โซ่สเน่หา [18+]
เกลียดความรู้สึกตัวเอง
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
เกลียดความรู้สึกตัวเอง

5 ปีผ่านไป 

กรุงเทพมหานคร 

 

    “แม่ไปพักเถอะค่ะ เดี๋ยวเกียร์จัดของเอง”

    ฉันบอกแม่ในระหว่างที่รับกล่องใบสุดท้ายมาถือเอาไว้

    “แม่จะไปพักได้ยังไง ในเมื่อทุกอย่างยังไม่เรียบร้อย”

    “แต่แม่เหนื่อยมาทั้งวันแล้วนะคะ”

    “เกียร์ก็เหนื่อยเหมือนกันมั๊ยลูก”

    “เกียร์ไหวค่ะแม่”

    “อย่าเอาแต่บอกให้แม่พักซิเกียร์ แม่ว่าเราช่วยกันจัดบ้านให้เสร็จ แล้วเราก็ไปพักพร้อมกันดีกว่านะ”

    “เกียร์รู้แล้วค่ะว่าเกียร์ดื้อได้ใคร”

    “เดี๋ยวเถอะ”

  ฉันหัวเราะน้อย ๆ ก่อนจะลงมือจัดข้าวของให้เข้าที่ต่อ

    “บ้านหลังไม่เล็กไปใช่มั๊ยคะแม่”

    “ไม่เล็กหรอกลูก”

    “แม่ชอบมั๊ยคะ ถ้าไม่ชอบ เกียร์หาบ้านหลังใหม่ให้ได้นะ”

    “มีเหตุผลอะไรที่แม่จะไม่ชอบ มันอยู่ที่คนอยู่ด้วยต่างหาก ที่ทำให้แม่มีความสุข”

    “ขอบคุณนะคะแม่ ขอบคุณที่อยู่ข้าง ๆ เกียร์มาตลอด”

    ฉันกอดแม่แน่น พร้อมกับซบหน้าลงที่อกอุ่น ๆ ของแม่เหมือนเด็ก

    “อ้อนเหมือนเด็กอีกแล้วนะเกียร์”

    “ก็เกียร์อยากกอดแม่นี่คะ”

    “แม่ว่าเรารีบจัดของให้เสร็จก่อนที่ตัวป่วนจะตื่นดีกว่านะ”

    “ค่ะแม่”

    ฉันนึกขำกับสรรพนามที่แม่ใช้เรียกหลานชายตัวน้อยของตัวเอง

    ‘ออกัส’ เด็กชายตัวน้อยวัยสี่ขวบ เด็กชายที่ทำให้ฉันไม่สามารถลืมเรื่องราวในอดีตที่เกิดขึ้นกับฉันได้ลงแม้แต่วินาทีเดียว ใช่เค้าคือลูกของฉันที่เกิดกับผู้ชายคนนั้น

    หลังจากที่กลับไปลอนดอนได้ไม่กี่เดือน ฉันก็รู้ว่าตัวเองตั้งท้อง ฉันท้องกับผู้ชายที่ฉันรู้จักแค่ชื่อเล่น ซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่ามันเป็นชื่อของเค้าจริง ๆ มั๊ย

    เมื่อมันไม่สามารถอยู่ในการควบคุมของฉันได้ ฉันเลยต้องเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้คนเป็นแม่ฟัง แต่ไม่ทั้งหมด

    แม่ไม่โกรธฉันเลยแม้แต่น้อย แม่ให้กำลังใจฉันและช่วยฉันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจนฉันผ่านพ้นช่วงเวลาที่ลำบากที่สุดในชีวิตมาได้

   แม่แต่งงานกับคุณลงไมเคิล ท่านทั้งสองอยู่กินกันฉันสามีภรรยาได้เพียงสามปีเศษ คุณลุงไมเคิลก็ประสบอุบัติเหตุจนต้องจบชีวิตลง

  หลังจากที่ลุงไมเคิลเสียชีวิต ฉันทนเห็นแม่เศร้ากับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ไหว ฉันเลยชวนแม่ย้ายกลับมาเริ่มต้นใหม่ที่เมืองไทย

    ทรัพย์สมบัติที่ลุงไมเคิลทิ้งไว้ให้ มันมากพอที่จะทำให้ครอบครัวของฉันไม่ต้องลำบาก แต่ฉันก็ไม่คิดที่จะอยู่เฉยหรอกนะ

    “แม่คะ พรุ่งนี้เกียร์จะหาโรงเรียนให้ออกัสนะคะ”

    “ให้แม่ไปด้วยนะ”

    “ได้ซิคะ เกียร์ว่าจะหางานทำด้วยค่ะแม่”

    “เกียร์ไม่เห็นต้องลำบากเลยนะลูก บ้านเราไม่ได้ลำบากขนาดนั้นนะ”

    “เงินใช้ไปมันก็มีวันหมดค่ะแม่ อีกอย่าง เกียร์ไม่อยากอยู่ว่าง ๆ ด้วยค่ะ”

    “ดื้อตั้งแต่เด็กจนโตเลยนะเรา แม่ห้ามอะไรไม่เคยได้เลย”

   “ดื้อเหมือนแม่ไงคะ แล้วแม่อยากทำอะไรเป็นพิเศษมั๊ยคะ”

    “แม่อยากเปิดร้านดอกไม้ เกียร์ว่าไง”

    “เกียร์แล้วแต่แม่ค่ะ แต่แม่จะไหวรึเปล่า ไหนจะเลี้ยงเจ้าตัวแสบ ไหนจะดูแลร้าน”

    “เกียร์ไหว แม่ก็ไหว”

    “ตกลงตามนี้ค่ะแม่ งั้นพรุ่งนี้เราหาช่างต่อเติมร้านเลยดีมั๊ยคะ”

    “แม่ว่าก็ดีนะ”

    แค่แม่ยิ้มได้ แค่นี้ฉันก็สุขใจแล้วหละ

    ชีวิตของฉันมันไม่ได้สวยหรูเหมือนเจ้าหญิงหรอกนะ ตลอดระยะเวลาห้าปีที่ผ่านมา ฉันใช่ชีวิตค่อนข้างลำบากจริง ๆ

    ที่เป็นแบบนั้นเพราะตัวฉันเลือกเองทั้งหมด ฉันก็แค่อยากเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่แข็งแกร่ง ฉันเลยต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเพื่อให้มีวันนี้

    ร่างกายน่ะใช่ แต่ว่าจิตใจของฉันนี่ซิ มันไม่เข้มแข็งเอาซะเลย

    ทุกครั้งที่มองหน้าลูกชายตัวน้อย มันก็ทำให้ฉันรู้สึกเจ็บปวดที่หัวใจขึ้นมาทุกที

    15:25 น. 

    “Mom”

    “หืม?”

   เสียงเล็กดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำให้ฉันเงยหน้าขึ้นจากโน๊ตบุ๊ค ที่ฉันกำลังกรอกประวัติสมัครงานไว้

    “ตื่นแล้วหรอครับ”

    ฉันหันหลังกลับไปพร้อมกับดึงร่างเล็กเข้ามากอดไว้ แล้วลูบลงที่เส้นผมเบา ๆ

    “กัสหิว”

    “ตื่นมาก็หิวเลยหรอ จะกลายเป็นเด็กอ้วนแล้วนะเรา”

    “อ้วนแล้วมัมจะไม่รักกัสหรอคับ”

    “รักซิครับ มัมรักกัสที่สุดเลยนะ”

    “กัสรักมัมที่สุดเหมือนกันคับ”

    “ไปชวนคุณยายออกไปหาอะไรทานกันดีกว่า”

    “เย้!!”

    เมื่อได้ยินแบบนั้น ร่างเล็กก็กระโดดโลดเต้น แล้ววิ่งป๋อออกไปจากห้องนอนทันที

    “ดื้อได้ใครนะ”

    ฉันส่ายหัวเบา ๆ ก่อนจะหันกลับมาจัดการกับประวัติของตัวเองจนเสร็จ แล้วหยิบกระเป๋าตามออกไป

@ห้างสรรพสินค้า 

    ฉันทำหน้าที่ขับรถพาคนทั้งสองมาที่ห้างสรรพสินค้าย่านใจกลางเมือง

    “แม่อยากซื้ออะไรเข้าบ้านเพิ่มมั๊ยคะ”

    “ก็หลายอย่างอยู่นะ”

    “กัสอยากได้ขนม”

    “จะกินข้าวอยู่แล้ว ยังอยากกินขนมอยู่อีกหรอเราน่ะ”

    คนเป็นยายเอ่ยถามแบบติดตลก

    “เอาไว้กินตอนหิวไงครับคุณยาย”

    “ได้ครับแต่ว่าเราต้องไปกินข้าวกันก่อน เดี๋ยวยายซื้อขนมให้เยอะ ๆ เลย”

    “คุณยายใจดีที่สุดในโลกเลยคับ”

    “แม่คะ”

    ฉันกำลังจะเอ่ยปากห้ามคนเป็นแม่เรื่องที่ตามใจออกัสมากเกินไป แต่เหมือนแม่จะรู้ทันฉัน

    “แม่รู้เกียร์ แค่นี้มันไม่ทำให้ออกัสเสียคนหรอกลูก”

    “ก็ได้ค่ะแม่ เกียร์ยกให้แม่เลยค่ะ”

    จริง ๆ แม่ของฉันก็ไม่ได้ตามใจออกัสทุกเรื่องหรอกนะ ทุกครั้งที่แม่ยอม แม่มักจะมีข้อแลกเปลี่ยนเสมอ แต่ฉันก็ไม่อยากให้แม่โอ๋ออกัสมากเกินไป

    หลังจากทานมื้อเย็นเสร็จ เราทั้งสามคนก็เดินซื้อของใช้และของกินอีกหลายอย่างจนครบ จากนั้นก็เดินทางกลับบ้าน

    “เกียร์”

    “คะแม่”

    ฉันหันไปมองแม่เล็กน้อย ก่อนจะกลับมาสนใจมองทางข้างหน้าต่อ

    “เรื่องพ่อของออกัส”

    ฉันไม่รอให้แม่พูดต่อ ฉันตัดจบประโยคโดยที่ไม่ได้สนใจว่าแม่จะมีสีหน้ายังไง

    “แม่คะ เราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้กันอีกค่ะ”

กลับหน้าเรื่อง
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น