email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

จอมโจรเด็ดบุปผานามหยางหรงเหยา

ชื่อตอน : จอมโจรเด็ดบุปผานามหยางหรงเหยา

คำค้น : 20+++

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 119

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 พ.ย. 2563 21:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
จอมโจรเด็ดบุปผานามหยางหรงเหยา
แบบอักษร

 ในที่สุดแม้แต่คุณพระก็ไม่ช่วยคนเกือบสวย เพราะจากถูกชายแต่งกายด้วยชุดคล้ายจีนโบราณทั้งแบกทั้งจับยัดเข้ารถม้าเฉินอิงลั่วที่เพิ่งฟื้นขึ้นมาในชาติภพใหม่ด้วยการล่อลวงของเสียงลึกลับ ก็พบว่าตนเองถูกพอเข้ามายังสถานที่ซึ่งแขวนป้ายเด่นหราว่า  

   ‘ โรงเตี๊ยมจินไฉ’  

 แต่ที่นางมิอาจทราบได้ก็คือสถานที่แห่งนี้นั้นห่างไกลจากนอกเมืองของแคว้นเหอ อยู่ราวหกสิบลี้ซึ่งแน่แท้ว่าย่อมเป็นกิจการหนึ่งของคนตระกูลหยาง  

…ตุ๊บ!...  

‘อูย...จะจะ ...จุก!...เจ้าบ้าเอ๊ย!’  

คนตัวเล็กทั้งจุกและเจ็บจนน้ำตาแทบไหล  

‘ทิ้งมาได้ข้าหาใช่นางเอกนวนิยายตบจูบนะเฟ๊ย!’  

 ในใจของคนเพิ่งผ่านทั้งความตายและเกิดใหม่ด่าคนที่จับนางโยนดังกับละครหลังข่าวน้ำเน่าที่ยุงยังไม่กล้าวางไข่  

“ติงเค่อ เอามีดสั้นของเจ้ามาให้ข้าหน่อย!”  

‘เฮ้ย!!! เอามีดมาทำไมกันอ่ะอย่าบอกนะ ว่าจะผ่าเอาอวัยวะฉันไปขายน่ะ’  

คนกลัวตายรอบสองตาเหลือกทันใดเพราะความคิดเตลิดไปไกลแล้ว ด้วยความเป็นคนติดนวนิยายย่อมแน่แท้ต้องเต็มไปด้วยความมโนล้นสมองที่มากกว่าคนทั่วไปนั่นแล้ว  

‘ไม่เอานะเว๊ยเจ้าคนชั่วช้าหน้าขาว!...กว่าฉัน’  

คนที่เพิ่งบอกกับตัวเองเสมอว่าจะยอมสู้ตายไม่ยอมถูกขาย ตอนนี้กลัวจนจะเป็นลมแล้ว ฮือๆ ... พ่อจ๋า หนูกี้ตายอะไหล่ไม่ครบเครื่องในกลายเป็นซุปเสียแน่แท้เลยยิ่งแลเห็นมีดพกเล่มไม่โตแต่คมวาววับหญิงสาวก็พลันหลับตาปี๋ทันที  

...ขวับ...  

...ขวับ...  

...ขวับ...  

เสียงที่ดังไม่ใช่เนื้อนางถูกปาด แต่เป็นเชือกต่างหากที่ถูกตัด!  

แล้วสุดท้ายสาวจากยุค 2020 ก็ถูกแกะออกจากห่อผ้าห่มผืนนั่นเสียที ครั้งแรกที่ได้รับอิสระหญิงสาวยังนั่งงงๆ มึนๆ เพราะถูกทุบ และยังมาถูกแบกห้อยหัวมาตลอดที่เดินขึ้นลงจากรถม้าอีกด้วย  

...คนยิ่งเมารถเป็นชีวิตแต่เดิมเลยเหมือนหัวสมองจะช้ากว่าปกติไปเจ็ดส่วน...  

ทรมานกันขนาดนี้หญิงแกร่งก็มีเสียหลักไปเช่นกันเรียกว่าตัดกำลังข้าศึกโดยมิได้ตั้งใจทว่าเจตนากันเลยทีเดียว  

…ซวยแล้วซวยอีก…  

“ถอดเสื้อผ้าของเจ้าออกเสีย”  

เสียงเข้มดุแล้วออกคำสั่งทันทีเมื่อติงเค่อพ้นไปจากห้องพักขนาดใหญ่ซึ่งมันกว้างขวางกินเนื้อที่เกือบทั้งชั้นสามของโรงเตี๊ยมแห่งนี้  

    ในความคิดของคุณชายสามแซ่หยางยามนี้มีเพียงอยากทดสอบดูว่าอาการไร้ความรู้สึกต่อสตรีเพศของตนเองตกลงแล้วจะหายแน่นอนจริงแท้หรือไม่  

   ต่อให้ถึงสตรีนางนี้จะเด็กสุดตั้งแต่คุณชายสามเคยร่วมหลับนอนด้วยมาแต่นับเริ่มวัยหนุ่ม แต่ใครจะสนกันเล่าคนเช่นหยางหรงเหยาพึงใจต่อสตรีผู้ใดล้วนนับเป็นวาสนาอันสูงส่งแล้วด้วยสตรียังมหานครเจิ้งหยางเมืองหลวงของอาณาจักรเป่ยจิ้งต่างหมายตาต่อตำแหน่งคนข้างกายเขาทั้งสิ้น...  

