email-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เบาะแสคนร้าย

ชื่อตอน : เบาะแสคนร้าย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 173

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 พ.ย. 2563 08:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เบาะแสคนร้าย
แบบอักษร

 

 

“ข้าให้โอกาสครั้งสุดท้ายกับเจ้า พูดความจริงออกมา ว่าเจ้าทำตัวแปลกๆ เช่นนี้ทำไม?” ขณะที่เขาพูด สายตาก็จับจ้องมายังเหม่ยหลานอย่างสงบนิ่ง

 

ภายใต้การจับจ้องด้วยสายตาสงบนิ่งของเขา รวมไปถึงต้นแขนที่ยังไม่ถูกปล่อยให้เป็นอิสระ เหม่ยหลานรู้สึกว่าหัวใจเต้นกระหน่ำขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

 

เธอเกือบจะหลุดปากด่าออกไป ‘ว่าเธอไม่ได้อยากเข้ามาใกล้เขาเลยแม้แต่น้อย ทุกอย่างที่เธอลงทุนย่อมหวังผลกำไรทั้งนั้น ทว่าในช่วงคับขันเธอก็ยังคงฝืนยิ้มออกมาได้อย่างไร้เดียงสา

 

“หม่อมฉันเป็นสนมของฝ่าบาท การจงรักภักดีต่อพระองค์ย่อมเป็นสิ่งที่ควรทำและนิเพคะ” เธอยังแสร้งไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูด

 

เฟิ่งหวงจ้องเขม็งไปที่หลินเหม่ยหลาน สายตานั้นราวกับอยากจะล้วงไปถึงจิตใจนาง เพื่อตรวจสอบดูสักรอบว่านางกำลังคิดอะไรอยู่

 

“หากยังทรงโปรดปรานสนมหลินเพียงคนเดียว หม่อมฉันจะน้อยใจจริงๆ แล้วนะเพคะ”

 

เสียงออดอ้อนของสนมหวังดังขึ้น พลอยทำให้เธออิสระจากมือแกร่ง เธอเกือบจะถูกคนผู้นี้แช่แข็งไปอีกคนแล้ว

 

หลังกินน้ำชา พูดคุยกันสักพัก โฉมงามทั้งสามก็ถึงเวลาต้องกลับตำหนัก อาจเป็นเพราะช่วงถนนที่เดินออกมาก่อนจะถึงทางแยกสำหรับแต่ละตำหนักนั้นไกลออกไปมาก สนมหวังจึงเปิดปากสีสดของนางพูดอีกครั้ง

 

“สนมหลินทำให้ข้าได้เปิดตาแล้ว”

 

หากพูดถึงผู้อื่นก็แล้วไป แต่เจาะจงพูดชื่อเธอออกมา เธอไม่ตอบก็ไม่ได้ แต่จะตอบกลับไปก็รู้สึกรำคาญหูเหลือเกินหากฝ่ายนั้นตอบกลับมาอีก

 

ระหว่างที่นั่งคุยกันในตำหนักเทียนจวิน เป็นสนมหวังผู้นี้ที่พูดไม่ยอมหยุด คำพูดที่ออกมาแต่ละคำทำเอาเธอจะเกือบจะกลายร่างเป็นก้อนน้ำตาลกรวดไปแล้ว

 

เธอนั่งฟังตั้งเกือบสองชั่วโมงเชียวนะ

 

“หากเปิดตาแล้วก็ควรจะปิดปากบ้าง” เธอเผลอพูดออกมาราวกับละเมอ น้ำเสียงจึงไม่ได้ดังมากนัก สนมหวังได้ยินแต่ยังจับใจความไม่ได้

 

“พี่หญิงชมเกินไปแล้ว ข้ามีสาวใช้คนสนิทคนหนึ่ง นางชอบเล่าเรื่องตามชนบทให้ข้าฟังบ่อยๆ ข้าจึงพอมีความรู้เรื่องพวกนี้บ้าง”

 

“อ้อ เป็นสาวใช้นางนี้สินะ” สนมหวังใช้สายตามองรุ่ยเหลียนที่ยืนประคองเหม่ยหลาน

 

“จักรพรรดิเป็นผู้ใด ถึงให้เจ้านำไปเปรียบกับคนสามัญทั่วไป ได้ คราวหลังอย่าได้นำเรื่องไร้สาระเช่นนี้มาเล่าให้สนมหลินฟังอีก นางยังอ่อนเยาว์ไม่รู้สิ่งใดควร สิ่งได้ไม่ควร คุกเข่า!”

