ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

นางคือภรรยาข้า

ชื่อตอน : นางคือภรรยาข้า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 116

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 พ.ย. 2563 00:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
นางคือภรรยาข้า
แบบอักษร

หลังจากวันนั้นมา เถาจื่อจึงขออนุญาตเฟิงอวี่รับเด็กคนนี้ไว้ใช้งาน  ซึ่งเฟิงอวี่ก็ไม่ตอบอะไรเมื่อสืบความไปมาก็ได้ความว่าเนื่องจากบิดาล้มป่วยลงเจียอี้จึงต้องลาออกจากสำนักศึกษากลับบ้านมาคอยดูแลบิดา เขาทำงานทุกอย่างที่ทุกคนจ้างเพื่อนำเงินไปรักษาบิดา เฟิงอวี่จึงอนุญาตให้เจียอี้รับบิดามาอยู่ด้วยได้  เรื่องราวนี้สะกิดใจเฟิงอวี่ไม่น้อย  เยี่ยหมางเองก็ดูแลเขาอย่างดีเสมอมานับได้ว่าทำหน้าที่ของบิดาไม่บกพร่อง แต่เยี่ยหมางเองก็ตายจากไปได้ราวสองปีแล้ว 

 

วันนี้ยังก็เหมือนดั่งเช่นทุกวันเฟิงอวี่ออกไปทำงานแต่เช้า เถาจื่อเองก็มีงานเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอย่างนางกำลังง่วนอยู่กับการปะชุนเสื้อผ้าให้​     เฟิงอวี่จนกระทั่งว่าหากไม่มีงานอย่างอื่นคามือนางก็จะไม่ยอมให้เข็มอยู่ห่างจากมือ

 

ในตำหนักกลางสวนดอกเซี่ยงรื่อขุย(ดอกทานตะวัน) เฟิงอวี่กำลังปรึกษาราชการและผลรายงานเรื่องขุนนางกังฉินกับ   จักรพรรดิหวังเหล่ยฉี 

 

"ข้าได้ยินว่าเจ้ามีเด็กหนุ่มข้างกาย ช่างโชคดีเสียจริง" จักรพรรดิหนุ่มเอ่ยพลางยกชาขึ้นจิบอย่างใจเย็น

 

"เดิมที่กระหม่อมก็ไม่ได้อยากเก็บเขาไว้ พระองค์อยากได้ก็เอาไปเถิดพ่ะย่ะค่ะ" เฟิงอวี่เอ่ย ขณะที่มือกำลังถือเอกสารแล้วยกขึ้นอ่านตรวจความถูกต้องอีกครั้ง

 

"ไม่หรอก ได้ยินว่าภรรยาเจ้าเป็นคนให้เขาคอยติดตามเจ้า  เฟิงอวี่เจ้าช่างโชคดีที่ได้ภรรยาดี  ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้าต้องขอบใจข้าที่พาให้เจ้าได้มาเจอนาง" เหล่ยฉีเอ่ยพลางหัวเราะอย่างภูมิใจ

 

"ขอบพระทัยฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ "เขาตอบเสียงเนื่อย  เหล่ยฉีไม่สนใจเสียงเนื่อยนั้นยังคงกล่าวต่อ

 

"แต่ว่าข้าก็อยากเห็นเจ้าเด็กนั้น  เห็นพวกขุนนางนั้นว่างามกว่าเจ้าเสียอีก" เหล่ยฉีเอ่ยแล้วยกยิ้มมุมปากขึ้นอย่างมีเลศนัย​

 

"พระองค์ทรงอยากเห็นหรืออยากได้?กันแน่พ่ะย่ะค่ะ" เฟิงอวี่ตอบพลางเบือนหน้าหนี

 

"ไม่ต้องทำหน้าเช่นนั้น  หึ " เหล่ยฉีเอ่ย  เขากับเฟิงอวี่เป็นจักรพรรดิและขุนนางคนสนิทนี่จึงเป็นเรื่องปกติที่ทั้งสองจะนั่งคุยกันราวคนธรรมดา แรกเริ่มที่เขาขึ้นครองราชย์ก็พึ่งใจเฟิงอวี่ทันที เขามิอาจหักใจให้ชมชอบสตรีได้ ตำแหน่งฮองเฮาจึงว่างอยู่จนถึงทุกวันนี้  เมื่อพึงใจก็ไคว้คว้าแต่พอเฟิงอวี่มาอยู่ข้างกายเขากลับได้รับเพียงความหนาวเย็นจากน้ำแข็งหาใช่ความอบอุ่นที่เขาต้องการไม่ แต่นั่นกลับเป็นเรื่องดี เป็นเฟิงอวี่ที่มองดูเขาได้อย่างทะลุปรุโปรง ไม่นานทั้งคู่ก็สนิทกันยามที่เหล่ยฉีอยู่ใกล้เฟิงอวี่กลับสบายใจกว่าอยู่กับขุนนางขี้ประจบพวกนั้นเสียอีกแม้ว่าจะหนาวไปหน่อยก็เถอะ

 

"ขุนนางกังฉินพวกนั้นพระองค์จะให้กระหม่อมทำเช่นไรพ่ะย่ะค่ะ" เฟิงอวี่ถามขึ้น

 

"ยึดทรัพย์ แล้วประหารคนที่เจ้าเห็นควรว่าควรประหาร ตอนนี้คนพวกนี้ยังคงคิดว่าข้าหลอกง่ายยังคงสรรหาวิธีคดโกงมาเอ่ยต่อหน้าข้า  ครั้งนี้จะเป็นการประหารเพื่อเตือน" เหล่ยฉีเอ่ยนัยน์ตาประกายความเหี้ยมโหดขึ้นมาแม้ว่าจะเพียงแวบเดียวเท่านั้น

 

"กระหม่อมรับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ" เฟิงอวี่เอ่ยแล้วถวายบังคมลากลับจวนทันที เมื่อนึกถึงใบหน้าอ่อนใสนั้นขึ้นมาก็พาให้ใจเต้นแล้วตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่เขาไม่รู้ตัวว่าในชีวิตจะต้องมีนางอยู่ในสายตา เกือบเดือนมานี้นางปฏิบัติราวกับว่าเขาคือสามีนางจริงๆ ทั้งอาหารการกิน เสื้อผ้า เครื่องนอน ทั้งยังมานอนอยู่ที่ห้องหนังสือกับเขาทุกวันด้วยข้ออ้างว่ากลัวผีแม้ว่าเขาจะเห็นสายตาซุกซนของนางที่ชอบมองสำรวจใบหน้าเขาก็ตาม เฟิงอวี่ควบม้ากลับจวนผู้ตรวจการโดยมีเจียอี้ควบม้าตามหลังมา 

 

เจียอี้ที่เริ่มแรกกลัวเฟิงอวี่จนตัวสั่น แต่ตอนนี้กลับเริ่มชินกับท่าทางเย็นชานั้นแล้ว ทั้งยังเพิ่มความรู้สึกเคารพอยู่หลายส่วน  เพราะหลังจาก​   เฟิงอวี่อนุญาตให้พาบิดาเขามาอยู่ด้วย เถาจื่อก็จัดหาท่านหมอมารักษาอยู่นานจนหายนี่จึงนับเป็นบุญคุณที่ชาตินี้เขาคงจะตอบแทนไม่หมด  ทั้งสองควบม้าจนมาถึงจวน สิ่งแรกที่ได้เห็นประจำคือเถาจื่อจะออกมาต้อนรับอยู่ที่หน้าประตูเสมอ

 

"กลับมาแล้วหรือเจ้าคะ" เถาจื่อถามพลางช่วยเฟิงอวี่ถอดเสื้อคลุม เขาพยักหน้าเบาๆเป็นการตอบ

 

"วันนี้มีซี่โครงตุ๋นรากบัว เต้าหู้สามรส ผัดมันฝรั่งวันก่อนข้าเห็นท่านกินหมั่นโถวได้เยอะวันนี้ข้าจึงให้คนนึ่งหมั่นโถวอีก  จะกินข้าวเย็นเลยหรือไม่เจ้าคะ" นางถามเขาอย่างใส่ใจ เถาจื่อตั้งใจไว้แล้วหลังจากที่อยู่กันมาเกือบจะครบเดือนนางกลับยิ่งค้นพบว่าสามีนางน่าดึงดูดใจ นางจึงตั้งใจไว้ว่าจะใช่ระยะเวลานี้ให้คุ้มค่าที่สุด อย่างไรนางก็เป็นภรรยาในนามแม้ว่าจากนี้ไปนางจะเป็นหม้ายสามียังไม่ตายก็ยอมเพียงให้นางได้ดูแลเขา  เมื่อไม่กี่วันก่อนนั้นบิดานางเพิ่งจะส่งจดหมายมาบอกว่า เป็นเพราะเฟิงอวี่ตรวจสอบเขาอย่างเที่ยงธรรมและนำขึ้นรายงานต่อจักรพรรดิ ทำให้จักรพรรดิเห็นความชอบเลื่อนขั้นบิดานางเป็นขุนนางขั้นสามสังกัดกรมพิธีการ เงินเดือนเพิ่มขึ้นอยู่สบายขึ้นทำให้นางวางใจ  นี้เป็นเพราะก่อนหน้านี้นางขอเฟิงอวี่ไปเยี่ยมบิดาทั้งยังบอกกับเขาว่าเป็นห่วงบิดา เขาจึงช่วยให้นางสบายใจด้วยวิธีของเขาเช่นนี้

 

"อีกสามวันข้าต้องไปต่างเมืองเพื่อประหารคน " จู่ๆเฟิงอวี่ก็พูดขึ้นขณะที่นางกำลังจัดสำรับ

 

"อ้อ..." เถาจื่อตอบแล้วนึกขึ้นได้จึงพูดต่อ"เช่นนั้นข้าขอไปด้วยได้หรือไม่เจ้าคะ?" นางถาม    เฟิงอวี่มองนางก่อนจะถอนหายใจถามนางกลับ

 

"เจ้าจะไปทำไม" 

 

"หากว่าข้าไม่ไปใครจะปรนนิบัติท่านละ  " นางตอบแล้วนั่งลงตรงข้ามเขา

 

"แต่ข้าไปประหารคน เจ้าไม่กลัวหรือ" เขาถามแล้วคีบผัดมันฝรั่งกิน

 

"หากข้ากลัว ก็คงไม่ใช่ข้า ท่านคงจะแต่งกับข้าตัวปลอมแล้วเจ้าค่ะ"  นางตอบแล้วคีบข้าวใส่ปาก  ไม่ทันได้สังเกตมุมปากของเฟิงอวี่ที่โค้งขึ้นเล็กน้อย

 

" อ้อ..." เฟิงอวี่ตอบเพียงแค่นั้นแต่มุมปากยังคงโค้งอยู่   ไม่รู้ตัวว่าเขาชอบพูดคุยกับนางตั้งแต่เมื่อไหร่ 

ความคิดเห็น