Twitter-icon

ขอบคุณทุกกำลังใจที่เป็นแรงผลักดันให้ไรท์เตอร์เขียนนิยายอย่างมีความสุขค่ะ

EP.3 หมั้นทั้งน้ำตา

ชื่อตอน : EP.3 หมั้นทั้งน้ำตา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.5k

ความคิดเห็น : 51

ปรับปรุงล่าสุด : 05 เม.ย. 2564 21:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.3 หมั้นทั้งน้ำตา
แบบอักษร

EP.3 หมั้นทั้งน้ำตา

[คู่หมั้นจอมลวง] : สวีทการ์เดนท์

 

 

 

ก๊อกๆๆ

เจ้าของห้องขยับตัวยุกยิกเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูดังรบกวนโสตประสาท ถึงกระนั้นก็ไม่ยอมตื่นจนคนข้างนอกต้องเคาะเรียกอีกรอบ เปลือกตาสีน้ำนมค่อยๆเปิดขึ้นด้วยความเหนื่อยล้าเนื่องจากพักผ่อนไม่เพียงพอ เป็นเพราะว้าวุ่นใจนึกถึงแต่การกระทำขององศาเมื่อคืน

“เจ้าเอย ตื่นหรือยัง” เป็นเสียงของพี่สาว จริงสิ...วันนี้เป็นวันหมั้นและตอนนี้ก็ปาเข้าไปเก้าโมงแล้วด้วย

แกร๊ก!

“พี่จันทร์ เอยเพิ่งตื่น ลืมตั้งนาฬิกาปลุก” พอเปิดประตูก็รีบสารภาพความผิดทันที ขณะนี้เจ้าจันทร์อยู่ในชุดกระโปรงสีขาวสไตล์เรียบหรูบวกกับเครื่องหน้าที่สวยสดงดงามไร้ที่ติ

“รีบไปอาบน้ำเร็ว ผู้ใหญ่รออยู่”

“หือ? รอทำไมครับ” คนน้องเกิดอาการสงสัย

“ก็รอให้ครบทุกคนไง เร็วเข้า”

“นึกว่าพี่จันทร์เข้าพิธีแล้วซะอีก” เจ้าเอยมองนิ้วเรียวสวยกลับไม่พบแหวนสักวง

“ทุกคนรอเอย” เสียงหวานบอกอีกพร้อมระบายยิ้มออกมา

“ครับ งั้นขอเวลาสิบนาที” ชายตัวเล็กพูดแค่นั้นก็ปิดประตูเสียงดังก่อนจะวิ่งเข้าห้องน้ำ แสดงว่าคุณพ่อคุณแม่ต้องการให้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาสินะ

ใช้เวลาอาบน้ำราวๆสิบนาทีอย่างที่บอก ได้เตรียมชุดที่จะใส่ร่วมงานไว้แล้วซึ่งเป็นเสื้อเชิ้ตสีชมพูอ่อนที่คุณแม่ซื้อให้กับกางเกงสีครีมทรงเดฟ ถึงจะไม่เห็นด้วยกับงานหมั้นหมายที่กำลังจะเกิดขึ้นก็ต้องแต่งตัวให้ถูกกาลเทศะ ถึงเขาจะรู้สึกไม่ชอบคู่หมั้นพี่สาวก็ต้องปั้นหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพราะพูดอะไรไม่ได้อยู่แล้ว

พอเดินลงมาข้างล่างถึงกับต้องขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ก็รู้ว่าคุณพ่อคุณแม่เชิญแขกไม่เยอะมากแต่ทำไมงานถึงดูกร่อยขนาดนี้ล่ะ อย่างกับว่าไม่ใช่งานรื่นเริงอย่างนั้นแหละ ทุกคนที่อยู่ในห้องโถงสีหน้าตึงเครียดกันหมดทั้งที่พานแหวนพานเงินและพานดอกไม้วางพร้อมแล้ว และบัดนี้ทุกสายตาต่างก็มองมาที่เขา

“น้องเอย มานั่งข้างแม่เร็ว” เมื่อได้ยินดังนั้นใบหน้าน่ารักก็พยักรับเบาๆก่อนจะเดินผ่านหน้าผู้ใหญ่หลายคนไปนั่งคั่นกลางระหว่างคุณแม่กับพี่สาว ถึงตอนนี้ยังคงงุนงงกับสถานการณ์ตรงหน้า

“มีอะไรหรือเปล่าครับ”

“งานหมั้นวันนี้จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวกะทันหัน” คุณแม่บอกกลับทันควัน

“หมายความว่ายังไง” เจ้าเอยถามแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ เขาจึงมองหน้าทุกคนในที่นี้เพื่อไขข้อกระจ่าง จนกระทั่งสายตาไปหยุดที่ชายหนุ่มตัวโตในชุดสูทสีขาว ใบหน้าคมเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ไม่จริงใจ อาจจะเป็นเขาคนเดียวล่ะมั้งที่สัมผัสถึงความเจ้าเล่ห์นั้นได้ ถ้าในฐานะคู่หมั้นของพี่สาวแล้วให้เขาเป็นคนให้คะแนนบอกได้เลยว่าติดลบ

“น้องเอยต้องเข้าพิธีแทนพี่จันทร์” สุดท้ายคุณแม่ก็พูดต่อ

“...” ตากลมเบิกขึ้นท่ามกลางบรรยากาศกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

“พี่บอกความจริงไปหมดแล้วนะ” คราวนี้เป็นองศาที่เอ่ยออกมาบ้าง จงใจใช้คำพูดที่แสนคลุมเครือไม่ชัดเจนเพราะต้องการให้ผู้ใหญ่เข้าใจคนละความหมาย

“ความจริงอะไร”

“ก็เรื่องที่เราคุยกันเมื่อสามวันก่อน”

“ไม่ต้องกังวลนะน้องเอย แม่อธิบายให้พ่อฟังแล้วว่าความรักระหว่างผู้ชายกับผู้ชายไม่ได้ต่างจากผู้ชายกับผู้หญิง” คำพูดนั้นทำให้เจ้าเอยขมวดคิ้วอย่างหนัก

“ผมก็ยังมองว่าไม่เหมาะสมอยู่ดีนั่นแหละ” ครั้งนี้ผู้เป็นพ่อพูดแทรก ความคิดตีกันในหัวว่าควรยอมหรือไม่ ความรักของผู้ชายกับผู้ชายมันจะเกิดขึ้นได้อย่างไรกัน

“แต่องศามันอยากหมั้นนะเว้ย เมื่อเป็นคนพี่ไม่ได้ก็ต้องเป็นคนน้องแหละถูกแล้ว หรือพันธสัญญาที่จะเป็นทองแผ่นเดียวกันมันไม่มีความหมายสำหรับมึง” คุณพ่อขององศาถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจนัก

“ไหนมึงบอกต้องการมีหลาน ลูกชายกูท้องไม่ได้” เพื่อนรักเริ่มปะทะอารมณ์กันอีกหน

“มึงเคยบอกว่าถ้าลูกของพวกเรามีความรู้สึกที่ดีต่อกันคงดีกว่านี้ เพราะไม่ต้องบังคับให้เข้าข่ายคลุมถุงชน นี่ไง...เด็กมันรักมันชอบกันแล้ว” ตอนนั้นหมายถึงองศากับเจ้าจันทร์ ไม่ได้คิดว่าองศาจะชอบเจ้าเอย

“เอยงง ทุกคนกำลังพูดอะไร” คนที่ไม่รู้เรื่องถามขึ้นอีกรอบเพราะต้องการคำอธิบายมากกว่านี้

“พี่ไม่ใช่คนที่องศาเลือก” เจ้าจันทร์เอ่ยบอกน้อง ที่องศาพูดไว้ในวันนั้นว่าจะช่วยให้งานหมั้นถูกยกเลิก แท้จริงแล้วคือการมาสารภาพว่าชอบน้องชายของเธอนั่นเอง

“เอายังไง จะหมั้นหรือไม่หมั้น มึงก็รู้ว่าถ้าไม่อนุญาตให้เด็กหมั้นกัน สัญญาระหว่างเราก็ต้องเป็นโมฆะ” ซึ่งสร้างความเสียหายให้ครอบครัวเจ้าเอยแน่นอน จากธุรกิจที่กำลังจะล้มละลายถูกพยุงให้ลืมตาอ้าปากได้ก็เพราะครอบครัวขององศา

“เฮ้อ...” อีกฝ่ายถอนหายใจอย่างหนัก

“หรือจะให้หมั้นกับเจ้าจันทร์เหมือนเดิม”

“ไม่นะคะ” หญิงสาวรีบปฏิเสธ เธอจะไม่แย่งคนของน้องเด็ดขาด

“ความจริงไม่หมั้นเลยก็ได้ถ้ามึงไม่สบายใจ แต่ลูกชายกูมันจะจบกับลูกชายมึงไหมก็อีกเรื่อง” เพราะรู้นิสัยของลูกชายดีว่าถ้าได้ชอบใครแล้วคงไม่ปล่อยไปง่ายๆแน่ หากองศาบอกก่อนหน้านี้ว่าชอบเจ้าเอยมันต้องเป็นเจ้าเอยตั้งแต่แรก เรื่องคงไม่ยุ่งยากวุ่นวาย อยากจับเด็กมารักกันก็จริงแต่หากมีความรู้สึกดีๆระหว่างกันและกันก็พร้อมสนับสนุนเต็มที่ ไม่ใช่คนพี่แต่ก็เป็นคนน้อง ยังไงก็คือลูกบ้านนี้

“ชอบขนาดไหนองศา ชอบจนอยากแต่งงานและใช้ชีวิตร่วมกันเลยหรือเปล่า” คุณพ่อของเจ้าเอยหันไปถามชายหนุ่ม

“แน่นอนครับ ผมชอบน้องเอยมาก” เขาตอบกลับเต็มปากเต็มคำ

“อะไรนะ” เจ้าเอยถึงกับต้องถามย้ำ ตากลมกะพริบปริบๆมอง เรื่องมันเป็นแบบนี้ได้ยังไงและองศากำลังพูดบ้าอะไรอยู่

“ถ้าผมหมั้นกับพี่จันทร์แต่ในใจยังเป็นน้องเอย ผมคงเป็นผู้ชายที่แย่มากคนหนึ่ง” ได้ทีก็เล่นละครฉากใหญ่

“เบาค่ะลูก เอาแค่พองาม” คุณแม่ที่นั่งข้างๆพยายามบอก เธอรู้สึกภาคภูมิใจในตัวลูกชายที่ยืดอกยอมรับแต่ก็เกรงใจผู้ใหญ่ฝ่ายนั้นอยู่ไม่น้อย

“คุณพ่อคุณแม่ยกน้องให้ผมได้ไหมครับ” องศาว่าต่อ แววตาท่าทางวิงวอนทำเอาผู้ใหญ่เริ่มเห็นอกเห็นใจ

“พูดอะไรของพี่” เจ้าเอยแทรกขึ้นหลังจากฟังอยู่นาน

“เงียบก่อนครับ พี่กำลังพูดในสิ่งที่เอยไม่กล้าพูด พี่กำลังทำตามความต้องการของพวกเรา” กลับกลายเป็นว่าเจ้าเอยโดนดุผ่านทางสายตา

“จันทร์ก็ไม่โอเคนะถ้าต้องหมั้นกับองศาแต่องศาชอบน้อง” เธอไม่อยากหมั้นมาโดยตลอด พอเหตุการณ์มันเป็นแบบนี้ก็รู้สึกยินดีปรีดา จะมีอะไรสู้ความรักของคนสองคนได้

“สรุปสักที เสียเวลากันมามากแล้ว” คุณพ่อขององศาทวงถามอีกรอบ

“เจ้าเอย...”

“คุณพ่อ” ใบหน้าน่ารักส่ายระรัวเพราะสายตาของพ่อเริ่มเปลี่ยนไป

“หมั้นกับพี่องศานะ พ่อคงคัดค้านไม่ได้แล้ว”

“ไม่!” เสียงใสปฏิเสธชัดถ้อยชัดคำแต่ใครล่ะจะรับฟัง องศาปูเรื่องมาก่อนแล้วว่าเจ้าเอยไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้สักเท่าไหร่เพราะทุกคนอาจจะเข้าใจว่าเป็นการแย่งคู่หมั้นพี่สาว

พิธีหมั้นหมายที่ไม่เต็มใจได้เริ่มต้นขึ้น ขณะนี้มือเรียวสั่นระริกเพราะกำลังจะถูกสวมแหวน องศาต้องจับไว้มั่นไม่รู้ว่าเจ้าเอยจะชักมือกลับตอนไหน ขนาดหน้ายังไม่มองกันเลย

“ไม่เอา เอยไม่หมั้น” ดวงตากลมโตแสดงท่าทีหวั่นกลัว สีหน้าเริ่มเบะราวกับคนจะร้องไห้ ทำไมทุกคนถึงเชื่อแต่องศา

“ลูก” คุณแม่พูดเหมือนกำลังเอ็ดทำเอาลูกชายนิ่งไปชั่วครู่ จังหวะนั้นแหวนได้เข้ามาอยู่บนนิ้วเรียบร้อยแล้ว เป็นแหวนวงที่เจ้าจันทร์ได้ลองสวมแต่บัดนี้มันเป็นของเจ้าเอยแถมใส่ได้พอดีเป๊ะ

ฟอด~

ตามด้วยร่างใหญ่ยืดตัวมาหอมแก้ม คนที่ไม่ทันระวังก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก อยากโวยวายให้ลั่นบ้านแต่ก็กลัวคุณพ่อจะไม่พอใจ

“สวมแหวนให้พี่สิ” คราวนี้องศาเป็นฝ่ายยื่นมือมา

“...” เจ้าเอยส่ายหน้าทันที

“ไม่มีใครว่าลูกแย่งคู่หมั้นพี่สาวตัวเองหรอกนะ เลิกต่อต้านได้แล้ว” คุณพ่อของเขาพูดขึ้น ทุกคนเข้าใจไปแบบนั้นกับอาการอิดออดไม่อยากเข้าพิธี

“ไม่ใช่สักหน่อย เอยแค่...”

“เร็วสิครับ พี่เมื่อยแขนแล้วเนี่ย” องศาพูดสวนขึ้นอย่างคนไร้มารยาท ส่วนเจ้าเอยได้แต่มองค้อนใส่

“เร็วเข้าลูก ผู้ใหญ่รอ”

ถึงตอนนี้ก็ยังไม่ยอมหยิบแหวนอีกวงออกมาจากกล่อง องศาจึงเป็นคนหยิบออกมาเองพร้อมจับมือเจ้าเอยมาด้วย

“พี่องศา!” ร่างบางสะบัดมือออกทำให้แหวนร่วงหล่นลงบนพื้นพรม

หมับ!

