email-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 17 คอนโดหลอนซ่อนวิญญาณ 2

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 คอนโดหลอนซ่อนวิญญาณ 2

คำค้น : สยองขวัญ ดราม่า ตบจูบNC

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 43

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 27 เม.ย. 2564 14:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17 คอนโดหลอนซ่อนวิญญาณ 2
แบบอักษร

ตอนที่ 17 คอนโดหลอนซ่อนวิญญาณ 2 

 

Part ธาวินทร์ 

ในวันหยุดต่อมาพี่รันมันมารับผมที่บ้านเพื่อย้ายไปอยู่ที่คอนโดฯครับ ซึ่งก็ไม่ได้มีเยอะแยะอะไรมีเพียงกระเป๋าเสื้อผ้ากับของใช้นิดหน่อย  

“จริงๆที่นี่ก็ไม่ได้ไกลจากคอนโดฯพี่เลยนะ ทำไมเราไม่” 

“ไม่ต้องเลยๆ” ผมดันหน้าไอ้พี่รันออกเมื่ออีกฝ่ายยื่นหน้าเข้ามาทำตากรุ้มกริ่มทำท่าเจ้าชู้ใส่ผมถึงห้องผมเปิดประตูเข้ามา วางข้าวของกับของสดที่แวะซื้อเมื่อสักครู่ก่อนมาคอนโดฯ 

“ที่นี่ค่อนข้างเงียบสงบดีนะวิน แต่พี่ว่ามันเงียบจน ช่างเถอะ” อยู่ๆพี่รันก็เงียบไป 

“ผมชอบนะ พี่ข้างห้องน่ารักนะอัธยาศัยดีด้วย แต่ตอนนี้เขาคงไปทำงานมั้ง ว่าแต่พี่จะรีบไปไหนหรือเปล่า”  

“ไม่นะกลับค่ำๆก็ได้” 

“งั้นอยู่กินข้าวกันก่อนเดี๋ยวผมทำสปาเก็ตตี้ให้กิน” ผมเดินเข้าครัว อุปกรณ์กับวัตถุดิบถูกจัดวางพร้อมเสร็จ อยู่ๆใครบางคนก็เดินมาซ้อนหลังผม มือปลาหมึกก็วาดมาโอบเอวจนผมต้องเอี้ยวตัวไปมอง พี่รันฝังจมูกโด่งมาที่ซอกคอผมทำเอาขนลุกเกรียว 

“พี่รันกอดผมแบบนี้ผมทำไม่ถนัดปล่อยก่อน” 

“อื้อ” ไอ้พี่รันนอกจากจะไม่ปล่อยแล้วยังวางคางไว้บนไหล่ผมอีก  

“อยากกอดอ่ะไม่เจอกันตั้งหลายวันคิดถึง” ผมจำใจต้องลวกเส้นสปาเกตตี้จนเสร็จ แต่สิ่งที่ทำให้ไอ้พี่รันปล่อยผมได้เพราะเสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้น พี่รันขอตัวไปรับโทรศัพท์ที่ระเบียงถ้าให้เดาคงเป็นพี่ยูจิน พูดถึงพี่ยูผมไม่รู้ว่าสรุปเรื่องราวของเขาเป็นไงกันต่อ ที่สำคัญพี่รันคิดกับพี่ยูแบบไหน เพื่อนหรือคนแอบรัก ไม่นานพี่รันก็เดินเข้ามาผมก็ทำสปาเกตตี้เสร็จพอดี ผมวางจานที่โต๊ะอาหาร 

“น่ากินจัง” 

“ผมหรอ”  

“สปาเกตตี้” 

“พี่อ่ะ” ผมแกล้งทำหน้างอน จนไอ้พี่รันยิ้มอารมณ์ดี ไม่นานสปาเกตตี้ก็หมด พี่รันเก็บจานไปล้างให้ ผมนั่งเล่นมือถือรอที่โซฟา พี่รันเดินเข้ามานั่งแล้วก็เอนตัวลงนอนตักผม  

“ง่วงแล้วขอนอนสักพักนะ ตื่นแล้วค่อยกลับ” ผมไม่ตอบเพราะกำลังคุยกับพวกพี่รดาเมามันส์จนพี่รันมันดึงมือถือออกจากมือผม 

“มันมีอะไรน่าสนใจกว่าพี่หรอมือถือเนี่ย” 

“เอาคืนมาครับผมคุยพับพี่รดาอยู่” 

“ไม่ให้อ่ะคุยกับพี่ก่อน” 

“ก็ได้ผมก็มีเรื่องจะคุยกับพี่เหมือนกัน” 

“อื้องั้นไปคุยกัน” ไอ้พี่รันมันลุกขึ้นแล้วคว้าเอวผมลอยอย่างง่ายดายเดินเข้าห้องนอนแล้วเหวี่ยงผมลงบนเตียง 

“เฮ้ยพี่เดี๋ยวๆ” ไอ้พี่รันทิ้งตัวลงมาทับตัวผม หนักจนหายใจแทบไม่ออก 

“คุยที่นี่แหละถือว่าสำรวจเตียงด้วยว่าแข็งแรงหรือเปล่า ว่าแต่มีเรื่องอะไรจะคุยกับพี่ล่ะ”ผมตัดสินใจรวบรวมความกล้าถามออกไป 

“ผมอยากรู้ว่าพี่กับพี่ยูมันคืออะไร แล้วระหว่างผมกับพี่เรื่องของเรามันอยู่ในสถานะไหน”  

“ตอบคำถามแรกพี่กับไอ้ยูเป็นแค่เพื่อนกันถ้าอนาคตจะมีเรื่องอะไรขอให้วินเชื่อใจพี่ได้ไหม" 

ผมได้แต่พยักหน้า 

"ส่วนสถานะของเราคือแฟนไง วินไม่มั่นใจในตัวพี่หรอ” 

“เปล่าผมแค่อยากให้อะไรๆมันชัดเจน ผมจะได้วางตัวถูก” 

“แล้วถ้าแบบนี้จะชัดเจนมั้ย” พี่รันหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋า มันเป็นสร้อยข้อมือหนังสีดำตรากลางเป็นโลหะสีเงินสลักอักษรย่อของผมกับพี่รัน พี่รันสวมให้ผมมันพอดีกับข้อมือ 

“แอบไปทำตอนไหนมา” 

“ดูหนังเสร็จไง ชอบมั้ย” 

“อื้อชอบ” 

“หมายถึงพี่หรอ” 

“อื้อผมชอบพี่” ไอ้พี่รันยิ้มอารมณ์ดี ก่อนแก้มผมจะโดนหอมฟอดใหญ่ตามด้วยซอกคอเล็กที่ถูกซุกไซร้ทำเอาผมจักจี้จนต้องหดคอหนี ไล่มาที่ใบหูเล็กลมหายใจของพี่รันทำให้ผมเกิดอารมณ์บางอย่าง มือพี่รันเลื่อนเข้ามาในเสื้อยืดของผมลูบไล้จนถึงจุดที่ไวต่อความรู้สึก ตอนนี้ปากผมถูกครอบครองไว้บดขยี้รุนแรงแต่บางครั้งก็อ่อนโยนตามแรงอารมณ์  

“อื้อ” ผมได้แต่ครางประท้วงถ้าบางครั้งมันรุนแรงเกินทน ไม่นานเสื้อตัวเล็กกับกางเกงก็ถูกเหวี่ยงทิ้งกระจัดกระจายอย่างไม่ใยดีทั้งคู่ หน้าอกของผมมีปากร้อนของพี่รันจูบไซร้สร้างความเสียวซ่านไม่น้อย เลื่อนต่ำลงมาหาหน้าท้องแบนราบขาวเนียน จนผมต้องแอ่นสะโพกรับความหฤหรรษ์ ผมได้แต่กุมกลุ่มผมของพี่รันเมื่อเขาใช้ปากดูดดื่มความหอมหวานจากความเป็นชายของผม 

“อ้าพี่รัน วินจะไม่ไหวแล้ว” สะโพกผมแอ่นรับความอุ่นร้อนจากปากพี่รัน ปากผมทำได้แค่เป่าลมซี๊ดซ๊าด เมื่อนิ้วเรียวสองสามนิ้วส่งผ่านเข้าไปในช่องทางรักสีหวานทั้งขยับถี่รัว หัวที่ผงกขึ้นลงแรงรัวเร็วไม่ต่างกัน จนผมไม่สามารถต้านทานความเสียวได้อีก  