 

รุ่ยเหลียนสะดุ้ง รีบร้อนคุกเข่าลง

 

ดั่งคำกล่าวที่ว่า ตีสุนัขยังต้องดูเจ้าของ รุ่ยเหลียนเป็นบ่าวรับใช้ข้างกายเธอ ปรนนิบัติเธอเป็นอย่างดีมาตลอด ซ้ำยังเป็นบ่าวที่ซื่อสัตย์หาได้ยากยิ่ง เธอเองยังปฏิบัติต่อรุ่ยเหลียนไม่เลวนัก ตอนนี้กลับถูกผู้อื่นพูดจาเสียดแทง

 

“ฝ่าบาทห่วงใยราษฏร ราษฏรเองก็ศัทธาต่อกษัตริย์ ต่างก็พึ่งพาอาศัยกัน อีกทั้งเรื่องนี้ก็เป็นความเชื่อของแคว้นเว่ยเรา ข้าไม่เห็นว่าจะเป็นเรื่องไร้สาระตรงไหน” เหม่ยหลานเอ่ยตำหนิ

 

“เจ้าเองก็เหมือนกันรีบลุกขึ้นเถอะ พื้นแข็งถึงเพียงนี้ยังจะนั่งลงไปได้อีก” เหม่ยหลานกึ่งสั่งกึ่งบังคับรุ่ยเหลียน สาวรับใช้รีบขานรับก่อนจะยันตัวเองให้ลุกขึ้นยืน

 

 

“หึ ที่ข้าพูดเป็นเพราะห่วงใยเจ้าเท่านั้น หากต้องการประจบประแจงฝ่าบาทควรใช้วิธีที่ฉลาดกว่านี้ ครั้งสมัยไทฮงไท่เฮาเคยมีสนมที่ใช้หนอนคุณไสยกับฮ่องเต้เหวยหยวน ผลลัพธ์ก็คือถูกประหารเจ็ดชั่วโคตร แม้แต่ศีรษะที่หลุดออกมาก็ไม่สามารถหล่นลงพื้นได้ การกระทำของเจ้าในวันนี้ก็ไม่ต่างจากการทำให้ฝ่าบาทลุ่มหลง"  หวังสุ่ยเหนียงเอ่ยเสียงดังทิ้งท้าย หมุนตัวขยับเท้าเดินจากไปอย่างเคียดแค้น

 

เหม่ยหลานแอบอมยิ้มเมื่อได้ยินนางกำนัลข้างกายสนมหวังกล่าวเตือนผู้เป็นนายตลอดทาง พระสนมค่อยๆ เดิน ค่อยเดินเพคะ

 

“วันหลังเจ้าต้องสอนวิธีเอาใจฝ่าบาทให้พี่ด้วยนะ” ม่ายเซียงกระแซะหยอกเย้าเหม่ยหลาน

 

“ถ้าเป็นพี่หญิง มีมารยาพันเล่มเกวียนข้าก็จะไม่หวง!” เธอยกมือชูขึ้นเป็นสัญลักษณ์ว่า สาบาน

 

สองโฉมงามยิ้มร่าเฉิดฉายแข่งกับดวงตะวันยามบ่าย

 

แต่แล้วใบหน้ายิ้มแย้มของหลี่ม่านเซียงค่อยๆ อ่อนกำลังลง

 

“ความจริงแล้วข้ามีเรื่องนึง ไม่รู้ควรจะบอกเจ้าไหม” แววตาของม่านเซียงวูบไหว

 

เหม่ยหลานเอียงศีรษะรอฟัง พร้อมพยักหน้าว่า เกริ่นมาขนาดนี้แล้วก็เล่ามาเถอะ

 

“เรื่องของน้องสิบสอง”

 

“เรื่องของหมิงหลัน? พี่หญิงรีบเล่ามา” หากเป็นเรื่องนี้เธอย่อมอยากรู้แน่นอน

 

“ภายหลังข้ารู้สึกไม่สบายใจกับการตายของนาง จึงพาบ่าวรับใช้ไปตรวจดูสถานที่อีกครั้ง ปรากฎว่าพบเบาะแสบางอย่างที่อาจเกี่ยวข้องกับคนร้าย”  มาถึงตรงนี้นัยน์ตางามของนางปกคุมไปด้วยม่านน้ำตา น้ำเสียงสั่นเคลือของนางพลอยทำให้คนฟังรู้สึกเศร้าใจไปด้วย

 

“งั้นพวกเราไปดูให้แน่ใจกันอีกรอบ!” เหม่ยหลานร้อนใจ

 

“ยามนี้มีองค์รักษ์คอยคุ้มกันไม่ให้ผู้ใดเข้าใกล้ หากจะไปก็ทำได้เพียงในช่วงกลางคืนเท่านั้น”

 

“คืนนี้ข้าจะหาทางออกมาพิสูจน์ด้วยตนเองให้ได้”

 

เธอนัดแนะเวลากับม่านเซียงให้ชัดเจน ก่อนจะแยกกลับตำหนักของตนเอง 

 

   ยามนี้เธอมีหลากหลายความรู้สึกประดังเข้ามา ทั้งดีใจที่มีเบาะแสของคนที่กระทำต่อหมิงหลัน และเบาะแสนี้อาจเชื่อมโยงไปถึงผู้ทำความผิด สุดท้ายเธอหวังว่าจะจับฆาตกรตัวจริงออกมาลงโทษได้

 

ความคิดเห็น