห้องนอน ก็พอจะช่วยได้บ้าง 

"พูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง อยากจะย้ายออกไปอยู่คนเดียวงั้นเหรอ" เขาเอ่ยถามเสียงเข้มกว่าปกติ 

"ก็คิดว่าน่าจะดีต่อเราทั้งคู่ไม่ใช่เหรอคะ" หญิงสาวเอ่ยตามความคิด 

"ไม่ได้หรอก คุณพ่อจะได้เพ่นกบาลพี่ให้ถ้าปล่อยให้เราออกไปอยู่ตามลำพัง"  

มาร์ชเอ่ย เวลานี้เริ่มได้เรียนรู้นิดหนึ่งแล้วว่า เห็นเจ้าหล่อนไม่ค่อยช่างพูดอย่างนี้ แต่พอได้พูดก็พูดออกมาตรงๆ ตามความคิดเลยทีเดียว ไม่ได้เหนียมอายหรือเกรงกลัวอย่างที่เขาเข้าใจ 

"คุณลุงไม่ทำอย่างนั้นหรอกค่ะ คุณลุงใจดีและมีเหตุผล ตุลย์จะขอท่านเอง หลังคริสต์มาส ถ้าเป็นไปได้ตุลย์ก็อยากจะหาที่อยู่ใหม่" 

"ลืมไปได้เลยตุลย์ ไม่มีทางที่พี่จะปล่อยเราไปอยู่ที่อื่นแน่ คุณอาฝากให้พี่ดูแลเรา เห็นอยู่มาได้ตั้งปีแล้ว อีกแค่ปีเดียวทนไม่ได้เชียวเหรอ? หรือว่า... มีแฟน?" 

เขาถามแล้วก็วางแซนด์วิชลงบนจาน ยกกาแฟขึ้นดื่มจนหมดแก้ว ตุลยาทำท่าครุ่นคิด ความจริงก็พอมีคนมาจีบอยู่เรื่อยๆ ทั้งที่มหาวิทยาลัยและที่ทำงาน หล่อนเองไม่ได้ไปให้ท่าใครหรอก ขนาดไม่ค่อยอยากพูดกับใคร แต่ก็ยังมีคนอยากจะเข้ามาเสวนาด้วยอยู่เนืองๆ พวกผู้ชายเหล่านั้นอาจจะเห็นว่าหล่อนหน้าแปลกก็เป็นได้  

"คิดนานอย่างนี้แสดงว่า มี ใช่ไหม" มาร์ชถามเสียงคาดคั้น มองใบหน้าใสตาโตที่มองเขาแล้วก็พยักหน้ารับ 

"ค่ะ ก็นิดหนึ่ง แต่ไม่ถึงกับเป็นแฟน แค่มีคนมาคุยด้วยบ้าง แต่ไม่ใช่สาเหตุที่ตุลย์อยากจะย้ายหรอกค่ะ ที่อยากย้ายก็เพราะเกรงใจพี่มาร์ชอย่างที่บอก" 

"จะมาเกรงใจอะไรพี่ พี่ก็ใช้ชีวิตปกติ ไม่ได้คิดว่าเราจะมาเป็นส่วนเกินอะไรเลย" 

ตุลยานิ่งฟัง ก็ใช่น่ะสิ เขาแทบจะไม่เห็นหล่อนในสายตา แทบจะเป็นอากาศธาตุ เขาถึงได้ทำตัวปกติมาก! พาผู้หญิงมานอนและกอดจูบกันโจ๋งครึ่มอย่างไม่กลัวหล่อนจะเห็น จนตุลยาต้องเป็นฝ่ายระวังตัวและอายเสียเอง 

"เอ่อ... ตรงๆ ก็คือตุลย์อาย ตุลย์ไม่ชินกับการเห็นคนกอดจูบกันอย่างที่พี่มาร์ชทำกับแฟน ตุลย์กลัวใจแตก!" 