      เช่นนั้นในเมื่อยามนี้นางคือสตรีคนแรกในเวลาร่วมห้าหนาวที่เขาเห็นแค่นัยน์ตากลมโตนั่นแล้ว ความเป็นชายของเขากลับมาตื่นตัวเป็นปกติได้อีกครั้ง หลังจากที่มันตายด้านมาตั้งแต่จางฟางหรูสตรีที่เขาเคยมีใจต่อนางและยังเป็นคู่หมั้นคู่หมายกันแต่วัยเยาว์  

หากแต่สุดท้ายกลับทอดทิ้งเขาแล้วหันไปตกแต่งเป็นคุณนายใหญ่ให้แก่คุณชายใหญ่ตระกูลหยางพี่ชายต่างมารดาของเขาเองและนับแต่นั้นความรู้ต่อสตรีเพศของเขาก็สิ้นไร้ไปจนสิ้นอีกทั้งความเป็นชายของหยางหรงเหยาก็มิอาจตื่นตัวขึ้นมาแตะต้องสตรีใดได้อีกเลย  

จนคิดไปแล้วว่าตนเองคงป่วยหนักด้วยโรคบุรุษไร้ความสามารถมีทายาทสืบสกุลทว่าวันนี้เมื่อได้พบแม่นางน้อยจากหอชุนฮวาผู้มีนัยน์ตาสีแปลกแยกจากชาวเป่ยจิ้งทั่วไปมิคาดกายชายกลับมาตื่นตัวได้อีกครั้ง ยิ่งได้แตะต้องนาง ยามเมื่อตอนเดินทางยังบนรถม้าเพื่อมายังโรงเตี๊ยมหยางหรงเหยายิ่งมั่นใจแจ่มชัดยิ่งนักว่าตนเองมีปฏิกิริยาตอบต่อสตรีนางนี้มากเพียงใด  

‘ถึงนางจะเด็กไปสักหน่อย แต่คนอย่างข้าหยางหรงเหยาอยากได้สิ่งใดย่อมก็ต้องได้สมดังดวงใจต้องการทั้งสิ้น’  

“ฉันไม่ถอดโว้ย!”  

กิรณาเผลอหลุดภาษาของยุคที่ตนเพิ่งตายจากมาเพราะยังไม่คุ้นชินกับทั้งสภาพโดยรอบกายอีกทั้งยังแตกตื่นต่อคนแปลกหน้านางจึงเผลอตะโกนออกเสียงดังทันที  

“หืม...”  

หยางหรงเหยาเชิดหางคิ้วกระบี่ขึ้นสูงทันใดด้วยตนเองนับเป็นผู้หนึ่งที่แตกฉานอยู่หลายภาษาทว่าที่แม่นางน้อยผู้นี้เพิ่งตะโกนขึ้นมานั้นเขาหาคุ้นเคยหูไม่  

ส่วนหญิงสาวนั้นเผลอตะโกนออกไปแล้วก็แทบกัดปลายลิ้นของตนเองเสียทันทีที่มีโอกาสเพราะช่างเป็นคำแสนนางเอกสมองน้อยไปสักหน่อยไม่สิ ปัญญาอ่อนไปเลยเถอะนังโง่กี้หล่อนอยากตายศพไม่ครบเร๊อะ!  

ต่อให้เป็นเด็กยังรู้ชัดเจนถึงจุดประสงค์ของบุรุษตรงหน้าที่ซื้อตัวนางมา แต่คนที่ค่อนข้างคิดมากเช่นกิรณานั้นไม่ไว้ใจชายหน้านิ่งในอาภรณ์สีดำเข้มขรึมแถมดวงตายังคมดุบวกกับหน้านั้นก็เย็นชาไร้ความรู้สึกของทั้งสองบุรุษที่หนึ่งดูเหมือนเป็นนายกับอีกผู้คล้ายจะเป็นลูกสมุนแสนโหดเหี้ยม  

ถึงหน้าตาของนางในภพชาติใหม่จะสวยงามกว่าชาติเดิมอยู่มากหลายเท่าตัวทว่าตอนนี้นั้นนางทั้งสกปรกทั้งมอมแมมและเหม็นอีกต่างหาก  

