ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เกิดอะไรขึ้นกับฉัน

ชื่อตอน : เกิดอะไรขึ้นกับฉัน

คำค้น : จีนโบราณ รักสองภพ ผีเสื้อ

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 86

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ย. 2563 00:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เกิดอะไรขึ้นกับฉัน
แบบอักษร

หลังจากที่เซ่อเซ่อหวนกลับมายังปัจจุบัน เธอก็ได้เจอกับคุณหมอที่มีทั้งหน้าตาและชื่อคล้ายคลึงกับรั่วฉีมากเหมือนกับรั่วฉีข้ามภพมากับเธอ แต่นิสัยของรั่วฉีและรุ่ยฉีนั้นแตกต่างกันมาก รุ่ยฉีในปัจจุบันนี้ เขาทั้งดูสดใสและยิ้มให้กับทุกคน แต่มันกลับไม่ทำให้เธออบอุ่นเหมือนรั่วฉีเลย เธอยังต้องอยู่ในโรงพยาบาลอีกสองสามวัน แม่ของเธอก็มักจะกลับบ้านไปทำกับข้าวมาให้เธอได้กิน ในช่วงที่แม่ของเธอกลับไปที่บ้าน เธอก็มักจะเดินไปยืนอยู่ที่หน้าต่างเพื่อมองโลกภายนอก รุ่ยฉีที่กำลังเดินมาในมือของเขาถือชาร์ตตรวจคนไข้อยู่ เขากำลังมุ่งหน้าไปที่เคาน์เตอร์เพื่อที่จะถามเรื่องของคนไข้ แต่ทันทีที่เดินผ่านหน้าห้องของเธอ เขาก็เหลือบตาไปเห็นเธอที่ยืนอยู่ที่ข้างๆหน้าต่าง เขาจึงหยุดเดินแล้วถอยกลับมามองเธอผ่านกระจกที่ประตู

"เพราะอะไร ทำไมคุณถึงชอบไปยืนอยู่ข้างๆหน้าต่างแบบนั้นทุกวันกันนะ" พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและสงสัย

เซ่อเซ่อที่ยืนมองออกไปนอกหน้าต่างก็เกิดความรู้สึกเมื่อยล้าขึ้นมาเล็กน้อย เธอจึงได้หันกลับมาทันใดนั้นเองเธอก็สังเกตเห็นว่ามีคนกำลังแอบมองเธอผ่านกระจกที่ประตู รุ่ยฉีที่เห็นว่าเธอหันกลับมาก็รีบหลบออกจากกระจกทันที เซ่อเซ่อที่เมื่อมองดีๆก็พบว่าเป็นเพียงเงาสะท้อน เธอจึงไม่ได้สนใจอะไร แล้วเดินไปนอนลงบนเตียง รุ่ยฉีที่หันหลังชิดกับกำแพงข้างๆประตูก็ตกใจมากกลัวว่าเธอจะเห็นเขา แต่เขาไม่รู้เพราะเหตุอะไรทำไมหัวใจของเขาถึงได้เต้นแรงขนาดนี้

"เกิดอะไรขึ้นกับฉันนะ ทำไมถึงไม่กล้าเผชิญหน้ากับเธอนะ ทุกครั้งที่เจอหน้าเธอทำไมหัวใจของฉัน...ต้องเต้นแรงทุกครั้งแบบนี้ ฉันกำลังป่วยเป็นโรคอะไรกันแน่นะ เฮอ...." รุ่ยฉีเพียงแต่คิดในใจของเขาเท่านั้น หลังจากพูดจบเขาก็ถอนหายใจครั้งหนึ่ง

แล้วเขาก็ได้เดินออกจากตรงนั้นไปยังเคาน์เตอร์ด้านหน้า หลังจากนั้นพอตกเย็นรุ่ยฉีที่นั่งอยู่บนโซฟา ในมือของเขาถือชาร์ตตรวจร่างกายของเซ่อเซ่อเอาไว้ในมือ แต่เขาไม่ได้สนใจข้อมูลในชาร์ตเท่าไหร่ เขาเอาแต่นึกถึงใบหน้าของเซ่อเซ่อซ้ำๆวนไปมา ทันใดนั้นประตูห้องของเขาก็เปิดออก มีคุณหมอคนหนึ่งเดินเข้ามา บุคลิกดี สวมแว่นกรอบสีดำ หน้าตาหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับรุ่ยฉี จะว่าเป็นเพื่อเขาเลยก็ได้เพราะเขาทั้งสองคนสนิทกันมาก จนสามารถที่จะคุยกันได้ทุกเรื่อง คุณหมอคนนั้นก็เดินมาที่โต๊ะของเขา แล้วเขาก็ได้สังเกตรุ่ยฉีอย่างเงียบๆ เขาเดินไปนั่งลงบนโซฟาตรงข้ามกับรุ่ยฉี พร้อมกับหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบเบาๆ เขาจ้องมองรุ่ยฉีอย่างจดจ่อ รุ่ยฉีก็ยังคงไม่ได้สติและไม่รู้ว่าเพื่อนของเขาเดินเข้ามานั่งมองดูเขาอยู่ เพื่อของเขาจึงค่อยๆวางถ้วยกาแฟลงบนที่รองแก้วทำให้เกิดเสียงดัง กริ๊ง ทันใดนั้นสายตาที่เหม่อลอยของรุ่ยฉีก็ได้เหลือบไปมองที่แก้วกาแฟพร้อมกับได้สติกลับมา แล้วจึงได้เงยหน้ามองเพื่อของเขา

"เสี่ยวห้าว นี่นายเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่" พูดด้วยน้ำเสียงตกใจเล็กน้อยพร้อมกับมองไปที่ประตูแล้วหันกลับมา

"นายถามฉันเหรอ นี่ฉันถามจริงๆ นี่นายไม่รู้สึกจริงๆเหรอว่าฉันเข้ามา" พูดด้วยน้ำเสียงที่แปลกใจและสงสัย พร้อมกับยกมือทั้งสองข้างขึ้น

รุ่ยฉีที่ได้ยินคำถามแบบนั้นก็ได้แต่นั่งนิ่งแล้วมองไปหาเสี่ยวห้าว เสี่ยวห้าวจึงทำท่าทีไม่พอใจ ทั้งสองคนเงียบไปสักพัก เสี่ยวห้าวจึงได้พูดขึ้นมาว่า

"นี่ พักนี้นายดูแปลกๆนะ มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นงั้นเหรอถึงได้ทำให้นายเครียดถึงขนาดนี้ ไหนมาให้วัดอุณหภูมิหน่อย" ถามด้วยความเป็นห่วง

เสี่ยวห้าวลุกจากเก้าอี้เดินเข้าไปไกล้ๆรุ่ยฉีพร้อมกับยกมือขึ้นแนบลงบนหน้าผากของรุ่ยฉี แล้วเอามือมาแนบกับหน้าผากของตัวเองแล้วบอกกับรุ่ยฉีว่า

"ตัวก็ไม่ได้ร้อนนี่นา นายเป็นโรคอะไร โรคคำนึงหาเหรอ" พูดด้วยความกวนนิดๆแต่ก็แอบเป็นห่วงรุ่ยฉี

รุ่ยฉีที่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกเคืองเล็กน้อย เขาจึงถอนหายใจแล้วจึงได้ถามว่า

"โรคนี้มีอยู่ในตำราด้วยเหรอ ทำไมฉันถึงไม่เคยได้ยินชื่อโรคนี้มาก่อนเลย"

