ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

1.เครื่องกดเงินเครื่องใหม่ [50%]

ชื่อตอน : 1.เครื่องกดเงินเครื่องใหม่ [50%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 637

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 พ.ย. 2563 18:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
1.เครื่องกดเงินเครื่องใหม่ [50%]
แบบอักษร

 

        “เราเลิกกันเถอะ” 

          “=[]=” 

          ชายตรงหน้าอ้าปากเหวอเมื่อได้ยินคำบอกเลิกอย่างไม่ทันคาดคิด เขากะพริบตาปริบๆจนน้ำลายเกือบไหลย้อย ก่อนจะดันแว่นเลนส์หนาเตอะให้เข้าที่เข้าทาง 

   “มะ เมื่อกี้ตี้ว่ายังไงนะ” 

   “เราเลิกกันเถอะค่ะ” 

   “ตะ แต่เราเพิ่งคบกันไม่ถึงสามเดือนเลยนะ” 

   “ที่บ้านหนูเขาอยากให้หนูโฟกัสเรื่องเรียน เขายังไม่อยากให้หนูมีความรักตอนนี้” 

          “แต่ตั้งแต่ที่เราคบกันมาคะแนนของตี้ก็ดีขึ้นทุกวิชาเลยไม่ใช่เหรอ” แอบลอบถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย คะแนนของฉันมันดีขึ้นทุกอย่างที่ผู้ชายคนนี้พูดจริง เพราะทั้งโครงงานเอย รายงานเอย ผู้ชายคนนี้เป็นคนทำให้ฉันเองทั้งหมด  

          “หนูอยากยืนด้วยลำแข้งตัวเองให้ได้ค่ะ หนูไม่อยากจะไปใช้ความสามารถของใครแล้ว หนูอยากได้คะแนนมาด้วยความสามารถของตัวเอง” 

          “ถ้าอย่างนั้นให้พี่ช่วยสอนตี้ก็ได้ เราสองคนอย่าเลิกกันเลยนะ พี่ขอร้องล่ะ” 

          แอบลอบถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายครั้งที่สอง เงินก็ไม่มีให้ใช้ยังจะมามีข้อต่อรองเยอะอีก ลองให้เขาไม่มีประโยชน์กับฉันซิ ฉันได้เขี่ยทิ้งไปตั้งแต่อาทิตย์แรกแล้ว 

          “ไม่ได้จริงๆค่ะ เลิกก็คือเลิก!” 

          “พี่รักตี้จริงๆนะ พี่ไม่อยากเลิกกับตี้เลย”

          “แต่หนูไม่ได้รักพี่อัด”

          “ตลอดเวลาที่ผ่านมาตี้ไม่เคยรักพี่เลยเหรอ”

          “ค่ะ!”        

          ตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันไม่เคยรักใครหรอก สิ่งเดียวที่ฉันจะรักได้มันก็มีแค่เงินเท่านั้นแหละ ยิ่งให้เงินเยอะ ฉันจะยิ่งอยู่นานแต่ถ้าเงินใกล้หมดเมื่อไหร่ฉันก็แค่เขี่ยทิ้งเหมือนอย่างเช่นที่ฉันกำลังทำกับผู้ชายคนนี้ 

 

         “ข้าวต้มร้อนๆพร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ” ควันสีขาวพวยพุ่งออกมาจากชามข้าวต้มแสนหอมอร่อย โดยมีผู้รับประทานคือฉันและพ่อของฉัน “อร่อยมั๊ยคะ” เอ่ยถามทันทีที่พ่อตักข้าวต้มเข้าปาก 

         “ลูกของพ่อทำ ยังไงก็อร่อยอยู่แล้ว”  

         “^^” ฉันฉีกยิ้มกว้างพึงพอใจในคำตอบอย่างที่สุด ก่อนจะตักข้าวต้มขึ้นมากินบ้างที่ซึ่งรสชาติมันอร่อยเหมือนอย่างที่พ่อบอกจริงๆ ตอนสมัยที่ทำใหม่ๆรสชาติอาจจะพอกินได้ แต่พอได้ฝึกปรือบ่อยๆฉันว่ารสมือของฉันก็น่าจะเทียบเท่ากับเชฟได้เลยนะเนี่ย 

         “วันนี้เรียนเป็นไงบ้าง” 

         “ก็ดีค่ะ แต่หนูหลับไปตั้งแต่ชั่วโมงแรกเลย” ฉันเอ่ยอย่างแกมขำ จนพ่อนั้นเขาก็ยิ้มตาม 

         “เชื้อพ่อนี่มันไม่ทิ้งแถวจริงๆ” 

         “สมัยเรียนพ่อก็หลับบ่อยเหรอคะ” 

         “ไม่ต้องถาม พ่อไม่เคยหลับ แต่พ่อโดดเรียนเลย”  

         ฉันยกนิ้วโป้งกดไลก์ให้กับผู้เป็นพ่อทันที “โห! พ่อคือไอดอลของหนูเลย” 

         “มันก็แน่อยู่แล้ว ใครๆเขาก็นับถือพ่อกันทั้งนั้น” 

         เสียงหัวเราะเฮฮายามเย็นคือช่วงเวลาที่ฉันมีความสุขที่สุด ซึ่งไม่ว่าวันนั้นฉันจะเหนื่อยมามากแค่ไหนแต่พอได้กลับบ้านมาพูดคุยกับพ่อความเหนื่อยล้าที่เคยมีก็เป็นอันหายจนปลิดทิ้ง 

