ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

1.เครื่องกดเงินเครื่องใหม่ [100%]

ชื่อตอน : 1.เครื่องกดเงินเครื่องใหม่ [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 380

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ย. 2563 15:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
1.เครื่องกดเงินเครื่องใหม่ [100%]
แบบอักษร

 

        แม่แท้ๆของฉันท่านเสียไปตั้งแต่ตอนที่ฉันเพิ่งจะอยู่ชั้นอนุบาล ฉันใช้ชีวิตโดยไม่มีแม่จนเกือบสิบปี จนกระทั่งเมื่อพ่อได้พบแม่เลี้ยง ท่านจึงกลายเป็นแม่คนใหม่ที่เข้ามาดูแลฉัน แม่เลี้ยงของฉันเขาก็ดูแลฉันค่อนข้างดีนะแต่ติดตรงที่ว่าท่านติดการพนันไปหน่อย วันทั้งวันแม่เลี้ยงแทบจะไม่ทำอะไรเลยนอกจากเล่นไพ่ ใช้ชีวิตคลุกอยู่กับบ่อน ตกค่ำก็กลับมานอนพอฟ้าสว่างก็กลับไปเล่นไพ่ที่บ่อน 

        “ทำข้าวต้มอีกแล้วเหรอ” ทันทีที่เดินเข้ามาแม่เลี้ยงของฉันท่านก็บ่นอุบทันที เพราะต้องควบคุมอาหารการกินของพ่อ อาหารที่ฉันทำมันจึงมีแต่กับอ่อนๆ ซึ่งข้าวต้มก็คือสิ่งที่ฉันทำบ่อยที่สุด “กินทุกวันไม่เบื่อหรือไง” แม่เลี้ยงบ่นหน้างอ ก่อนจะนั่งลงบนโต๊ะอาหารที่มีเก้าอี้สี่ตัว ซึ่งตัวที่ท่านนั่งก็อยู่ตรงข้ามกับฉัน “ฉันเห็นพ่อแกนั่งซึมอยู่หน้าบ้านทะเลาะกันอีกแล้วใช่มั๊ย” 

        “ค่ะ” 

        “ฉันล่ะเบื่อพ่อแกจริงๆจะเป็นคนดีไปถึงไหน ลูกอุตส่าห์หาเงินให้ใช้ยังจะไม่ชอบอีก” 

        “หนูเข้าใจพ่อนะคะ พ่อเขาก็แค่เป็นห่วงหนู” 

        “ทำงานแบบนี้ไม่เห็นต้องห่วงเลย คนพวกนั้นมันหลงแกจะตายมันไม่ทำอะไรแกหรอก” 

        “แล้วถ้าเขาทำอะไรหนูล่ะคะ” 

        “ก็ปล่อยให้เขาทำไปซิ” 

        “คะ?” 

        “ถ้าแกเลิกห่วงพรหมจรรย์เมื่อไหร่เราได้เงินเยอะกว่านี้แน่” ไม่อยากจะเชื่อก็ต้องเชื่อว่านี่คือสิ่งของคนเป็นแม่พูดซึ่งถึงแม้เขาจะไม่ใช่แม่ตามสายเลือดก็ตาม เพราะผีพนันเข้าสิงจริงๆความโลภมันถึงได้เกาะกินแม่เลี้ยงฉัน “แล้ววันนี้ได้เงินมามั๊ย” 

        ฉันส่ายหน้าก่อนจะเอ่ยตอบ “ก็แม่บอกให้หนูเลิกกับเขา หนูจะไปเอาเงินเขามาได้ยังไง” 

        “แล้วทำไมก่อนเลิกไม่เอาเงินมันมาก่อน” แม่ทำเสียงจิ๊ปากอย่างไม่พอใจก่อนจะถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย “แกนี่มันโง่ของโง่จริงๆเลย”                                

        “...” นี้คือเรื่องปกติเพราะหากวันไหนฉันไม่มีเงินกลับมา แม่ก็ชอบบ่นชอบว่าฉันอย่างนี่แหละ “แม่จะกินข้าวมั๊ยคะ เดี๋ยวหนูไปตักมาให้” 

        “เออ!” แม่พยักหน้าอย่างส่งๆ ฉันจึงลุกขึ้นเดินเข้าครัว ตักข้าวต้มร้อนๆที่อาจจะไม่ร้อนเท่าเมื่อกี้แต่ควันที่พวยพุ่งออกมาทันทีที่เปิดฝามันก็ยังแสดงได้ว่าข้าวต้มหมอนี้มันยังคงร้อนอยู่ 

        “นี่! เดี๋ยวอาทิตย์หน้าจะล่าเครื่องกดเงินเครื่องใหม่แล้วนะ” ฉันชะงัก เพราะที่แม่สั่งให้ไปเคลียร์ผู้ชายให้หมด ฉันก็หลงคิดว่าท่านจะให้ฉันเลิกทำแบบนี้แล้วซะอีก “ฉันให้เวลาแกพักหนึ่งอาทิตย์ ไปดูแลผิวพรรณตัวเองให้ดีๆด้วย เพราะงานนี้เป็นงานใหญ่แกต้องจับให้ได้” 

          “แม่ไม่ได้จะให้หนูเลิกทำเหรอ” 

          “พูดอะไรอย่างนั้นเล่า เลิกทำแล้วจะเอาอะไรกิน” 

          “แต่อีกไม่กี่เดือนหนูก็จะจบแล้วนะคะ เดี๋ยวหนูไปหางานสุจริตมาเลี้ยงครอบครัวเราเองก็ได้”  

          “เงินเดือนแค่หมื่นสองหมื่นมันจะไปสู้อะไรกับเงินแสน เอาง่ายๆนะถ้าแกอยากรักษาพ่อของแก แกก็ต้องทำตามที่ฉันบอก” พอเจอจี้จุดอ่อนไหวในชีวิต ฉันจะไปปฏิเสธอะไรได้ล่ะ 

          “แล้วผู้ชายคนนั้นเขาเป็นใคร” 

        “เป็นลูกชายของเพื่อนฉันเอง แต่งานนี้เป็นงานหนักหน่อยนะ” 

        “หนักยังไงคะ” 

        “แกต้องแต่งงานกับเขา”    

        “แต่งงาน!” 

        “ตกใจอะไรล่ะ ก็แค่แต่งงาน” ก็เพราะไอ้คำว่าแต่งงานนี่แหละจะไม่ให้ฉันตกใจได้ยังไง =[]= 

        “ทำไมต้องแต่งด้วยคะ ทำไมไม่ทำอย่างคนที่ผ่านมา”  

        “ไม่อยากสบายหรือไง ถ้าแกไปแต่งงานแกจะสบายไปทั้งชาติเลย” 

        “แต่หนูกับเขาเราไม่ได้รู้จักกันเลยนะคะ” 

        “เดี๋ยวก็รู้จักแล้ว ฉันจะพาแกไปทำความรู้จักเอง” 

        “หนูไม่อยากรู้จัก และก็ไม่อยากแต่งด้วย” นี่คงจะเป็นครั้งแรกที่ฉันกล้าขึ้นเสียงกับแม่ เพราะที่ผ่านมาฉันอาจจะยอมเขาก็จริง แต่ครั้งนี้ฉันคงจะยอมให้ไม่ได้ “แม่หนูขอไม่ทำแล้วได้มั๊ย หนูไม่อยากหลอกใครแล้ว” 

        “ถ้าแกไม่ทำแล้วพวกเราจะไปอยู่กันที่ไหน”    

        “เราก็อยู่ที่บ้านของเราซิ นี่มันบ้านของเรานะคะ” 

        “มันไม่ใช่บ้านของเราแล้ว” 

        “จะไม่ใช่ได้ไงคะก็นี่มันบ้านของเรา บ้านที่พ่อสร้างขึ้นด้วยเงินของเขาเอง” 

        “ฉันเอาบ้านหลังนี้ไปจำนองกับเจ้าหนี้ของฉันแล้ว”  

        “!” ฉันช็อกนิ่งเพราะแทบไม่เชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน “แม่ทำแบบนี้ได้ยังไง” 

        “ไอ้เจ้าหนี้มันขู่จะฆ่าฉัน ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงเพราะเงินที่แกหามาได้แกก็ต้องแบ่งเอาไปให้พ่อแกฟอกไตอีก มันไม่พอใช้หนี้ ตอนนั้นฉันจนหนทางแล้วจริงๆฉันก็เลยเอาบ้านไปจำนอง” 

        “นี่! พ่อรู้หรือเปล่า” 

        “ไม่รู้! มีแค่เราสองคนเท่านั้นที่รู้” ฉันกุมขมับเลยทันที อยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ“ถ้าอยากได้บ้านคืนแกก็ต้องแต่งงานจำเอาไว้” 

        “ทำไมแม่พูดเหมือนเป็นความผิดของหนู ทั้งๆที่แม่เป็นคนทำ” 

        “ก็แกให้เงินฉันน้อยนิ ฉันเลยต้องเอาบ้านไปจำนอง” น้อยตรงไหน ฉันให้เขาตั้งเดือนละสามหมื่น “แกไม่ต้องเครียดไป คนที่แกต้องแต่งงานด้วยเขาเป็นลูกชายของเพื่อนฉันเอง”  

        “แม่พูดเหมือนเขาจะยอมแต่งกับหนูง่ายๆ คนไม่รู้จักกันอยู่ๆจะให้มาแต่งงานกันได้ยังไง” 

       “ก็บอกแล้วไงว่าเดี๋ยวพาไปทำความรู้จัก” 

       สรุปจะเอาให้ได้ซินะ -_-  

       “ฉันรับรองเลยว่าถ้าแกได้เห็นเขาเมื่อไหร่ แกต้องอยากแต่งกับเขาแน่นอน ผู้ชายคนนี้ทั้งหล่อทั้งรวย อายุเพิ่งจะ 27 แต่ก็ได้เป็น ceo แล้ว แกลองคิดดูซิถ้าแกได้แต่งกับเขาแกจะไปสบายไปทั้งชาติเลย” 

       “โปรไฟล์เพอร์เฟ็คขนาดนี้เขาไม่มีแฟนแล้วเหรอคะ” 

       “มีแล้วไง ก็เราจะเอา” อ้าปากค้างเลยฉัน โรคผีพนันเข้าสิงมันทำให้คนเราช่างมีความคิดได้ต่ำตมจริงๆ “ไม่ต้องกลัวหรอกไม่ได้ด้วยเล่ห์เราก็ต้องเอาด้วยกล เพราะฉันตัดสินใจแล้วงานนี้เราจะพลาดไม่ได้เด็ดขาด” 

       “แล้วถ้าหนูพลาดล่ะคะ” 

       “ก็บอกแล้วไงว่าไม่พลาด ห้ามพลาดเด็ดขาด ถ้าเธอพลาดเราก็จะไม่มีบ้านอยู่” 

       “....” ช่างเป็นคำขู่ที่เอาดีเข้าตัวสุดๆ  

       “เอาเถอะน่าจะเครียดไปทำไม หลังจากนี้แกจะได้ไม่ต้องหลอกใครอย่างที่แกต้องการแล้ว แกแค่หลอกเอาเงินผัวมาคนเดียวก็พอ” 

       “แล้วผู้ชายคนนั้นเขาชื่ออะไรคะ” 

       คำถามของฉันส่งผลให้แม่เลี้ยงตบมือดังเพียะ เธอยกยิ้มราวกับดีใจ “ฉันรอคำถามนี้มานานแล้ว จำชื่อว่าที่ผัวเอาไว้ให้ดี โดยเฉพาะนามสกุลที่เธอต้องเอามาใช้ให้ได้” 

       “....” 

       “ บูม จิรากร วัฒนะยั่งยืน”        

ความคิดเห็น