ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

น้ำแข็งสั่นไหว

ชื่อตอน : น้ำแข็งสั่นไหว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 114

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 พ.ย. 2563 00:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
น้ำแข็งสั่นไหว
แบบอักษร

เย็นวันนั้นเถาจื่อจึงตั้งใจลงมือทำอาหารด้วยต้นเอง น้ำแกงไข่หนึ่งถ้วย ผัดกุ้ยช่ายหมูสามชั้น และปลาไป๋ชางยวีเจี๋ยนบ๊วย เย็นวันนั้นเฟิงอวี่จึงกินข้าวได้มากกว่าปกติหนึ่งถ้วย มากกว่าที่นางเห็นเมื่อเช้า

 

"กับข้าวพวกนี้เจ้าทำเองหรือ"  เขาถามขึ้นเบาๆหลังจากกินข้าวเสร็จ

 

"เจ้าค่ะ อีกสักสองสามวันแม่ครัวก็จะมาแล้วท่านพ่อข้าส่งคนมาให้ สองสามวันนี้ท่านก็ทนกินฝีมือข้าไปก่อน"  นางเอ่ยขณะที่ทิ้งตัวนั่งลงข้างๆเขาในห้องหนังสือ แล้วหยิบตำราเล่มหนึ่งขึ้นมาเปิดอ่าน

 

เฟิงอวี่มองหน้านางเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ตอบอะไร เถาจื่อจึงพูดขึ้น

 

" เรื่องทั้งหมดไม่ใช่ความผิดท่าน ท่านไม่ได้เป็นคนผลัก ฉะนั้นก็อย่าโทษตนเองเลย"  นางเอ่ยพลางใช้หางตาเหลือบมองเฟิงอวี่่ที่นิ่งเงียบไป เงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของทั้งคู่ เฟิงอวี่ไม่มองนางทั้งยังไม่ตอบอะไร เถาจื่อรู้สึกใจไม่ดีทั้งยังรู้สึกว่ามีไอเย็นแผ่ออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่นางก็ยังทำใจเย็นอยู่จนปลายยามไฮ่(21:00-22:59) นางจึงปิดตำราลงหมายจะเข้าห้องนอน

 

"นับว่าเจ้าหาข่าวมาดี " จู่ๆเขาก็พูดขึ้นเสียงเข้ม เถาจื่อหันมามองสามีในนามแล้วเหมือนนึกอะไรได้อย่างไรเสียนางก็แต่งกับเขาแล้วไม่รู้ว่าจักรพรรดิจะลืมเรื่องนี้เมื่อไหร่ ฉะนั้นผูกมิตรกับเขาไว้ย่อมดีแน่ ใจนางอยากจะละลายน้ำเเข็งที่จับตัวหนาเป็นเกาะหุ้มหัวใจเขา นางจึงเอ่ยขึ้น

 

"ท่านเข้าไปนอนที่ห้องได้นะ จะได้ไม่ต้องหลังขดหลังแข็งหลับบนโต๊ะอ่านตำรา" นางว่า

 

"ข้านอนที่นี่ได้" เฟิงอวี่ตอบเพียงเท่านั้นแล้วก้มหน้าอ่านตำราต่อ เถาจื่อจึงหมุนตัวกลับไปห้องนอนโดยไม่พูดอะไร

 

หลังจากที่เถาจื่อออกไปเฟิงอวี่ก็ปิดตำราลงแล้วมองออกไปที่ประตู เขาถอนหายใจเบาๆ ทำไมนางถึงยังอยากเข้าใกล้เขากันนะ นางสืบข่าวเรื่องเขามานางจะตำหนิเขาไหม แต่ตำหนิแล้วเช่นไรอย่างไรก็ต้องหย่าอยู่ดี ระยะนี้ต้องรักษาระยะห่างให้นาง  เฟิงอวี่คิดในใจ  คิดจบไม่ทันไรก็มีร่างเล็กหอบเอาหมอนและผ้าห่มมาในห้องหนังสือ เฟิงอวี่ขมวดคิ้วเข้าหากันทันที  

 