“จะไปไหน” เพราะอีกฝ่ายกำลังจะลุกหนีเขาจึงคว้าแขนไว้ก่อนและกระตุกดึงอย่างแรง

“โห...” ทุกคนในห้องโถงพากันอึ้งตามๆกัน ก็ตอนนี้เจ้าเอยนั่งบนตักแกร่งเต็มๆ ลำแขนใหญ่กระชับกอดอย่างแนบแน่นพร้อมเกยคางไว้บนไหล่ลาด

“ปล่อยเอยนะ” คนตัวเล็กกัดฟันพูด

“เจ้าเอย สวมแหวนให้พี่เขา จะดื้อไปทำไมกัน” คุณพ่อเอ่ยขึ้นอีกและดูเหมือนว่าจะไม่พอใจซะแล้วสิ

“เอยไม่ได้ชอบพี่องศา” น้ำเสียงชัดแจ๋ว

“ไม่เหมือนที่คุยกันก่อนหน้านี้เลยนะ หรืองอนที่พี่พูดเรื่องนี้ช้าเกินไป พี่ชอบเอย...พี่ชอบเอยมากครับ เลิกงอนก่อน” ปากหยักเฉียดข้างแก้มใสไปมา แม้ว่าจะขยับออกห่างก็ยังตามมาคลอเคลีย ยิ่งดิ้นแรงก็ยิ่งรับรู้ถึงความใหญ่โตที่กำลังดุนดันช่วงล่าง

“ปล่อย...”

“สวมแหวนครับ” เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบา ทุกสายตาก็ต่างจับจ้อง

“สวมแหวนสักทีน้องเอย ถ้าจะงอนก็ค่อยงอนต่อ” คุณพ่อขององศาว่าออกมา วันนี้เป็นฤกษ์งามยามดีจริงหรือเปล่าทำไมถึงวุ่นวายยิ่งนัก แค่ลูกชายขอเปลี่ยนตัวคนหมั้นก็หัวหมุนมากพอแล้ว

“ฮึก!” สุดท้ายเจ้าเอยต้องสวมแหวนทั้งน้ำตา เขาน้อยใจทุกคนที่ไม่ยอมรับฟัง แม้กระทั่งคุณพ่อคุณแม่ยังเชื่อคนอื่นมากกว่าลูกตัวเอง

พิธีหมั้นหมายเสร็จสิ้นลงและญาติผู้ใหญ่ก็ทยอยกลับ คุณพ่อคุณแม่ขององศายังนั่งคุยอยู่ในห้องรับแขกกับเจ้าของบ้าน ด้านเจ้าเอยหนีขึ้นห้องทันทีเพราะอยู่ตรงนี้ไปก็ไร้ประโยชน์ อธิบายก็แล้วพูดก็แล้วว่าไม่ได้งอนไม่ได้ชอบ แต่ก็เป็นองศาที่ยืนยันว่าตอนอยู่กันสองคนไม่เห็นพูดแบบนี้

“ฮึก!” ยิ่งมองแหวนบนนิ้วก็ยิ่งไม่พอใจ มือเรียวเช็ดน้ำตาออกจากแก้มก่อนจะฟุบหน้าลงกับหมอนใบใหญ่ จากนั้นมันก็ไหลออกมาเป็นทาง เขาร้องไห้จนหลับไปในที่สุด

ก๊อกๆๆ

“น้องเอยลูก” คุณแม่เคาะเรียกแต่ก็ไร้เสียงตอบรับ

“น้องขึ้นมานานแล้วนะ เป็นอะไรหรือเปล่า” เจ้าจันทร์ตั้งคำถาม

“ผมเป็นห่วงจัง” องศายังไม่คิดกลับบ้านอีกทั้งที่คุณพ่อคุณแม่ของตนกลับไปแล้ว เอาแต่บอกว่าอยากคุยกับคู่หมั้น

“จันทร์ ไปเอากุญแจมาเปิด”

“ค่ะ” หญิงสาวรับคำก่อนจะลงไปเอากุญแจสำรอง

“ปกติน้องเอยไม่ขี้งอนขนาดนี้นะ แม่ต้องขอโทษด้วยที่งานหมั้นไม่ค่อยราบรื่นเท่าไหร่” คนอายุมากกว่าเอ่ยบอก

“ครับ ปกติน้องก็ไม่งอแงกับผมหรอก สงสัยกลัวพี่จันทร์จะเสียใจเพราะเตรียมตัวไว้ดิบดี”

“มาแล้วค่ะแม่” เจ้าจันทร์กลับขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะไขกุญแจเข้าห้องนอนน้องชาย

แกร๊ก!

“หลับจริงด้วย” ทั้งสามคนมองไปที่เตียงก็เห็นเจ้าเอยนอนขดตัวอยู่ ผ้าห่มก็ไม่ดึงขึ้นคลุม คุณแม่จึงเดินเข้าไปดูพบว่าน้ำตาแห้งเกรอะตามแก้ม

“ผมขออยู่กับน้องได้ไหมครับ ยังไม่ได้คุยอะไรกันเลย”

“อยู่ทานข้าวด้วยกันเลยสิ ไหนๆก็ต้องรอน้องตื่น” คุณหญิงของบ้านเป็นคนใจดีอยู่แล้ว ยิ่งกับองศาก็ยิ่งไว้ใจมากที่สุดเพราะชายหนุ่มพูดจาไพเราะแถมวางตัวดีเสมอมา

“ขอบคุณครับ”

“พี่เห็นแบบนี้ก็สบายใจ ทั้งคู่เหมาะสมกันจริงๆ ฝากน้องด้วยนะองศา” เจ้าจันทร์เสริมขึ้นพร้อมยิ้มให้

“ครับ” ถ้าตอนนี้กำลังแคสนักแสดงอยู่ องศาคงติดหนึ่งในสาม

เมื่อประตูปิดลงก็เหลือเพียงสองคนที่อยู่ในห้องนี้ เป็นครั้งแรกที่ร่างสูงได้เข้ามาพื้นที่ส่วนตัวของเจ้าเอย ห้องนอนโทนสีขาวสะอาดตากับความเป็นระเบียบเรียบร้อยช่างน่าอยู่ยิ่งนัก เขาถือวิสาสะเดินสำรวจจนทั่วห้องก่อนจะลากเก้าอี้มานั่งลงข้างเตียงมองใบหน้าหวานในยามหลับพริ้ม แหวนที่สวมให้เมื่อชั่วโมงก่อนถูกถอดทิ้งอย่างไม่ไยดี

“หึ” องศาหัวเราะเบาๆพลางหยิบมันขึ้นมา คนทั้งคนนั่งอยู่ตรงนี้ยังไม่คิดจะตื่นอีก สงสัยจะเหนื่อยจริงๆล่ะมั้ง เขาจับมือเจ้าเอยมาและสวมแหวนให้ตามเดิม ถอดเมื่อไหร่จะตามใส่ให้เมื่อนั้น คอยดูสิ!

“อือ” เสียงอื้ออึงเล็ดลอดเสมือนว่ารำคาญ

ร่างใหญ่ยังคงนั่งมองต่อไปเรื่อยๆ ความสำเร็จขั้นแรกคือการได้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเจ้าเอยและตอนนี้ก็เป็นไปตามใจหวัง ต่อไปก็แค่แอบเล่นชู้กันลับหลังแฟน เขาอยากรู้มากว่าเด็กคนนี้จะมีท่าทีอย่างไร จะต่อต้านเก่งสักแค่ไหน

ผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมงเจ้าของห้องยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่น องศาฉวยโอกาสขึ้นเตียงไปนอนข้างๆ นอนมองหน้าเฉยๆนี่แหละ ผ่านไปสักพักภาพของเขมกับทอยในวันนั้นก็ลอยเข้ามาในหัว เขาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้จึงดึงอีกคนเข้ามากอดจนจมอก ก่อนจะกดจูบลงบนกลุ่มผมหอม

“อื้อ” คนตัวเล็กเริ่มขยับไปมาก่อนจะนิ่งเหมือนเดิม องศาจึงหลับตาลงตาม

สรุปว่าเขาได้งีบไปพร้อมกับกอดคนตัวเล็กและต้องยอมรับแต่โดยดีว่าเจ้าเอยตัวหอมมาก ที่งานวันเกิดเมื่อคืนก็ว่าหอมแล้วแต่ตอนนี้กลับหอมยิ่งกว่า

เพี้ยะ!

“โอ๊ย” คนตัวโตร้องเสียงหลงเพราะโดนฟาดแขน

“ออกไปจากห้องเอย เข้ามาได้ยังไง” อีกฝ่ายขึงตาใส่

“คุณแม่อนุญาตครับ ตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ออกไป!” เจ้าเอยไม่ได้สนใจคำถาม เขาเอาแต่ไล่คนที่ไม่ได้รับเชิญ กล้าดียังไงถึงเข้ามารุกล้ำพื้นที่ส่วนตัว

“เอยรู้ไหมว่าคุณพ่อคุณแม่ของพวกเราจะให้เราย้ายไปอยู่ด้วยกัน พี่อยากถามว่าจะอยู่ห้องพี่หรืออยู่ห้องเอย” องศาหน้าด้านยิ่งนัก เจ้าของห้องไล่ขนาดนี้แต่ยังทำไขสือคุยเรื่องอื่นต่อ

“...”

“พรุ่งนี้ก็ต้องย้ายของแล้วนะ”

“เอยไม่ไปไหนทั้งนั้น”

“โอเค งั้นพี่จะเป็นฝ่ายย้ายไปอยู่กับเอยเอง ไอ้ทอยไม่ได้พักด้วยอยู่แล้วใช่ไหมล่ะ”

“นี่ ละอายบ้างไหมกับสิ่งที่เกิดขึ้น เราสองคนมีแฟนแล้ว พี่ทำแบบนี้เพื่ออะไร หลอกผู้ใหญ่ทำไมว่าชอบเอย” เจ้าเอยสาดคำถามใส่และอยากเตือนสติว่ากำลังทำในสิ่งที่ไม่เหมาะสม

“เพราะใครล่ะที่ไม่ยอมให้พี่หมั้นกับพี่จันทร์”

“ที่บอกไปก็คือไม่อยากให้งานหมั้นเกิดขึ้น ไม่ใช่ว่าเป็นพี่จันทร์ไม่ได้แล้วต้องกลายมาเป็นเอย ไม่เข้าใจเหรอ” คนตัวเล็กพูดจาเสียงดัง

“พี่ก็คิดไปว่าเอยอยากหมั้นแทน ขอโทษที่เข้าใจผิดแต่คงไม่ทันแล้วล่ะ” ปากหยักแสยะยิ้มร้ายกาจ

“...” ส่วนเจ้าเอยพยายามควบคุมอารมณ์

“แหวนวงนี้ไม่ถอดได้ไหม” ร่างบางก็มองที่นิ้วตัวเองทันที

“มีสิทธิ์อะไรมาสั่ง” เขาอุตส่าห์ถอดออก

“เราหมั้นกันแล้ว พี่มีสิทธิ์ทุกอย่างเลย จะซ้ำรอยไอ้ทอยก็ได้แต่คงไม่ทำหรอก” นัยน์ตาคมกริบจ้องอย่างไม่ลดละ นอกจากกอดกับหอมแก้มเขาก็ไม่คิดจะทำอะไรเกินเลยเพราะกลัวคนที่มีศีลธรรมในใจจะรีบวิ่งแจ้นไปบอกเลิกแฟน ถ้าเป็นแบบนั้นก็ไม่สนุกน่ะสิ

 

 

 

TBC.

 

 

องศาจะไม่ทำอะไรเกินเลยจริงๆนะ เชื่อหรือเปล่า 5555

ขอบคุณทุกกำลังใจค่ะ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว