ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : แหกคุก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 97

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 พ.ย. 2563 20:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แหกคุก
แบบอักษร

เฟิงอวี่กระแทกประตูปิดเสียงดัง นึกโมโหทหารของเขาตรงหน้า

 

"เจ้ามีอะไรเร่งด่วนขนาดต้องทุบห้องข้า อู๋ทง" เฟิงอวี่ถามอย่างหงุดหงิด รอบกายแผ่ไอสังหารออกมา อู๋ทงคือทหารประจำจวนผู้ว่าการเมืองซีโจว เขาตัวสั่นเล็กน้อยเมื่อโดนสายตาเย็นชานั้นมอง ก่อนจะเอ่ยเสียงสั่น

 

"ใต้เท้าเกาแหกคุกไปแล้วขอรับ" เขาตอบพลางหลับตาลงเพราะกลัวว่าเฟิงอวี่จะบันดาลโทสะแต่ผิดคาด มีเพียงลมพัดผ่านเขาไปวูบหนึ่งเท่านั้นเมื่อเขาลืมตาก็พบ ฮูหยินเยี่ยแล้ว

 

"ผู้ตรวจการมีงานด่วนหรือเจ้าคะ" นางเอ่ยถาม เถาจื่อที่รีบแต่งตัวออกมาหมายจะมาให้ทันสามี แต่ไม่คิดว่าออกมาแล้วจะต้องเจอทหารคนหนึ่งนั่งอยู่กับที่เหงื่อกาฬผุดเต็มใบหน้า

 

"ใช่ขอรับ เช่นนั้นข้าน้อยขอลาก่อน" อู๋ทง กล่าวก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกไป

 

'มีเรื่องด่วนอันใดกันแน่นะ' เถาจื่อคิดในใจ

 

อีกด้านเฟิงอวี่ที่ใช้วิชาตัวเบาทะยานตัวมาที่คุกหลวงก่อนหน้า กำลังหมอบอยู่บนหลังคาเมื่อสายตาเห็นความเคลื่อนไหวแปลกประหลาด ก่อนเขาจึงทะยานตัวลงไปขวางทางขบวนเคลื่อนศพขบวนหนึ่ง

 

"นี่เป็นศพผู้ใดกัน" เฟิงอวี่ที่กระโดดลงมาขวางขบวนศพเอ่ยถามขึ้น

 

"นายท่านนี่เป็นขบวนเคลื่อนศพเกรงว่าจะไม่เหมาะสมทั้งยังอัปมงคล อย่าเข้าใกล้เลย ชายผู้นี้คือพ่อค้าขายของธรรมดาผู้หนึ่งเท่านั้น"

 

บ่าวคนหนึ่งออกมารายงานอย่างนอบน้อม หากแต่เฟิงอวี่ไม่ใช่คนโง่ที่เป็นผู้ตรวจการได้เพราะจักรพรรดิประทานให้เสียหน่อย อาการผิดสังเกตและความเคลื่อนไหวของคนรอบข้างล้วนอยู่ในสายตาของเขาตลอด

 

"ข้าคือผู้ตรวจการแผ่นดินแทนพระองค์ ตอนนี้มีนักโทษเป็นขุนนางกังฉินผู้หนึ่งแหกคุกออกมา ดังนั้นข้าจะตรวจค้นขบวนศพของเจ้า เปิดฝาโลงออก"

 

เฟิงอวี่เอ่ยขึ้นพร้อมชูป้ายทองของผู้ตรวจการขึ้นเป็นการยืนยันฐานะ เขามองบ่าวชายที่ใบหน้าเปลี่ยนสี ลอบสังเกตบ่าวชายหลายคนทุกคนล้วนแล้วแต่ลมหายใจสงบนิ่ง นั้นเป็นเพราะว่าฝึกวรยุทธ จึงควบคุมลมปราณได้ บ่าวชายคนเดิมเดินไปเปิดฝาโลงออก

 

