facebook-icon

ขอบคุณมากค่าที่ติดตามผลงานของไรท์ ถ้าฟินโดนใจ ช่วยกด "ถูกใจ" ให้ด้วยนะคะ จุ๊บๆ

บทที่ 2 น้องน้อย

ชื่อตอน : บทที่ 2 น้องน้อย

คำค้น : ลำนำน้ำผึ้ง, มายาพราน, ดอกผักบุ้งวุ่นรัก, วงล้อแห่งรัก, หัวใจในตะวัน, เอลยา, นิยายโรมานซ์, โรแมนติก, อีโรติก, นายหัว, พรานร้ายพ่ายรัก, กรุ่นรักไอปรารถนา, กรุ่นกลิ่นอราบิก้า, #นิยายโรมานซ์ฟินจิกหมอน , #นิยายอีโรติค

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.9k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ย. 2563 09:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 น้องน้อย
แบบอักษร

หญิงสาวได้ยินฝีเท้าคนเดินเข้ามา แต่ไม่อยากหันไปมอง จึงแกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้ ทำแซนด์วิชแฮมกับผักสลัดราดด้วยมายองเนสอย่างง่ายๆ นี่ถ้าไม่เจอเขา ตุลยาคงจะทำอาหารไทยเป็นต้นว่าไข่เจียวหมูสับราดข้าวสวยร้อนๆ อะไรประมาณนั้น แต่เมื่อเขาอยู่แถวนี้เลยไม่อยากป้วนเปี้ยนอยู่ในพื้นที่เดียวกันนานๆ 

"ทำไมเพิ่งลงมาหือ บ่ายโมงกว่าแล้ว เมื่อเช้าเราก็ไม่ได้กินอะไรไม่ใช่เหรอ ระวังเป็นโรคกระเพาะนะ กินข้าวไม่เป็นเวลาแบบนี้" 

เสียงทุ้มเอ่ยดังขึ้น เขาพูดภาษาไทยได้ชัดเจนแม้เสียงจะขึ้นจมูกนิดๆ เหมือนฝรั่งพูดไทย แต่ก็ถือว่าพูดได้เก่งอย่างน่าทึ่ง ตุลยาตวัดสายตาไปมองแวบหนึ่ง ร่างสูงเดินเข้ามาที่เคาน์เตอร์ รินกาแฟจากกาใส่แก้วมัคสีขาวใบใหญ่ ตุลยาไม่ต้องหันไปมองก็รู้ด้วยสัญชาตญาณว่าเขากำลังยืนพิงเคาน์เตอร์มองหล่อนอย่างเงียบๆ เขายังคงสวมเสื้อคลุมเหมือนเมื่อเช้า ตุลยาขอเดาว่าหลังจากลงมาทานอาหารเช้าแล้ว เขากับแม่สาวผมแดงก็คงกลับขึ้นห้องไปจู๋จี๋กันต่อจนกระทั่งถึงบ่ายโมง เจ้าหล่อนถึงเพิ่งได้เวลากลับเมื่อกี้นี้เอง 

"พี่มาร์ชจะรับแซนด์วิชด้วยมั้ยคะ"  

หญิงสาวหันไปถาม เพราะตัวเองกำลังจะกิน เดี๋ยวเขาจะหาว่าไม่มีน้ำใจ เขาพูดเรื่องนิสัยการกินของตุลยาราวกับรู้ว่าหล่อนกินไม่เป็นเวลา ซึ่งมันก็จริงอยู่เหมือนกัน  

ตุลยาเห็นดวงตาสีฟ้าเข้มกำลังจ้องมองหล่อนอย่างครุ่นคิด ผมสีทรายประกายทองของเขายุ่งนิดหนึ่ง เดาว่าเพราะถูกคู่ขาเสยนิ้วเข้าไปขยุ้มเล่น! ด้านหน้ามีปอยหนึ่งหล่นมาระหน้าผาก คิ้วเข้มเรียวยาวได้รูปขมวดชนกันเล็กน้อย จมูกโด่งตรงรับกับริมฝีปากหยักขอบลึกสีจัด ริมฝีปากของเขาได้รูปสวยและยามยิ้มจะเห็นฟันขาวเรียงเป็นระเบียบ ใบหน้าของเขามีโหนกแก้มสูงอย่างผู้ดีอังกฤษตามสายเลือดทางมารดา ทุกอย่างบนใบหน้าและรูปร่างของเขานั้นเต็มไปด้วยเสน่ห์น่ามอง อย่างไม่ต้องมีข้อกังขาสงสัยเลยว่าทำไมเขาถึงเป็นนายแบบสุดฮ็อตติดต่อกันมาหลายปี 

"ก็ดี... ขอบใจมาก เย็นนี้ออกไปข้างนอกกันไหม พี่จะไปหาซื้อของตกแต่งบ้านเพิ่มหน่อย"  

มาร์ชเอ่ยชวนพลางยกกาแฟดำขึ้นจิบ 

"ได้ค่ะ"  

หญิงสาวเอ่ยรับคำง่ายๆ ความจริงไม่ค่อยอยากออกไปไหนเพราะมันหนาวมากวันนี้ แต่รู้ว่าเขาจำเป็นจะต้องตกแต่งบ้าน หญิงสาวทำแซนด์วิชเพิ่ม หั่นครึ่งเป็นสามเหลี่ยมสองอัน จัดแบ่งใส่จานให้เขา ของตัวเองก็แยกใส่จานเล็ก ตุลยาชอบทำอาหารไทยถ้าหากมีเวลา มาร์ชก็ชอบอาหารไทย แต่เขามีงานเลี้ยงออกไปข้างนอกบ่อยๆ จึงไม่ค่อยได้อยู่กินข้าวด้วยกัน หญิงสาวถือจานพร้อมกับแก้วกาแฟ ตั้งใจจะเอาขึ้นไปกินในห้องนอน 

"ตุลยา"  

เขาเรียกชื่อเต็มของหล่อนในบางครั้ง ซึ่งอาจจะเป็นเพราะไม่ต้องการสนิทสนมด้วยเกินไป ปกติครอบครัวเพื่อนฝูงเรียกชื่อสั้นของหล่อนคือ ตุลย์ มารดาและคุณลุงเรียกหล่อนว่า น้องตุลย์ เพราะพวกท่านมักคิดว่าตุลยายังคงเป็นเด็กหญิงตัวน้อยคนเมื่อสิบปีที่แล้ว 

"คะ?" ตุลยาหันกลับมามอง ร่างสูงเดินถือจานแซนด์วิชไปนั่งที่โต๊ะ 

"ทำไมไม่กินที่นี่ กลัวอะไรกันนักหนาหือ" 

น้ำเสียงเขาฟังดูหงุดหงิดรำคาญนิดหนึ่ง มาร์ชคิดว่าตลอดเวลาที่อยู่ร่วมชายคาเดียวกันและไม่ค่อยได้พูดคุยพบหน้ากันนั้น เป็นเพราะว่าหล่อนกลัวเขา? 

"กลัวอะไรคะ?" 

เสียงใสซื่อเอ่ยถาม เอียงคอทำสีหน้าฉงน บางทีมาร์ชก็ไม่แน่ใจว่าคนตรงหน้าแกล้งทำซื่อใส หรือว่าเป็นคนใสซื่อจริงๆ กันแน่ ชายหนุ่มมองร่างโปร่งบางที่สวมเสื้อไหมพรมหนาสีฟ้าหม่นกับกางเกงผ้าฝ้ายสีดำ ใบหน้าเรียวมีดวงตากลมโตดำขลับที่เป็นจุดเด่นที่สุดบนใบหน้านั้น ผิวแก้มของหล่อนเป็นสีแดงเรื่อเพราะอากาศหนาว จมูกโด่งปลายมนนั้นก็แดงนิดหนึ่ง เพราะคงจะเช็ดน้ำมูกที่ไหลออกมาในบางครั้งเวลาอากาศเย็นเช่นนี้ตามประสาคนที่ไม่เคยชินกับความเย็นจัดของอากาศยามคริสต์มาสของทางตะวันตก 

"เธอกลัวพี่จะกระโดดงับคอหรือยังไง ทำไมชอบเดินหนีนัก... มานั่งนี่ก่อน ขอคุยด้วยหน่อย"  

เขาสั่งสาวน้อย ร่างบางจึงเดินกลับมาที่โต๊ะและนั่งลงบนเก้าอี้ด้านขวามือของเขาอย่างว่าง่าย มาร์ชไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรเขากับน้องสาวนอกไส้คนนี้จึงมีความห่างเหินกันจนแล้วจนรอด เหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นระหว่างกันอยู่ ทั้งที่ปกติเขาเองเป็นคนเข้ากับคนได้ง่าย ไม่เคยมีปัญหา โดยเฉพาะกับผู้หญิง  

เขาเคยดูแลผู้หญิงรุ่นนี้ถึงสองคนมาก่อนหน้านี้ คือ พีรดาและพัทรีรา สองพี่น้องที่เขารักเหมือนน้องสาว เวลานี้ก็แต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว แต่กับสาวน้อยตรงหน้า เขากลับรู้สึกแปลกแตกต่าง เจ้าหล่อนเองก็เป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง ไม่ค่อยชอบสุงสิง ถ้าหากอยู่บ้านก็มักเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง  

เขาทราบว่าหล่อนชอบใช้เวลาว่างอ่านหนังสือเล่น เขาเองก็เป็นคนไม่ค่อยมีเวลา หนึ่งปีที่ผ่านไปราวกับว่าเขากับหล่อนแทบจะไม่ได้มีกิจกรรมร่วมกันเหมือนพี่น้องควรเป็น เขาก็ได้แต่ดูแลตามสมควร ได้ช่วยเหลือเรื่องฝากเข้าฝึกงาน และพาไปซื้อของตอนมาอยู่ใหม่ๆ เท่าที่นึกออกก็คงมีแค่นั้น 

ตุลยาไม่ทราบว่าเขาหงุดหงิดเรื่องอะไรถึงได้พูดจาแปลกๆ ในเวลานี้ หล่อนไม่คุ้นชินกับอารมณ์ของเขา ความจริงคือไม่รู้ว่าเขาเป็นคนยังไงด้วยซ้ำ เขามองหน้าหล่อนในขณะที่กินแซนด์วิช ตุลยากัดแซนด์วิชแล้วก็ค่อยๆ เคี้ยว รู้สึกหน้าร้อนผ่าวกับการถูกนั่งจ้องหน้าเงียบๆ เหมือนเขากำลังต้องการจะมองทะลุเข้าไปในความนึกคิดของหล่อนยังไงยังงั้น 

"เรื่องฝึกงานเป็นยังไงบ้าง" เขาถาม 

"ก็... โอเคค่ะ" หญิงสาวเอ่ยตอบสั้นๆ และเมินหลบสายตาสีฟ้าเข้ม 

"โอเคแน่นะ..." มาร์ชหรี่ตามอง เห็นใบหน้าเล็กดูเหมือนมีพิรุธนิดหนึ่ง 

"เอ่อ... ค่ะ"  

ตุลยาเอ่ย ไม่อยากบอกความจริงกับเขาว่าหล่อนเพิ่งถูกเพื่อนร่วมงานชื่อแมนด้าไม่พอใจ เพราะผู้ชายที่แมนด้าควงอยู่ให้ความสนใจตุลยาจนออกนอกหน้า ความจริงเคนเป็นหัวหน้าของหล่อน แต่แมนด้าคิดว่าเขาไม่มีความจำเป็นต้องเอาใจใส่เด็กฝึกงานอย่างตุลยามากเป็นพิเศษจนถึงขนาดต้องเดินมาดูทุกครึ่งชั่วโมงแบบนั้น 

มาร์ชมองใบหน้าใสผิวบางละเอียดสีเรื่อด้วยเลือดฝาดแห่งวัยสาว ผมสีน้ำตาลเข้มเกือบดำเป็นเส้นตรงสลวยยาวเลยบ่า ถูกปล่อยตามธรรมชาติ ใส่ผ้าคาดผมสีเหลืองทำให้ใบหน้านั้นดูกระจ่างใสมากขึ้น ปากอิ่มที่ค่อยๆ เคี้ยวแซนด์วิชเป็นสีกุหลาบ ริมฝีปากบนนั้นเรียวบางหยักขอบเหมือนคันศร ส่วนริมฝีปากล่างอิ่มเต็มและเต่งตึง เจ้าหล่อนมีฟันซี่เล็กขาวสวย มีลักยิ้มทั้งสองข้างแก้มเวลายิ้ม แต่น่าเสียดายที่เขาไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก เคยเห็นว่ายิ้มบ่อยก็ต่อเมื่อเวลาหล่อนอยู่กับบิดาของเขาและมารดาของหล่อน 

"ดีใจไหมที่คุณอากับคุณพ่อจะมาเที่ยว"  

ชายหนุ่มถามอย่างไม่รู้ว่าจะพูดคุยอะไรกันดี ปกติเขาเป็นคนไม่เคยจนคำพูดกับผู้หญิง มาร์ชกำลังคิดว่าเขาเป็นพี่ชายที่ใช้ไม่ค่อยได้ในกรณีของตุลยา เขาควรจะให้เวลากับหล่อนมากกว่านี้ ให้สมกับที่คุณอาและคุณพ่อมอบหมายให้เป็นผู้ปกครอง 

"ดีใจสิคะ ตุลย์คิดว่าจะต้องบินไปเมืองไทยเหมือนปีที่แล้วซะอีก"  

ตุลยาเอ่ยและกัดกินแซนด์วิช มองใบหน้าหล่อเหลาของลูกครึ่งไทย-อังกฤษ แล้วก็คิดว่าเพลินดีเหมือนกัน หญิงสาวบอกตัวเองว่าไม่เห็นต้องอายอะไร เขาเป็นพี่ชายของหล่อนเอง หล่อนรักคุณลุงเหมือนพ่อ ดังนั้นอาจจะถึงเวลาที่จะต้องเปิดใจให้รักพี่ชายคนนี้เหมือนพี่ชายจริงๆ เสียที 

เมื่อคิดได้ดังนั้นตุลยาก็รู้สึกผ่อนคลายอาการแปลกประหลาดยามอยู่ต่อหน้าเขาลงไป ทำตัวตามสบายและเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น มายองเนสจากแซนด์วิชไหลเลอะมุมปาก หญิงสาวก็เลยแลบลิ้นออกมาไล้เลียตามนิสัยที่คุ้นชิน 

มาร์ชมองลิ้นสีชมพูของสาวน้อยที่กำลังเลียปากของตัวเอง ก็ทำให้หัวใจกระตุกนิดหนึ่งอย่างไม่เข้าใจว่าทำไม เขาดึงกระดาษเช็ดปากออกมาจากกล่อง เอื้อมไปเช็ดให้  

ตุลยาชะงัก ไม่คาดคิดว่าเขาจะเช็ดปากให้ หญิงสาวหน้าแดง รีบดึงกระดาษจากมือเขามาเช็ดเอง 

"ขอโทษค่ะ ตุลย์เป็นคนกินไม่เรียบร้อยนักเวลาอยู่ที่บ้าน"  

หญิงสาวทำเสียงสารภาพและยิ้มเจื่อนเหมือนเด็ก มาร์ชเห็นแล้วก็รู้สึกเอ็นดู บางทีการที่เขามีน้องน้อยให้ดูแลแบบนี้มันก็เข้าทีดีเหมือนกัน ไม่น่าเชื่อว่าเขาปล่อยให้เวลาหนึ่งปีที่เจ้าหล่อนมาอยู่ด้วยผ่านไปอย่างน่าเสียดาย ปล่อยให้สาวน้อยอยู่ตามลำพังมากกว่าอยู่กับเขา อีกหนึ่งปีที่เหลือเขาควรจะแก้ตัวและทำให้ดีขึ้น ยังไงก็ถือว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน และเจ้าหล่อนก็เห็นว่าเขาเป็นพี่ชาย เขาก็ควรทำตัวให้เป็นพี่ชายที่ดีกว่านี้หน่อยให้สมกับที่คุณพ่อและคุณอาไว้วางใจ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำได้ดีแค่ไหน เพราะเขาเคยชินกับอิสระเสรีภาพในการทำอะไรตามใจตัวเองมานานเต็มที 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว