email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่เข้ามาอ่านทั้งตั้งใจและหลงเข้ามานะคะ 555 ฝากเอ็นดูไรท์มือใหม่คนนี้ด้วยนะคะ ติชมได้เลยค่ะ ไรท์รับฟังทุกข้อเสนอ ด้วยรัก/หลันหมิงเย่ว

ชื่อตอน : ผู้บุกรุก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 229

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 พ.ย. 2563 20:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ผู้บุกรุก
แบบอักษร

หลายวันผ่านไป เยี่ยเฟิงอวี่ต้องสอบปากคำขุนนางมากมาย เขานำคนประหารชีวิตขุนนางกังฉินที่เมืองหลวงไปแล้วถึงสิบสองคน สารกราบทูลร้องเรียนมีมากมายจนกองพะเนินแต่จักรพรรดิก็แกล้งโง่งมต่อไปเพื่อให้เฟิงอวี่ล้มล้างสกุลเจียงได้สำเร็จ สกุลเจียงเป็นสกุลเก่าแก่ของหวังโจว หัวหน้าตระกูลตอนนี้เป็นมหาเสนาบดีฝ่ายขวาเป็นเสนาบดีกรมโยธาและมีกองทัพรักษาเมืองอยู่ในกำมือ ที่เป็นแบบนั้นได้ก็เพราะความผิดพลาดของจักรพรรดิองค์ก่อน  เจียงซื่อเหลียน เป็นสหายร่วมเรียนร่วมรบกับจักพรรดิองค์ก่อน พระองค์จึงมอบกองกำลังไว้ให้เขาคุ้มครองตัวเอง แต่เจียงซื่อเหยียนผู้นี้คือเนื้อร้าย ภายหลังจากที่จักรพรรดิตรอมพระทัยอยู่นั้น เขาได้เข้ามามีอำนาจส่วนใหญ่ในราชสำนัก มีขุนนางเกินครึ่งที่ยอมสวามิภักดิ์กับเขา เจียงซื่อเหลียนจึงใช้โอกาสนี้หยังรากลงดิน หากจะรื้อระบบการปกครองใหม่ จักรพรรดิเหล่ยฉีจะต้องขุดรากถอนโคนเจียงซื่อเหลียนเสียก่อน

 

"ผู้ตรวจการเยี่ย"  เสียงชายในชุดเร้นกายสีดำผู้หนึ่งเรียกเฟิงอวี่จากด้านหลัง   

 

"มาสักที"  เฟิงอวี่ตอบเพียงแค่นั้นแล้วเดินหายลับไปในมุมมืดระหว่างทางกลับจวน

 

"นี้เป็นหลักฐาน ที่ข้าพอหาได้ในตอนนี้ ในจวนเขาตอนนี้เข้มงวดเป็นอย่างมาก ข้าต้องรีบไปแล้ว"  ชายชุดดำตอบ

 

" ขอบใจเจ้ามาก"  เขาตอบแล้วชายชุดดำตรงหน้าก็พลิ้วกายหายไปในความมืด เฟิงอวี่เปิดเอกสารในมือช้าๆด้วยใจที่ลุ่นระทึก เมื่อเห็นข้างใน เฟิงอวี่ก็แสยะยิ้มออกมา ใบหน้าแลดูบิดเบี้ยวเพราะแสงจันทร์ส่องกระทบหากผู้ใดมาเห็นเขาตอนนี้ก็คงคิดว่าเป็นภูติผีเป็นแน่

 

ชายชุดดำผู้นั้นคือคนที่เขาส่งเข้าไปไว้ในจวนตระกูลเจียงแต่เดิมชายผู้นี้คือผู้ติดตามของเขาทั้งยังเป็นสหายเติบโตมาด้วยกัน เพื่อการนี้หานฝูจึงเสนอตนเองเขาไปสืบข่าวให้ด้วยเหตุนี้เฟิงอวี่จึงไม่มีผู้ติดตามในตอนแรกที่เจอกับเถาจื่อ

 

ตอนนี้ก็ใช่ว่ามีผู้ติดตามหรือ เพราะจักรพรรดิมักจะขอตัวเจียอี้ไว้ใช้งานเสมอ  บางคราก็ให้องครักษลับออกมาสอน    วรยุทธให้เจียอี้ อยู่บ่อยครั้ง วันนี้ก็เป็นอีกวันที่เจียอี้ต้องอยู่เป็นเพื่อนจักรพรรดิเหล่ยฉี  เยี่ยเฟิงอวี้ค่อยๆชะล้อม้าลงเมมื่อใกล้ถึงประตู สายตาเขาเห็นเถาจื่อวิ่งออกมารอรับที่หน้าประตูจวนอย่างรีบร้อน

 

'นางคงได้ยินเสียงฝีเท้าม้าละมั้ง' แต่พอเพ่งดูดีๆแล้วไม่ใช่ว่านางกำลังวิ่งมาหาเขาด้วยความดีใจ แต่นางกำลังวิ่งหนีอย่างตื่นตระหนก หัวใจเฟิงอวี่หล่นวูบเขารีบทะยานตัวเข้าช่วยภรรยาทันที

 

อีกด้านเถาจื่อกำลังวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน เพราะตอนที่นางกำลังนั่งอ่านตำราอยู่นั้นจู่ๆก็มีนักฆ่าสองคนบุกเข้ามาในจวน  นักฆ่าสองคนนั้น ตรงเข้ามาจับตัวนางไว้แต่ตอนนั้นลี่ฟางอยู่กับนางด้วยจึงขัดขวางไว้ได้ทัน เถาจื่อจึงวิ่งหนีออกมาตะโกนสั่งเสียงดังให้จิ้งเอ๋อร์พาผู้เฒ่าเจียหนีไป 

 

เวลานั้นเถาจื่อที่กำลังหวาดกลัวอย่างนักวิ่งออกมาทางประตูเรือน กำลังล้มลุกคลุกคลานอยู่จู่ๆก็ตัวลอยขึ้น จนกรี๊ดร้องออกมาเบาๆ มือน้อยทุบตี่รางใหญ่ร่างนั้นรุนแรง

 

"จื่อเอ๋อร์ ข้าเอง" เฟิงอวี่ตะโกนเสียงดังเพื่อเรียกสตินางกลับมา 

 

"ท่านพี่ ฮือ...ท่านพี่ข้า...ข้า"  เถาจื่อพูดไม่ออกเพียงปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาย เฟิงอวี่กอดนางไว้แนบอกก่อนที่สายตาเขาจะเห็นแสงจันทร์ที่กระทบบนคมดาบที่พุ่งมาข้างหลัง

 

เฟิงอวี่โยกหลบได้ทันท่วงทีก่อนจะปล่อยเถาจื่อลงข้างๆพุ่มดอกกุหลาบข้างทางเดินของสวนหน้าจวน แล้วหันกลับไปเผชิญหน้ากับนักฆ่าสองคนที่กระโดดลงมาจากหลังคา

 

"ผู้ใดเป็นคนสั่งมา" เฟิงอวี่ถามอย่างใจเย็น แต่มือหนากลับกำลังโคจรปราณลงมาไว้ที่มือ ทำให้มือของเขาตอนนี้ทั้งแข็งและคมราวกับดาบดีๆอันหนึ่ง

 

"เจ้าไม่ต้องรู้ ข้าเพียงทำตามหมาย มีคนจ้างข้าก็ทำ" หนึ่งในนักฆ่าตอบ

 

"เช่นนั้นหรือ   เช่นนั้นข้าจะจ้างเจ้าให้ไปฆ่าคนที่จ้างเจ้ามาฆ่าข้าแล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้าเป็นค่าจ้าง เอาหรือไม่" เฟิงอวี่ยังคงเอ่ย​ สีหน้ายังคงนิ่งเฉยไม่ยี่หระกับเหตุการณ์ด้างหน้า  ทั้งๆที่เขาโกรธมากจนอยากจะสับคนร้ายที่อยู่ตรงหน้าให้เป็นชิ้นๆ

 

นักฆ่ามองหน้ากันอยู่ครู่ก่อนจะพุ่งเข้าใส่เฟิง​อวี่พร้อมกัน  เฟิงอวี่หลบหลีกไปมาอย่างคล่องแคล้วหันไปซัดมือใส่นักฆ่าผู้หนึ่งด้วยพลังของลมปราณจึงทำให้ หัวไหลชายผู้นั้นแหว่งเป็นรูใหญ่  นักฆ่าอีกคนเห็นท่าไม่ดี  จึงรีบผละออกแล้วทะยานตัวขึ้นหลังคากระโดดข้ามกำแพงไปอย่างรวดเร็วทิ้งนักฆ่าที่บาดเจ็บอยู่ให้เผชิญชะตากรรม เฟิงอวี่เดินดุ่มๆเข้าไปหาใบหน้าเขายามนี้แลดูเหมือนยมทูตก็ไม่ปาน  นักฆ่าที่บาดเจ็บอยู่ถึงกับตะลึงลาน  เขาประเมินผู้ตรวจการเยี่ยต่ำเกินไป เฟิงอวี่หยุดอยู่ตรงหน้าชายคนนัั้น แต่กลับไม่พูดอะไร  เขาทำเพียงยื่นจ้องนักฆ่าผู้นั้นอย่างเย็นชาจนนักฆ่าหนาวเหน็บ เขามักจะใช้สายตาหนาวเหน็บนี้สอบสวนผู้คนอยู่เรื่อย จนสุดท้ายคนที่เขาสอบปากกคำไม่พ้นต้องสารภาพมาเอง  

 

"ข้าได้รับคำสั่งจะ..."  ยังพูดไม่ทันจบก็มีเสียงธนูพุ่งออกมาจากทางกำแพงปักลงที่อกของนักฆ่าผู้นั้น เฟิงอวี่หันไปที่กำแพงเห็นคนกระโดดลงจากกำแพงไป​ เฟิงอวี่ขบคิดแล้วตัดสินใจไม่ตามไป เขาจึงเดินมาหาเถาจื่อที่กำลังนั่งตัวสั่นอยู่ตรงพุ่มกุหลาบ

 

"ไม่เป็นไรแล้ว จื่อเอ๋อร์ข้าอยู่นี้แล้ว" เฟิงอวี่เอ่ยพลางกอดปลอบนางอย่างอ่อนโยน มือใหญ่ลูบหลังนางแผ่วเบา

 

"เฟิงอวี่... ลี่ฟาง...นาง...นางบาดเจ็บอยู่ในห้อง ฮึกๆนางๆช่วยชีวิตข้า"  เถาจื่อเอ่ยทั้งน้ำตา ภาพที่ลี่ฟางเอาตัวขวางดาบให้นางได้หนียังคงติดอยู่ในหัว เถาจื่อตัวสั่นน้ำตาร่วงเผลาะทำเอา      เฟิงอวี่​ รู้สึกปวดใจ ตอนนี้เจียอี้ไม่อยู่เหลือเพียงพ่อเฒ่าเจียกับขาเท่านั้น  เฟิงอวี่หันมองศพนักฆ่าครู่หนึ่ง ก่อนจะพลิ้วกายอุ้มเถาจื่อเข้าบ้านพานางไปอยู่ที่ห้องรับรอง ชั่วคราว

 

