ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ : )

ชื่อตอน : ความลับเยอะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 352

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 พ.ย. 2563 19:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความลับเยอะ
แบบอักษร

12:20 น. 

@ห้างสรรพสินค้า

    “เพื่อง”

    ฉันกวักมือเรียกเฟื่องลดาเมื่อมองเห็นว่าเธอกำลังมองหาฉันอยู่

    “เกียร์แกกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่”

    เฟื่องเดินเข้ากอดฉันไว้ พร้อมกับเอ่ยถาม

    “กลับมาได้หลายวันแล้วแหละ”

    “แต่ไม่คิดที่จะโทรบอกฉันซักคำ”

    เฟื่องลดาว่า พร้อมกับมองค้อนฉันเบา ๆ

    “ก็มัวแต่ยุ่ง ๆ ไงเลยไม่มีเวลาได้โทรหาแกเลย”

    “วันนี้ว่างแล้วว่างั้น”

    “ก็ไม่เชิงนะ”

    ก็ฉันมันไม่ใช่ตัวคนเดียวนี่นะ มันก็จะยุ่ง ๆ แบบนี้แหละ

    “ชีวิตแกอะไรมันจะไปยุ่งได้ตลอดเวลาวะเกียร์”

    เฟื่องลดาว่า พร้อมกับถอนหายใจออกมา เมื่อพูดถึงเรื่องของฉัน

    “ก็นิดนึงแหละ”

    “แล้วนี่แกจะกลับมาอยู่กี่วัน”

    “ฉันไม่กลับไปลอนดอนแล้ว”

    “แกหมายความว่าไง”

    “ก็หมายความว่า ฉันกับแม่ย้ายกลับมาอยู่ที่เมืองไทยแล้วไง”

    “เรื่องจริง?”

    “จริงก็นี่แหละคือสาเหตุที่ทำให้ฉันไม่มีเวลาโทรหาแก”

    “แต่ก่อนมา แกก็น่าจะโทรบอกฉันก่อน ฉันจะได้ช่วยอะไรแกได้บ้าน”

    นางไม่วายที่จะบ่นฉันอีก

    “เอาเป็นว่าฉันขอโทษแล้วกัน”

    “เลี้ยงข้าวฉันเลย”

    “ไม่มีปัญหา”

    สำหรับเฟื่องลดา เรื่องกินเรื่องใหญ่อยู่แล้ว

    “แล้วแกคิดรึยังว่าจะทำอะไรต่อ”

   “วันนี้ฉันพึ่งไปสัมภาษณ์งานมา”

   “จริง? ที่ไหน แล้วได้รึเปล่า”

    นางรัวคำถามใส่ฉันมาเป็นชุด

    “ทีละคำถามก็ได้มั๊ย”

    “ก็ฉันตื่นเต้นแทนแกนี่นา”

    “ฉันไปสัมภาษณ์งานที่ศิริอัครวาณิชกรุ๊ปมา”

    “แล้วเป็นไง?”

    “เค้านัดให้ฉันไปเริ่มงานได้พรุ่งนี้”

    “แกโคตรโชคดีเลยอ่ะเกียร์”

    “คงฟลุ๊คมากกว่ามั้ง”

    “จะอะไรก็ช่างเถอะ ฉันดีใจกับแกด้วยนะ”

    “แล้วแกล่ะ ตอนนี้เป็นยังไง”

    “ฉันน่ะหรอ ตอนนี้ก็นั่ง ๆ นอน ๆ ทำตัวเหมือนเจ้าหญิงอ่ะแก”

    “ค่ะแม่คนรวย จะบอกว่านั่ง ๆ นอน ๆ ใช้เงินไปวัน ๆ ว่างั้น”

    “ก็ไม่ขนาดนั้นบางทีฉันก็ไปช่วยงานเฮียที่คลับน่ะ”

    “ชีวิตแกนี่มันดีจริง ๆ เลยนะ”

    “แล้วเรื่องแกกับพ่อแกล่ะ ได้เคลียร์กันรึยัง”

    “ก็ตั้งแต่วันที่ฉันออกจากบ้าน ฉันก็ไม่ได้ติดต่อกลับไปเลย”

    ฉันรู้ว่าฉันเป็นลูกที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ถ้าจะให้ฉันยกโทษให้พ่อ

    ตอนนี้มันไม่มีในความคิดของฉันเลย

    “แล้วแม่ล่ะสบายดีมั๊ยเกียร์ ฉันไม่ได้เจอแม่แกนานมากแล้ว ฉันคิดถึงท่านจัง”

    “คิดถึงแม่ หรือคิดถึงกับข้าวฝีมือแม่ฉันกันแน่ยัยเฟื่อง”

    “ก็ทั้งสองอย่างนั่นแหละ งั้นวันนี้ฉันไปบ้านแกด้วยนะ”

     “ได้ซิ แต่ฉันขอซื้อของ แล้วก็แวะทำธุระก่อนนะ”

    “ฉันไม่ได้ขับรถมาพอดีเลยอ่ะ”

    “ก็ไปด้วยกันนี่แหละ”

    “นอนบ้านแกด้วยได้ป๊ะ”

    “อยากทำอะไรก็ทำเถอะ”

    “จะไปซื้อของไม่ใช่หรอ ไปซิ”

    “อื้อ”

    ฉันกับเฟื่องลดาเดินเลือกซื้อชุดทำงานหลายต่อหลายร้าน อยู่นานพอสมควร

    “ตรงนั้นเค้ามุงดูอะไรกัน”

    ฉันมองตามมือของเฟื่องลดาไป

    “อยากรู้แกก็เข้าไปดูซิ”

    “แล้วแกไม่อยากรู้หรอ”

    “ก็ไม่นะ”

    การอยากรู้เรื่องของชาวบ้านมันไม่ใช่นิสัยของฉันไง นี่ฉันไม่ได้จะว่าเพื่อนฉันชอบเผือกนะ แต่นั่นมันคือนิสัยของนางจริง ๆ

    “อ๋อ...รู้แล้ว ยัยอรจิรานางแบบจอมหยิ่งนี่เอง”

    “ทำไมแกไปว่าเค้าแบบนั้นล่ะ ก็ดูเค้าอัธยาศัยดีออก”

    “ดีแต่ต่อหน้าน่ะซิ ยัยนี่ยิ่งกว่าจิตกรซะอีก”

    “ก็ว่าไปนั่น”

    “สร้างภาพเก่ง ถ่ายรูปจับมือเสร็จ นางคงจะรีบหาแอลกอฮอล์ล้างมือแหละ”

    “พอเลยแก ไม่ชอบก็ไม่ต้องไปสนใจเค้า”

    “ก็คนมันหมั่นไส้นี่นา”

    “เราไปดูเสื้อร้านนู้นกันมั๊ย”

    “ไปซิ”

    ฉันดึงแขนเฟื่องละดาให้เดินผ่านกลุ่มคนที่กำลังยืนมุงอยู่อย่างยากลำบาก

    เมื่อฉันหันไปมองทางนางแบบที่เฟื่องลดาเอ่ยถึง ภาพที่เห็นมันทำให้ฉันรู้สึกตัวชาไปทั้งแถบ

    ผู้หญิงคนนั้น...ใช่ เธอคือผู้หญิงที่ไปหาฉันในวันนั้นเมื่อห้าปีก่อน

    “.......”

    “เกียร์”

    “......”

    “กฤชญา!!!!”

    “หืม?”

    ฉันกลับมาได้สติอีกครั้ง เมื่อเฟื่องลดาเรียกชื่อฉันเสียงดังลั่น จนตอนนี้คนรอบ ๆ หันมามองที่เราสองคน

    “เหม่ออะไรของแกเนี่ย”

    “เปล่า เฟื่องฉันว่าเรากลับกันเถอะ”

    ฉันไม่อยากให้ผู้หญิงคนนั้นเจอฉัน

    “เดี๋ยว ๆ นี่แกยังได้ของไม่ครบเลยนะ”

    “ไว้มาดูวันหลังก็ได้”

    “แกกำลังมีพิรุธ”

    “พิรุธอะไรของแก ไม่มีหรอก”

    “เกียร์ฉันเป็นเพื่อนแกนะ มีเรื่องอะไรแกก็บอกฉันซิ”

    “ฉันมีเรื่องจะบอกแกอีกเยอะแยะเลยหละเฟื่อง แต่มันไม่ใช่ตอนนี้”

    “เดินมาถึงหน้าร้านแล้วแกบอกจะกลับ ฉันไม่ยอมหรอกนะยะ”

    เฟื่องลดาลากฉันเข้าไปในร้านเสื้อที่ฉันบอกว่าจะมาดู

    จากนั้นก็เลือกเสื้อผ้ามาให้ฉันลอง 2-3 ชุด

    พอลองเสร็จนางก็จัดการให้พนักงานในร้านคิดเงินให้ฉันเสร็จสรรพ

    “อ่ะทีนี้ก็กลับกันได้ละ”

    “ฉันยังต้องไปทำธุระอีกที่นึง”

    “ก็ไปซิ อยากกลับไม่ใช่เรอะ”

    “ใจร้อนนะเรา”

    ฉันกับเฟื่องลดาออกมาจากห้างสรรพสินค้าตอนเวลา 15:00 น. พอดี

    “ไปถึงก็คงเลิกเรียนพอดี”

    “เลิกเรียนอะไรของแกยัยเกียร์”

    เฟื่องลดาถาม เมื่อได้ยินฉันบ่นพึมพำกับนาฬิกาข้อมือของตัวเอง

    “เดี๋ยวแกก็รู้เองนั่นแหละ”

    “ความลับจะเยอะไปไหนยัยเกียร์ นี่แกเป็นคนความลับเยอะตั้งแต่ตอนไหน”

    “แต่ถ้าแกรู้ มันก็จะไม่เป็นความลับอีกต่อไปแล้วหละ”

    “ชิ”

    ฉันทำหน้าที่ขับรถพาเฟื่องลดามาที่โรงเรียนที่ดังแห่งนึง

    “แกพาฉันมาทำอะไรที่นี่”

    “แกรออยู่นี่แหละ เดี๋ยวฉันมา”

    “อะไรของแกวะเนี่ยเกียร์”

    เสียงแหลมเล็กดังไล่หลังฉันมาอย่างคนขี้หงุดหงิด  ฉันได้แต่นึกขำกับกิริยาของเพื่อนที่แสดงออกมา ฉันหายเข้าไปในโรงเรียนราว ๆ 10 นาทีได้ เมื่อประตูรถยนต์เปิดออก

    “นี่เกียร์!! แกหายไปไหนมาตั้งนา......”

    เฟื่องลดาพูดไม่ออก เมื่อคนที่เธอเห็นเป็นเด็กชายที่ตอนนี้กำลังยืนส่งยิ้มหวานชวนละลายไปให้

    “ซาหวัดดีครับแม่เฟื่อง”

    “....สะสวัสดีค่ะ”

    ออกัสยังคงยืนส่งยิ้มเฟื่องลดา

    “นี่ออกัส....ลูกฉันเอง”

    “ห๊ะ?!?”

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว