ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ห้องทรมาน​

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 111

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 พ.ย. 2563 20:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ห้องทรมาน​
แบบอักษร

ภายในคุกใต้จวนผู้ว่าการเมืองซีโจว

 

เยี่ยเฟิงอวี่กำลังนั่งอยู่ตรงหน้าเกาจวินที่ถูกล่ามตรึงไว้กับพนักไม้​  ด้านข้างเขาคือผู้ว่าการเมือง

 

"ส่งมอบรายชื่อให้เจ้ารึ​ ไม่มีทาง" เกาจวินเอ่ยพลางถ่มน้ำลายปนเลือดลงกับพื้น

 

เฟิงอวี่นิ่งเงียบตั้งแต่ที่เข้ามา​ เขาเพียงนั่งดูการสอบปากคำของอวิ๋นหลันเท่านั้น​ 

 

"ใต้เท้าเกา​ เพียงแค่ส่งมอบรายชื่อมาทั้งหมดท่านก็จะไม่ต้องทนเจ็บตัวเช่นนี้แล้ว​ ทั่งยังไม่ต้องห่วงว่าลูกเมียท่านจะตาย  เพราะจักรพรรดิ​ทรงรับสั่งกับผู้ตรวจการเยี่ยด้วยองค์เองส่าให้ประหารเฉพาะผู้ที่ทำผิด" 

 

อวิ๋นหลันเอ่ย​ พยายามโน้มนาวอย่างสุดกำลังบางคราก็เหลือบหางตามองเยี่ยเฟิงอวี่หมายจะให้เขาช่วยสอบสวน​ แต่เยี่ยเฟิงอวี่กลับเอาแต่นั่งนิ่งทำสีหน้าท่าทางราวกับไร้วิญญาณ​ในร่าง

 

" เชื่อได้หรือจักพรรดิ​ฉาวโฉ่​ บ้ากามผู้นั้นข้าไม่เชื่อ​ ขนาดพระพันปีพระองค์​ยังทรงไล่ให้ไปออกบวชดะ..."  พูดไม่ทันจบจู่ๆก็เกิดเสียงเพี๊ยะดังสนั่นลั่นห้องขังขึ้น​ เกาจสินหน้าหันไปอีกทางใบห้าข้างที่ถูกตบชาไปทั้งหน้าหูอื้อไปชั่วขณะหนึ่ง​ ผู้ว่าการทำได้เพียงอ้าปากค้างอยู่กับทีเพราะไม่รู้ว่าคนข้างกายเขาลุกไปตั้งแต่เมื่อไหร่

 

" หากเจ้าพูดถึงพระองค์เช่นนั้นโดยที่ไม่รู้ความจริงอีก​ ข้าจะสั่งคนไปจับลูกสาวเจ้ามาทรมานต่อหน้าเจ้า"  เฟิงอวี่เอ่ยเสียงเย็น​ ที่เย็นเสียจนคนในห้องทั้งหมดถึงกลับหนาวจับหัวใจ​ เพราะล้วนแล้วแต่รู้กันดีว่า​ผู้ตรวจการผู้นี้พูดแล้วทำจริง

 

"เจ้ากล้ารึ"  เกาจวินเอ่ยถามอย่างโมโห

 

"คิดว่าอย่างไรละ" เขาเอ่ยจบเกาจวินก็ถึวกับลนลานใบหน้ามีเหงือเม็ดเป้งผุดออกมา

 

"จะเอารายชื่อนั้นส่งมอบให้ข้าหรือไม่"        เฟิงอวี่ถามแล้วเดินไปหยิบคีมเหล็กขึ้นมาช้าๆ

 

ครานี้เกาจวินเริ่มลังเลแล้ว​ ที่เขายังไม่ยอมพูดนั้นเพราะลูกเมียเขายังตกอยู่ในอันตรายแต่ถ้าลังเลอยู่นานเกาจวินก็เหลือบมองทหารนายหนึ่งในห้องที่มองมาทางเขาเช่นกัน​  

 

เฟิงอวี่ไม่รอคำตอบเพียงหันใบหน้าไร้วิญญาณ​กลับมาหาเกาจวินช้าๆ​ ใช้มือที่เหมือนคีมเหล็กอันใหญ่นั้นจับคางของเกาจวินไว้

 

"คิดจะทำอะไรของเจ้า!" เกาจวินถามเสียงสั่นหวาดหวั่น

 

"ถอนฟันเจ้าไง​ เจ้ากินมากจนปากมันฟันผุ"  พูดจบเฟิงอวี่ก็ออกแรงบีบกรามของเกาจวินออก​ เกาจวินตกใจอย่างหนัก​ พยายามปิดปากไว้แต่ไม่เป็นผลเพราะสู้แรงของเฟิงอวี่ไม่ไหว​ 

 

คีมเหล็กเย็นค่อยๆสอดเข้าไปในปากของเกาจวินอย่างง่ายดาย​ แม้ว่าเกาจวินจะดิ้นรุนแรงเคไหนก็ตามแต่มือของเฟิงอวี่ที่บีบกราของเกาจวินไว้กลับไม่สะทกสะท้าน​  เยี่ยเฟิงอวี่หนีบเขาที่ฟันด้านในสุดแล้วค่อนๆออกแรงดึงช้าๆ​ ด้วยลมปราณ​ทำให้เนื้อบริเวณ​ฟันฉีกขาดเหลือดไหลทะลักออกมา​ เกาจวิที่ตอนนี้เจ็บจนทำอะไรไม่ถูกเขาดิ้นไปมาอย่างรุนแรงเปร่งเสียงโหยหวนออกมา​ ฟังดูเจ็บปวดน่าเวทนา​ แต่สีหน้าเฟิงอวี่กลับยังปกติมีเพียวแววตาที่ฉายแววโหดเหี้ยม​ ไอสังหารที่อยู่รอบตัวยิ่งรุนแรงขึ้นเท่านั้น

 

อวิ๋นหลันถึงกับหน้าเหยเก​ เขาอยู่ด้วยในวันที่เฟิงอวี่ตัดคอขุนนางห้าคนนั้น​ เขาฟันคอทุกคนคนละสองทีนั้นนับว่าโหดเหี้ยมและทรมาน​ ดาบที่ใช้ตัดคอคนย่อมลับมาคมกริบ​ สามารถตัดขาดได้ในคราเดียวแต่ผู้ตรวจการคนนี้กลับลงดาบครั้งแรกไม่ยอมให้ศีรษะ​หลุดออกทั้งยังฟันโดยที่ไม่โดนจุดตาย​ ทำให้คนทรมานอย่างมากก่อนจะลงดาบครั้งที่สองให้ศีรษะ​ขาดออกจากคอ  ตอนนั้นอวิ๋นหลันเองถึงกลับท้องปั่นป่วนกินข้าวไม่ได้ไปหลายวัน

 

เมื่อฟันหลุดออกจากปาก​ เกาจวินก็ร้องโหยหวนเสียจนเสียงดังลอดออกมาจากคุกใต้จวน​ เถาจื่อที่อยู่บริเวณนั้นพอดีได้ยินเขา​ ด้วยความที่นางอยากรู้จึงเดินตามหาต้นเสียง​ จนมาถึงหน้าประตูทางเข้าตรงอุโมงริมพนังด้านหลังจวนผู้ว่า​ 

 

"ฮูหยินอย่าลงไปเลยจะดีกว่าขอรับ"  ทหารที่เฝ้าอยู่หน้าประตูเอ่ยเตือน​ เขารู้ว่านางเป็นฮูหยินผู้ตรวจการ​ แต่ข้างใต้นี้ไม่ใช้ความศิวิไลจึงเอ่ยปากห้ามนาง

 

"ไม่เป็นไร​ ข้าไม่กลัว"  นางเอ่ยแล้วเงยหน้ามองทหารผู้นั้นอย่างดื้อรั้นแล้ว​ นายทหารไม่อาจเอ่ยอะไรเขาจึงทำได้เพียงหลบออกมาจากประตู​ พลันเสียงร้องโหยหวนก็ดังออกมาอีกรอบ​ เถาจื่อที่ค่อนๆเดินลงมาตามบันไดที่มีเพียงแสงเทียนอ่อนโรยนำทางนั้น​ จู่ๆก็มีเงาดำพุ่งมาตรงหน้านาง

 

" กรี๊ด...! "  นางกรีดร้องสุดเสียงฉับพลันก็มีของเหลวอุ่นๆกระเซ็นมาโดนใบหน้าและลำตัว​ ดวงตานางปิดสนิท​ ลำตัวแข็งทื่อ​ไม่กล้าขยับไปไหน​ จวบจนมีเสียงเย็นๆที่แสนคุ้นเคยเสียงหนึ่วดังขึ้นนางจึงค่อยๆลืมตา

 

"เถาจื่อ...?"  เฟิงอวี่ที่ลงดาบกับทหารผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นภรรยาของตนมาอยู่ในนี้

 

"เยี่ยเฟิงอวี่...!"  นางที่ตกใจสุดขีดโผ่เข้ากอดเขาไว้อย่างรวดเร็ว​ แต่เมื่อเหยียบลงไปบนพื้นเท้านางก็เหยียบเข้ากลับศพที่นอนกองอยู่​ นั้นยิ่งทำให้นางตกใจกระโดดเกาะคอเขาอย่างรวดเร็วยกขาเกี้ยวเอวเขาไว้

 

"เจ้า..."  เฟิงอวี่จะเอ่ยแต่ก็เงียบไปเพียงยกมือขึ้นประคองนางไว้แล้วเดินลงมาจากบันไดทีละขั้น​ จนสุดบันไดแล้วจึงเรียกนางที่หลับตาปี๋อยู่

 

"ไม่มีศพแล้ว"  เขาเอ่ยขณะที่เถาจื่อค่อยๆลืมตาแล้วคลายขาออกจากเอวสอบของเฟิงอวี่ช้าๆเมื่อลงยืนได้จึงถามออกไป

 

"เมื่อครู่มันอะไร​กัน"  นางถามขึ้นหัวใจนางยังเต้นแรงกับเหตุการเมื่อครู่​  

 

"หนอนกำลังจะหนี"  เขาตอบแล้วล้วงเขาไปในอกเสื้อ​ หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมา​ เดินไปชุบน้ำบิดจนหมาดแล้วเดินกลับมาหานาง​ บรรจงเช็ดเลือดที่กระเซ็นมาติดใบหน้าของเถาจื่ออย่างอ่อนโยน

 

"ข้าไม่อยากให้เจ้าเห็นข้าฆ่าคนเลย"  เขาเอ่ยขณะที่มือก็กำลังเช็ดคราบเลือดออกช้าๆ

 

" แต่ข้าเป็นภรรยา​ เปิดเผยตรงไปตรงมาย่อมเป็นสิ่งที่ควร​ ท่านฆ่าก็บอกว่าฆ่าหาดฝกคนที่ตายผิดจริงข้าก็ไม่มีวันตำหนิท่าน" นางตอบแล้วจับมือหนาที่กำลังเช็ดใบหน้านางอย่สงอ่อนโยน

 

"เช่นนั้นหรือ... "  เขาตอบมือหนายังคงขยับต่อแต่มุมปากกลับกดลึกยกยิ้มขึ้นน้อยๆ

 

"เจ้าค่ะ... "  เถาจื่อตอบแล้วยิ้มอบอุ่นเงยหน้ามองเขา

 

" อะแฮ่ม... ข้าว่า... เอ่อ... "  พลันมีเสียงชายคนหนึ่งดังมาจากด้านหลังของเฟิงอวี่​ เถาจื่อหันมองถึงกลับหน้าสลับสี​   จากแดงเป็นขาวซีด​ เพราะสายตาปะทะเข้ากลับร่างหนึ่งที่ถูกตรึงไว้บนไม้เลือดไหลท่วมปาก​  ทหารที่อยู่ในห้องต่างก็หลุบหน้าหลุบตา​ บ้างก็หันไปเช็ดเครื่องมือทรมาน​บ้างก็ทำอะไรไม่ถูกเพียงหันหน้าเข้ากำแพง​ คนที่ส่งเสียงกระแอมนั้นคือชายที่นั่งอยู่บนเกาอี้ที่บัดนี้หน้าแดงขึ้นเล็กน้อย

 

"เอ่อ​ ข้าว่าข้าออกไปก่อนดีกว่า"  เถาจื่อเอ่ยพร้อมหมุนตัวจะจ่กไปแต่มือใหญ่ของเฟิงอวี่คว้าแขนนางไว้ก่อน

 

"ไม่ต้องไป"  เขาตอบ

 

รู้ตัวอีกทีนางก็ต้องโดนเขาจับแขนรั้งตัวไว้เช่นนี้ชั่วชีวิตแล้ว

 

 

ความคิดเห็น