เถาจื่อหยุดร้องไห้แล้ว แต่เพียงยังมีอาการหวาดผว่า เฟิงอวี่สั่งให้จิ้นเอ๋อร์มาอยู่เป็นเพื่อนเถาจื่อก่อนที่เขาจะปลีกตัวไปจัดการศพของนักฆ่าและ ลี่ฟาง ขณะที่เฟิงอวี่กำลังลากศพของนักฆ่ามานั้น กระดาษสหนึ่งแผ่นก็ร่วงออกจากอกเสื้อของนักฆ่า  เฟิงอวี่หยิบขึ้นมาล้วค่อยๆเปิดดู พลันมุมปากก็ยกยิ้มขึ้นมา เขารีบจัดการศพแล้วเขียนจดหมายไปรายงานจักรพรรดิเหล่ยฉี ว่าสกุลเจียงลงมือแล้ว ก่อนจะเอากระดาษหลักฐานที่ได้มาเก็บใส่หีบแล้วจัดการซ่อนไว้ใต้พื้นเรือน  เฟิงอวี่รีบกลับมาหาเถาจื่อก็เห็นว่านางยังนั่งอยู่ใบหน้าแลดูขาวซีด เขาจึงเดินเข้าไปหานาง​ 

 

"เป็นอย่างไรบ้าง" เขาถามพลางนั่งลงข้างๆนางบนเตียงเล็กในห้องรับรอง

 

"ดีขึ้นแล้วเจ้าค่ะ" เถาจื่อตอบแล้วเงยหน้ามองเฟิงอวี่แล้วถามต่อ

 

"คนพวกนั้นเป็นใครเจ้าคะ" นางมองเขาไม่ละสายตา

 

"คนพวกนั้นเป็นนักฆ่า ส่งมาเพื่อให้เอาชีวิตข้า"     เฟิงอวี่ตอบเสียงเนื่อย เถาจื่อพลันผวาขึ้นมา แล้วส่ายหน้ารุนแรง

 

" เช่นนี้ไม่ดีแน่ ท่านลาออกเถิดเจ้าค่ะ แล้วหนีไปด้วยกันเรื่องนี้ไม่ปลอดภัยเลยยิ่งนับวันยิ่งรุนแรง เราหนีไปอยู่ในป่าด้วยกันดีหรือไม่เจ้าคะ " เถาจื่อเอ่ยพลันทำสีหน้าเคร่งเครียด  ครานี้นางกลัวจริงๆแล้วนางไม่เคยคิดว่าตนจะมีวันนี้วันที่โดนตามไล่ฆ่าเช่นนี้

 

"จื่อเอ๋อร์ " เฟิงอวี่เรียกนางในขณะที่​          เถาจื่อกังวนจนหูไม่ได้ยินอะไร  จวบจนเฟิงอวี่ดึงตัวนางมากอดไว้แนนบอก  เถาจื่อจึงเงยหน้ามองสามีอย่างงงๆ

 

"ดูเจ้าสิ บอกข้าว่าไม่ให้ข้าทำหน้าทำตัวเหมือนศพ แต่ดูหน้าเจ้าตอนนี้ซีดกว่าศพเดินได้เช่นข้าเสียอีก "

 

ห๊า... เถาจื่อร้องอุทานออกมา  นี้เขาว่านางหน้าเหมือนศพหรือ เถาจื่อนิ่งไปทำให้เฟิงอวี่พูดต่อ

 

"เจ้าไม่เชื่อใจข้าเลยหรือ ไม่เชื่อว่าข้าจะปกป้องเจ้าได้หรือ ถึงต้องการหนี เราไม่ได้ผิดคนพวกนั้นสิต้องกลัวเพราะว่าข้าจะทำให้พวกเขาไม่ได้มีชีวิตอยู่​ จื่อเอ๋อร์เชื่อข้า​ ต่อจากนี้ไปข้าจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเจ้าอีกแน่​ เจ้าเข้าใจหรือไม่"  เขาเอ่ยแล้วก้มมองนางที่อยู่ในอ้อมกอด​ อย่างรักใคร่​ 

ความคิดเห็น