email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ก่อน nc18+

คำค้น : 18++

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 176

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 พ.ย. 2563 18:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ก่อน nc18+
แบบอักษร

“แค็กๆๆ”  

ร่างเล็กที่ถูกทุบหนักมือไปหน่อยยามแรกนางจึงหาได้เพียงสลบไปทว่าถึงการสิ้นชีพเลยทีเดียวทว่ายามนี้ที่รู้สึกตัวกลับเป็นใครอีกคนที่มิใช่เฉินอิงลั่วบุตรสาวหนึ่งเดียวของเฉินเซินแล้นางตู้ชิงในวัยสิบหกหนาวหากแต่เป็น...  

...กิรณา...  

หญิงสาวผู้ถึงคราวสิ้นอายุขัยตายตกมาจากอีกยุคและอีกภพนั่นเอง  

และยามนี้หญิงสาวหนึ่งเดียวในห้องก็เริ่มรู้สึกตัวแล้ว กายซึ่งยังผอมแห้งเพราะฐานะนั้นยากจนแถมบิดามารดายังติดการพนันเข้าสายเลือด อาหารจึงอย่าได้หวังคิดกินจนอิ่มท้อง มีเพียงหัวเผือกหัวมันไว้กินกันตายก็นับว่ามากแล้ว เพียงเวลาสั้นๆ ภาพของชีวิตแสนทุกข์ยากของเฉินอิงลั่วเริ่มจู่โจมเข้าหาความทรงจำที่ยามแรกยังว่างเปล่าของสตรีผู้พลัดหลงยุคพลัดหลงมิติเช่นกิรณาหรือก็คือหนูกี้นั่นเอง  

...บิดาห่านมันเถิด...  

ว่าตายแล้วนั้นน่าตกใจ กลับหลุดมาอยู่ในร่างเด็กสาววัยสิบหกหนาวแสนยากจนข้นแค้นสวรรค์เรามีแค้นกันมากมายเท่าใดกันเล่าท่านจึงมากมีเมตตาต่อสาวน้อยผู้อาภัพเช่นนี้  

เธอ...นางสาวกิรณา นับอนันต์ ผู้ตายตกอย่างแสนอนาถเพราะข้ามถนนจนถูกรถชนจนตายเพียงอายุแค่20ปี กลับมาโผล่ยังร่างของเด็กสาววัยสิบหกหนาวนามเฉินอิงลั่ว ที่ถูกพวกเจ้าหนี้ของบิดามารดาจับมาขายยังหอนางโลม เดี๋ยวนะ!  

ถูกขายเข้าหอนางโลม เจริญแท้นังกี้ เจริญกว่านี้คงไม่มีอีกแล้วสินะ  

ตั้งแต่เฉินอิงลั่วผู้นี้นางเกิดมาก็มีแต่ผู้เป็นยายที่เป็นแม่ค้าขายน้ำเต้าหู้อยู่ในตลาดและอาศัยที่ดินของสำนักศึกษาโอสถสร้างกระท่อมพอได้อยู่พักพิงกันลมกันฝนและกันแดด  

ส่วนบิดาและมารดาแท้ๆ นั้นหญิงสาวแทบไม่เคยได้เห็นหน้ากันนักด้วยทั้งสองติดการพนันมาก ยามถูกเจ้าหนี้ไล่ตามก็จะหนีหายไปทีละนานๆ แต่เมื่อเดือนที่แล้วทั้งสองก็ย้อนคืนกลับมาเดือดร้อนให้ท่านยายของเฉินอิงลั่วที่เป็นที่พึ่งพิงเดียวของนางกลับต้องลำบากเพิ่มขึ้นถึงสามเท่าด้วยว่าต้องหาเลี้ยงคนไร้ค่าเพิ่มมาอีกสองชีวิต  

และสุดท้ายก็กลับมาลงรอยเดิมยามที่เป็นหนี้บ่อนเถื่อนจนไร้เงินจ่ายสองคนต่างก็หอบข้าวของหนีหาย ทิ้งให้เด็กสาวกับผู้เป็นยายเผชิญต่อเจ้าหนี้โหดกันเพียงลำพังจุดจบสุดท้ายจึงลงเอยที่ทั้งยายทั้งหลานหมดเวรหมดกรรมหากแต่...  

ที่รับช่วงต่อความอับโชคอย่างถึงที่สุดก็คือ...  

…กิรณานั่นเอง…  

สลัดเป็ด!  