มาร์ชอ้าปากค้างกับประโยคที่ได้ยิน ไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะพูดออกมาอย่างนี้ พูดเสร็จเจ้าหล่อนก็กัดแซนด์วิชกินต่อหน้าตาเฉย! กินหมดก็เอานิ้วใส่ปากแล้วดูดทำความสะอาด แลบลิ้นออกมาเลียมายองเนสที่ติดปลายนิ้ว วนไปรอบๆ มาร์ชเห็นแล้วก็มองตาค้าง รู้สึกลำคอแห้งผากขึ้นมาอย่างกะทันหัน ใบหน้าใสเงยขึ้นมามอง เขาจึงรีบหุบปากที่อ้าค้างอยู่แล้วกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดฝืน ปากจิ้มลิ้มเผยอก่อนจะยิ้มเจื่อนให้เขา 

"อุย... ขอโทษค่ะ ลืมตัวไปนิด ตุลย์เป็นคนซกมกแบบนี้เองล่ะค่ะ ตกลงว่าเราจะออกไปข้างนอกกันกี่โมงคะ" 

ตุลยาเอ่ยเปลี่ยนหัวข้อสนทนา ได้พูดในสิ่งที่อยากพูดไปแล้วก็รู้สึกสบายใจขึ้น 

"เมื่อกี้หมายความว่า เรา เอ่อ เห็นพี่จูบกับ เอ่อ ผู้หญิงบ่อยๆ งั้นหรือ" เขาย้อนกลับไปเรื่องที่ยังคุยกันไม่จบ 

"ค่ะ" 

เสียงตอบเร็วโดยไม่เสียเวลาคิด มาร์ชกลืนน้ำลาย รู้สึกผิดขึ้นมานิดหนึ่งที่เขาไม่ทันระวังและทำอะไรมักง่าย ตุลยาเป็นผู้หญิงไทยที่ถูกเลี้ยงดูตามวัฒนธรรมไทย ย่อมไม่เหมาะที่เขาจะทำอะไรแบบนี้ให้เด็กเห็น มันเสียหายเหมือนกัน กรณีที่อาจทำให้เจ้าหล่อนอึดอัดไม่สะดวกใจ 

"พี่ขอโทษที่ไม่ทันคิด มันเคยชินน่ะ อยู่คนเดียวมานาน" 

"มันเป็นบ้านของพี่นี่คะ ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ ความจริงตุลย์ก็เริ่มชินแล้ว เพราะเห็นบ่อยและใครๆ เขาก็ทำกัน คือตุลย์เข้าใจว่าสังคมตะวันตกเขามั่วกันแบบนี้เอง ก็ไม่ได้ถือสาหรอกค่ะ แต่ตุลย์อยากไปลองใช้ชีวิตของตัวเองตามลำพังดู พี่มาร์ชก็จะได้ประโยชน์ด้วย จะได้ไม่ต้องมีใครมาเกะกะสายตาในบ้าน" 

มาร์ชรู้สึกหน้าชาไปนิดหนึ่งกับคำพูดของสาวน้อยที่ว่าเขามั่ว เจ้าหล่อนเอ่ยอะไรออกมาแต่ละคำทำให้เขารู้สึกสะอึกไปไม่น้อย ไม่คิดเลยว่าคนเงียบๆ เวลาพูดออกมาจะทำเอาแสบๆ คันๆ ได้เหมือนกัน 

"พูดบ้าน่า พี่ไม่เคยคิดว่าเราเป็นคนอื่นนะตุลยา เราเป็นน้องพี่ ไม่ได้เกะกะสายตาอะไรทั้งนั้น เอาเป็นว่าพี่จะพยายามปรับปรุงแก้ไขก็แล้วกัน" 

มาร์ชคิดว่าต่อไปเขาจะไม่พาใครมาค้างที่บ้านอีกถ้าหากไม่จำเป็น หรือถ้าหากพามาก็จะไม่ทำอะไรรุ่มร่ามให้ถูกหาว่ามั่วได้  

