email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เรื่องเมื่อคราเก่า

ชื่อตอน : เรื่องเมื่อคราเก่า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 109

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 พ.ย. 2563 00:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เรื่องเมื่อคราเก่า
แบบอักษร

เถาจื่อตื่นแต่เช้าอย่างสดชื่น นางบิดไปมาซ้ายทีขวาทีลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตาทำธุระส่วนตัวจนเสร็จก็เดินตรงเข้าห้องครัว เนื่องจากที่นี่มีบ่าวอยู่เพียงคนเดียวไม่รวมบ่าวที่นางนำติดตัวมาเมื่อวานหนึ่งคน ห้องครัวจึงถูกปิดไว้นานไม่มีแม้กระทั่งวัตถุดิบหรือข้าวสารสักไห เถาจื่อตกตะลึงอยู่บ้างจึงเดินตามหาเฟิงอวี่จนทั่วทั้งเรือนจำได้ว่าเขาบอกนางว่าจะไปนอนที่ห้องหนังสือนางจึงตรงไปที่ห้องหนังสือค่อยๆเปิดประตูเข้าไปก็เห็นเขาฟุบหน้าลงหลับตาพริ้มอยู่ที่โต๊ะอ่านหนังสือ เถาจื่อค่อยๆเดินเข้าไปอย่างเงียบเฉียบนางนึกอยู่ในใจว่าควรจะปลุกเขาดีหรือไม่จนแล้วจนรอดนางก็ทำได้เพียงยืนมองดูเขาหลับ แต่กระเพาะนางที่หิวข้าวจนเกินจะทนไหวก็ร้องโครกครากเสียงดัง  ร่างใหญ่นั้นจึงขยับลุกลืมตาขึ้นมามองนาง

 

"เจ้าหิว?" เขาถามด้วยสีหน้าไร้อารมณ์เถาจื่อแทบจะอ้าปากค้างในใจคิดว่าคนผู้นี้ไม่กินข้าวหรือไรกัน

 

"ใช่ข้าหิวแล้ว ห้องครัวไม่มีอาหารสักอย่าง" นางบอกเขากระเพาะน้อยๆของนางก็ร้องประท้วงขึ้นอีกครั้งเฟิงอวี่ทำสีหน้าเหนื่อยหน่ายเต็มที่

 

"ปกติข้าไม่กินอาหารที่เรือน เจ้าก็ให้บ่าวออกไปซื้อข้าวเถอะ" เขาตอบแล้วยืนขึ้นเดินผ่านนางออกมาก่อนจะหยุดแล้วหันมาส่งถุงเงินให้นางแล้วหมุนตัวเดินกลับไป เถาจื่อได้แต่โง่งมยื่นงงเป็นไก่ตาแตกคนสกุลเยี่ยนี้แปลกประหลาดทุกคนเลยหรือเมื่อวานตอนส่งนางเข้าหอมารดาเขาก็พูดเพียงว่าวันพรุ่งนี้ไม่ต้องลำบากมาไหว้ที่เรือนเพราะจวนผู้ตรวจการกับเรือนสกุลเยี่ยห่างกันมากนัก  คำพูดเหมือนจะห่วงใยเอาใจใส่แต่ในแววตานั้นเผยความรังเกียจเดียจฉัน พอมาวันนี้สามีในนามของนางผู้นี้กลับมาบอกว่าไม่กินข้าวที่เรือน  แล้วเขาไปกินที่ไหน ออกไปทำงานต้องไปแวะกินข้าวข้างทางหรือ  หรือว่าเขาจะไม่กินข้าวเลย ความคิดแรกไม่เท่าไหร่ความคิดอย่างหลังเนี้ยทำเอานางนั้นอดสั่นสะท้านไม่ได้ เถาจื่อเดาะถุงเงินหนักอึ้งในมือไปมาแล้วชั่งใจคิดดู จึงตัดสินใจว่าจะเปิดครัวอย่างไรแล้วนางก็ต้องอยู่ที่นี่ไปจนกว่าเขาจะหย่าให้นางก็คงจะไม่ปล่อยให้ท้องหิวทุกเช้าหรอก คิดได้ดังนั้นนางก็เรียกจิ้นเอ๋อร์สาวใช้ของนางออกไปจ่ายตลาดด้วยกัน  เมื่อมาถึงตลาดนางก็ซื้อทั้งของสดและแห้งและอาหารไม่เช้าติดมือกลับมาฝากเฟิงอวี่ด้วย

 

หลังจากกินอาหารไม่เช้าเสร็จเรียบร้อย  เถาจื่อบอกเขาเรื่องเปิดห้องครัว  เฟิงอวี่ไม่เอ่ยอะไรเพียงพยักหน้าแล้วขอตัวออกไปจัดการงานให้เสร็จ  เนื่องจากจักรพรรดิประทานวันหยุดให้ถึงเจ็ดวันเฟิงอวี่จึงแทบไม่มีอะไรทำ ได้แต่ส่งพิราบไปที่สำนักผู้ตรวจการสั่งให้คนเอาเอกสารงานมาให้เขา เป็นครั้งแรกที่เฟิงอวี่ร่วมโต๊ะทานอาหารกับผู้อื่นแล้วไม่รู้สึกอึดอัด คงเป็นเพราะว่าสตรีตัวเล็กผู้นั้นก้มหน้าก้มตากินหาได้สนใจเขาไม่ เขาพยายามออกห่างนางให้มากหน่อยเพราะกลัวว่านางอาจจะกลัวเขาเช่นผู้อื่นแต่เปล่าเลย นางกลับยิ่งค่อยๆขยับเข้าหาเขาเสียอย่างนั้น สิ่งที่เฟิงอวี่ไม่รู้คือเถาจื่อเองก็กลัวเขาจนตัวแทบสั่น

 

ภายในครัว

 

"เป็นอย่างไรเรื่องที่ข้าสั่งไป" เถาจื่อถามจิ้นเอ๋อร์ที่กำลังทำความสะอาดเตาไฟ  จิ้นเอ๋อร์หน้าซีดค่อยๆเข้ามาใกล้ๆเถาจือแล้วเริ่มเล่า

 

"เป็นเช่นนี้เจ้าค่ะ..."

 

ราวแปดปีก่อน สกุลเยี่ยเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น ตอนนั้นเยี่ยเฟิงอวี่อายุได้สิบห้าปีก็ต้องเสียมารดาไปเพราะเหตุจมน้ำ มารดาเขาเป็นเพียงอนุคนหนึ่งเท่านั้นแต่ในเวลานั้นนับได้ว่านางคืออนุคนโปรดของผู้ตรวจการเยี่ยหมางเป็นอย่างมาก ฟิงอวี่ในตอนนั้นเป็นลูกอนุที่โชคดีที่สุดเพราะเขาได้รับการปฏิบัติดั่งเช่นลูกของภรรยาหลวงทุกอย่างแม้กระทั่งได้ไปเรียนวันที่เกิดเรื่องเฟิงอวี่และมารดากำลังนั่งอยู่ริมสระมารดาเขานั่งดูเขาซ้อมดาบอย่างภูมิใจจังหวะนั้นก็มีมือดำปริษนาพลักเด็กชายวัยสิบห้าปีตกลงไปในน้ำ  หูของเฟิงอวี่ได้ยินมารดาเขาตะโกนเพียงคำเดียวว่า ฮูหยิน  เท่านั้นเขาก็จมลงไปในน้ำในขณะที่เฟิงอวี่นั้นกำลังสำลักน้ำและขาดอากาศหายใจ สายตาก็เห็นมารดาของตนที่โดดน้ำลงมาช่วยแม้ว่านางจะว่ายน้ำไม่เป็นก็ตามนางดันเขาขึ้นจากน้ำขณะที่ตนเองใช่มือเกาะขอบสระไว้อย่างทุลักทุเลเฟิงอวี่ที่กำลังสำลักน้ำอยู่ไม่ทันได้ช่วยมารดาตน เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นฮูหยินเยี่ยเดินไปหามารดาตน  แล้วเหยียบมือนางไว้  ไม่ทันได้ห้ามปรามมารดาเขาที่เจ็บมือจนต้องปล่อยมือออกจากขอบสระก็ค่อยๆจมลงไปต่อหน้าต่อตาเฟิงอวี่ร้องเรียกให้คนช่วยแต่ไม่มีผู้ใดกล้าครั้นเขาจะกระโดดลงไปเยี่ยหมางก็มาถึงพอดี รั้งตัวเขาไว้ไม่ให้โดดตามมารดาลงไป  หลังจากนั้นมา เฟิงอวี่กับฮูหยินเยี่ยก็ไม่มองหน้ากันอีกเลย   หัวใจเขาเย็นเยียบเมื่อมองไปที่บ่าวไพร่หลายคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นแต่ไม่มีใครคิดช่วยมารดาเขา  รอยยิ้มสะใจบนมุมปากของฮูหยินเยี่ยยังคงชัดเจนอยู่ในสมองของเฟิงอวี่จนถึงทุกวันนี้  เฟิงอวี่ค่อยๆกลายเป็นคนพูดน้อยและนิ่งเฉยให้กับทุกเรื่องรอบตัว

 

เถาจื่อพยักหน้าตาในใจคิดว่า  สามีนางช่างน่าสงสาร

 

"ข้าเข้าใจเขาแล้วละ" นางเอ่ยขึ้น จู่ๆเถาจื่อก็นึกถึงตนเองขึ้นมาเมื่อครั้งที่มารดานางป่วยและจากไปนางเองก็แทบอยากจะเผาร่างตามไปด้วย  ตอนนี้นางเข้าใจเยี่ยเฟิงอวี่แล้วว่าทำไมเขาจึงเป็นแบบนั้น พลันในใจนางก็บังเกิดอยากมอบความอบอุ่นอ่อนหวานให้แก่ใจเขาบ้างเขาต้องอยู่โดดเดี่ยวมานานต้องรู้สึกหนาวแค่ไหนกันนะ

ความคิดเห็น