…ท่านเสียงลึกลับคุณหรอกดาวมากมาย…  

วันนี้ความซวยมาเคาะประตูเยือนแกแล้วยัยกี้เอ๋ยเพราะหากนี้มินับว่าซวยก็คงมิมีคำใดเหมาะสมอีกแล้ว  

และเมื่อไล่เลียงความคิดที่ค่อยๆ คืนตามสติมาทีละน้อยดังที่เสียงลึกลับบอกเอาไว้แก่กิรณาหรือยามนี้คงต้องกลายเป็นเฉินอิงลั่วอย่างหมดหนทางหนีก็ให้เกิดความกลัวอย่างจับขั้วหัวใจ  

ด้วยว่ายามนี้รู้แจ้งตนเองถูกลูกน้องของเถ้าแก่เสิ่นหม่าแห่งหอนางโลมอันดับหนึ่งแห่งแคว้นเหอเช่นหอชุนฮวาจับมา ซึ่งใครๆ ก็รู้ว่าเจ้าเถ้าแก่เสิ่นหม่าผู้มีศีรษะเถิกนั้นมิใช่พวกพ่อพระใจดีแต่อย่างใด ทว่าคนผู้นี้นั้นนับได้ว่าเป็นปีศาจร้ายซึ่งมีร่างกายเป็นมนุษย์โดยแท้จริง  

เพราะนอกจากเอาสตรีมาเป็นผู้หญิงขายบริการหรือยุคนี้ก็คือนางโลมนั่นเองชายเฒ่าผู้นี้ยังมีการขายคนไปเป็นทาสหากว่าขายเป็นนางโลมมิได้ต่อไปแล้ว หรือแม้แต่ทาสก็เป็นไม่ได้สุดท้ายตายเจ้าเฒ่าศีรษะเถิกก็ยังขายศพอีกด้วย  

… โถวชีวิตสวยครึ่งทางไยจึงซวยแต่แรกเริ่มเช่นนี้เล่า?!...  

เรียกว่าแม้แต่ตายก็ยังไม่พ้นถูกขายกันเลยทีเดียวจบสิ้นแล้วชีวิตยังภพชาติใหม่ของนาง  

‘ให้ตายเถอะ!นี่จะซวยซับซวยซ้อนซวยซ้อนเงื่อนซวยเอาถ้วยซวยเอาโล่กันหรืออย่างไร ’  

นางคิดว่าหากมีการจัดอันดับผู้ซึ่งดวงซวยที่สุดในหกภพเกรงตำแหน่งที่หนึ่งคงไม่พ้นตนเองเสียเป็นแน่แท้…  

และเมื่อมีเสียงแปลกปลอมดังแทรกขึ้นมา ทุกสายตาจึงพุ่งตรงไปที่ห่อผ้าห่มเก่าขาดซึ่งถูกห่อและมัดจนแน่นมองไปช่างคล้ายบ๊ะจ่างยิ่งนัก ที่ยังพอให้ดูออกว่าคือสตรีก็คงจะเป็นส่วนศีรษะซึ่งโผล่มาเพียงใบหน้ามอมแมม กับผมยาวสีดำสนิทยุ่งเหยิงเพียงเท่านั้น  

เขา'หยางหรงเหยา' หรือยามนี้เขาอยู่ในฐานะของคุณชายหยางคนที่สามของบ้านตระกูลหยางสะดุดตาเข้าอย่างจัง เมื่อยามดวงตากลมโตสีดำสะท้อนแสงเทียนแวววาวดังแสงของดารายังท้องนภายามราตรีอยู่หลายส่วนซึ่งยิ่งในยามที่นางนั้นค่อยเริ่มหันมาแหงนเงยขึ้นมองดูยังบุรุษกลุ่มใหญ่กลางห้องจึงสบประสานเข้ากับสายตาเยือกเย็นของตนพอดิบพอดีคล้ายสวรรค์คิดบันดาลก็มิปาน…  

…อา...  

เขามิเคยพบเจอผู้ใดมีดวงตางดงามเช่นดวงตาของแม่นางน้อยผู้นี้มาก่อนเลยและยิ่งเขาจับจ้องนานเข้ากลับคล้ายว่ามีบางอย่างในแววตาสวยเจิดจรัสคู่นั้นกำลังจุดไฟในกายทำให้เขาร้อนรุ่มไปทั่วทั้งกายและหัวใจจนเขาผู้เป็นเจ้าของทั้งร่างกายและหัวใจยังอดสงสัยเสียมิได้ว่าที่บังเกิดกับตนเองนั้นคือสิ่งใดกันแน่?!  