“อะพี่รัน พี่รัน อา” น้ำข้นสีขาวขุ่นจึงถูกปลดปล่อยออกมา แรงดูดกลืนยังไม่หยุดยั้งจนผมกระตุกเกร็งนอนหลับตาหอบเหมือนหมดแรง พี่รันเลื่อนตัวขึ้นมาจูบที่ขมับผมพร้อมกระซิบข้างหู 

“ทำให้พี่บ้างนะ” ผมเลื่อนตัวขึ้นนั่งกึ่งนอน พี่รันส่งแท่งรักที่ตอนนี้มันตั้งชูชี้หน้าผมอย่างเอาเรื่อง พี่รันส่งมันเข้ามาในปากผม ผมสัมผัสได้ถึงความขยายตัวกว่าเดิม พี่รันเลื่อนมันเข้าออกมาในช่องปากเล็ก มันลึกจนผมแทบสำลัก 

“แค่กๆ” จนผมต้องใช้มือช่วยจับ 

“อือวิน พี่เสียวอ๊า” สองมือพี่รันเกราะหัวเตียงสะโพกก็ทำหน้าที่ต่อไป พี่รันเลื่อนตัวลงมาจูบปากผม มือก็กอดเอวแน่น หมอนอีกใบที่ไม่ได้ใช้ พี่รันดึงมันมาว่างใต้สะโพกเล็กของผมหนุนให้มันสูงขึ้น สองขายกขึ้นพาดบ่าเผยให้เห็นช่องทางสวาท แท่งรักถูไถไปมาอย่างหยอกล้อ ปลุกไฟปราถนาของผมขึ้นมาอีกครั้ง ปลายหัวบานถูกส่งเข้ามาเพียงเล็กน้อย 

“อะ” ผมนิ่วหน้าด้วยความเจ็บคับแน่น พี่รันโน้นหน้าเข้ามาซุกไซร้ใบหูเล็ก สะโพกหยุดค้างไว้ด้วยเกรงว่าผมจะไม่ไหว 

“เจ็บหรอ” พี่รันจูบปลอบผมด้วยความอ่อนโยน เหงื่อซึมที่ไรผมพี่รันจูบซับให้ 

“เข้ามาเถอะครับพี่ วินไหว อะ” พูดยังไม่ทันจบสะโพกสอบก็ดันเข้ามาจนจุก ผมกัดปากด้วยความเสียวเมื่อพี่รันค่อยๆขยับจนแท่งรักสัมผัสจุดกระสัน และเร่งเร็วขึ้นๆ ร่างกายเราเชื่อมต่อกันประสานอยู่อย่างนั้นสักพัก พี่รันพลิกตัวผมขึ้นนั่งทั้งยังจับสะโพกเล็กของผมกระแทกลงมาพร้อมสวนเอวสอบขึ้นจนผมต้องนิ่วหน้า ไม่มีช่องว่างระหว่างเรา อารมณ์กำลังดำดิ่งใกล้แตะขอบสวรรค์ มือเรียวของพี่รันกอบกุมที่แท่งรักของผมในเวลาที่มันขยับรั้งรูดยิ่งสร้างความเสียวได้ไม่น้อย ผมเร่งเอวเล็กจนปลดปล่อยใส่หน้าท้องพี่รันอีกครั้ง พี่รันเองก็กระแทกส่วนขึ้นมา 

“อะๆๆวิน อ๊าๆซี๊ด” ผมรับรู้ได้ถึงความอุ่นร้อนของๆเหลวที่ปลดปล่อยในช่องทางด้านหลังจนมันไหลเยิ้มลงมา ร่างกายผมกระตุกอีกสองสามครั้งก่อนนอนฟุบลงบนหน้าอกพี่รันได้แต่นอนหอบหายใจถี่ มือพี่รันลูบไล้แผ่นหลังของผมและส่วนนั้นของเราก็ยังอยู่อย่างนั้น จนพี่รันพลิกร่างผมนอนหงายบนเตียง เมื่อถอดแท่งรักออกพี่รันก็คว้ากระดาษทิชชูมาเช็ดทำความสะอาดให้ผมแล้วจึงเช็ดให้ตัวเอง ร่างหนาทิ้งตัวลงนอนตะกองกอดผมไว้ หน้าเรียวซุกซอกคอผม ผ้าห่มถูกดึงมาคลุมร่างกายเปลือยเปล่า ไม่มีเสียงพูดจาใดๆ และหลับไปพร้อมความสุขสม 