เลยเทใจว่าตนอาจบางทีคงจะถูกซื้อตัวมาเพื่อเอาเครื่องในไปขายดังที่เจ้าเฒ่าศีรษะเถิกน่ารังเกียจยังหอชุนฮวา ละมากกว่าอย่างอื่นด้วยความทรงจำของกายนี้นั้นยังยุคสมัยนี้ถึงคล้ายเก่าแก่กว่าปี 2020 ที่ตนเพิ่งตายจากมาทว่าที่นี่กลับมีการซื้อขายอวัยวะของมนุษย์เสียแล้ว  

โดยจะมีการซื้อขายกันยังพวกคนมีฐานะระดับเจ้าเมืองเจ้าแคว้นกันโน่นเลยเหล่าชาวบ้านทั่วไปเกรงว่าจะไม่มีปัญญาทั้งสิ้นและบุรุษหนุ่มซึ่งซื้อนางมาก็ดูคล้ายจะเป็นพ่อค้าผู้มั่งคั่งอยู่มากทีเดียว  

เมื่อหยางหรงเหยาแลเห็นว่าแม่นางน้อยบนเตียงกว้างนางนิ่งไปเขาจึงเดินเนิบช้าเข้าหาดังพญาราชสีห์เดินเข้าหาเหยื่อมิมีผิด ก่อนจะเท้าแขนคร่อมกักกายผ่ายผอมเล็กกะทัดรัด  

แล้วจึงก้มลงมองคนตัวมอมแมมที่ตอนนี้ยังนั่งนิ่งเพราะถูกมัดมานานเหน็บเลยเล่นงานจนหญิงสาวขยับตัวไม่ไหวด้วยก็ส่วนหนึ่ง อีกส่วนก็คือนางก็ยังพยายามจะปรับจูนสมองตนเองให้แล่นสักหน่อยหวังเอาตัวรอดนั่นเอง  

คุณชายสามแห่งตระกูลหยางจับคางเล็กยึดเอาไว้มั่นคงยามนี้เขาคิดว่าใบหน้าของนางนั้นช่างเล็กเสียยิ่งนักด้วยคาดว่าน่าจะใหญ่กว่าฝ่ามือเขานิดเดียวเท่านั้นกระมัง  

“เจ้าก็ดูมิใช่คนโง่เขลาขนาดมิรู้ความหรอกกระมังว่ายามนี้ตนเองลำบากเพียงใดหากคิดหลบหนีไปพ้นจากข้าหรือว่าคิดต่อต้านมิตามใจผู้ซื้อตัวของเจ้ามาจากสถานที่แห่งนั้นจะลำบากเพิ่มขึ้นไปอีกเท่าใด...และบุรุษที่ซื้อสตรีมาจากหอนางโลมคงมิได้คิดเพียงมานั่งจ้องดวงตากันจนท้องหรอกใช่หรือไม่เสี่ยวมาว”  

เมื่อฟังประโยคดังกล่าวจบลงกิรณาหรือก็คือเฉินอิงลั่วถึงกับอ้าปากแล้วหุบอยู่อย่างนั้น ด้วยความคาดไม่ถึงว่าเขาจะกล้าประกาศข่มขู่นางต่อหน้าต่อตากันถึงเพียงนี้  

...เจ้าคนชั่วหน้าหล่อข้ามิใช่ปลากัดจะได้เพียงจ้องตาแล้วจะท้องได้เอง...  

แต่เพียงคิดให้ถี่ถ้วนบุรุษผู้นี้กล่าวมาล้วนจริงแท้ ด้วยยามนี้บิดามารดาของกายนี้มิทราบได้ว่าหนีไปที่ใดเสียแล้ว ผู้เป็นยายที่พึ่งเดียวนั้นก็ตายจาก ที่สำคัญหากตนออกไปเดินไร้ทิศทางยังแคว้นเหอแห่งนี้ย่อมต้องถูกเจ้าเฒ่าหัวเถิกแซ่เสิ่นนามหม่าจับกลับไปยังหอนางโลมอีกแน่ แต่เหนืออื่นใดนางนั้นเพิ่งฟื้นขึ้นมายังดินแดนนี้นอกจากยายนางยังมองมิเห็นใครพอให้คิดได้อาศัยเลยทั้งสิ้น  

...สำนักโอสถเล่า...  

นางนึกถึงสถานศึกษาที่เคยได้อาศัยที่แห่งนั้นยังมีท่านอาจารย์เจียงที่เอ็นดูเจ้าของร่างนี้แต่อดีต ทว่าจะหลบหนีอำนาจเจ้าเถ้าแก่หม่าบุรุษโฉดชั่วช้าผู้นั้นได้จริงหรือ หากเจ้าคนเลวหน้าหล่อละมุนผู้นี้ดูคล้ายจะมีอำนาจมากกว่าคนจากหอชุนฮวา  

แล้วนางก็เริ่มสำรวจคนตรงหน้าท่าทีเขาดูนิ่งสงบ กิริยาท่าทีทรงอำนาจใช่น้อย อีกทั้งการแต่งกายอาภรณ์สีเรียบๆ แต่เนื้อผ้ามันปกปิดมิได้ว่ามากราคามิเบาทีเดียว  

...อืม...  

และเพราะเฉินอิงลั่วนางนิ่งไปนานหยางหรงเหยามองดูเลยคล้ายกับว่านางจะตกใจจนพูดไม่ออกในความคิดของบุรุษหนุ่มวัยยี่สิบเจ็ดหนาว  

ทว่าเขาหรือจะใส่ใจ ถึงนางจะอายุไม่น่าจะเกินสิบสี่หรือสิบห้าไปได้แต่เมื่อทำเขาเกิดอารมณ์เสน่หาคล้ายโรคประหลาดคงหายสิ้น  

หยางหรงเหยาก็มิเห็นว่าตนจะอดกลั้นไปเพื่อการใดกันอีก และหากตนสามารถมีบุตรได้นั่นย่อมหมายถึงฐานะตนยังตระกูลหยางย่อมมั่งคงยากจะถูกเหล่าพี่ชายต่างมารดาทั้งกลั่นแกล้งบีบบังคับและแก่งแย่งคิดช่วงชิงอำนาจหรือคอยสุมไฟให้บิดาของเขาคิดปลดทั้งตำแหน่งและอำนาจในมือตนไปได้  

คิดตกเช่นนี้แล้วเขาจึงแลเห็นว่าแม่นางน้อยนัยน์ตาสีสวยนั้นคือตัวนำโชคที่ตนเองได้ค้นพบเข้าแล้วโดยแท้  

ด้วยว่าร่วมห้าหนาวผันผ่านชายหนุ่มคิดว่าตนเองป่วยด้วยโรคตายด้านท่านหมอเก่งกาจทั่วทั้งเป่ยจิ้งที่ว่าเก่งกลับมีเพียงส่ายศีรษะให้อาการดังกล่าวเท่านั้น  

ตั้งแต่หยางหรงเหยาผิดหวังในรักแรกของตนเองไปอำนาจบางอย่างในมือตนจึงถูกพี่ชายตนโตและมารดาเลี้ยงช่วงชิงดึงไปแทบสิ้นด้วยเหตุผลว่าเขานั้นมิอาจแต่งภรรยาและมีทายาทให้แก่ตระกูลหยางได้ นั่นเอง  

แต่ทว่าวันนี้แค่ได้พบกับดวงตากลมโตสีสวย กลับจุดไฟปรารถนาในตัวเขาให้รุกพรึบพรับขึ้นมาทันที แล้วเรื่องอันใดเขาต้องปล่อยผ่านแม่นางน้อยตัวนำโชคตรงหน้าผู้นี้ไปด้วยเล่า อย่างน้อยมีทายาทแผนที่วางไว้ย่อมมีโอกาสสำเร็จสูงขึ้นด้วยบิดานั้นให้ความสำคัญยิ่งต่อบุตรชายที่มีทายาทสืบตระกูลนั่นเอง  

เพราะการจะหลับนอนกับสตรีวัยเพิ่งเริ่มสาวมิถือว่าเป็นเรื่องแปลกอันใดด้วยแม้แต่สตรีในวังหลวงยังเพิ่งพ้นสิบสามสิบสี่หนาวล้วนมากมายและจวนสกุลหยางของบิดาและพี่ชายตนโตของตนก็ล้วนมากมีสตรีวัยมิถึงสิบสี่หนาวคงมีเพียงจวนตนเองซึ่งแยกไปอยู่ต่างแคว้นเท่านั้นที่มิเคยรับสตรีทั้งหลายมิว่าจะวัยใดเขามาวุ่นวายด้วยเขารู้สึกว่าน่ารำคาญก็เพียงเท่านั้น  

“เดี๋ยวนะ!”  

กว่าจะหลุดออกมาเป็นคำอยู่หนึ่งประโยคได้นางก็ถูกหยางหรงเหยายกร่างน้อยที่เบาราวกับปุยนุ่นขึ้นบ่า คนฤทธิ์เยอะไม่ทันตั้งตัวด้วยซ้ำเมื่อถูกพาเข้าไปยังห้องอาบน้ำด้านหลังซึ่งแบ่งเอาไว้ชั้นในสุด แล้วไม่ถึงหนึ่งอึดใจ ทั้งเสียงร้อง เสียงด่า เสียงสบถ ก็ดังออกมาเป็นระยะๆ  

ความคิดเห็น