แต่ให้ตายเถิดยิ่งหยางหรงเหยาจับจ้องดวงตากลมตาโตและแวววาวสดใสคู่นั้นนานเท่าใดกลับยิ่งทำให้เขามีอารมณ์รุ่มร้อนอย่างไม่เคยเกิดมาหลายหนาวแล้วนับแต่...  

…บ้าไปแล้วหรงเหยา!... เขาต้องบ้าไปแล้วเป็นแน่บุรุษหนุ่มวัยยี่สิบเจ็ดหนาวรู้สึกถึงแรงดึงดูดมหาศาลจนเขานั้นหลุดจากการควบคุมอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนและสาเหตุทั้งหลายก็เพียงเพราะดวงตาคู่งามของแม่นางน้อยแสนมอมแมมนั่นเอง  

…ดวงตาเช่นนี้?...  

คล้ายกับว่าเขาเฝ้าถวิลโหยหามาแสนเนิ่นนาน ทว่าจะเป็นไปได้เช่นไรก็เขายิ่งกว่าแน่ใจตนเองเพิ่งก้าวเข้ามายังแคว้นเหอในครั้งนี้นับว่าเป็นครั้งแรก หรือนางจะเป็น  

…คนของฝ่ายนั้น?...  

แต่ถึงจะคิดเตือนตนเองไปเช่นนั้น ทว่าเท้าแกร่งก็พาเจ้าของเดินแช่มช้าจนมาหยุดตรงหน้าร่างเล็กที่ถูกห่อและมัดจนแน่น ปากก็ถูกมัดปิดเอาไว้แต่เขามิได้สนใจอะไรทั้งนั้น นอกจากตากลมโตที่เขาแลเห็นยังระยะไกลกับเห็นเป็นสีดำสนิท  

…ทว่า…ให้ตายเถิด! ....  

ยามตอนนี้ที่เขานั่งทับบนส้นเท้าแล้วใช้มือเรียวยาวอย่างคนไม่เคยทำงานหนัก จับคางเล็กๆ ให้เงยขึ้นสบตาเขาใกล้กันและกันอย่างชิดใกล้นั่นเองที่หยางหรงเหยาได้แลเห็นว่ายาม เมื่อดวงตาสุกใสต้องกับแสงของเปลวเทียนภายในห้องรกเรื้อนี้เข้าเท่านั้น  

...จากสีดำก็กลับกลายเป็นสีฟ้าเข้มเจือออกม่วงสดใสในทันที!...  

ให้ตายอีกสิบชีวิตเถิดหยางหรงเหยามิเคยถูกตาต้องใจสตรีใดมากมายเพียงนี้มาก่อนเลยนับแต่จำความได้  

...แม้แต่...นาง...ช่างเถิดก็เพียงอดีตเขายังจะจดจำอยู่เพียงผู้เดียวไปไยเล่า...  

หยางหรงเหยาสลัดความทรงจำเก่าทิ้งไปในทันใดนางผู้นั้นทอดทิ้งเขาไปเนิ่นนานแล้วเก็บเอาภรรยาของผู้อื่นมาใส่ใจย่อมมิใช่สิ่งดีโดยเฉพาะชายผู้นั้นคือพี่ชายตนเอง...  

“แม่นางน้อยผู้นี้คือคนของผู้ใดกันเล่า?”  

เสียงพูดที่เป็นของแคว้นเหอสำเนียงแท้ชัดเจนจนน่าตกใจทำให้ฟ่านเย่ขยับตัวทันทีด้วยเขานั้นตลอดมาหลายวันที่ดูแลคุณชายสามตระกูลหยางผู้นี้ตามคำสั่งบิดาแม้เพียงครึ่งคำเขาผู้นี้ล้วนมิเคยเอ่ยภาษาถิ่นแท้จริงของชาวแคว้นเหอนอกจากภาษากลางยังเป่ยจิ้ง ทว่ายามนี้เขากลับเอ่ยชัดเจนด้วยกิริยาหยิ่งทระนงนักหนาจนชวนหมั่นไส้ในสายตาของบุรุษด้วยกันเอง  

“คุณชายสามเขาถามว่าแม่นางน้อยผู้นี้คือคนของผู้ใดกัน”  

ฟ่านเย่หันมาเอ่ยเป็นในแก่ตาเฒ่าแซ่เสิ่นว่าสมควรต้องตอบคนสำคัญตรงหน้าว่าอย่างไรจึงจะสมควรและเป็นที่ถูกใจของผู้เป็นแขกของตระกูลฟ่าน  