"เชิญผู้ตรวจการเยี่ยตรวจสอบขอรับ"      เขาบอกพร้อมผายมือออก พลางก้มหน้าลงหลบสายตาสอดส่องของเฟิงอวี่

 

เยี่ยเฟิงอวี่เดินเข้าไปชะโงกหน้าดูศพที่อยู่ด้านใน พลันกลิ่นเหม็นเน่าก็ลอยออกมาปะทะจมูก  

 

"นายของเจ้าตายมากี่วันแล้วทำไมถึงเน่าได้ขนาดนี้ " เฟิงอวี่เอ่ยขึ้นขณะที่กำลังเคลื่อนตัวออกจากโลงศพหูของเขาก็ได้ยินเสียงถอนหายใจเบาๆดังออกมาจากศพ เขาชะงักอยู่กับที่แต่ใบหน้าไม่เปลี่ยนไปทำราวกับว่าไม่ได้ยินเสียงอะไร

 

"สามวันแล้วขอรับแต่ภรรยาของนายท่านไม่ยอมเอาไปฝัง" บ่าวคนนั้นตอบ  เฟิงอวี่แสร้งพยักหน้าอย่างเข้าใจ แล้วทำทีว่าไม่สงสัยอะไร แต่ภายในลอบรวมลมปราณมาไว้ที่ฝ่ามือ  ขณะที่เขากำลังจะทำท่าออกไปนั้นเฟิงอวี่กลับพุ่งสวนกลับไปที่โลงศพกระแทกฝ่ามือใส่ทำให้โลงศพ แตกออกเป็นเสี่ยงๆ พลันทั้งศพทั้งคนที่ซ้อนอยู่ข้างใต้ก็กระเด็นออกมา  เมื่อเห็นว่าแผนการผิดพลาด  บ่าวชายที่เป็นวรยุทธสามสี่คนก็ชักดาบออกมาจากเอวพุ่งตรงใส่เฟิงอวี่ทันที

 

เฟิงอวี่หลบหลีกไปมาอย่างคล่องแคล่ว ไม่มีคมดาบไหนเข้าใกล้เขาได้หลบอยู่ไม่นานก็มีเสียงของอู๋ทงดังขึ้น ไกลๆเมื่ออู๋ทงมาเห็นก็รีบตรงเข้าไปช่วยอย่างรวดเร็ว  เมื่อเห็นว่าอู๋ทงมาแล้วเยี่ยเฟิงอวี่จึงปลีกตัวไปไล่ตามเกาจวินที่ตอนนี้กำลังวิ่งไปพร้อมกับนักฆ่าอีกสองคน  เฟิงอวี่ไม่รีรอ  ปามีดบินออกไป ขณะที่ลอยตัวอยู่เหนื่อหลังคา แต่หัวหน้านักฆ่าที่คุยกับเขาหันมาเอามีดปัดทิ้งไว้ได้ก่อน

 

เฟิงอวี่เริ่มหมดความอดทน ดวงตาฉายแววกระหายเลือดชัดเจน  จึงพุ่งเข้าใส่ทั้งสามคน มือหนึ่งปลดผ้าคาดเอวออก เมื่อเขาเดินลมปราณ ผ้าคาดเอวจากอ่อนพริ้วกลับแข็งขึ้นทั้งยังคมราวกับกระบี่ เพียงพริบตาเขาก็มายืนอนู่ตรงหน้าคนทั้งสามแล้ว เขาแทงผ้าคาดเอวที่เหมือนกระบี่นั้นไปที่นักฆ่าอีกคนอย่างรวดเร็วขณะที่ตัวก็หลบคมดาบจากหัวหน้านักฆ่า เฟิงอวี่กระชากดาบผ้านั้นออกมา ฟาดฟันกับหัวหน้านักฆ่าอย่างดุเดือดขณะที่เขาฟันฉับเข้าไปที่คอของหัวหน้านักฆ่า พลันหัวไหล่เขาก็เจ็บแปลบขึ้นมา เฟิงอวี่นิ่วหน้าแล้วหันมาเผชิญหน้ากับคนที่ฟันเขา