        Rrrr 

        เสียงริงโทนจากโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้น ทำให้ฉันช้อนตาไปมองหน้าจอมือถือที่วางอยู่ข้างๆชามข้าวต้ม ซึ่งรายชื่อที่ปรากฏนั้นทำให้ฉันเลือกที่จะกดปิด แต่ในขณะเดียวกันเสียงพ่อก็แทรกเข้ามา        

        “เครื่องกดเงินโทรมาเหรอ ” 

        “....” ฉันนิ่งเงียบ  

        “ไหนตี้บอกว่าจะเลิกแล้วไง” 

        “คนในสายที่โทรมาหนูเลิกกับเขาไปแล้วค่ะ” 

        “เลิกไปแล้วงั้นก็แสดงว่ากำลังจะมีเครื่องกดเงินเครื่องใหม่ใช่มั๊ย” 

        “...” เป็นอีกครั้งที่ฉันเลือกที่จะเงียบ ไม่ตอบโต้ผู้เป็นพ่อ 

        “ตี้! พ่อเคยบอกลูกแล้วไง สิ่งที่หนูกำลังทำอยู่พ่อไม่เคยชอบเลยนะ พ่อบอกให้หนูเลิกไปตั้งกี่ครั้งแล้ว แล้วทำไมหนูไม่เคยฟังพ่อบ้างเลย” 

        “หนูฟังค่ะ แต่ที่หนูเลือกที่จะทำต่อหนูก็แค่อยากทำเพื่อพ่อ หนูอยากให้พ่อมีกินมีใช้ พวกเราจะได้ไม่ต้องลำบาก” 

        “ถ้ามันจะสบายเพราะเห็นลูกไปทำงานแบบนี้ พ่อก็ยอมลำบาก”  

        “....” ได้ยินพ่อพูดแบบนี้ทีไรฉันก็รู้สึกจุกทุกทีเลย  

        “ตี้! หนูเลิกไม่ได้เหรอ”                                      

        “พรุ่งนี้พ่อต้องไปฟอกไตนะคะ พ่อจำได้หรือเปล่า” คำอ้อนวอนของพ่อทำให้ฉันเลือกที่จะตัดบทเปลี่ยนบทสนทนา 

        “ถ้าพ่อไม่ไปมันจะทำให้ลูกหยุดทำเรื่องพวกนี้ได้มั๊ยล่ะ” 

        “ไม่ค่ะ พ่อต้องไปเพราะพ่อสัญญากับหนูไว้แล้วว่าพ่อจะไม่ทิ้งหนูไปไหน เราสองคนพ่อลูกจะต้องอยู่ด้วยกันไปอีกนาน” 

        คนเป็นพ่อถอนหายใจออกมาอย่างยืดยาว เพราะเวลาที่ฉันพูดคำสัญญาพวกนี้ทีไร พ่อของฉันก็เขามักจะยอมให้กับฉันตลอด  

        “เพราะรักลูกหรอกนะ พ่อถึงยอม”  

        ว่าแล้วพ่อก็เดินจากไป บรรยากาศที่ครึกครื้นเมื่อครู่ก็เงียบลงทันใด ตลอดเวลาที่ผ่านมาพ่อไม่เคยชอบเลยที่ฉันทำตัวหลอกเอาเงินจากคนอื่นไปทั่ว เมื่อก่อนคนที่เป็นเสาหลักของบ้านก็คือพ่อ พ่อคือคนหาเงินเข้าบ้านจ่ายค่าใช้จ่ายในบ้านทุกอย่างแต่นั้นมันก็เป็นสิ่งที่เคยเป็นเมื่อสี่ปีก่อน เพราะหลังจากที่ท่านไปตรวจสุขภาพแล้วพบว่าตัวเองเป็นโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายต้องไปฟอกไตทุกอาทิตย์ คนที่รับหน้าที่เป็นเสาหลักมันจึงตกมาเป็นที่ฉันแทน ในช่วงปีแรกฉันยังไม่ได้ทำงานนี่หรอกฉันก็ทำงานเหมือนคนทั่วไปนั่นแหละ มีไปเป็นเด็กเสิร์ฟบ้าง ล้างจานบ้าง ซึ่งในตอนนั้นมันก็ยังพออยู่ได้หรอกนะ เพราะเงินเก็บของพ่อยังมีอยู่ แต่ทว่าพอนานๆไปเงินเก็บที่มีมันก็ร่อยหรอลงไปทุกวัน เงินที่ได้จากงานพาร์ทไทม์ก็แทบจะไม่พอกิน ในตอนนั้นฉันเครียดมืดแปดด้านไปหมด เพราะไม่รู้จะมีหนทางไหนที่จะนำพาให้ฉันไปเจองานที่มีเงินเยอะๆได้บ้าง แต่ทว่าในความมืดแปดด้านนั้น แม่เลี้ยงผู้เปรียบเสมือนเป็นใบเบิกทางจึงนำพาให้ฉันเข้าสู่วงการต้มตุ๋น 

        หันไปมองหน้าบ้านเพราะเสียงรถที่ดังเข้ามามันจึงทำให้ฉันรู้ว่า แม่เลี้ยงของฉันท่านกลับมาแล้ว 

        กลับมาจากบ่อนไพ่....   

ความคิดเห็น