“เออ...ยะ...ย่อมต้องเป็นคนของคุณชายสามแห่งตระกูลหยางอยู่แล้วขอรับ”  

และย่อมแน่แท้ว่าตาเฒ่าเสิ่นหม่าก็มิได้ทำให้คุณชายฟ่านคนรองได้ผิดหวัง ด้วยเขานั้นล้วนรู้การเอาชีวิตรอดเป็นที่สุด  

“อ้อ”  

เมื่อได้คำตอบถูกใจฟ่านเย่ก็ร้องออกมาคำหนึ่งแค่นั้นก่อนจะหันกายไปหวังจะตอบเอาใจแขกหนุ่มของผู้เป็นบิดาทันที เพราะเข้าใจเอาเองว่าชายหนุ่มหน้าหวานสวยงามจนสตรีหลายนางคงต่างอิจฉา  

ทว่ากับมีดวงตาที่คมดุชวนใจสะท้านทุกครั้งที่จับจ้องกันโดยตรง หึ!...เกรงว่าคุณชายผู้มากมายความหยิ่งผยองผู้นี้สุดท้ายก็ยากจะผ่านด่านหญิงงามไปได้เช่นกันและย่อมแน่แท้ว่าเขาก็คงมีรสนิยมชอบเด็กสาวอ่อนวัยเช่นเดียวกับตนเป็นแน่แท้  

“ตั้งราคาขายมา”  

คนพูดน้อยถามตรงประเด็นมิคิดอ้อมค้อม เช่นไรเขาถูกใจนางมากมิคิดจะส่งคืนเมื่อพ้นจากแคว้นเหอแห่งนี้เช่นนั้นจึงย่อมไม่รับโดยไร้ราคาเป็นแน่สตรีของหยางหรงเหยาย่อมต้องไร้ผู้คิดทวงคืน  

“โอ๊ะ!”  

ฟ่านเย่แสร้งร้องเสียงแตกตื่นเกินจริง  

“ราคาอันใดกันเล่าคุณชายสามคนกันเอง...ล้วนเป็นคนกันเองทั้งสิ้น...เงินทองอย่าได้กล่าวเลย ถ้าหากคุณชายสามชอบใจแม่นางน้อยเช่นนั้นตัวของข้าฟ่านเย่ยินดีมอบให้สหายเป็นน้ำใจมิคิดมากหรอก”  

…ข้ามิคิดมีสหายโสมมเช่นเจ้า!...  

ทุกถ้อยคำที่พูดออกมานั้นเฉินอิงลั่วล้วนฟังรู้เรื่องตลอดทุกคำพูดทั้งเพราะเธอในยุคที่ตายจากมาสนใจเรียนทั้งภาษาจีน ญี่ปุ่น อังกฤษ รวมถึงรัสเซีย (ซึ่งเรียนเพราะติดซีรีส์ทั้งสิ้น) ถึงมายังยุคนี้ดินแดนนี้จะมิคล้ายกับภาษาจีนเสียทีเดียวแต่คงเพราะร่างเดิมด้วยนางจึงเข้าใจโดยง่าย และแน่นอนยามนี้นางกำลังแลเห็นเพียงทางตันของตนเองรัดแน่นเข้ามาทุกที...และทุกที...  

‘ไอ้คนชั่วผู้นี้กำลังจะซื้อข้า! และชัวร์ว่าไอ้เฒ่าหัวเถิกต้องรีบขายข้าแบบไม่ต้องสงสัยเลยทีเดียว’  

...แต่ให้ตายอีกรอบคนชั่วทำไมงานดีมากแม่ติดแค่เพียงดวงตาเขาดุดันมากไปสักหน่อย...  

คนที่เข้าตาจนก็ยังมีแก่ใจเหลือบมองใบหน้าของผู้คิดจะซื้อคนเอง แต่สุดท้ายก็ต้องดึงสติกลับ แล้วพยายามท่องจำให้ขึ้นใจว่ายามนี้ตนกำลังลำบากอยู่อย่าได้มัวหลงหลัวจีนงานดีอย่างคนไร้สติ  

ส่วนหยางหรงเหยานั้นมิได้พูดอันใดอีก เพียงแต่หันมองคนสนิทเพียงเท่านั้น และมีหรือที่’ติงเค่อ’ที่อยู่ร่วมกันมาร่วมยี่สิบเจ็ดหนาวจะมิแจ้งใจต่อความหมายของนายตนและโดยมิต้องพูดกันเยอะมากความผู้คุ้มกันพ่วงตำแหน่งที่ปรึกษาหรือก็คือกุนซือคู่ใจก็เร่งก้มลงหยิบเอาตั๋วเงินส่งให้เจ้านายหนุ่มทันที  