 

"ข้าไม่คิดว่าท่านก็เป็นวรยุทธ หากแต่ฟันผิดที่เสียดายที่ท่านไม่ฟันคอข้าเสีย "

 

เฟิงอวี่เอ่ยแล้วยกยิ้มเหี้ยม ใต้เท้าเกาตะลึงลานถึงกับดาบหลุดออกจากมือ ขาหมดแรงยืนเพราะรอยยิ้มนั้น แม้ว่ามันจะน่าดูแต่นั้นคือรอยยิ้มของผู้พรากวิญญาณ เฟิงอวี่ไม่ฆ่าใต้เท้าเกาทันทีเพียงแต่สั่งให้คนจับไปขังไว้ที่คุกใต้จวนผู้ว่าการ  ซึ่งห่างจากจวนรับรองไม่มากนัก เขาต้องการสาวให้ถึงตัวหัวหน้าใหญ่ในการคดโกงนี้ แม้ว่าเขาน่าจะเดาได้แล้วก็ตาม

 

เยี่ยเฟิงอวี่ผ่อนลมปราณลงแล้วใช่ผ้าคาดเอวพันแผลที่หัวไหล่อย่างลวกๆ  ในใจนึกถึง   เถาจื่อกลัวว่านางจะตกใจที่เขาออกมาไม่ได้บอกกับนางสักคำ เขาจึงรีบกลับไปที่จวนรับรอง

 

"ท่าน...ท่านบาดเจ็บนี่" เถาจื่อที่เห็นสภาพสามีที่ผมยุ่งเหยิงแขนเสื้อหนึ่งข้างมีเหลือดไหลโชก

 

"ข้าไม่เป็นไร" เฟิงอวี่เอ่ยตอบแล้วเงยหน้ามองสีหน้าตื่นตระหนกของภรรยา

 

"ไม่เป็นไรได้อย่างไร  ท่านนั่งอยู่นี้ข้าจะไปเอาน้ำมาทำความสะอาดแผลให้" นางเอ่ยแล้วหมุนตัวออกไปตักน้ำใส่อ่างใบเล็กเข้ามา เถาจื่อนั่งลงบนตั่งข้างๆสามี

 

"ถอดเสื้อออกสิข้าจะทำแผลให้"

 

นางเอ่ยแล้วมองหน้าเขา  เฟิงอวี่ไม่ได้มองตอบเพียงทำหน้าตาไร้ชีวิตเช่นเดิมแล้วค่อยๆปลดเสื้อออก  เถาจื่อลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ นางจ้องกล้ามเนื้อแน่นหนั่นนั้นแล้วหน้าแดงขึ้นมาจึงหลุบหน้าลงทำทีว่าไม่ได้มองตั้งอกตั้งใจบิดผ้าในมือจนหมาดแล้วยกขึ้นเช็ดแขนให้เขา 

 

"เจ้าไม่กลัวเลือดแล้วหรือ " จู่ๆเฟิงอวี่ก็ถามขึ้นอย่างนานๆทีที่จะถามใคร

 

"ข้าไม่ได้กลัวเลือดเสียหน่อย  ถ้าหากว่ากลัวเลือดแล้วเอาแต่อาเจียนข้าคงจะเป็นสตรีไม่ได้หรอก"         นางตอบแล้วบรรจงเช็ดบาดแผลให้เฟิงอวี่อย่างเบามือ

 

"ทำไม? " เขายังคงถามต่อ  เถาจื่อเงยหน้ามองสามีแวลบหนึ่งก่อนเห็นว่าใบหน้าเขายังเฉยอยู่ไม่เปลี่ยนไปสักเล็กน้อย   นางจึงอยากแกล้งขึ้นมา  

 

"ข้ามีระดู ถึงเจ็ดวันต่อเดือน ถ้าหากว่าข้ากลัวเลือดจนอาเจียนเช่นนั้นข้าคงต้องอาเจียนทั้งเจ็ดวัน" นางพูดจบก็เหลือบมองเฟิงอวี่นิดหน่อยมุมปากอมยิ้มน้อยๆ  ครานี้เฟิงอวี่สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยแก้มเขามีสีระเรื่อขึ้น  เถาจื่อจึงนึกชมตนเองในใจ

 

'ข้าคือผู้เยี่ยมยุทธ ขนาดทำให้ศพเดินได้อย่างเขาหน้าออกสี' คิดดังนั้นนางก็หัวเราะออกมาเบาๆ

 

หลังจากใส่ยาเสร็จ ทั้งคู่ก็ยังคงหมกตัวอยู่ในห้องเหมือนดังเช่นทุกวัน  ส่งผลให้บ่าวไพร่ไม่กล้าเข้ามารบกวนทั้งคู่มากนัก เถาจื่อจึงคอยรินน้ำชาให้เฟิงอวี่ที่อ่านตำราอยู่เป็นระยะๆ

 

"เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้นหรือ ทำไมท่านบาดเจ็บกลับมา"     นางถามอย่างอดสงสัยไม่ได้

 

"ขุนนางกังฉินผู้หนึ่งแหกคุกจึงลงมือไปบ้าง" เฟิงอวี่ตอบน้ำเสียงเรียบง่ายเช่นเคย

 

"อ้อ...แล้วท่านฆ่าคนไปหรือวันนี้" นางถามต่อ

 

"ฆ่า..." เขาตอบสั้นๆ เถาจื่อลำคอแห้งผากทันทีหัวเราะแห้งๆให้เขาหนึ่งทีแล้วยกชาขึ้นดื่ม เมื่อดื่มชาเสร็จจึงเห็นว่านั้นเป็นถ้วยชาของเฟิงอวี่นางจึงวางลงหมายจะใช่ถ้วยใหม่รินให้เขา

 

"ใช่ถ้วยเดิม..." เยี่ยเฟิงอวี่เอ่ยออกมาแล้วหยุดไปเฉยๆ  เถาจื่อถึงกับโง่งมมองเขาแต่มือก็ยังรินชาใส่ถ้วยเดิมส่งให้เฟิงอวี่อีกครั้ง

 

"ทำไมเจ้าถึงยังอยากอยู่ข้างกายข้า" จู่ๆเขาก็ถามขึ้นแม้ว่าน้ำเสียงจะมีแววลังเลเล็กน้อย  พอได้ยินคำถามนั้นเถาจื่อก็นิ่งไปครู่ ก่อนจะตอบ

 

"ตอนแรกข้าก็ไม่ได้อยากอยู่ แต่พอรู้จักท่านมากขึ้น ข้าคิดว่าคนที่ทำตัวเหมื่อนศพเช่นท่านก็พอมีดีอยู่บ้าง และมากพอจะมัดใจข้าให้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่" เถาจื่อตอบตามตรง นางเงยหน้ามองหน้าเฟิงอวี่ที่นิ่งเฉยอยู่

 

"เหมือนศพ...?" เขาถามพลางทำหน้าสงสัยเต็มที่ เถาจื่อเองก็มองตอบเขาอย่างงงๆว่านี่เขาไม่รู้ตัวหรือเพียงแกล้งนางกันแน่

 

"ช่างเถอะเอาเป็นว่าตอนนี้ท่านรู้จักหน้าแดงแล้วไม่นับว่าเป็นศพโดยสมบรูณ์ ถือว่าเป็นครึ่งคนครึ่งศพ  "  นางตอบแล้วโบกมือเป็นเชิงว่าไม่มีอะไร

 

เย็นวันนั้นทั้งสองยังคงหมกอยู่ในห้อง  เถาจื่อเองก็ฟังเฟิงอวี่อ่านตำราให้ฟัง เสียงสูงบ้างต่ำบ้างน่าหลงไหลทั้งคู่ยังคงกินข้าวเย็นในห้อง แทบไม่ได้ออกไปไหนเลย

ความคิดเห็น