เถาจื่อทิ้งของลงเสียงดังตึงแล้วเงยหน้ามองเฟิงอวี่ แล้วยิ้มให้เขาอย่างเซ่อซ่า

 

"คือว่านะ ข้าเป็นคนกลัวผี เลยไม่อยากนอนคนเดียวคืนก่อนข้ากลัวจนแทบไม่ได้นอนวันนี้ข้าขอนอนที่นี่ด้วยแล้วกัน" นางบอกกับเขาแล้วจัดแจงปูผ้าห่มลงกับพื้น กะไว้ว่าจะเอาลองนอนครึ่งห่มครึ่ง เฟิงอวี่ไม่พูดได้แต่มองนางจัดแจงจนเสร็จเรียบร้อย

 

"ชายหญิงมะ..." ยังพูดไม่ทันจบเถาจื่อก็พูดขึ้นก่อน

 

"ท่านจะบอกว่าชายหญิงไม่ควรอยู่ใกล้กันท่านลืมแล้วหรือว่าข้าแต่งให้ท่านแล้ว" นางตอบแล้วยืนขึ้นเดินตรงไปหาเขาแล้วนั่งลงข้างๆ พลางใช้นิ้วมือจิ้มระหว่างคิ้วเขาแล้วพูดต่อ

 

"คิ้วท่านจะผูกกันอยู่แล้ว" นางเอ่ย เฟิงอวี่นิ่งอึ้งตั้งแต่เกิดมาอายุปูนนี้เขาไม่เคยใกล้ชิดหญิงใดเลยเมื่อนางแตะเนื้อต้องตัวจึงตกใจเป็นธรรมดา  เมื่อสติคืนเขาก็รีบปัดมือออกอย่างรวดเร็ว เถาจื่อที่เพิ่งจะรู้สึกตัวก็หน้าร้อนผาวไม่คิดว่าตนจะกล้าถึงเพียงนี้ แม้ว่านางในยามปกติจะเป็นคนสบายๆไม่ยึดติดกับกรอบประเพณีแต่เมื่อครู่มันก็ใกล้เกินไปจนได้กลิ่นอายของบุรุษ นางใจเต้นระส่ำรีบหดมือกลับแล้วเดินกลับไปที่นอนตนเอง

 

"ข้าจะนอนแล้วนะ" นางร้องบอกเฟิงอวี่ที่ตอนนี้ใบหน้าเรียบเฉยราวกับว่าไม่มีวิญญาณอยู่ร่าง  เมื่อเห็นว่าเขาไม่ตอบนางจึงข่มตาหลับลง

 

ในขณะเดียวกันนั้นภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยของเฟิงอวี่แต่หัวใจเขากลับรั่วเร็วราวกลองศึก หว่างคิ้วยังรู้สึกถึงสัมผัสจากปลายนิ้วของนาง กลิ่นหอมอ่อนๆเหมือนดอกกล้วยไม้จากกายนางยังติดจมูก  เขาหันไปมองนางที่อยู่ใต้โปงผ้าห่มอย่างสงสัย

 

วันลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว วันนี้เยี่ยเฟิงอวี่จะต้องเข้าเฝ้าที่วัง มู่เถาจื่อจึงตื่นแต่เช้าเพื่อมาดูแลและปรนนิบัติสามีในนามด้วยตัวเอง หลายวันที่ผ่านมานับว่าเฟิงอวี่จะไว้ใจนางมากขึ้น ทั้งคู่เหมือนจะสนิทแต่ก็ยังมีช่องว่างตรงกลางอยู่ เขาปฏิบัติต่อนางอย่างสุภาพและเย็นชา!เป็นบางครั้ง แต่ก็นับว่าพูดคุยกันมากขึ้น ระหว่างที่ช่วยเฟิงอวี่ใส่เสื้อคลุมนั้น นางจึงเอ่ยขออนุญาต

 

"วันนี้ข้าจะออกจากจวนไปซื้อของจำเป็นนะเจ้าค่ะ" นางบอกกับเขาขณะที่ยืดตัวขึ้นช่วยเขาสวมเสื้อคลุม

 

เฟิงอวี่ไม่ตอบอะไรเพียงส่งถุงเงินให้นางแต่ เถาจื่อไม่รับไว้

 

"ท่านเก็บไว้ใช้เถอะอันใดสมควรซื้อท่านก็ซื้ออย่าประหยัดจนตระหนี่ ส่วนของใช้นั้นเป็นของข้าข้าจะใช้เงินตนเองซื้อ" นางตอบพลางผูกถุงเงินให้เขา ระหว่างผูกนั้นสายตาของนางก็เหลือบไปเห็นตะเข็บชุดขุนนางของเขาที่หลุดลุ่ย เถาจื่อปวดแปลบในใจ เสื้อผ้าไม่เคยได้รับการปะชุนเพราะเขาอยู่ตัวคนเดียวกระมัง นางอดสะท้อนใจไม่ได้

 

"เช่นนั้นก็แล้วแต่เจ้า"เขาเอ่ยแล้วเดินออกไปขึ้นม้านางยืนส่งเฟิงอวี่จนลับสายตาแล้วกลับเข้าเรือน

 

หลังยามซื่อ(09:00-10:59) นางจึงพาจิ้น​     เอ๋อร์ออกไปจ่ายตลาด

 

"เอ๋นั้นฮูหยินผู้ตรวจการใช่หรือไม่"  สตรีผู้หนึ่งเอ่ย

 

"ใช่ๆ บุตรสาวขุนนางแซ่มู่คนนั้นไง " อีกคนตอบ

 

เถาจื่อเดินผ่านไปอย่างไม่ใส่ใจ แน่ละอย่างไรแล้วนางก็ได้ชื่อว่าแต่งกับคนที่เหมือนศพแม้ว่าเฟิงอวี่จะหล่อเหลาสง่างามแค่ไหนความหล่อนั้นก็ทะลุผ่านม่านหมอกที่เขาสร้างขึ้นมาไม่ได้ นางซื้อของหลายอย่างจนแทบจะหอบหิ้วกลับจวนไม่ไหวล้วนแล้วแต่เป็นของกินของใช้ในเรือนและยังมีผ้าและด้ายอีกจำนวนหนึ่ง จิ้นเอ๋อร์ที่ถือของอยู่ด้านหลังบ่นอุบ

 

"คุณหนูเจ้าค่ะ พอแค่นี้ก่อนเถอะเจ้าค่ะ" นางเอ่ยขึ้นพลางนั่งลงอย่างเหนื่อยหอบ

 

"แต่ข้า...ยังอยาก...ได้อันนั้น..." เถาจื่อตอบสาวใช้ด้วยน้ำเสียงหอบเหนื่อยไม่แพ้กันตัวนางก็มีสภาพไม่ต่างจากสาวใช้เลยสักนิดสองมือมีแต่ข้าวของ เพราะในจวนมีบ่าวเพียงสามคน จิ้นเอ๋อร์แม่ครัวที่บิดานางส่งมาให้และสาวใช้เก่าแก่ของจวนลี่ฟางยังไม่ทันหายเหนื่อยก็มีเสียเอะอะดังขึ้นจากด้านหลังของพวกนาง

 

" ไป เจ้าเด็กสกปรกร้านข้าไม่ต้องการ" เสียงเถ้าแก่ร้านขายอาหารร้านหนึ่งไล่คนออกมาอย่างใจจืดใจดำ  เถาจื่อที่อดทนไม่ได้เมื่อเห็นคนโดนรังแกจึงเดินเข้าไปห้ามลืมความเหนื่อยเมื่อครู่เสียสิ้น จิ้นเอ๋อร์ที่ได้แต่กระตุกชายผ้าห้ามอย่างทำอะไรไม่ได้คุณหนูของนางหากว่ามีคนโดนรังแกตรงหน้าจะต้องเข้าไปยุ่งตลอด จิ้นเอ๋อร์คิดในใจกระตุกชายผ้านางแรงขึ้นอีก  แต่เถาจื่อไม่ฟัง

 

"เถ้าแก่เด็กนี่ทำอะไรผิดกัน ต้องไล่กันเหมือนหมูเหมือนหมาเลยหรือ" นางถามท่าทางเอาเรื่อง

 

"ไม่ทราบว่าแม่นางน้อยนี้เป็นผู้ใดกัน  เจ้าเด็กนี่เนื้อตัวสกปรกมอมแมมเช่นนี้ข้าไม่เอามาทำงานในร้านหรอก  หรือว่ามันเป็นคนของแม่นางน้อย"  เถ้าแก่ตัวอ้วนฉุถามนางกลับ เถาจื่อมองเด็กหนุ่มที่หลุบตาลงก่อนหันไปตอบ

 

"ข้าไม่ใช่แม่นางน้อย และเขาไม่ใช่คนของข้า แต่ท่านทำไม่ถูกเพียงแค่บอกให้เขาไปก็พอไม่ต้องให้คนโยนออกมา  นอกร้านเช่นนี้" นางตอบกลับ

 

"หากไม่ใช่คนของท่าน ท่านจะเดือดร้อนอะไร  แต่ที่บอกว่าไม่ใช้แม่นางน้อยเนี้ยออกจะเกินไปหน่อยหน้าอย่างท่านอย่างไรก็คือแม่นางน้อย ฮ่าฮ่าฮ่า " ชายตัวอ้วนตอกกลับ เถาจื่อหน้าเปลี่ยนสีนางไม่ชอบให้ใครมาเรียกนางว่าแม่นางน้อยเถาจื่อจึงตอบกลับไป

 

"เช่นนั้นท่านก็ไม่เหมือนเถ่าแก่เลยสักนิดข้าว่าท่านเหมือนหมูมากกว่า" นางพูดจบแล้วหันหลังกลับส่งเสียงเรียกเด็กหนุ่มคนนั้นให้ตามไปด้วย  แต่ก้าวเท้าไปได้เพียงครึ่งก้าวนางก็รู้สึกว่าอะไรลอยมาโดนศีรษะอย่างจัง

 

"ว๊าย คุณหนู  นี่เจ้ากล้าดีอย่างไรทำเช่นนี้"  จิ้นเอ๋อร์พูดเสียงดัง ส่วนเถาจื่อที่กุมหัวอยู่ค่อยๆหันมาช้าๆ 

 

"อยากหาเรื่องรึ ถึงข้าเป็นสตรีใช่ว่าจะยอมให้ใครมารังแกง่ายๆนะ" นางเอ่ยพลางมองหน้าชายตรงหน้าอย่างโมโห

 

เถ้าแก่เนี้ยร้านขายอาหารยิ้มกริ่มในใจคิดว่าสตรีตัวเล็กข้างหน้าจะทำอันใดได้เขายืนกอดอกอย่างสะใจ  ที่ขว้างกระบวยเหล็กในมือโดนหัวนางอย่างจัง

 

"ออกไป ตัวเสนียดร้านข้า" เถ้าแก่ร้านอาหารตะโกนเสียงดัง  เถาจื่อโมโห กำลังจะถกแขนเสื้อขึ้นสู้แต่เสียงเย็นๆเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

 

"เจ้าว่าผู้ใดเป็นเสนียด" เฟิงอวี่ที่เพิ่งกลับมาจากเข้าเฝ้ากำลังจะตรงไปสำนักผู้ตรวจการจึงผ่านมาทางนี้พอดีกับเหตุการณ์ขว้างกระบวยเมื่อครู่

 

"ผะ...ผู้ตรวจการ!"เถ่าแก่ร้านอาหารอุทานเสียงสั่นตกใจลนลาน เด็กหนุ่มข้างตัวนางจึงรีบคุกเข่าลง

 

"เป็นข้าน้อยผิดเองขออภัยผู้ตรวจการเยี่ยด้วยข้าน้อยเป็นต้นเรื่อง" เฟิงอวี่มองเด็กชายก่อนจะหันไปมองเถ่าแก่ร้านอย่างเย็นชา​ ใช้สายตาเย็นๆในการสอบปากคำ จนเถ่าแก่ผู้นั้นหนาวเหน็บไปทั้งใจก่อนจะเอ่ยเสียงสั่นออกมา

 

"ข้าน้อยไม่ได้ตั้งใจว่าผู้ตรวจการเพียงไล่คนพวกนั้นไปไกลๆร้านข้าน้อยขอรับ " เถ่าแก่ตอบ

 

"คนพวกนั้นที่เจ้าว่าที่เจ้าเพิ่งขว้างกระบวยใส่ คือภรรยาข้า" เฟิงอวี่ตอบหลายวันมานี้นางดีต่อเขาเอาใจใส่ทุกอย่างอย่างที่เขาไม่เคยได้รับเฟิง​ อวี่จึงอยากตอบแทนเรียกได้ว่าเกราะน้ำแข็งนั้นดูจะสั่นคลอนแล้วบ้าง

 

เถ่าแก่ร้านอาหารได้ยินเช่นนั้นก็หน้าถอดสีหายใจหายคอแทบไม่ทันเขาเงยหน้ามองเถาจื่อ​อย่างหวาดๆกลัวว่านางจะจัดการเขา

 

"เรื่องนี้เป็นข้าที่เข้ามาช่วยเด็กเมื่อครู่เถียงกันมากไปหน่อยเถ้าแก่จึงบันดาลโทสะ หากท่านพี่ จะลงโทษก็สั่งให้เขากินเจลดน้ำหนักสักเจ็ดวันเถอะ  ตอนนี้ข้าอยากจะกลับเรือนแล้ว" นางเอ่ยแล้วเงยหน้ามองเฟิงอวี่ เมื่อเขาประกาศว่านางเป็นภรรยานางจะทำอะไรบุ่มบามชิงฟ้องเอาหน้าไม่ได้เพราะนางกลัวว่าจะกระทบภาพลักษณ์ของเขานางจึงยอมถอยก่อน  เมื่อเฟิงอวี่พยักหน้าให้นาง  เถาจื่อจึงเดินออกมาพลางบ่น

 

"ร้อนจะตายอยู่แล้ว" นางเอ่ยขณะที่สองมือก็หอบหิ้วของมากมาย  เดินมาหลายก้าวเสียงฝีเท้าม้าก็เดินตามมา

 

"ขึ้นมาสิ" เสียงของเฟิงอวี่ดังขึ้นด้านหลังของนาง เถาจื่อหยุดแล้วมองเฟิงอวี่พลางคลี่ยิ้มออกมา

 

"ข้านึกว่าท่านจะไม่พูดเสียแล้วข้าเหนื่อยแทบตายแล้ว" นางว่า ก่อนจะตัวลอยขึ้นเพราะเขาดึงนางขึ้นไปอย่างรวดเร็วขึ้นมานั้งอยู่ด้านหน้าเขา

 

"อ๊า...ของข้าร่วงหมดแล้ว จิ้นเอ๋อร์เอาไปคนเดียวไม่หมดหรอกนะเจ้าคะ" นางเอ่ยแล้วเงยหน้ามองคนตัวสูงที่เวลานี้จมูกนางห่างจากแก้มเขาเพียงนิดเดียวเท่านั้น

 

"ให้เจ้าเด็กนั้นขนไป" เขาเอ่ยเสียงดัง  เด็กชายผู้นั้นตะลึงอยู่ครู่เฟิงอวี่จึงควบมาออกเดินไป จิ้นเอ๋อร์จึงหันมาตะโกนบอกเด็ก

 

"แล้วเจ้ามัวช้าอะไรไม่ได้ยินผู้ตรวจการบอกหรือ" จิ้นเอ๋อร์บอกแล้วกวักมือเรียกเด็กชาย

 

"ขอรับๆ  ไม่ทราบว่าพี่สาวชื่อออะไรหรือ"  เด็กชายเอ่ยขณะที่เข้ามาช่วยจิ้นเอ๋อร์เก็บของ

 

"ข้าชื่อจิ้นเอ๋อร์ เจ้าละชื่ออะไรอายุเท่าไหร่แล้วเนี้ย" นางถามมือก็สาละวนเก็บของใส่ตะกร้า

 

"ข้าน้อยชื่อเจียอี้ ปีนี้สิบเจ็ดปีแล้วขอรับ" เขาตอบนาง

 

"งั้นก็ไม่ใช่เด็กน้อยสิ?!" จิ้นเอ๋อร์อุทาน

ความคิดเห็น