email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

จอมโจรเด็ดบุปผานามหยางหรงเหยา/3

ชื่อตอน : จอมโจรเด็ดบุปผานามหยางหรงเหยา/3

คำค้น : 18++

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 99

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 พ.ย. 2563 19:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
จอมโจรเด็ดบุปผานามหยางหรงเหยา/3
แบบอักษร

...ให้ดับดิ้นนี่ตรงนี้เถิดหรงเหยา! ...  

รู้ถึงที่ใดล้วนขายหน้ามิอาจกล่าวอธิบายได้หมดเพราะคุณชายหยางลำดับที่สามถูกสตรีตัวเท่ามดฟาดเบ้าตาเพียงจะให้คนสนิทเห็นหยางหรงเหยายังต้องคิดอย่างหนักเลยทีเดียว!   

เมื่อคิดตกเช่นนั้นแทนที่คุณชายสามจะล้มเลิกตรงกันข้ามกายสูงใหญ่กลับพุ่งเข้าหาหญิงสาวอีกครั้งแต่เฉินอิงลั่วเองนางก็พยายามต่อต้านและสู้สุดกำลังตนเช่นกัน ฝ่าเท้าเล็กเตรียมตั้งการ์ดรอทันใด  

ทว่ามีหรือที่คนต้องการร่างน้อยจะยอมเช่นไรเขาก็เป็นถึงคุณชายตระกูลใหญ่มาก่อนเติบโตมาอย่างผู้ถูกตามใจเสมอจวบจนเติบใหญ่ก้าวขึ้นเป็นผู้ดูแลกิจการมากมายของตระกูลหยางความเอาแต่ใจจึงกลับเพิ่มมิอาจลดเช่นนั้นแล้วเพียงสตรีที่หยางหรงเหยาหมายตาว่านางจะช่วยรักษาอาการประหลาดของตนได้จึงดึงเอาทุกกลยุทธ์เด็ดดวงนำมาใช้เพื่อผลิตทายาททันที  

คราวนี้มือหนึ่งรวบมือน้อยสองข้างกดไว้เหนือศีรษะอีกครั้ง ส่วนปากก็ระดมกดจุมพิตไม่หยุด ส่วนมืออีกข้างก็ทำหน้าที่เสาะหาบุปผางามช่อกำลังเหมาะมืออีกด้วย เพื่อจะปรนเปรอให้ม้าป่าสาวหัวหมุนจนลืมตัวและเลิกพยศสยบต่อเขาอีกครั้งให้จงได้  

...แต่จะรอดมือยัยกี้เช่นนั้นหรือ? ....  

...หึ...  

ความที่ร่างกายใหม่นี้เล็กกว่ากายเดิมอยู่ถึงสองส่วนนางจึงมีความคล่องแคล่วว่องไวซึ่งมีติดตัวมาตั้งแต่จำความได้ยังชาติของนางสาวกิรณา  

เช่นนั้นแล้วกว่าคุณชายสามแห่งตระกูลหยางจะทันได้ลงมือจนสำเร็จกายของเฉินอิงลั่วนางก็พลิกพลิ้วหลุดรอดออกมาจากอ้อมอกคนตัวโตกว่านางอยู่เป็นครึ่งได้อย่างหวุดหวิด!   

...ตึง...  

ฝ่าเท้าเล็กทว่าฤทธิ์กลับร้ายเหลือ ถีบออกไปหนึ่งครั้งก็สามารถทำให้กายสูงสง่ายหงายหลังตกจากเตียงเป็นรอบที่สอง  

...ผ้าห่มถูกพันเข้ากับตัวแต่ยามแรกที่ออกมาแต่ห้องอาบน้ำที่ถูกกระชากโยนจนตกไว้ข้างเตียงใหญ่เมื่อครู่ถูกนางคว้าหยิบมาม้วนแล้วพันรอบกายของตนเองได้อย่างว่องไวจนหยางหรงเหยาทำได้เพียงทั้งอึ้งและทั้งทึ่งแม่นางน้อยตรงหน้าไม่รู้ว่าเป็นรอบที่เท่าใดของ ค่ำคืนนี้แล้ว  

...นางทำได้เช่นไร? ...  

