ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

จันทร์​สาดส่อง​ห้อง​หอ​

ชื่อตอน : จันทร์​สาดส่อง​ห้อง​หอ​

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 139

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 พ.ย. 2563 00:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
จันทร์​สาดส่อง​ห้อง​หอ​
แบบอักษร

บทที่1

 

ภายใต้ผ้าคลุมสีแดง สตรีนางหนึ่งกำลังนั่งรอผู้เป็นสามีอยู่ มือของนางที่กำเข้าหากันมีเหงื่อออกจนง่ามนิ้วชื้นนางไม่เพียงกังวลเท่านั้น แต่นางหวาดหวันเมื่อพบหน้าผู้เป็นสามีครั้งแรก ใบหน้างดงามผิวขาวจนแทบซีดผมยาวดำขลับร่างสูงใหญ่ แม้ว่ารูปร่างหน้าตาจะงดงามราวดอกเหมยต้องหิมะแค่ไหน แต่ไอสังหารที่แผ่ออกมาจากตัวข่มขวัญให้ผู้คนไม่กล้ามองตรงๆและพูดหยอกได้นั้นช่างน่ากลัวเกินบรรยาย 

 

'ไม่ใช่ว่าเขาเป็นศพเดินได้หรอกหรือ ' มู่เถาจื่อ หวาดหวันในใจสิ่งที่นางกลัวที่สุดในโลกนี้คือผี แต่นางกลับได้สามีที่ทำตัวเหมือนผี จืดชืดเย็นชาดวงตาไร้แวว

 

แกร็ก แกร็ก เมื่อเถาจื่อคิดถึงตรงนี้นางก็ได้ยินเสียงประตูเปิดนางหลับตาแน่น

 

'เหตุใดยามนึกถึงผีจะต้องมีเสียง' เถาจื่อคิดในใจ ผ่านไปครู่นางที่หลับตาอยู่ก็รู้สึกถึงเงาดำใหญ่มายืนอยู่ตรงหน้านางเนิ่นนานก็ไม่เอ่ยอะไร เถาจื่อจึงค่อยๆลืมตามองช้าๆอย่างกล้าๆกลัวๆพลันมือดำใหญ่นั้นก็ยื่นมาตรงหน้านาง​  เถาจื่อหลับตาลงเอนตัวหลบพลางยกมือขึ้นไหว้

 

"โอ๊ย อย่ามาหลอกข้าเลย ข้ากลัวแล้ววันนี้วันมงคลท่านก็ไปหากินข้างนอกเถิดนะอย่าหลอกข้าเลย"  นางพูดเสียงดังหลับตาแน่นมือก็ประนมสั่นไปมา

 

เจ้าของมือนั้นมองนางอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะเอ่ยออกไป

 

"ข้าไม่ใช่ผี" เขาตอบออกไปแล้วเก็บมือกลับมาไว้ข้างกาย  เถาจื่อที่กำลังตัวสั่นค่อยๆดันตัวเองขึ้นมานั่งแล้วถามกลับอย่างกล้าๆกลัวๆ

 

"จริงหรือ" นางค่อยๆลืมตามอง  เยี่ยเฟิงอวี่   ไม่ตอบเขาเพียงกระแอมไอหนึ่งครั้งเท่านั้น เถาจื่อจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจ นางจึงลุกนั่งยืดหลังตรงมองฝ่าผ้าคลุมโปร่งบางสีแดงนั้นไปเห็นเขายืนนิ่งอยู่กับที่

 

'เขาคงจะเปิดผ้าคลุมหน้าละมั้ง' เมื่อคิดได้เช่นนั้นนางก็นั่งนิ่งๆให้เขาเปิดผ้าคลุมหน้าแต่รอจนแล้วจนรอดเขาก็ไม่เปิดเพียงยื่นอยู่เฉยๆเช่นนั้นไม่พูดไม่จา เถาจื่อก็หมดความอดทนลง

 

"ท่านจะไม่เปิดผ้าคลุมข้าหรือไงหรือจะยืนจ้องกันแบบนี้ทั้งคืน" นางถามอย่างเหลืออด  หรือเขาจะเป็นศพเดินได้จริงๆนางคิดในใจ

 

"เจ้าถอดออกมาเถิด ข้า..." เฟิงอวี่ยังพูดไม่ทันจบก็โดนนางพูดแทรก

 

"แล้วท่านทำไมไม่พูดข้าร้อนจะตายแล้ว" นางเอ่ยพลางกระชากผ้าคลุมหน้าลง ใบหน้าอ่อนใสดั่งสาวแรกแย้มปรากฏต่อสายตา แม้ว่าปีนี้นางจะอายุยี่สิบปีแล้วแต่เพราะนางตัวไม่สูงและใบหน้าอ่อนใสนั้นจึงทำให้นางดูเหมือนเด็กสาวอายุสิบห้าสิบหก เถาจื่อไม่มองหน้าสามีหมาดๆแม้แต่หางตาด้วยกลัวว่าคืนนี้จะนอนฝันถึงผีขึ้นมาอีก นางจึงทึ้งเครื่องประดับมากมายบนหัวตัวเองอย่างลวกๆ

 

"โอ๊ย มงกุฎบ้านี้ทำแกะยากนัก" นางบ่นอย่างหงุดหงิด เดือนห้าอากาศร้อนอบอ้าวเพราะว่าทนร้อนตอนพิธีแต่งมาทั้งวันรวมถึงต้องมานั่งรอสามีเงอะงะผู้นี้อีกนางยิ่งร้อนจนโมโหจึงใจร้อนไปหมด  พลันก็มีมือเย็นๆจับมาที่มงกุฎบนหัวนาง เฟิงอวี่ยังคงมองทุกอย่างด้วยสายตาไร้แววเช่นนั้นแต่มือกลับยื่นมาช่วยนางแกะมงกุฎอย่าใจเย็น เถาจื่ออึ้งไปครู่น่าแปลกที่เมื่อเขาขยับเข้ามาใกล้นางไม่รู้สึกร้อนเลยใจนางที่ร้อนรุ่มกลับเย็นลง  เพราะอะไรกัน  หรือเพราะไอบางอย่างที่เขาแผ่ออกมาให้ผู้คนไม่กล้าเข้าใกล้

 

" วันนี้เจ้านอนที่นี่เถอะ ส่วนข้าจะไปนอนที่ห้องหนังสือ" เขาบอกแล้ววางมงกุฎลงช้าๆบนโต๊ะข้างเตียง 

 

" ทำไมละเจ้านอนที่นี่ก็ได้ข้าไม่ถือหรอก" นางเอ่ยถามมือยื่นไปรั้งข้อมือเขาไว้ พลันต้องปล่อยออกทันควันเมื่ออยู่ๆนางก็รู้สึกถึงไอสังหารที่พุ่งพรวดออกมา

 

"ที่แต่งกันไม่ได้เกิดจากความรัก รอให้จักรพรรดิลืมเรื่องราวข้าก็จะหย่าให้เจ้า" เขาตอบเพียงเท่านั้นแล้วเดินออกไป

 

เถาจื่อถอนหายใจ เมื่อครู่นางคิดว่าจะรักษาชีวิตไว้ไม่ได้แล้ว นางมองตามสามีที่เดินออกไปด้านนอกแล้วลุกขึ้นไปปิดประตูห้องค่ำคืนวันแต่งนางจะต้องนอนเพียงคนเดียวในสถานที่ที่ไม่ใช่บ้านเช่นนี้หรือ  คิดแล้วเถาจื่อก็ขนลุกซู่ รีบล้มตัวลงมุดเข้าไปใต้โปงผ้าห่มข่มตาหลับไปจนกว่าจะเช้า

 

ด้านเฟิงอวี่นั้น เขากำลังอ่านตำราอยู่ในห้องหนังสือแสงเทียนเท่าเมล็ดถั่วสาดส่องบางครามีลมพัดมาเปลวเทียนไหววูบหนึ่งทีส่งผลให้เงาบนใบหน้าวูบไหวแลดูน่ากลัว เขารักสันโดษอยู่คนเดียวมาจนอายุยี่สิบสามปีแต่ไม่มีคนรักสักคน เขาไม่คิดว่าหลายวันก่อนจักรพรรดิผู้นั้นจะเรียกเขาเข้าไปเพื่อหลอกเขาไปจัดฉากเรื่องนี้ จักรพรรดิให้เขาจับไม้อันหนึ่งขึ้นมาจากกระบอกแล้วถามเขาว่าปลายไม้เขียนว่าอะไร พอเขาเอ่ยจบพระองค์ก็ทรงหัวเราะจนงอหายแล้วเอ่ยว่า นั้นละภรรยาของเขา เฟิงอวี่คิดคัดค้านแต่ไม่ทันจักรพรรดิปากมากผู้นั้นสั่งการเขียนราชโองการรวดเร็ว เขาจึงตั้งใจไว้ว่าเขาจะหย่าให้นาง

ความคิดเห็น