"มีสิทำไมจะไม่มี นายไม่ใช่หมอจิตวิทยาอย่างฉัน นายจะไปเข้าใจอะไร หมอจิตวิทยาอย่างฉันน่ะรู้อะไรมากกว่าที่หมอศัลยแพทย์ทั่วไปอย่างนายจะไปเข้าใจอะไร อาการของโรคคำนึงหาเหมือนนายเปี๊ยบเลยล่ะ ไม่แตกต่าง" พูดด้วยความกล้าและเชื่อมั่น

"ว่าแต่ ผู้หญิงที่นายกำลังคิดถึงอยู่คือใคร บอกหน่อยได้ไหม" ถามด้วยความสงสัย

รุ่ยฉีที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้ชายตามาหาเสี่ยวห้าวแล้วตอบเสี่ยวห้าวไปว่า

"นายพูดอะไรของนาย ฉันไม่ได้คิดถึงเรื่องผู้หญิงซะหน่อย วันนี้พอแค่นี้เถอะ ฉันยังมีงานต้องทำต่อ ไปก่อนนะ" พูดด้วยน้ำเสียงทั่วไป

รุ่ยฉีจึงลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเดินออกไปจากห้อง เสี่ยวห้าวที่นั่งอยู่บนโซฟาล้มต้วลงหลังชนพนักพิงของโซฟาพร้อมกับทำท่าทีสงสัย

"ผู้หญิงคนนั้นคือใครกันนะ ถึงได้ทำให้นายเสียอาการได้ขนาดนี้ ฉันต้องสืบใหได้ว่าเป็นใคร" พูดด้วยความมุ่งมั่น

รุ่ยฉีที่เมื่อเดินออกมาจากห้องแล้วก็ได้พูดพึมพำออกมาพร้อมกับรอยยิ้มว่า

"โรคคำนึงหาเหรอ โรคบ้าอะไรของเจ้านั่น" รุ่ยฉีหัวเราะออกมาครั้งหนึ่ง

รุ่ยฉีเดินตรงไปยังห้องของเซ่อเซ่อ ในขณะที่เซ่อเซ่อกำลังกินข้าวอยู่ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ก็อก ก็อก ก็อก เซ่อเซ่อและแม่ของเธอก็มองไปที่ประตู ก็พบว่าคนที่เข้ามาก็คือรุ่ยฉี แม่ของเธอที่เห็นว่าเป็นรุ่ยฉีก็ได้แสดงรอยยิ้มที่อบอุ่นออกมาทันที ส่วนเซ่อเซ่อนั้นก็ได้ส่งรอยยิ้มให้เขาเช่นกันทำให้รุ่ยฉีนั้นเริ่มเสียอาการ หัวใจของเขาค่อยๆเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็พยายามห้ามหัวใจเอาไว้

"คุณหมอฉี" แม่ถามด้วยรอยยิ้ม

"สวัสดีครับคุณนายฟู่ วันนี้เป็นยังไงบ้างครับ" ถามด้วยรอยยิ้ม

"ก็ดีค่ะ แล้วคุณหมอฉีล่ะคะ คงจะยุ่งกับคนไข้มากสินะคะ" พูดด้วยความอบอุ่น

"ครับ แต่ก็ทำยังไงได้ล่ะคะ ก็ผมเป็นหมอต้องรักษาคนไข้เป็นเรื่องที่ผมเลือกแล้วนี่ครับ"

เซ่อเซ่อที่เห็นทั้งสองคนคุยกันอย่างถูกคอก็ได้คิดขึ้นได้ว่าระหว่างที่เธอหลับลึกอยู่พวกเขาทั้งสองคนคงจะทำความรู้จักกัน จนตอนนี้ถึงได้ดูสนิทกันมากขนาดนี้ เซ่อเซ่อจึงไม่ได้สนใจอะไรเมื่อเธอกินข้าวอิ่มแล้วจึงได้วางช้อนลง แม่ของเธอจึงได้เอาถาดข้าวออกไปไว้ที่โต๊ะข้างๆให้พยาบาลยกออกไป รุ่ยฉีจึงได้หันมาหาเซ่อเซ่อแล้วพูดว่า

"ไหนผมขออนุญาตตรวจดูก่อนนะครับ"

รุ่ยฉีจึงได้เอาหูฟังฟังการเต้นของหัวใจของเซ่อเซ่อ สายตาของเขานั้นไม่ได้จ้องมองไปที่ใบหน้าของเธอโดยตรง แต่เซ่อเซ่อนั้นกลับเอาแต่จ้องมองไปที่ใบหน้าของรุ่ยฉี ผ่านไปสักพักรุ่ยฉีก็ได้ชายสายตากลับมามองไปที่ดวงตาของเซ่อเซ่อที่กำลังจับจ้องเขาอยู่ ทั้งสองคนจ้องตากันอย่างลึกซึ้ง อยู่อาการเต้นของหัวใจของรุ่ยฉีก็เกิดเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ ตึก ตึก ตึก จนตอนนี้แทนที่เขาจะได้ยินเสียงการเต้นหัวใจของเซ่อเซ่อ กลับได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองแทน รุ่ยฉีจึงได้เอาหูฟังออกจากอกของเซ่อเซ่อทันที เขาถอยหลังไปก้าวหนึ่ง เมื่อเขาตั้งสติได้แล้วจึงได้แสดงรอยยิ้มออกมาแล้วพูดกับแม่ของเธอว่า

"ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงแล้วนะครับ พรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้เลยนะครับ แต่ก็ต้องกลับมาตรวจสุขภาพทุกอาทิตย์ เป็นเวลาหนึ่งเดือนนะครับ เพราะว่าคุณเซ่อเซ่อเคยอยู่ในอาการโคม่าเป็นเวลานาน หากปล่อยไปโดยไม่มีการนัดมาดูอาการอาจจะทำให้คุณเซ่อเซ่อเกิดอาการขึ้นอีกครั้งนะครับ"

"ขอบคุณค่ะคุณหมอฉี"

"ครับ พรุ่งนี้ก่อนกลับไปผมจะมาตรวจดูอีกรอบนะครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ"

"ค่ะ"

รุ่ยฉีและพยาบาลก็เดินออกไปจากห้อง เซ่อเซ่อที่นั่งอยู่ก็ได้หันไปมองแม่ของเธอ แล้วแม่ของเธอก็ยื่นมือมาจับมือของเธอแล้วส่งยิ้มให้ และแม่ของเธอก็ได้เดินทางออกจากโรงพยาบาลในวันนั้นเพื่อที่จะกลับไปเอาเสื้อผ้ามาให้เธอใส่ในวันพรุ่งนี้ ยามดึกคืนนั้นเซ่อเซ่อที่นอนอยู่ก็เกิดฝันร้ายถึงเรื่องเก่าๆ ทำให้เธอนอนไม่หลับ เธอจึงได้เดินออกมาจากห้องพร้อมกับลากที่ห้อยถุงน้ำเกลือ เธอเดินเล่นไปตามทางเดินของโรงพยาบาลจนไปถึงหน้าประตูทางเข้าโรงพยาบาล เธอจึงได้นั่งลงบนเก้าอี้ตรงหน้าเคาน์เตอร์ด้านหน้า เหนือไปจากเคาน์เตอร์ก็เป็นจอทีวีที่กำลังฉายซีรี่ย์เรื่องหนึ่งอยู่ เป็นฉากที่นางเอกกำลังถูกทำร้ายและรอให้พระเอกมาช่วย เธอก็ดูไปยิ้มไป รุ่ยฉีที่เมื่อออกเวณแล้วก็กำลังจะเดินทางกลับบ้านก็มาเจอกับเซ่อเซ่อที่กำลังนั่งดูทีวีอยู่ที่เก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์ เมื่อเขาเจอเธออาการแบบเดิมก็เกิดขึ้นอีกครั้ง ทำให้เขาหยุดเดินแล้วมองไปยังเซ่อเซ่อ

"คุณเป็นใครกันแน่ ทำไมทุกครั้งที่เจอคุณหัวใจของผมถึงได้เต้นแรงแบบนี้"

ผ่านไปสักพักในขณะที่เซ่อเซ่อกำลังดูซีรี่ย์อยู่ก็มีเสียงคนทะเลาะกันข้างๆห้องฉุกเฉิน เป็นเหตุการณ์ที่ทั้งสองฝ่ายขับรถชนกันจนทำให้ทั้งสองฝ่ายได้รับบาดเจ็บ อีกฝ่ายเป็นชายหนุ่มที่อายุราวสามสิบปี อีกฝ่ายเป็นคุณป้าอายุสี่สิบ รุ่ยฉีที่ได้ยินเสียงทะเลาะก็ได้เดินไปหาพวกเขาในทันทีเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น เซ่อเซ่อนั้นที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ก็ได้แต่หันไปมองด้วยความสงสัยเท่านั้น ทั้งสองฝ่ายต่างก็ไม่ยอมกันและกันเถียงกันไปเถียงกันมา

"แกนั่นแหละไอเด็กเมื่อวานซืน ขับรถเร็วขนาดนั้นจะรีบไปไหนกันเชียว" พูดด้วยความโมโห

"ป้าบอกผมขับรถเร็วเหรอ ป้านั่นแหละที่ขับรถเร็ว ป้าเป็นคนมาชนผมก่อนจะหาว่าผมผิด มันก็ไม่ถูกมั้งป้า" พูดด้วยความโมโหแต่ก็แฝงด้วยความใจเย็น

"นี่แกหาว่าฉันขับรถเร็วงั้นเหรอ งั้นเราไปดูกล้องวงจรปิดไหมล่ะ จะได้รู้กันชัดๆไปเลยว่าใครชนใคร"

"ได้ ป้ารอเข้าคุกได้เลย"

"นี่แกกล้าขู่ฉันเหรอ ไอเด็กเมื่อวานซืน" คุณป้าตะโกน

คุณป้าก็เกิดฉุนและโมโหขึ้นมาทนไม่ไหวจึงได้โยนกระเป๋าที่ตัวเองถืออยู่ใส่ชายวัยสามสิบคนนั้นทันที แต่ชายหนุ่มวัยสามสิบก็หลบได้อย่างน่าเหลือเชื่อ แต่กระเป๋าที่คุณป้าคนนั้นที่โยนไปกลับมุ่งหน้าไปหาเซ่อเซ่อที่นั่งอยู่ เซ่อเซ่อที่เห็นแบบนั้นก็ได้หลับตาลงพร้อมกับยกมือขึ้นมาบังเอาไว้ รุ่ยฉีที่กำลังเดินมาเห็นแบบนั้นไม่รู้ด้วยเหตุผลอะไรถึงทำให้เขาละสายตาจากกลุ่มคนมายังเซ่อเซ่อ รุ่ยฉีจึงได้วิ่งเข้าไปหาเธอแล้ว แล้วหันหน้าเข้าหาเซ่อเซ่อพร้อมกับเอาหลังของตัวเองรับกระเป๋าใบนั้นแทนเซ่อเซ่อ ฝ่ายชายอายุสามสิบและคุณป้าคนนั้นเมื่อเห็นแบบนั้นก็ได้หยุดทะเลาะกันทันที ชายวัยสามสิบก็ได้หันกลับมาว่าคุณป้าว่า

"นี่ป้า หาเรื่องฉันคนเดียวไม่พอ ยังจะทำให้คนอื่นได้รับบาดเจ็บอีกอย่างนั้นเหรอ"

"นั่นเป็นเพราะแกนั่นแหละ ถาแกไม่หลบมีเหรอกระเป๋าฉันจะไปโดนคุณผู้ชายคนนั้นน่ะ"

"นี่ป้าโทษผมเหรอ"

เซ่อเซ่อจึงค่อยๆลืมตาขึ้นก็ได้เห็นว่ารุ่ยฉีเอาตัวมาบังกระเป๋านั่นเอาไว้ รุ่ยฉีเองที่ไม่อยากจะจ้องมองเธอมากเกินไปจึงได้รีบลุกขึ้นแล้วหันกลับไปหาพวกเขาทั้งสองฝ่าย รุ่ยฉีเดินไปหาพวกเขาแล้วพูดด้วยเสียงที่ดังลั่นว่า

"หยุดทะเลลาะกันเถอะครับ ที่นี่โรงพยาบาลไม่ใช่บ้านของพวกคุณทั้งสองฝ่าย เกรงใจคนไข้และคนอื่นๆบ้างนะครับ หากจะเถียงกันก็ออกไปเถียงกันข้างนอก เถียงกับจบและสงบสติอารมณ์กันได้เมื่อไหร่ค่อยเข้ามาทำการรักษา คุณหมอพร้อมที่จะทำแผลให้ แต่ถ้ายังไม่หยุดผมจะแจ้งตำรวจให้มาลากตัวพวกคุณไปเถียงกันต่อที่โรงพัก ดีไหมครับ"

เมื่อพวกเขาไดยินแบบนั้นต่างก็เงียบกันไปหมด รุ่ยฉีจึงได้พูดขึ้นมาอีกว่า

"หากพวกคุณสงบสติอารมณ์ได้แล้ว ผมก็จะให้พยาบาลรักษาแผลขอพวกคุณ เชิญครับคุณพยาบาล"

"ค่ะ เชิญทางนี้เลยค่ะคุณป้า"

"เชิญทางนี้ค่ะคุณ"

แล้วรุ่ยฉีก็ได้หันกลับมาหาเซ่อเซ่อ แล้วเดินไปหาเธอ เขาเดินไปยืนอยู่ตรงหน้าของเธอแล้วบอกไปว่า

"นี่ก็ดึกมากแล้วคุณก็รีบไปนอนเถอะครับ กลางคืนในโรงพยาบาลไม่ใช่ที่ที่ควรมาเดินเล่นแบบนี้โดยไม่มีพยาบาลมาคอยดูแลนะครับ เดี๋ยวผมจะให้พยาบาลไปส่งคุณที่ห้องเอง"

แล้วรุ่ยฉีก็ได้เดินไปที่เคาน์เตอร์แล้วคุยบางอย่างกับพยาบาลคนหนึ่ง แล้วรุ่ยฉีก็เดินมาหาเธอพร้อมกับพยาบาลคนหนึ่ง รุ่ยฉีจึงบอกว่า

"นี่พยาบาลที่จะส่งคุณกลับห้อง ผมฝากเธอด้วยนะคุณพยาบาล"

"ค่ะ"

แล้วรุ่ยฉีก็เดินออกไปสองงก้าว เซ่อเซ่อจึงได้ลุกขึ้นแล้วหันไปหารุ่ยฉีพร้อมกับพูดว่า

"เรื่องเมื่อกี้ขอบคุณนะคะ"

รุ่ยฉีที่ได้ยินแบบนั้นก็หยุดเดินแล้วหันกลับมาตอบว่า

"ไม่เป็นไรครับ ผมทำเพราะคุณคือคนไข้...ของผม"

แล้วเขาก็แสดงรอยยิ้มก่อนที่จะเดินออกไป รุ่ยฉีนั้นถอนหายใจแรงๆครั้งหนึ่งในขณะที่เดินออกไปจากโรงพยาบาล เซ่อเซ่อจึงได้เดินกลับไปที่ห้องพร้อมกับพยาบาลคนนั้น เรื่องราวความรักของทั้งสองพึ่งจะเริ่มขึ้น จะเป็นยังไงต่อไปนั้น ติดตามกันใหม่ในตอนหน้า

 

โปรดติดตามตอนต่อไป

ความคิดเห็น