และเพราะมัวแต่อึ้ง...ทึ่ง...และงง....เฉินอิงลั่วนางจึงใช้โอกาสเดียวอันแสนสั้นให้เป็นประโยชน์ทันทีมือเล็กคล่องแคล่วคว้าได้กระบี่ซึ่งคุณชายสามแห่งตระกูลหยางนั้นมักวางไว้ยังหัวเตียงตามนิสัยปกติที่ต้องมีอาวุธวางเอาไว้ใกล้ตัวประจำซึ่งยามนี้เกรงว่าบุรุษหนุ่มต้องคิดใหม่เสียแล้วว่าบางที่การวางของมีคมไว้ใกล้มือแต่มิใช่มือตนหาใช่สิ่งดีเลยแม้แต่น้อย  

...โดยเฉพาะการวางไว้ใกล้มีสตรีวิปลาสเช่นกิรณา...  

“เจ้า...วางมันลงเดี๋ยวนี้นะ!”   

น้ำเสียงนั้นเฉียบขาดยิ่งนัก หากเป็นผู้คุ้นเคยหรือเหล่าคนภายในจวนตนเองคงกลัวจนตัวสั่นเทาไปทั่วหน้าแล้วทว่ายามนี้...  

ขอโทษเถอะนะเจ้าคนหื่นขั้นเทพเพราะข้านั้นมันพวกคนโหดขั้นเหนือกว่าเทพเว๊ย!   

....หึ...ผู้ใดจะปัญญานิ่มยอมฟังเจ้ากันออกคำสั่งมิคิดกัน....  

นางคิดอย่างหัวเสียเล็กน้อยจะเป็นจอมหื่นเกินไปหรือไม่บุรุษภพนี้!   

“เช่นนั้นเรามาตกลงกันด้วยดีเถิดแม่นางน้อย”   

หยางหรงเหยาพยายามถ่วงเวลาให้ตนเองด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างที่ชีวิตนี้ตนเองมิเคยเอ่ยแม้แต่มารดาผู้วายชนม์จากไปแล้วก็ตามทีทว่ายามนี้กระบี่คมนั้นไร้ดวงตายิ่งเมื่อมันย้ายไปอยู่ในมือของสตรีย่อมมิใช่สิ่งฉลาดหากตนยังแข็งขืนต่อไป ทว่าในทางลับเขาก็ลักลอบส่งสัญญาณเรียกหาติงเค่อคนสนิทมาเป็นตัวช่วยไปด้วยเช่นกันอย่างไรเสียเขาก็เป็นคุณชายผู้มีคนติดตามเก่งกาจอยู่มิใช่น้อย  

"นี่! ...ข้ามิเข้าใจจริงแท้ว่าพวกบุรุษเหตุใดชอบพูดจาแบบพระเอกละครน้ำเน่านัก...เฮ้อ...พูดอะไรที่มันแปลกใหม่ สร้างสรรค์ชวนตื่นเต้นนะเป็นบ้างหรือไม่? หรือว่าแท้จริงแล้วเหล่าบุรุษร่ำรวยและรูปงามนั้นล้วนต่างต้องโง่งมกันทั้งสิ้น เมื่อครู่ข้าอยากคุยด้วยดีท่านมิคิดฟังยามนี้กระบี่ย้ายมาอยู่ยังกำมือของข้าท่านกลับมาชวนคุยด้วยดีท่านโง่เง่าหรือบ้าบอกันจึงคิดว่าข้าจะเชื่อฟังคำของท่าน"  

ดวงตาคมเบิกขึ้นเล็กน้อยด้วยมิคาดแต่ละคำนางล้วนเท่าทันเขาทั้งสิ้นเห็นทีคงดูเบานางเกินไปสินะเมื่อครู่  

“อย่าขยับ...ไม่สิท่านจงออกไปก่อน เลิกหน้ามัวเมาราคะก่อนจะได้หรือไม่ เราเพิ่งพบกัน ต่อให้ท่านจ่ายเงินซื้อตัวข้าแล้วก็ตามแต่หากข้ามิเต็มใจร่วมอภิรมย์ต่อท่านเช่นนั้นท่านก็เป็นได้เพียงโจรเด็ดบุปผาเท่านั้นคุณชายสาม”   

ด้วยจำได้ว่าทุกผู้เรียกบุรุษตรงหน้าเช่นนี้  

"เจ้า! "  

หยางหรงเหยาแต่เดิมก็มิใช่ผู้ชมชอบเอ่ยความยิ่งมาพบเจอคำกล่าวดุดันมิไว้หน้าเขาจึงยิ่งสิ้นคำจะโต้ตอบด้วยจวบจนเข้าวัยยี่สิบห้าหนาวล้วนมิเคยพบเจอผู้ใดเอ่ยคำพูดแสนแสบทรวงเช่นคนตัวเล็กซึ่งกำลังกระชับกระบี่คู่กายของเขาด้วยกิริยามิอ่อนข้อลงให้แก่บุรุษซึ่งมีทั้งร่างกายและพละกำลังมากกว่า  

...นางช่างกล้ามิกลัวตายจริงแท้! ...  

"ท่านสมควรจงสงบปากสงบคำเอาไว้จะเป็นผลดีต่อลำคอของตนเองมากกว่านะ...คุณชายสาม เพราะคนมีของคมอยู่ในกำมือนั้นเขาย่อมต้องมีสิทธิ์พูดเสียงดังกว่าเช่นนั้นยามนี้กระบี่ยังอยู่ในมือข้าท่านจงฟังอย่างเดียวหาไม่หากมือของข้าเกิดเส้นเอ็นกระตุกลำคอของคุณชายสาม นั้นเกรงว่าจะได้เลือดจนเลยไปถึงสิ้นชีพเอาได้"  

อาจจะด้วยยังมิคุ้นชินต่อสำเนียงของคนยังยุคนี้อีกทั้งยามนี้ตนเองทุกประสาทล้วนตึงเครียดเฉินอิงลั่วนางจึงเผลอกล่าวออกไปทั้งสำเนียงยังภพนี้ผสานไปด้วยสำเนียงภพเดิมที่ตนเองพูดคุยติดลิ้นมายี่สิบปี  

ทว่ายามนี้นั้นสตรีหลงภพเช่นเฉินอิงลั่วนั้นมือข้างขวานางก็กระชับด้ามของกระบี่เล่มโตมั่นคงอีกมือก็เร่งขมวดปมผ้าห่มผืนใหญ่ปกปิดกายเปลือยของตนเองให้แน่นหนาเข้าไว้ก่อนด้วยหากว่าตนเองต้อง'บู๊'กว่านี้อีก ย่อมแน่นอนว่านางมิได้คิดหวังอยู่แล้วว่าตนเองจะรอดเงื้อมมือของบุรุษผู้นี้ไปโดยง่ายเพราะนี่คือ'ถิ่น'ของเขาอีกทั้งตนเองก็ไร้ที่ไปทว่านางเพียงต้องการเวลาก็เท่านั้น  

"เจ้าควรเรียกข้าอย่างให้เกียรติสักหน่อยเสี่ยวหูหลี่! "  

...เสี่ยวหูหลี่....  

เฉินอิงลั่วนางเร่งทบทวนเล็กน้อยก็กระจ่างว่าตนเองถูกกล่าวหาว่าเป็นลูกจิ้งจอกน้อยเจ็บจี๊ดยิ่งกว่าโดนกระทืบเล็บเท้าเสียอีกด้วยสิ่งที่ตลอดมานางกลัวที่สุดก็คือลูกสุนัขตัวเล็กๆ ที่ขี้หูหนาขี้ตาเกรอะกรังเพราะในวัยเยาว์ตนเองเคยถูกลูกสุนัขกัดจนต้องไปฉีดยากันพิษสุนัขบ้าถึงยี่สิบสี่เข็ม นรกแตกยิ่งนักเช่นนั้นแล้ว นางจึงมีความหลังฝังใจต่อลูกสุนัขเป็นอย่างมาก แล้วเมื่อตนเองถูกเรียกเป็นลูกจิ้งจอกน้อยนางจึงขนพองทันใด  

"ท่าน...กล้าดียังไงมากล่าวหาว่าข้าเป็นลูกจิ้งจอกดูปากข้านะ...ข้า...เกลียด...ลูก...สุนัข! ... "  

เมื่อกระชับปมผ้าห่มแน่นดีแล้วเฉินอิงลั่วนางจึงยกนิ้วชี้จิ้มเข้าสู่ริมฝีปากตนเองก่อนจะเอ่ยช้าและแจ่มชัดเน้นคำให้อีกฝ่ายเข้าใจด้วยเช่นไรนางย่อมรู้คงยากหนีพ้นคงต้องทนอยู่กับคนผู้นี้ไปก่อน  

"ก็เจ้าล้วนมากเล่ห์! เมื่อมิเอ่ยนามเช่นนั้นข้าก็จะเรียกเจ้าว่าเสี่ยวหูหลี่ "  

กระบี่ในมือนี้คล้ายว่านางนั้นจะใช้มิคล่องนักแต่เมื่อใช้มิคล่องเช่นนั้นใช้ทุบศีรษะผู้เป็นเจ้าของก็คงหาผิดกฎใช่หรือไม่! ...  

...โพล๊ะ...  

...ตุบ...  

...โครม...  

ดังนั้นแล้วเพียงพริบตาเดียวหยางหรงเหยาก็คล้ายหน้ามืดวูบดับไปชั่วเวลาอันสั้นก่อนจะพบว่าตนเองนั้นยามนี้ได้เสียหลักล้มหงายหลังลงไปนั่งมึนยังพื้นห้องกว้างเสียงดังโครมใหญ่อีกเป็นครั้งที่สาม  

...หึ...  

มิเคยรู้ใช่หรือไม่ว่าเรื่องอันใดที่สตรีมิชมชอบอย่าได้คิดตอกย้ำขัดใจกันถึงนางจะนับว่าเป็นสตรีสายถึกสีทนได้มาแต่ไหนแต่ไรด้วยถูกเลี้ยงมาโดยบิดาซึ่งเป็นทหารกับพี่ชายที่เป็นตำตรวจย่อมมิได้ถึกทนธรรมดาอยู่แล้วแต่ทว่าความกลัวของคนอื่นอย่าได้เอามาล้อเล่นมันไม่สมควรพูดเพราะหากใครหาญกล้ามากล่าวกันต่อหน้านาง มักไม่ค่อยได้ตายศพสวยสักรายต่อให้เป็นพี่ชายก็ตาม!!   

ตุ๊บ!   

ตั๊บ!   

โพล๊ะ!   

พลั๊ก!   

โอ๊ะ! ....  

อุก!   

อึ๊ก! ....  

“ข้าบอกว่าเกลียดก็ย่อมต้องเป็นเช่นนั้นอย่ามามีเสียงต่อผู้ถือกระบี่อีก”   

อันที่จริงนางกลัวทว่าให้กล่าวจุดอ่อนต่อคนแปลกหน้าคงมิใช่ผู้ฉลาดนักเช่นนั้นจึงต้องแสร้งทำเป็นว่าตนเองเกลียดเจ้าสัตว์หน้าขนตัวเล็กซึ่งสตรีมากมายล้วนเอ็นดูทว่าเฉินอิงลั่วนาง กลับกลัวจนย้ายอุจจาระขึ้นไปไว้ยังสมองเลยทีเดียวหากได้พบเห็นไกลๆ หรือเพียงได้ยินภาพตนเองถูกลูกสุนัขไล่กัดอย่างบ้าคลั่งเมื่อครั้งยังเยาว์ก็มักถาโถมจนสติหายเสมอ อาการเช่นนี้ทั้งผู้เป็นพี่ชายและเพื่อนสนิทหลายคนต่างลงความเห็นว่านางนั้นคงป่วยด้วยโรคโฟเบีย* (การกลัวสัตว์หรือสิ่งของชนิดฝังใจรุนแรง) เข้าเสียแล้ว  

ซึ่งยามนี้อาการดังกล่าวกลับทำให้นางนั้นกลายเป็นผู้พลิกตำนานหนูถล่มราชสีห์ขึ้นมาโดยแท้....  

ส่วนคุณชายสามแห่งตระกูลหยางนั้นมึนหัวด้วยหงายหลังลงมานอนกระแทกพื้นไม้แข็งโป๊กอย่างมิทันได้ตั้งตัว  

...เถอะ! ...  

...นรกมันเถิดขายหน้าสิ้นดี! ...  

เขาไม่เคยเจอสตรีแปลกประหลาดผู้ใดบ้าดีเดือดได้เท่าสตรีดวงตาสีฟ้าออกม่วงผู้นี้มาก่อนเลยให้ตายดิ้นเถิดเขาถูกโจมตีแบบยังไม่ทันตั้งตัวอีกครั้งหนึ่งแล้ว มิอาจทราบได้ว่าเจ้าติงเค่อผู้นั้นมันไปตายเสียที่ใดแล้วจึงปล่อยให้เขาต้องเผชิญกับสตรีโหดร้ายนางนี้อยู่เพียงลำพัง!   

“หยุดนะ!”   

ยามเมื่อเห็นกายสูงใหญ่ยังพื้นเริ่มขยับเฉินอิงลั่วนางก็สะบัดเอาคมกระบี่เข้าใส่ยังหน้าอกแกร่งซึ่งเปลือยเปล่าด้วยรอยเสื้อคลุมแหวกจนแทบปิดอันใดไม่มิด  

...คุณชาย...ท่านช่างยั่วยวนข้าเกินไปแล้วนะ...  

“...พอแล้วหยุดเถิดเราค่อยพูดค่อยจากกันด้วยดีตามใจของเจ้าก็ได้”  

....หมดกัน....  

 

ความคิดเห็น