หยางหรงเหยาปล่อยมือออกจากคางเล็ก ของแม่นางน้อยนัยน์ตาสวย เพื่อส่งให้แก่เถ้าแก่เสิ่นหม่าเรียบร้อยแล้วจึงหันกายมายกเอาร่างที่ถูกมัดเป็นบ๊ะจ่างขนาดยักษ์ขึ้นพาดบนบ่าแล้วเดินดุ่มจากไปแบบมิคิดสนใจใครอีกทั้งสิ้น เห็นเช่นนั้นเถ้าแก่เฒ่านั้นเสียดายก็เสียดายอยู่ทว่าสุดท้ายก็จำตัดใจส่งตั๋วเงินนั้นใส่มือให้แก่คุณชายฟ่านคนรองไปเสียด้วยคิดว่าตนเองยังต้องอาศัยคนแซ่ฟ่านทำมาหากินไปอีกนานแสนนานนั่นเอง  

ส่วนติงเค่อหันมองรอบกายด้วยความระมัดระวังเมื่อไม่พบความน่าสงสัยเขาจึงเร่งรีบตามเจ้านายหนุ่มไปทันที ไม่พูดจาใดอีกทั้งสิ้น  

ยามแรกคุณชายฟ่านคนรองตั้งใจจะร้องท้วงแขกของบิดา แต่พอเหลือบมองเห็นตัวเลขในตั๋วเงินแผ่นดังกล่าวก็พลันตาโตหุบปากสนิททันที  

‘ห้าพันตำลึงเงิน!’  

‘โธ่...เงินตั้งห้าพันตำลึงใครจะมิเอากันเล่า...ไม่รับไว้ก็โง่บรมแล้วล่ะแต่ว่า...คนแซ่หยางผู้นั้นช่างมือเติบยิ่งนักเพียงแม่นางน้อยมอมแมมผู้เดียวก็กล้าจ่ายเงินตั้งห้าพันตำลึง’  

ฟ่านเย่คิดด้วยความอิจฉาต่อบุตรชายคนที่สามของตระกูลหยางผู้นั้นยิ่งนักเพราะเขาซึ่งเป็นคุณชายฟ่านคนรองหนึ่งเดือนยังมิเคยได้ใช้เงินถึงห้าพันตำลึงเลยด้วยซ้ำดังนั้นคงมิต้องกล่าวว่าพึงใจต่อสตรีจะมีเงินโปรยดังกับกระดาษเปล่าได้เช่นคุณชายสามแซ่หยางผู้นั้นเป็นแน่แท้...  

และยามนี้เมื่อกายเล็กรู้แน่ชัดว่าตนเองถูกซื้อขายนางจึงพยายามต่อสู้ดิ้นรนอย่างสุดกำลัง แต่ก็เหมือนจะมิขยับเลยเพราะถูกมัดจนแน่น สุดท้ายน้ำตาก็หยดลงมาเป็นทางอย่างกลั้นไม่ไหว นางกำลังจะตกนรกทั้งเป็นผู้เพิ่งก้าวพ้นมาหนึ่งชีวิตทดท้ออย่างที่สุดไยเสียงลึกลับจึงมิบอกกล่าวนางบ้างว่าชีวิตใหม่นี้ต้องแลกมาด้วยความลำบากอย่างเหลือแสนเช่นนี้ หากบอกให้นางแจ่มชัดย่อมขอตายไปเลยคงดีกว่า  

‘คุณพระคุณเจ้าช่วยข้าน้อยด้วยเถอะนะเจ้าค่ะ!’ ’  

กิรณายามนี้ถึงกับสวดมนต์ขอพรให้คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองกันเลยทีเดียว เพราะหนทางที่มองเห็นนอกจากตกนรกทั้งเป็นแล้วนางก็ยังมองไม่เห็นทางจะไปสวรรค์ได้จริงแท้ด้วยมาถูกเจ้าโจรบ้ากามชั่วช้าซื้อตัวมาเสียจากหอนางโลมถ้าไม่ตายก็ต้องเป็นผู้หญิงขายบริการ หากนั่นไม่ใช่หนทางนรกหญิงถึกแห่งยุค2020ก็ไม่รู้จะนิยามมันว่าอะไรไปได้อีกแล้วแม่เอ๋ย...  

 ...ท่านเสียงลึกลับเรากลับมาเคลียร์กันก่อน...  

ความคิดเห็น