ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 46

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 พ.ย. 2563 01:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1
แบบอักษร

 

**ขอแก้เนื้อหานิดหน่อยนะคะ มีการเปลี่ยนแปลงจากสำหนักเป็นโรงเรียนนะคะ **

 

 

 

จอมใจจักรพรรดินี 1

 

 

 

 

 

ครืนน ครืนน 

 

เสียงกรีดร้องดังระงมทั่วห้องบรรทมของรองพระชายา ผู้เป็นพระสวามีได้แต่เดินวนเวียนอยู่ด้านหน้าตำหนักของชายาตน อย่างร้อนพระทัย 

 

"ยังไม่คลอดอีกรึ นี่มันผ่านไปหนึ่งชั่วยามแล้ว ทำไมยังไม่คลอดอีก!!"ผู้เป็นสามีหรือฮ่องเต้ของแผ่นดินเอ่ยออกมาอย่างร้อนใจ

 

"กระหม่อมว่าพระองค์ในเย็นก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ องค์ชายกับพระชายาทรงไม่เป็นอันใดหรอกพ่ะย่ะค่ะ"เมิ่งเหย้าพูดออกมาเพื่อคลายพระทัยของฮ่องเต้ของตนก่อนจะหันไปภายในตำหนักลั่วเยว่ของพระชายาที่ภายในกำลังวุ่นวายเพราะองค์ชายองค์น้อยไม่ยอมประสูติเสียที 

 

 

 

ภายในตำหนัก

 

"พระชายาทำใจดีๆไว้ก่อนเจ้าค่ะ หม่อมฉันเห็นหัวขององค์ชายแล้วเพคะ เบ่งอีกครั้งนะเพคะ"

 

"อืออ อึบ  อึก.. เฮือกกก"

 

"อุแว้ แงง "เสียงร้องไห้ของเด็กทารกร้องไห้ดังลั่นห้องทะลุออกไปทำให้คนที่ยืนกังวลอยู่นั่นคลายพระทัย ก่อนจะยิ้มออกมา

 

"องค์ชายประสูติแล้วเพคะ"เสียงของสนมนางในคนหนึ่งร้องตะโกนออกมา ทำให้ฮ่องเต้รีบสาวเท้าเข้าไปด้านใน

 

"ไหน ลูกของเรา มาเราขออุ้มเจ้าตัวเล็กหน่อย ตัวเล็กกว่าพี่ชายของเจ้าอีก น้องหญิงว่าอย่างไร"ฮ่องเต้อุ้มองค์ชายน้อยองค์น้อยในอ้อมกอด ก่อนจะนั่งบนตั่งข้างพระชายาของตน

 

"น้องก็ว่าอย่างนั้นเพคะ ตัวเล็กยิ่งนัก"พระชายามองลูกน้อยในอ้อมกอดของพระสวามีของตน ก่อนจะยิ้มออกมา

 

"ฮ่าฮ่าฮ่า โตมาต้องงดงามและซุกซนเช่นเจ้ามากแน่ งั้นข้าจะให้นามว่า ซิงเหยียน แซ่จิ่น จิ่นซิงเหยียน  ซิงเหยียนที่หมายถึงความงดงาม เจ้าว่าดีหรือไหม"ฮ่องเต้มองซิงเหยียน พร้อมให้นิ้วเกลี่ยแก้มเบาๆ

 

"เป็นชื่อที่ไพเราะมากเพคะ จิ่นซิงเหยียน"พระชายามองบุตรชายของตนก่อนจะยิ้มออกมา ชื่อของซิงเหยียนมีอีกความหมายที่หมายถึง สนุกสนาน ซิงเหยียนตัวน้อยของแม่ เจ้าอย่าลืมความหมายของชื่อนี้เล่า 

 

 

 

5 ปี ผ่านไป

 

"ท่านแม่ ท่านแม่ ข้าจับเจ้าปุกปุยได้ด้วย ดูสิท่านแม่"เสียงอันเจื้อยแจ้วของเด็กชายตัวน้อยที่ร้องเรียกแม่ของตนให้หันมามอง พร้อมกับรอยยิ้มและกระต่ายผู้เคราะห์ร้ายในมือของเด็กน้อย

 

"ซิงเหยียน ร่างกายเจ้าเปรอะเปื้อนไปหมด เจ้าเด็กซนนี่"อิงฮวารวบตัวของซิงเหยียนขึ้นมานั่งบนตักของตนนับวัน องค์ชายตัวน้อยของทุกคนยิ่งซุกซนนัก ก่อนจะจับกระต่ายในมือของลูกชายตนปล่อยลง พร้อมปัดคราบเปื้อนให้ซิงเหยียน

 

"คิกคิก ท่านแม่ ชอบเจ้าปุกปุยที่ข้าจับมาหรือไม่"ซิงเหยียนหันมากอดมารดาของตนก่อนจะเงยหน้าถาม

 

"ชอบสิ แต่นับวันเจ้าช่างซุกซนยิ่งนัก แม่ละปวดหัวกับเจ้าจริงๆ"

 

"ข้ามิได้ซุกซนเสียหน่อย"ซิงเหยียนเอียงศีรษะซบบนอกมารดาอย่างออดอ้อน

 

"เห้ออ เจ้าเด็กดื้อ"อิงฮวาลูบหัวลูกน้อยบนตัก ก่อนจะยิ้มออกมา

 

 

 

 

 

"พระชายา ฮ่องเต้ทรงเรียกหาอยู่พ่ะย่ะค่ะ"เมิ่งเหย้าที่น้อมตัวคาราวะพระชายาก่อนจะรีบรายงานตามคำสั่ง

 

"อืม เดี๋ยวข้าตามไป"อิงฮวาตวัดมือเล็กน้อยก่อนจะอุ้มซิงเหยียนไปผลัดเสื้อผ้าใหม่

 

 

 

 

 

ณ ท้องพระโรง

 

"เสด็จพ่อ"ซิงเหยียนวิ่งเข้าไปกอดทันทีมาถึง สร้างความเอ็นดูจากพวกทหารพระราชวังได้โดยง่าย

 

"ไหนซิงเหยียนมาให้พ่อกอดเจ้าที"ฮ่องเต้เห็นองค์ชายตัวน้อยวิ่งมาก่อนก้างแขนรับอ้อมกอดของคนตัวเล็ก ก่อนจะอุ้มมานั่งบนตักตน

 

"หืม นับวันเจ้ายิ่งโตยิ่งงดงามจริงๆซิงเหยียนน้อย สงสัยข้าต้องคอยล้างหน้าประตูวังบ่อยๆ"ฮ่องเต้ หรือ จิ่นหวนหยาง พูดหยอดล้อกับซิงเหยียนอย่างอารมณ์ดี 

 

"เสด็จพ่อ ข้าไม่ไหน โตขึ้นก็จะอยู่ท่านพ่อ"เด็กน้อยพูดพร้อมใช้ศีรษะตนถูกับอกแกร่ง

 

"ฮ่าฮ่าฮ่า ต้องอย่างนี้สิ"

 

"ฮ่องเต้พ่ะย่ะค่ะ อวิ๋นซื่อเทียนรออยู่หน้าพระราชวังพ่ะย่ะค่ะ"เมิ่งเย้าบอกฮ่องเต้ที่ทรงหยอกเย้ากับองค์ชายตัวน้อยอยู่

 

"ดีดี ไปเชิญเข้ามา"

 

 

 

"ทูลฝ่าบาท กระหม่อมอวิ๋นซื่อเทียนขอรับ"อวิ๋นซื่อเทียนน้อมตัวถวายความเคารพต่อฮ่องเต้

 

"อืม อวิ๋นซื่อเทียน ข้าอยากรู้พลังวิญญาณของบุตรชายของข้า ตรวจให้หน่อยได้หรือไม่"

 

อวิ๋นซื่อเทียนน้อมตัวรับคำสั่งก่อนจะค่อยๆเดินได้ตรวจพลังวิญญาณขององค์ชายตัวน้อยในอ้อมกอด 

 

"เอ่อ.. กระหม่อมของตรวจอีกรอบได้หรือไม่ ขอรับ"อวิ๋นซื่อเทียนหน้าซีดหลังจากตรวจไม่พบพลังวิญญาณขององค์ชายจิ่นซิงเหยียน

 

"อืม"หลังได้คำตอบรับ อวิ๋นซื่นเทียนรีบตรวจหาพลังวิญญาณใหม่อีกรอบ ก่อนจะทรงตรัสกับฮ่องเต้

 

"ขออภัย ข้ากระหม่อมตรวจไม่พบพลังวิญญาณขององค์ชายจิ่นซิงเหยียนพ่ะย่ะค่ะ"

 

"เจ้าว่าอย่างไรนะ ไม่พบพลังวิญญาณรึ เป็นไปไม่ได้!!"เสียงตรวจดังกึกก้องทั่งท้องพระโรง

 

"เป็นขะ ความจริงขอรับ องค์ชายไม่มีพลังวิญญาณ"อวิ๋งซื่อเทียนรีบก้มตัวหมอบลงกับพื้นทันทีที่กล่าวจบ

 

"เสด็จพ่อ"จิ่นซืงเหยียนเงยหน้ามองพ่อของตนก่อนจะหน้าซีด 

 

เพราะจิ่นหวนหยางมองลงมาที่ซิงเหยียนอย่างรังเกียจ ก่อนจะพลักองค์ชายตัวน้อยลงจากตักตนอย่างไม่ไยดี

 

"ออกไปจากตัวข้า! ออกไป!!! แล้วอย่ามาให้หน้าข้าอีก"ฮ่องเต้ของแผ่นดินตวาดลั่นท้องพระโรง

 

"เสด็จพี่!!"อิงฮวาเมื่อเห็นลูกน้อยโดนพลักลงจากตักก็ตกใจรีบไปดูลูกชายของตนที่นั่งตัวสั่น ทั้งร้องไห้ออกมาดังลั่นท้องพระโรง

 

"ฮือๆ ท่านแม่"ซิงเหยียนรีบโผเข้ากอดแม่ของตน ก่อนจะร้องไห้ออกมา

 

"นำมันออกไปให้พ้นหน้าข้า"ฮ่องเต้เรียกทหารที่รับใช้ที่อยู่บริเวณนั่นพาตัวองค์ชายตัวน้อยที่เมื่อหน้านี้ยังเป็นที่รัก แต่กลับตอนนี้เป็นที่รังเกียจของฮ่องเต้ไปเสียแล้ว 

 

"อย่ามาแตะลูกข้านะ อึก ข้าจะพาเขาออกไปเอง"อิงฮวาอุ้มลูกน้อยแนบอกเดินจากมาพร้อมทั้งน้ำตา

 

เพราะลูกของตนไร้พลังหรือเขาถึงเป็นที่รังเกียจ อิงฮวาอุ้มองค์ชายซิงเหยียนกลับมาตำหนักทั้งๆที่เด็กน้อยยังร้องไห้ไม่หยุด

 

"ซิงเหยียนลูกแม่"อิงฮวากอดปลอบ ทั้งหลังน้ำตาออกมา 

 

"ท่านแม่ ข้า ข้ามันไร้ประโยชน์ เสด็จพ่อไม่รักข้าแล้ว"

 

"หากเขาไม่รักเจ้า ก็ไม่มีผู้ใดรักเจ้าหรือ แล้วข้าเล่าซิงเหยียน รักเจ้าไหม"

 

ซิงเหยียนเงยหน้ามองพระพักตร์มารดาก่อนจะพยักหน้ารับ พร้อมกอดมารดา 

 

 

 

"รับเสด็จพระราชโองการพระชายารองอิงฮวา"อิงฮวาได้ยินเสียงประกาศอยู่หน้าตำหนัก ก็เดินออกมารับราชโองการ

 

"พระราชโองการสั่งห้ามให้องค์ชายจิ่นเหยียนออกจากตำหนักจนกว่าจะอายุครบ 10ปี หลังจากอายุครบกำหนด ให้ส่งไปเรียนที่โรงเรียนต้าหยุนจบพระราชโองการ"

 

"ฮึ กะจะมิให้ซิงเหยียนเห็นเดือนเห็นตะวันเลยรึ ข้าน้อยซูอิงฮวา รับพระราชโองการ"

 

"พระชายารอง!!"เมิ่งเย้าร้องเสียงหรงทันที แต่มิทันได้ตอบกับอิงฮวารับสารแล้วเดินกับไปหาลูกตนทันที

 

 

 

นั้นเป็นเรื่องราวเมื่อ5ปีก่อนของข้า และตอนนี้ข้าและท่านแม่ได้ย้ายมาอยู่วังหลัง ตำหนักไผ่เขียว 

 

"ท่านแม่ ข้าทำสำรับเสร็จแล้วขอรับ"ซิงเหยียนรีบยกสำรับที่ปรุงขึ้นเองง่ายๆที่ทานพออิ่มสองแม่ลูกไปให้กับแม่ของตน

 

"แค่กๆ ลำบากเจ้าแล้วเหยียนเอ่อร์"อิงฮวาทรุดป่วยลงเมื่อสองปีก่อน คนรับใช้แบบการก่อนไม่มีซิงเหยียนจึงต้องพึ่งตัวเองเมื่อคราวนั้น

 

 "มิได้ลำบากลูกเลยท่านแม่ ข้าเต็มใจทำ ท่านแม่รีบทานเถิดเดียวหายร้อนพอดี"

 

"อืม เหยียนเอ่อร์ เจ้าอายุครบ10 ปีแล้ว พ่อเจ้าจะส่งเจ้าไปเรียนที่โรงเรียนต้าหยุน"อิงฮวาหน้าหมองลงทันที 

 

"ท่านแม่มิต้องกังวล ข้ารีบเรียนจะรีบกลับมา"ซิงเหยียนรีบจับมือแม่ตน ก่อนจะใช้แก้มถูลงบนหลังฝ่ามือ

 

"หากพ่อเจ้ารู้ว่าเจ้ามีพลังยุทธละก็คงเปลี่ยนใจเป็นแน่"อิงฮวาทำสีหน้ากังวล

 

"ท่านแม่ ตลอด5ปีที่ผ่านมา ข้าปิดเรื่องนี้เพราะหากว่าเรื่องข้ามีพลังยุทธแพร่งพรายออกไป ท่านพี่ฮั่วหาน ต้องส่งคนมาทำร้ายข้าและท่านแม่เป็นแน่"อิงฮวาทำสีหน้ากังวลก่อนจะพยักหน้าออกมา 

 

"เจ้ารับแม่เรื่องหนึ่งได้ไหม หากเจ้าไปเจ้าต้องใช้แซ่ ซู นาม ซิงเหยียน "อิงฮวาจับมือลูกชายของตน ก่อนที่ซิงเหยียนจะพยักหน้า

 

"ขอรับท่านแม่ ข้าซูซิงเหยียน เป็นลูกของท่านแม่ซูอิงฮวา"

 

"เจ้าเด็กนี่นี้"อิงฮวารับอ้อมกอด ก่อนจับลูบหัวซิงเหยียนอย่างอ่อนโยน

 

"แม่รักเจ้านะ ซิงเหยียน"

 

"ข้าก็รักท่านแม่"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ปล.ไม่เคยแต่งแนวนี้มาก่อน ฉากที่ทำให้ไรท์เครียดที่สุดในการแต่งคือ ฉากคลอดน้อง แล้วคือต้องใช้คำราชาศัพท์หรือป่าว ถ้าใช้คำผิดพลาดตรงไหน แนะนำไรท์ได้นะยังมือใหม่กับเรื่องแนวนี้อยู่ ขอบคุณค่ะ❤️❤️

ความคิดเห็น