……………………………… 

ผมหลับไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ แต่ก็ต้องตื่นขึ้นมาเพราะมีบางอย่างก่อกวน พี่รันกลับมาจูบไซร้ซอกคอผมอีกครั้ง 

“อื้อพี่รัน” ผมดันไหล่พี่รันออกทั้งที่หลับตา  

“ตื่นไปอาบน้ำมั้ย พี่จะกลับแล้วน่ะคืนนี้ต้องกลับบ้าน” ผมงัวเงียตื่นขึ้นมามองดูนาฬิกาบอกเวลาสองทุ่มแล้ว 

“อื้อพี่รันกลับเลยก็ได้สักพักวินค่อยไปอาบน้ำ แค่ล็อคประตูให้ก็พอ” พี่รันหอมแก้มผมฟอดใหญ่ สติผมดับวูบไปด้วยความที่ยังไม่หายเพลีย พี่รันคงกลับไปแล้ว ผมนอนต่อจนกระทั่งได้ยินเสียงแว่วเข้ามาในโสตประสาท ถ้าเข้าใจไม่ผิดคงเป็นเสียงข้างห้องแต่แปลกที่มันกลับชัดเจนเหมือนกระซิบข้างหู 

“มึงไปไหนมาถึงกลับเอาเวลานี้ อย่าบอกนะว่ามึงไปนอนกับมันมาหะอีหวาน” 

“พี่ชัยหวานเปล่านะ ก็หวานเพิ่งเลิกงานหวานบอกพี่หลายครั้งแล้วว่าไม่มีอะไร นี่พี่เมาอีกแล้วหรอ หวานบอกกี่ครั้งว่าอย่ากินเหล้ามากหวานไม่ชอบ” 

“มึงไม่ชอบกูหรืออยากไปอยู่กับมัน มึงชอบยั่วชอบอ่อยผู้ชายคนอื่นไปทั่ว ใครๆก็รู้ มึงมานี่เลยอีตัวดี”  

“อ๊ะฉันเจ็บปล่อยนะ พี่ชัยอย่า” เสียงข้าวของตกกระจัดกระจายตามมาด้วยเสียงกรี๊ด จนผมต้องเอาหมอนปิดหู สักพักเสียงประตูเปิดและปิดลงด้วยแรงกระแทกเสียงดัง ตามมาด้วยเสียงสะอื้นที่ระเบียงห้องของพี่น้ำหวาน ร้องอยู่พักใหญ่จนผมต้องลุกขึ้นไปดู 

“เอ่อพี่ครับ พี่โอเคมั้ยครับมีอะไรให้ผมช่วยหรือเปล่า” ด้วยระเบียงติดกันจนผมสามารถชะโงกหน้าไปดูได้ก็เห็นพี่น้ำหวานนั่งกอดเข่าร้องให้ ห้องทั้งห้องปิดไฟมืดสนิท 

“ฮึๆพี่ไม่เป็นอะไร ขอบใจนะ” 

“อ้อครับแต่ถ้ามีอะไรก็บอกผมได้นะครับ” ในเงามืดเห็นเลือนรางพี่น้ำหวานเพียงแค่พยักหน้ารับ ผมเดินกลับเข้ามาในห้อง เสียงพี่น้ำหวานเงียบลงแล้ว ทำไงได้จะให้นอนอีกก็คงไม่ไหว จึงตัดสินใจอาบน้ำแต่งตัว นึกได้ว่าด้านบนดาดฟ้าเพื่อนบอกว่ามีสวนเล็กๆที่เจ้าของจัดไว้กะว่าจะลงไปซื้อเครื่องดื่มก่อนขึ้นไปชมวิวสักหน่อย ผมมาถึงดาดฟ้าพร้อมเบียร์สองสามกระป๋อง กับขนมนิดหน่อย เดินบันไดมาก็พบว่าเป็นลานกว้างประดับด้วยแสงไฟสีอ่อนทรงกลมให้บรรยากาศอบอุ่น มองออกไปเป็นระเบียงไม้ระแนงมีไม้เลื้อยจัดสรรเป็นแนวเหมาะสำหรับนั่งชมวิว ผมเดินตรงไปว่าจะไปนั่งที่เก้าอี้ไม้สีขาว 

“อ้าว ขอโทษครับคือผมไม่รู้ว่ามีคนอยู่ งั้นผมไม่รบกวนนะครับ”  

“เดี๋ยวครับ ถ้าคุณไม่รังเกียจช่วยนั่งดื่มเป็นเพื่อนผมหน่อยได้ไหม” ใครบางคนชวนผมนั่งด้วยครับ เขาค่อนข้างหน้าตาดีเลยทีเดียว ผมสีดำขลับ ดวงหน้าหวานแต่หากนัยน์ตาสวยกลับเศร้านัก สวมเสื้อเชิตสีขาวกางเกงสีครีมห้าส่วนกับรองเท้าผ้าใบสีขาว ท่าทางสะอาดสะอ้าน ผมจึงตัดสินใจนั่งเป็นเพื่อนเพราะผมก็นอนไม่หลับอยู่แล้ว การผูกมิตรกับคนในคอนโดฯเดียวกันก็ไม่มีอะไรเสียหาย 

“ครับผมชื่อวิน” ผมนั่งลงข้างเขา แกะเครื่องดื่มของตัวเอง 

“ยินดีที่ได้รู้จักครับพี่ชื่อเมท”  

“พี่อยู่ที่นี่นานแล้วหรอครับคือผมเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่วันนี้เอง” 

“ครับอยู่มานานแล้ว” พี่เมทเงยหน้ามองฟ้า ที่ไร้ดาวจะมีก็แต่เพียงแสงไฟจากตึกระยิบระยับ 

“ดื่มด้วยกันไหมครับ” ผมยื่นเบียร์ให้ 

“ไม่ดีกว่าครับพี่ดื่มได้แค่นี้” พี่เมทชูน้ำเปล่าให้ผมดู 

“แล้วมาอยู่นี่มาอยู่กับใครหรอ” 

“ผมอยู่คนเดียวครับแล้วพี่ละ” พี่เมทยิ้มเศร้า 

“พี่อยู่กับแฟนนะ วินละมีแฟนหรือยังไม่ต้องบอกก็พอเดาได้ คงมีแล้วๆตอนนี้ก็คงมีความสุขมากใช่ไหม” คราวนี้คนที่มองดาวบนฟ้ากลับเป็นผม 

“ครับมีแล้ว เราเพิ่งคบกันแฟนผมเป็นผู้ชาย” ผมมองหน้าพี่เมท 

“พี่ก็เหมือนกันครับ” พี่เมทถอนหายใจก่อนเล่าต่อ 

“พี่รักแฟนพี่มาก ช่วงแรกเราก็อยู่ที่นี่ด้วยกันดีๆแต่ช่วงหลังๆเหมือนเขาเปลี่ยนไป เปลี่ยนไปจนพี่แปลกใจ” พี่เมทเริ่มก้มหน้าทำท่าเหมือนจะร้องให้ เอาละสิคราวนี้ 

“ยังไงครับพี่” 

“เขาบอกพี่ว่าเขาอยากมีลูกซึ่งพี่มีให้เขาไม่ได้ ถ้าเขาต้องการอย่างอื่นพี่ยังพอหาให้เขาได้แม้แต่ชีวิต” 

“พี่คงรักแฟนพี่มาก” 

“อื้อพี่อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา” ผมนั่งฟังเรื่องราวของพี่เขาจนเบียร์ที่ซื้อมาหมดแล้ว ผมเองก็เริ่มง่วงด้วย ก่อนขอตัวมานอนซึ่งพี่เมทเองก็บอกว่าจะนั่งสักพักแล้วค่อยกลับห้อง 

บางทีความรักก็ทำให้ผมกลัว เพราะถ้าได้รักใครแล้วผมเองก็คงไม่อยากเสียเขาไป ผมได้แต่ย้อนถามตัวเองว่าถ้าวันนี้ต้องเลิกกับพี่รันผมจะอยู่ได้มั้ย แล้วถ้าอยู่ได้จะอยู่อย่างไร แค่คิดหัวใจก็เจ็บจี๊ดแล้ว ผมไม่อยากเสียเขาไป ผมรักเขา ผมรักพี่รัน 

 

 

 

 

  

ความคิดเห็น