ตุลยาเลิกพูดเรื่องการย้ายออกไปอยู่ข้างนอก คิดว่าเอาไว้ให้สนิทกันมากขึ้นกว่านี้แล้วค่อยพูดอีกที เวลานี้ได้คุยกับเขามากกว่าทุกครั้ง ทำให้หล่อนหายเกร็งและเริ่มคุ้น 

เวลาบ่ายสามโมงมาร์ชขับรถพาตุลยาไปซื้อของ เขาพาไปยังห้างพลาซ่า คนเยอะมาก อากาศเย็นจัด ตุลยาสวมเสื้อผ้ากันหนาวอย่างหนา ชั้นนอกสุดสวมเสื้อโค้ตสีครีมยาวถึงน่อง สวมหมวกและที่ครอบหูด้วย ไม่ลืมถุงมือ รองเท้าบู๊ทยาวถึงใต้เข่า ส่วนร่างสูงก็สวมเสื้อผ้าให้ความอบอุ่นและเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำ เขาสวมแว่นตา มีผ้าพันคอสีน้ำเงินพันรอบคอ 

เขาจับมือของหล่อนไปคล้องแขน พากันเดินดูร้านตามฟุตบาทก่อนจะถึงห้าง ตุลยาหนาวจนปากสั่นเพราะไม่ชินกับอาการที่หนาวจัดเสียที 

"หนาวมากเหรอ"  

เขาก้มมาถาม ยิ้มขำกับท่าปากสั่นฟันกระทบกันของเจ้าหล่อน แก้มแดงปลั่งเหมือนลูกพีช หิมะเริ่มตกและปลิวลอยลงมาช้าๆ มาร์ชดึงมือเล็กที่สวมถุงมือหนาเข้าไปยังร้านค็อฟฟี่ชอป 

"หาอะไรอุ่นๆ ดื่มกันก่อนดีกว่า"  

คนค่อนข้างแน่น ไม่มีโต๊ะเลย มาร์ชเห็นร่างบางยืนกอดอกรออยู่มุมร้าน เขาเปลี่ยนใจเดินกลับไปหา ดึงเจ้าหล่อนเข้ามากอดและกดศีรษะเล็กกับอก มองดูหิมะที่ตกมาหนาขึ้น 

"ตายล่ะ หิมะเริ่มตกหนักแล้ว เอาไงดี กลับกันก่อนดีไหม"  

เสียงทุ้มเอ่ยถามเชิงปรึกษาเหนือศีรษะ ตุลยาเงยหน้าขึ้นมอง เขาโอบกอดหล่อนในอ้อมแขนด้วยเจตนาต้องการให้ความอบอุ่น หญิงสาวเองก็หนาวจนไม่ต้องการปฏิเสธความหวังดีนั้น แบบพี่ชายต้องการปกป้องน้องน้อย ใบหน้าหล่อจัดก้มมามอง ตุลยากะพริบตารัวๆ เพราะตาพร่า เพิ่งตระหนักว่าใบหน้าของเขาก้มมาใกล้มากจนจมูกเกือบจะชนกัน 

"ยังไม่ได้ของสักชิ้นเลยนะคะ ไหนๆ ก็ขับรถออกมาแล้ว ก็ควรได้อะไรติดไม้ติดมือไปบ้าง" 

คนตัวเล็กเอ่ยอย่างมีความตั้งมั่นในเป้าหมาย มาร์ชยิ้มเอ็นดูออกมา ขนาดเจ้าหล่อนหนาวจนตัวสั่นยังใจสู้ไม่ถอย 

"ถ้างั้นเข้าไปในห้างกันเถอะ ที่พี่ไม่ได้พาเข้าไปทันทีก็เพราะเห็นว่าคนแน่นมาก แค่เห็นออกันอยู่ที่หน้าลิฟต์กับบันไดเลื่อนด้านหน้าก็ท้อแล้ว นี่มันเพิ่งต้นเดือนเองนะ" เขาทำเสียงบ่น  

