email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Chan's Children เด็กของชาน ตอนที่ 14

ชื่อตอน : Chan's Children เด็กของชาน ตอนที่ 14

คำค้น : เด็กของชาน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 22 เม.ย. 2564 16:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chan's Children เด็กของชาน ตอนที่ 14
แบบอักษร

 

 

 

 

 

AuThor : นามิ 

 

 

 

 

 

ตอนที่ 14 

 

 

 

 

 

“ไม่ร้องนะหนูน้ำเดี๋ยวพี่เสือก็กลับมาแล้วแค่เดือนเดียวเอง” วิชุดาพูดขึ้นเมื่อเด็กน้อยผละออกจากอ้อมกอดของเธอ 

“ครับ” น้ำตอบกลับไป วิชุดาจึงพาเข้ามาในบ้าน  

“ม้าซื้อเสื้อมาให้น้องน้ำด้วยนะ” วิชุดาพาไปห้องรับแขกและส่งถุงกระดาษให้ น้ำหยิบมาเปิดดูยิ้มออกมาเพราะเสื้อสวยมากแถมเนื้อผ้าก็ดีอีกด้วย 

“ขอบคุณครับ” น้ำยกมือไหว้ ยิ่งทำให้วิชุดาเอ็นดูมากเพราะเป็นเด็กที่มีมารยาท วิชุดาเคยเจอเด็กในสังกัดของชุนมาก่อนซึ่งแต่ละคนไม่สนใจวิชุดาเลย จ้องจะเอาแต่ลูกชายของเธออย่างเดียว 

 “แล้วป๊าจะกลับมาตอนไหนเหรอครับ” น้ำถามถึงเหมราชเพราะพอวิชุดากลับมาเหมราชก็หายหน้าหายตาไปจากบ้านเลย 

“ม้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน รายนั้นเคลียร์งานไม่เป็นเวลาด้วย” วิชุดาบอกกับน้ำเพราะเหมราชบ้างานหนักมากจนบางครั้งไม่ทานข้าวเลยก็มี 

“เหมือนพี่ชานเลยครับ” น้ำพูดออกมายิ้มๆ  

“ก็เขาพ่อลูกกันนี่นา” วิชุดาตอบกลับ 

“งั้นเดี๋ยวน้ำขอเอาเสื้อไปเก็บบนห้องก่อนนะครับ” น้ำบอกกับวิชุดาก่อนจะขึ้นไปบนห้อง พอเข้ามาในห้องก็น้ำตาซึมเพราะคิดถึงร่างสูง น้ำยอมรับได้เต็มปากว่าชอบชานเข้าเสียแล้ว  

มองไปรอบห้องก็คิดถึงแต่ร่างสูง ทั้งที่ผ่านไปไม่ถึงชั่วโมงเลย  

น้ำเบะปากเตรียมจะร้องไห้แต่เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเสียก่อน เป็นชานที่ส่งไลน์มาหา ชานส่งสติกเกอร์เป็นตัวการ์ตูนยิ้มมาให้  

น้ำกดส่งสติกเกอร์กลับไปแล้วเห็นฟอนต์ทักมาพอดีน้ำเลยกดโทรหาฟอนต์ทันทีเพราะมีเรื่องจะคุยด้วยอยู่ 

“ฟอนต์คิดถึงจังเลย” พอเพื่อนรักกดรับสายน้ำก็พูดก่อนเลย 

[คิดถึงเหมือนกัน หายหน้าไปเลยนะน้ำ] ฟอนต์เองก็คิดถึงเพื่อนไม่ต่างกัน  

[เรามีเรื่องอยากเล่าให้น้ำฟังเยอะแยะเลย โดยเฉพาะไอ้คุณเฉินนั่น] เสียงฟอนต์บ่นออกมาทันที  

[พรุ่งนี้เราว่างนะ น้ำให้คนมารับเราสิ เราไปไหนเองไม่ได้เลย ไอ้พี่เฉินส่งลูกน้องตามเฝ้าดูตลอดแล้วพี่ชานก็ให้เราไปอยู่เป็นเพื่อนน้ำด้วยใช่ไหมล่ะ] ฟอนต์โวยวายออกมาอีกครั้ง 

“ใช่ๆ แสดงว่าพี่เสือกับคุณเฉินต้องคุยกันเรื่องนี้แล้วแน่เลย งั้นพรุ่งนี้ฟอนต์ว่างมาหาเราไหม ทำงานหรือเปล่า” น้ำถามถึงความสะดวกของเพื่อนรักกลับไป 

[น้ำหายหน้าหายตาไปจนไม่รู้เลยหรือไงว่าพี่เฉินให้เราออกจากงานแล้ว แถมยังบังคับให้เราย้ายออกจากห้องเช่ามาอยู่คอนโดของพี่เฉินแล้วด้วย ชอบบังคับแถมยังเผด็จการสุดๆ] ฟอนต์เริ่มโวยวายอีกครั้งจนน้ำต้องยกโทรศัพท์ออกห่างจากหู 

“จริงเหรอฟอนต์แสดงว่าฟอนต์กับคุณเฉินก็....” น้ำเว้นวรรคเอาไว้เพราะอยากแกล้งเพื่อน 

[ไม่ต้องมาทำเป็นเว้นวรรคเลยน้ำ ก็เหมือนกับคู่น้ำนั่นแหละ] ฟอนต์พูดออกมาเสียงดังลั่น ทำเอาน้ำตาเบิกกว้าง 

“หมายความว่าฟอนต์กับคุณเฉินดึ้บๆ กันแล้วเหรอ” น้ำถามย้ำกลับไป คำตอบจากเพื่อนที่ได้มาทำเอาน้ำเขินแทน นึกสงสัยอยู่ว่านิสัยห้าวๆ อย่างฟอนต์จะทำตัวยังไงเวลาอยู่ใต้ร่างของเฉิน 

[เอาไว้พรุ่งนี้เราเล่าให้ฟังนะ] ฟอนต์เลี่ยงพูดตอนนี้เพราะมีเรื่องอยากปรึกษาน้ำอยู่เหมือนกันและอยากคุยต่อหน้ามากกว่า 

“ได้ๆ แล้วฟอนต์จะให้ไปรับกี่โมง” น้ำถามออกไป 

[สักเที่ยงก็ได้ เราทำความสะอาดห้องและซักผ้าพี่เฉินก่อน] ฟอนต์ตอบกลับมา  

“มีซักผ้าให้กันด้วย เหมือนเป็นแฟนกันเลยนะฟอนต์” น้ำพูดล้อเลียนเพื่อนรักทำเอาฟอนต์หน้าแดงขึ้นมา 

[ไว้ค่อยคุยกันพรุ่งนี้นะ] ฟอนต์เปลี่ยนเรื่องอย่างหน้าตาเฉยก่อนจะขอวางสายไป น้ำอยากวาร์ปให้ไปถึงพรุ่งนี้เลยเพราะอยากฟังเรื่องของฟอนต์แล้ว 

“ลงไปหาม้าดีกว่า” น้ำพูดจบก็เดินลงไปชั้นล่างมองหาวิชุดาก็ไม่เจอ  

น้ำได้ยินเสียงช้อนกระทบกับจานข้าวเลยเดินไปดูก็เห็นเป็นเหมราชกำลังทานข้าวอยู่ สีหน้าอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด  

น้ำจึงเดินเข้าไปหา ถึงว่าวิชุดาหายไปไหน ก็คงจะหลบหน้าเหมราชนี่แหละเพราะไม่มีใครอยู่บ้านหลังใหญ่เลยสักคน 

“เดี๋ยวน้ำเอาน้ำมาให้นะครับ” น้ำบอกกับเหมราช  

ถึงแม้จะเจอหน้าบ่อยขึ้นแต่ก็ไม่ชินสักทีเพราะเหมราชนั้นหน้านิ่งมากจนน่ากลัว น้ำพูดจบก็รีบลุกไปรินน้ำใส่แก้วและยกมาให้กับเหมราช 

“ป้าหวินกับป้าวาฬไปนอนแล้วเหรอครับ” น้ำเอ่ยถามเพราะนี่ก็ห้าทุ่มกว่าแล้ว ปกติถ้าเป็นเวลานี้น้ำหลับไปเป็นที่เรียบร้อยแต่พอชานไม่อยู่ก็เลยนอนไม่หลับ 

“ไปนอนกันหมดแล้ว ฉันให้ไปพักผ่อนเอง” เหมราชตอบกลับเสียงแผ่วเบา ดูแล้วคงเหนื่อยล้าพอสมควร 

“เอาน้ำขิงร้อนๆ สักถ้วยไหมครับ เผื่อดื่มแล้วจะได้สดชื่น” น้ำถามออกไปเพราะตอนทำกับข้าวเห็นขิงสดในตู้เย็น 

“เอาสิ งั้นรบกวนทีนะ” เหมราชบอกออกไปเพราะเขาก็รู้สึกปวดหัวอยู่เหมือนกัน ถ้าได้ทานน้ำขิงก็น่าจะโล่งหัวขึ้นมาบ้าง  

น้ำเลยรีบไปต้มน้ำขิงให้แต่น้ำขิงมีรสฝาดเลยใส่น้ำตาลลงไปเล็กน้อยเพื่อให้รสชาติหวานชุ่มคอด้วย น้ำเห็นเหมราชรวบช้อนจึงยกน้ำขิงมาให้ เหมราชยกมาดื่มแล้วยิ้มออกมาเพราะรสชาติกำลังดี ไม่ฝาดหรือไม่หวานเกินไป 

“ป๊าครับน้ำขอถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ” เมื่อเห็นเหมราชดื่มน้ำขิงจนหมดแก้วน้ำก็เลยลองเกริ่นถามออกไป  

“ว่ามาสิ” เหมราชตอบรับคำเพราะไม่ได้มีอะไรปิดบังอยู่แล้ว 

“คือธุรกิจที่พี่ชานไปคุยนั้นไม่ได้ผิดกฎหมายใช่ไหมครับ” น้ำกลั้นใจถามออกไปและแอบหวั่นว่าจะถูกดุกลับมา 

“ทำไมถึงได้ถามคำถามนี้” เหมราชถามกลับยิ้มๆ เจ้าลูกชายตัวดีไปทำอะไรให้สงสัยหรือเปล่าทำไมถึงได้ถามเรื่องนี้กับเขา 

“คือ....” น้ำพูดไม่ออก สมองคิดหาคำแก้ตัวจ้าละหวั่น น้ำแค่สงสัยเลยถามออกไปก็เท่านั้น 

“รู้ใช่ไหมว่าโกหกไปก็ถูกจับได้” เหมราชถามขึ้น น้ำเลยได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆ ไปให้เพราะถูกรู้ทัน 

“คุณบอลบอกว่าคุณวาร์ดเป็นมาเฟียแก๊งใหญ่ในฮ่องกง แถมยังบังคับให้คุณบอลหักหลังพี่เสือด้วยและยังลักพาตัวน้องบิวไปเป็นตัวประกันโดยที่พี่เสือไม่ได้แจ้งตำรวจ น้ำเลยคิดว่าคุณวาร์ดต้องอยู่เหนือกฎหมายแน่นอนเพราะต่อให้พี่เสือแจ้งตำรวจก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากพี่เสือต้องลุยเอง” น้ำบอกเรื่องที่สงสัยออกไป 

“การที่คุณวาร์ดอยู่เหนือกฎหมายแบบนี้และพี่เสือไปจัดการคุณวาร์ดก็คงเป็นเรื่องผิดกฎหมายด้วยใช่ไหมครับ” น้ำพูดออกมา 

“ใช่ ผิดกฎหมายเต็มๆ” เหมราชตอบกลับมาทำเอาน้ำแทบหยุดหายใจ 

“จ-จริงเหรอครับ!” น้ำถามย้ำกลับไป 

“รู้หรือเปล่าว่าทำไมชานถึงห้ามไม่ให้ไปโกดังเก็บสินค้าหลังบ้านเล็ก” เหมราชเอ่ยถามขึ้น ซึ่งเป็นคำถามที่น้ำอยากรู้มากเพราะชานย้ำถึงสองครั้งสองคราแล้ว 

“เพราะมันมีสิ่งที่ผิดกฎหมายอยู่ในนั้น” เหมราชพูดเสียงจริงจังทำให้น้ำใจหล่นวูบเมื่อได้ยินแบบนั้นและนึกสงสัยว่ามันคืออะไร มิน่าเล่าชานถึงสั่งห้ามไม่ให้ไปยุ่งบริเวณแห่งนั้น น้ำขยับถอยห่างจากเหมราชทันที 

“น้ำต้องเข้าใจคำว่ามาเฟียก่อน ทุกอย่างบนโลกนี้ไม่มีคำว่าซื่อตรงเสมอไป น้ำเคยให้เพื่อนลอกการบ้านหรือเปล่าล่ะ” เหมราชถามออกไป เขาพอมองออกว่าน้ำนั้นเริ่มไม่อยากอยู่บ้านหลังนี้แล้ว น้ำพยักหน้ารับ 

“ให้เพื่อนลอกการบ้านทั้งที่รู้ว่าเพื่อนไม่ตั้งใจเรียนและขี้เกียจแต่ก็ยังให้ลอก แค่นั้นน้ำก็ไม่ซื่อตรงแล้ว” เหมราชยกตัวอย่างให้ฟัง แต่ก็ไม่ได้ทำใจน้ำดีใจขึ้นมาเลยสักนิดเพราะมันต่างกันลิบลับ 

“ล-แล้วมี...ฆ-ฆ่าคนด้วยไหมครับ” น้ำถามออกไปอีก ตอนนี้ก้อนจุกใหญ่มันตันอยู่ตรงคอจนไม่รู้จะเอ่ยคำถามไหนออกมาดี  

“มาเฟียอยู่เหนือกฎหมายอยู่แล้ว น้ำรู้ใช่ไหมว่าถ้าฆ่าคนตายกฎหมายทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว” เหมราชทำหน้าจริงจังไปด้วย น้ำยิ่งกลัวมากกว่าเดิม น้ำยิ่งเห็นแค่ด้านดีของชานด้วย  

ไม่รู้ว่าน้ำควรทำตัวยังไงต่อไปดี เหมือนก้าวขาเข้าถ้ำเสือยังไงก็ไม่รู้ รู้สึกพลาดมหันต์ที่วันนั้นเมาแล้วเดินไปนั่งที่ตักของชาน 

“กลัวใช่ไหม” เหมราชถามขึ้น สีหน้าของน้ำเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด น้ำพยักหน้ารับทันที 

“น้ำยังเด็กอยู่ พอโตขึ้นอีกขั้นก็จะพบเจอสิ่งใหม่ที่ต้องเรียนรู้อีกเยอะ” เหมราชบอกได้แค่นั้นเพราะน้ำนั้นไร้เดียงสาจนเกินไป สภาพแวดล้อมที่เจอมานั้นยังน้อยเกินไปสำหรับหนึ่งชีวิตที่เกิดมา 

“ถ้าน้ำทำอะไรให้พี่เสือไม่พอใจ พี่เสือจะฆ่าน้ำไหมครับ” น้ำถามออกไปอย่างหวาดกลัว ถึงแม้ที่ผ่านมาชานจะไม่เคยทำแบบนั้นแต่น้ำก็ไม่ไว้ใจเพราะคิดว่าชานยังไม่เบื่อน้ำ  

แต่สิ่งที่ชานบอกกับน้ำเอาไว้ก่อนหน้าก็ยังไม่ลืม ชานบอกว่าหลังจากกลับมาถ้าน้ำยังรู้สึกกับชานเหมือนเดิม ก็จะขอเป็นแฟน  

แล้วถ้าชานเปลี่ยนใจเองล่ะ ชานจะไม่ฆ่าน้ำทิ้งใช่ไหม? 

“มันไม่ฆ่าคนที่มันรักหรอก” เหมราชบอกปลอบใจ 

“อย่าคิดมาก ชานก็เหมือนกับฉันนี่แหละ ถ้าได้รักใครแล้วไม่มีทางเปลี่ยนใจเด็ดขาด” เหมราชพูดออกมาทำให้น้ำนึกถึงวิชุดา 

น้ำนึกถึงสัญญาที่ให้ไว้กับร่างสูงว่าจะทำให้เหมราชกับวิชุดาคืนดีกันให้ได้ น้ำต้องทำให้สำเร็จก่อน! 

“งั้นป๊าดื่มน้ำขิงเสร็จแล้วอย่าเพิ่งขึ้นห้องนะครับเดี๋ยวน้ำมา ไม่เกินห้านาที” น้ำบอกกับเหมราชแล้วรีบเดินออกไปจากห้องครัวเพราะเดี๋ยวเหมราชจะปฏิเสธ น้ำเดินไปหน้าห้องวิชุดาแต่นึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ห้าทุ่มกว่าแล้วจะเป็นการรบกวนวิชุดาหรือเปล่า แต่แล้วประตูก็เปิดออกมา วิชุดาแปลกใจเมื่อเห็นน้ำยืนอยู่หน้าห้อง 

“อ้าวหนูน้ำมาหาม้าเหรอจ๊ะ” วิชุดาถามยิ้มๆ  

“ใช่ครับ...เอ่อ...น้ำมารบกวนม้าหรือเปล่าครับ” น้ำรีบถามออกไปอย่างเกรงใจ 

“ไม่เลยจ้า แล้วมาหาม้าเรื่องอะไรเอ่ย” วิชุดาถามกลับไป 

“คือป๊ากลับมาจากทำงานแล้วครับ สีหน้าอิดโรยมาก ป๊าคงเครียดเรื่องงานมากนะครับม้า” น้ำเกริ่นออกไป  

“แล้วยังไงเหรอหนูน้ำ” วิชุดายังไม่เข้าใจจุดประสงค์ของน้ำสักเท่าไหร่นักจึงถามต่ออีก 

“ก็ม้ามีของฝากมาให้ป๊าด้วยนี่ครับ ม้าลองเอาไปให้ป๊าสิครับ ป๊าต้องดีใจแน่เลย” น้ำบอกออกไป วิชุดาส่ายหน้าทันที 

“ไม่หรอกจ้ะคนแบบนั้นเมินคนเก่งจะตาย ม้าเอาไปให้ก็ไม่มีประโยชน์หรอก” วิชุดาปฏิเสธทันทีทำให้น้ำต้องคิดหาวิธีใหม่  

“แต่ม้าตั้งใจซื้อมาให้ป๊านี่ ม้าไม่เป็นห่วงป๊าเหรอครับ ป๊าเองก็เครียดเรื่องงานมาตลอด พี่เสือไปไหนมาไหนซื้อของมาฝากหรือเปล่าก็ไม่รู้ ถ้าน้ำเครียดเรื่องงานแล้วมีคนซื้อของมาฝาก น้ำจะดีใจมากเลยครับ” น้ำแกล้งทำเสียงหงอยและทำหน้าเสียใจไปด้วย 

“งั้นน้ำไม่รบกวนม้าดีกว่าครับ ฝันดีนะครับ” น้ำส่งยิ้มให้แล้วแกล้งเดินหนีแต่ก็แอบมองหางตาอยู่ วิชุดานิ่งไปเมื่อได้ยินที่น้ำพูดแล้วกลับเข้าไปในห้องจนน้ำใจแป่วและล้มเลิกแผนไปก่อน ค่อยคิดหาแผนพรุ่งนี้ใหม่ แต่น้ำก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นวิชุดาเดินออกมาจากห้องพร้อมกับถุงกระดาษที่บอกว่าซื้อมาให้เหมราช 

น้ำยิ้มออกมาก่อนจะแอบเดินตามไป วิชุดาเดินไปห้องครัวเป็นจังหวะเดียวกับที่เหมราชกำลังเดินออกมาพอดี ทั้งคู่มองหน้ากันจนน้ำเขินแทนเพราะชานคล้ายกับเหมราชมาก  

“อะไร” เหมราชถามขึ้นเมื่อเห็นถุงสีน้ำตาลยื่นมาตรงหน้า 

“ของฝากไง ฉันซื้อมาให้เพราะกลัวคุณจะเสียหน้าหรอกนะเพราะทุกคนในบ้านได้กันหมดทุกคน” วิชุดาอธิบายให้เข้าใจเพราะกลัวจะเสียหน้าเช่นกัน เหมราชรับของมาแล้วหยิบออกมาดูก็เห็นว่าเป็นเสื้อตัวที่วิชุดาเลือกดูตั้งแต่ที่พาน้ำไปเดินห้างวันนั้น 

“ขอบใจนะ” เหมราชเก็บเสื้อใส่ถุงใบเดิมแล้วเงยหน้าพูดกับอดีตภรรยา แต่น้ำเห็นอยู่ว่าเหมราชแอบยิ้มตรงมุมปากด้วย 

“กองไว้ตรงนั้นแหละ” วิชุดาตอบกลับแล้วเดินกลับไปที่ห้องทันที น้ำยิ้มออกมาเมื่อแผนการสำเร็จไปแล้วหนึ่งขั้น 

“แผนของน้ำใช่ไหม” เหมราชก็พูดขึ้น น้ำสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินออกไปหาและส่งยิ้มแห้งไปให้ 

“แฮะๆ ป๊ารู้เหรออยู่แล้วเหรอครับ” น้ำถามกลับไป  

เหมราชส่ายหน้าไปมากับความเจ้าเล่ห์ของเมียลูกชาย  

“หึ! เจ้าเล่ห์นะเรา” เหมราชนึกเอ็นดูที่เด็กตัวแค่นี้แต่ใจกล้าพยายามจะทำให้เขาและอดีตภรรยาคืนดีกัน  

“ก็น้ำสัญญากับพี่เสือไว้แล้วนี่ครับว่าจะต้องทำให้ป๊ากับม้าคืนดีกันให้ได้ก่อนที่พี่เสือจะกลับมา” น้ำยิ้มแฉ่งก่อนจะมองถุงในมือของเหมราช 

“ขอบใจนะ” เหมราชบอกแค่นั้นแล้วขอตัวขึ้นห้อง ส่วนน้ำก็ไปล้างจานทำความสะอาดโต๊ะจนเสร็จแล้วขึ้นไปบนห้องบ้าง 

น้ำรู้สึกโหวงเมื่อเข้ามาในห้อง กลิ่นอายของชานทำเอาอยากร้องไห้ออกมาอีกครั้ง ความรู้สึกมันเหมือนถูกทอดทิ้ง ซึ่งน้ำไม่อยากกลับไปเป็นแบบนั้นอีก น้ำมีปมคือถูกพ่อทิ้งไปตั้งแต่ยังไม่คลอดและพอคลอดก็ถูกแม่ทิ้งไปอีก น้ำหลับตาลงพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมา  

คำพูดป้าพิณยังดังกล้องอยู่ในความคิด.... 

“มึงเกิดมาโคตรจะไร้ประโยชน์รู้ไว้ด้วย” 

“ขนาดพ่อแม่แท้ๆ ยังไม่เอามึง แล้วกูที่ไม่ได้เบ่งมึงออกมา มึงคิดว่ากูจะรักมึงงั้นเหรอ” 

“ไม่ต้องเรียนต่อแล้ว ไปหางานทำแล้วเอาเงินมาให้กู ให้คุ้มกับที่กูเลี้ยงมึงมาแทนพ่อแม่ที่ทิ้งมึงไป” 

“ชีวิตมึงเนี่ยถ้าตายไปก็ไม่มีใครร้องไห้ตามหรอกนะ เกิดมาช่างไร้ประโยชน์จริงๆ” 

และอีกหลายประโยคที่น้ำถูกต่อว่าจากป้ามาตลอดสิบแปดปี พอหลุดออกจากที่แบบนั้นแล้วมาอยู่กับชาน น้ำมีความสุขมาก  

ชานไม่เคยเลี้ยงน้ำมาก่อนแต่กลับเป็นบุคคลที่ดีกับน้ำมากเสียจนยังอดคิดไม่ได้ว่าป้าพิณเป็นป้าแท้ๆ ของน้ำจริงงั้นหรือ?  

น้ำเช็ดน้ำตาออกแล้วไปอาบน้ำและเข้านอนตามปกติแต่ที่ไม่ปกติคือน้ำนอนไม่หลับ ชานจะกอดนอนน้ำทุกคืนจนชินไปเสียแล้วเด็กน้อยนอนพลิกตัวไปมาก่อนจะน้ำตาไหลอาบแก้ม  

น้ำหยิบโทรศัพท์มาพิมพ์ข้อความกดส่งไปหาชาน 

  

                   Nam : น้ำคิดถึงพี่ชาน นอนไม่หลับเลยครับ T_T      

                   Nam : //ส่งสติกเกอร์ร้องไห้// 

                                                                                                                                

.. 

.. 

หลังจากที่รถเคลื่อนตัวออกจากบ้านมาได้สักพัก ชานก็หยิบโทรศัพท์ออกมากดส่งสติกเกอร์ตัวการ์ตูนยิ้มไปให้น้ำและไม่นานน้ำก็ส่งกลับมา  

ชานเปิดอ่านแล้วตัดใจไม่ตอบกลับเพราะถ้าคุยกันไปเรื่อยๆ เขาจะทนไม่ไหวแล้วกลับไปหาร่างเล็กนะสิ 

จนเมื่อรถมาถึงสนามบิน สามหนุ่มก็ลงจากรถพร้อมกระเป๋าคนละใบ แต่พอเข้ามาในสนามบินก็มีเสียงประกาศบอกว่าเที่ยวบินของชานไฟลต์ดีเลย์ ทำให้ชานหัวเสียเป็นมาก  

เดือดร้อนเฉินและบอลต้องรีบหาเที่ยวบินไฟลต์ใหม่ ซึ่งโชคดีที่หาได้ทัน ถ้าหาไม่ได้และไปไม่ตรงเวลานัดกับคุณวาร์ดมีหวังได้ถูกตำหนิพอดี 

ชุน ชิน และเชนใกล้มาถึงแล้วเพราะทั้งสามคนอยู่ต่างจังหวัดจึงมาถึงช้ากว่าชานที่อยู่ใกล้ที่สุด ชานโทรไปบอกพี่ว่าไม่ต้องรีบมาเพราะไฟลต์เที่ยวบินดีเลย์ 

เสียงโทรศัพท์ของชานดังขึ้น ชานหยิบมาดูและเห็นว่าเป็นน้ำที่ไลน์มาหา นึกตำหนิเด็กน้อยในใจที่จะเที่ยงคืนอยู่แล้วยังไม่นอน ชานชะงักไปนิดเมื่อเห็นข้อความของน้ำที่ส่งมา เขาจึงกดโทรหาน้ำ 

 “คิดถึงพี่เหรอ” ชานถามขึ้นเมื่อน้ำกดรับสาย  

[ฮึก!...น-น้ำ...ฮึก!...นอนไม่หลับเลยครับ] น้ำพูดไปสะอื้นไปจนคนในสายเป็นห่วงขึ้นมา 

“อย่าร้องไห้สิเงียบก่อนเร็ว” ชานเริ่มนั่งไม่ติดเก้าอี้เมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ปนสะอื้นของน้ำ  

[หนู...ฮึก!...คิดถึงพี่เสือมากเลยครับ] ชานใจแทบขาดเมื่อได้ยินแบบนั้น ใจอยากจะบอกกับมือขวาและมือซ้ายเหลือเกินว่าไม่ไปแล้วและขอยกเลิกไม่ไปคุยงานครั้งนี้ 

“พี่ก็คิดถึงหนูครับ หยุดร้องไห้ก่อนเร็วเดี๋ยวตาก็บวมหรอก” ชานพูดไปตามสาย ถ้าอยู่ใกล้เขาจะดึงน้ำมากอดและลูบหัวไปด้วย 

[เมื่อไหร่จะครบหนึ่งเดือนก็ไม่รู้] ชานยิ้มออกมา เขายังอยู่สนามบินอยู่เลยแต่เด็กน้อยที่อยู่บ้านดันนับวันรอแล้ว 

 

 

 

 

 

------------++++++++++++-------------- 

ความคิดเห็น