"วันนี้วันเสาร์ด้วยนี่คะ คนก็เลยเยอะกว่าปกติ ถ้างั้นเราซื้อพวกออร์นาเม้นต์สำหรับตกแต่งต้นคริสต์มาสแถวร้านใกล้ๆ นี่ไปก่อน แล้ววันธรรมดาค่อยมากันใหม่ดีมั้ยคะ"  

ตุลยาเสนอความคิดเห็น เขาก็พยักหน้าเห็นด้วย เขาโอบไหล่ตุลยาในขณะที่หญิงสาวก็โอบเอวเขา อาศัยความอุ่นจากร่างสูง เขาพาหล่อนเดินไปตามฟุตบาทที่เต็มไปด้วยสีสันของร้านที่ตกแต่งด้วยไฟกะพริบ ให้เข้ากับเทศกาลคริสต์มาสที่กำลังจะมาถึง 

"พวกคุณไปที่ห้างฟากโน้นสิ ที่นั่นคนน้อยกว่านี้ ขับรถออกไปอีกนิดเดียว"  

พนักงานในร้านแอบกระซิบบอกซึ่งหล่อนมีบ้านอยู่แถวนั้น บอกว่าคนน้อยกว่าใจกลางเมืองแบบนี้ 

"ไปมั้ย ออกไปไกลหน่อย แต่ถือว่าไปเที่ยว"  

มาร์ชถามคนตัวเล็กที่กอดเอวเขาแน่น ชายหนุ่มรู้สึกเอ็นดูและอยากปกป้องไม่ให้หนาวมาก เขาถอดผ้าพันคอ เอาไปพันสูงถึงคางให้ ทำให้นึกขึ้นได้ว่าเขายังไม่เคยพาน้องสาวคนนี้ไปเที่ยวที่ไหนเลยตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา 

"โอเคค่ะ ไปก็ไป ถ้าถนนยังคงขับรถได้" 

เมื่อตกลงกันได้ก็รีบเดินกลับไปยังรถ มาร์ชขับรถออกจากใจกลางแหล่งชอปปิงเซ็นเตอร์ มุ่งออกนอกเมืองเพื่อไปเมืองเล็กๆ หิมะตกแต่ไม่ถึงกับหนัก เวลาครึ่งชั่วโมงก็ไปถึง 

"ว้าว... ร้านนั้นขายต้นคริสต์มาสด้วยค่ะ พี่มาร์ชมีหรือยังคะ"  

ปกติหลายบ้านจะใช้ต้นคริสต์มาสสำเร็จที่เป็นพลาสติก เพื่อที่จะได้ไม่ต้องทิ้งเหมือนต้นไม้จริงที่หลังจากสิ้นเทศกาลก็ต้องเฉาและต้องโดนทิ้งในที่สุด 

"มีแต่มันอยู่ในห้องเก็บของ พี่ไม่ค่อยได้ใช้ แต่ต้นใหญ่นะ" 

"ถ้างั้นก็ไม่ต้องซื้อหรอกค่ะ เราใช้ของที่มีอยู่แล้วดีกว่า" 

จากนั้นทั้งสองก็เดินเข้าไปในมาร์เก็ตที่ไม่ใหญ่มาก พากันเข็นรถช่วยกันซื้อของอย่างสนุก เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนถึงสองทุ่มเมื่อซื้อของเสร็จ เอาของไปใส่รถเรียบร้อยก็รีบขึ้นไปนั่ง 

"หิวไหม" เขาหันมาถาม ตุลยาพยักหน้า 

"หิวสุดๆ เลยค่ะตอนนี้" สาวน้อยตอบแล้วเอามือลูบท้อง มาร์ชเคลื่อนรถออก หิมะตกหนาขึ้นและถนนขาวโพลน 

"ถ้างั้นเราแวะทานที่ร้านข้างหน้า ที่นั่นขึ้นชื่อเรื่องอาหารอิตาเลียน"  

คนเคยไปกินที่นั่นเอ่ย ตุลยาก็ไม่ขัดข้อง มาร์ชค่อยๆ พารถขับไปอย่างช้าๆ เพราะถนนลื่น พอไปถึงร้านอาหารหิมะก็ตกอย่างหนัก ทั้งสองเข้าไปรับประทานอาหาร มาร์ชมีสีหน้ากังวล มีข่าวเบรกกิ้งนิวส์ว่าขณะนี้หิมะตกหนักมากในเส้นทางไปบ้านของเขา 

"เอาไงดีเรา..." ชายหนุ่มเอ่ยกับสาวน้อยที่ยกน้ำชาขึ้นดื่มเป็นการตบท้ายรายการของหวาน ตุลยารู้สึกมีแรงขึ้นมาแล้ว ความอุ่นในร้านอาหารทำให้ไม่อยากลุกเลย แต่ดูเหมือนว่าบริกรจะคอยสำรวจดูว่าโต๊ะไหนอิ่มแล้วก็ควรจะเช็กบิลเพื่อให้แขกที่รอโต๊ะอยู่ได้มานั่งใช้บริการบ้าง 

"พี่ว่าเราคงจะขับรถกลับตอนนี้ไม่ได้ อาจจะต้องค้างโรงแรมแถวนี้สำหรับคืนนี้ ไม่ควรจะเสี่ยง"  

มาร์ชเอ่ยกับตุลยา หญิงสาวฟังข่าวเหมือนกันกับเขา 

"แล้วแต่พี่มาร์ชค่ะ"  

ตุลยาเอ่ย สภาพแบบนี้การขับรถย่อมจะเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ ทั้งลื่นและทั้งหม่นมัวมืดสลัวมองไม่เห็นทางแบบนี้ 

"มีโรงแรมอยู่ไม่ไกล ถ้างั้นรีบไปกันเถอะ เพราะเดี๋ยวอาจจะไม่มีห้องว่าง คนตกค้างเหมือนเราคงมีไม่น้อย" 

มาร์ชจ่ายเงินและจูงมือตุลยาออกจากร้านอาหาร เมื่อขับรถแบบคลานๆ มาถึงโรงแรมที่อยู่ห่างกันแค่ไม่ถึงหนึ่งไมล์ เก็บรถเสร็จมาร์ชก็โอบไหล่ตุลยาพากันเข้าไปยังล็อบบี้ มันเป็นโรงแรมขนาดกลาง 

"เหลือห้องเดียวค่ะ พวกคุณถือว่าโชคดีนะคะ เพราะความจริงน่ะห้องถูกบุ๊กเต็มแล้ว แต่เมื่อห้านาทีที่แล้วมีคนโทรมาแคนเซิลห้องหนึ่งพอดีค่ะ" 

ประชาสัมพันธ์เอ่ย มาร์ชก้มมองหน้าใสของคนที่เขาโอบไหล่อยู่ 

"เอาไงดี" เขาถามคำถามนี้อีกครั้ง 

"เอาไงก็เอาค่ะพี่มาร์ช ตุลย์นอนโซฟาได้" 

สาวน้อยเอ่ยอย่างง่ายๆ ไม่เรื่องมาก มาร์ชรู้สึกพอใจและเอ็นดูกับความสบายๆ ของเจ้าหล่อนมาก เขาคบผู้หญิงมานับไม่ถ้วน แต่ไม่เคยเจอใครที่ทำตัวเรียบง่ายเหมือนน้องสาวคนนี้ ก็แต่ละคนที่เขาควงมันระดับนางแบบและพวกไฮโซทั้งนั้นนี่นะ ทั้งสองตกลงค้างคืนกันที่นี่หนึ่งคืน ได้แต่หวังว่าพรุ่งนี้หิมะจะหยุดตกและสามารถขับรถกลับบ้านได้ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว