ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

คุณชายสามหยางหรงเหยา

ชื่อตอน : คุณชายสามหยางหรงเหยา

คำค้น : สายฮาอย่าได้เลยผ่าน

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 173

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 พ.ย. 2563 01:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คุณชายสามหยางหรงเหยา
แบบอักษร

หยางหรงเหยา 

 

สายลมของปลายฤดูหนาวแผ่วพลิ้วยามราตรีกาลยังแคว้นเหอหนึ่งในหกแคว้นใหญ่ของอาณาจักรเป่ยจิ้งยามนี้ยังท้องถนนเส้นหลักกลางเมืองนับได้ว่าเป็นทำเลทองแห่งสถานเริงรมย์ยามค่ำคืนแสงจากโคมไฟซึ่งถูกกรุด้วยกระดาษสีแดงแลดูละลานตาไปทั่วทั้งท้องถนนซึ่งที่โดดเด่นยังถนนสายนี้คงมิอาจปฏิเสธไปได้ว่าทุกผู้ที่ส่วนใหญ่เป็นบุรุษจะมิรู้จักและชมมาท่องเที่ยวผ่อนคลายในช่วงราตรีเช่นนี้ที่เป็นหนึ่งก็คือ…  

...หอชุนฮวา...  

หอนางโลมที่นับได้ว่าเป็นหนึ่งในด้านสาวงามจนแม้แต่คนจากเมืองหลวงยังมหานครเจิ้งหยางเมืองหลวงของอาณาจักรเป่ยจิ้งยังอยากมาท่องเที่ยวสักคราในหนึ่งชีวิตของหนึ่งบุรุษ  

“โครม!”  

ร่างที่ถูกโยนเหมือนเศษขยะลงไปกองยังพื้นที่เต็มไปด้วยฝุ่นหนาเกอะกรังด้วยห้องนี่เป็นเพียงสถานที่ซึ่งมีเอาไว้สำหรับเก็บข้าวของประดามีทั้งหลายซึ่งมิค่อยได้นำมาใช้ของหอชุนฮวาและนอกจากนั้นยังมีเอาไว้กักขังเหล่าสตรีที่ถูกบิดามารดาหรือบางทีอาจเป็นโจรป่าจับมาขายให้กับเถ้าแก่ ‘เสิ่น’ และยามนี้ที่นอนนิ่งสนิทคงมิต้องอธิบายก็ย่อมมองออกว่าเจ้าของร่างดังกล่าวที่สิ้นสติก็คงมิพ้นไปได้จากเป็น’เหยื่อ’รายใหม่ที่นับต่อไปจะต้องเป็นสมบัติยังหอนางโลมเลื่องชื่อแห่งนี้อย่างแน่แท้…  

“ที่ข้านั้นออกคำสั่ง้ให้พวกเจ้าไปเก็บหนี้ยังบ้านของสองผัวเมียแซ่เฉินมิใช่หรอกหรือ แล้วนี่มันอันใดกันจึงติดมือกลับมาส่งมอบให้ข้าแต่เพียงหนึ่งสตรีร่างกายผอมแห้งพวกเจ้าคิดว่าตัวข้าค้าขายมิคิดเอากำไรเช่นนั้นหรืออาเข่อ!”  

ชายสูงวัยอายุคงราวห้าสิบหนาวตอนปลายหัวเถิกพุงใหญ่เหมือนพวกตาแก่หื่นกามทั่วไป แต่ดวงตานั้นกลับยิบหยีจนแทบปิดเหมือนดวงตาของปลาดุกมิมีผิด ดูจากโหงวเฮ้งก็รู้ว่าเป็นคนชั่วอย่างมิต้องสงสัย!  

“นังเด็กนี่คือลูกสาวของมันสองผัวเมียขอรับเถ้าแก่เสิ่นส่วนเจ้าคนแซ่เฉินนามเซินกับเมียของมันพวกข้าหาเท่าใดก็หามิพบคาดว่าพวกมันสองผัวเมียคงหลบหนีไปจากแคว้นเหอเสียแล้วเป็นแน่ ทว่ายามที่พวกข้าน้อยกำลังจะกลับมิคาดกลับเจอลูกสาวของมันกับหญิงชราอีกผู้หนึ่งจึงคิดจับกลับมาให้แก่นายท่านขอรับส่วนยายแก่ผู้นั้นข้าน้อยเห็นว่ามิมีประโยชน์ถึงสังหารทิ้งและจัดการเก็บกวาดหมดจดตามที่นายท่านเสิ่นเคยกำชับเสมอขอรับ”  

ชายหน้าตาดุซึ่งเป็นนักเลงคุมหอนางโลมแห่งนี้มือและยังเป็นมือขวาที่เถ้าแก่แซ่เสิ่นนามว่าหม่าผู้นี้วางในเร่งรีบรายงานเอาหน้าทันที ด้วยถึงหาลูกหนี้ของบ่อนยังห้องลับของหอชุนฮวาแห่งนี้มิได้แต่เด็กสาวผู้นี้ก็ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียวต่อให้ร่างกายผ่ายผอมไปสักหน่อยทว่านำมาเลี้ยงดูขัดถูให้ดีสักหนึ่งเดือนย่อมกลายเป็นสาวงามนางหนึ่งได้แน่นอน  

“เฮอะ! เจ้าช่างโง่เง่ายิ่งนักอาเข่อต่อให้จะเป็นคนแก่แต่ขายเป็นทาสยังพอได้เบี้ยแต่ลงมือฆ่าทิ้งนอกจากต้องเหนื่อยแรงขนศพไปเผาทิ้งยังได้อันใดอีกเจ้าคนโง่สมควรตาย!”  

เสิ่นหม่าเถ้าแก่ใหญ่ยังหอนางโลมแห่งนี้เตรียมง้างเท้าเข้าใส่ร่างของลูกน้องที่ทำเกินหน้าที่ทันที ด้วยนอกจากเปิดหอนางโลมและบ่อนเถื่อนเสิ่นหม่าผู้นี้แม้แต่ค้าทาสเขาก็มิได้เว้นขอเพียงได้เงินทอง ขนาดขายชิ้นส่วนของศพเขาล้วนทำมาแล้วทั้งสิ้น  

เมื่อจินเข่อแลเห็นนายตนโกรธเช่นนั้นก็เร่งทรุดลงคุกเข่าเอาศีรษะแนบยังพื้นซึ่งเปรอะเปื้อนโดยมิกลัวความสกปรกโสโครกยังพื้นห้องเลยแม้แต่น้อยเพราะเขานับได้ว่าที่นี่คืออู่ข้าวอู่น้ำที่ต้องทะนุถนอมเทียบเท่าชีวิต  

“เสียงดังอันใดกันเถ้าแก่เสิ่นจะโมโหอันใดกันนักกันหนาเล่าเสียงดังออกปานนี้เกรงว่าคงดังออกไปถึงข้างนอกแล้วรู้บ้างหรือไม่เดี๋ยวเจ้าพวกมือปราบไร้ค่าน่าชังยังศาลในเมืองเหอพวกนั้นก็มาถล่มหอชุนฮวาของบิดาข้าให้ได้เสียชื่อเสียงกันพอดีและหากเป็นเช่นนั้น...ไม่รู้ว่าท่านพ่อของข้าจะรู้สึกโมโหกว่าเถ้าแก่เสิ่นยามนี้หรือไม่…”  

น้ำเสียงเอ่ยคำคล้ายล้อเล่นในตอนต้นก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นจริงจังสุดช่วงท้ายประโยคของชายหนุ่มบุตรชายคนรองแห่งจวนฟ่านผู้ซึ่งทั่วทั้งแคว้นเหอต่างแจ้งใจถึงทั้งอำนาจมากล้นและบารมีก็ล้วนท่วมหัวเพราะเขาผู้นี้มีน้าสาวเป็นถึงกุ้ยเฟยขององค์จักรพรรดิฉางตี้และก็ย่อมมิต้องสงสัยให้มากความว่านิสัยคงร้ายกาจมากมิต่างจากผู้บิดามากเพียงใด  

ฟ่านเย่คือชายหนุ่มวัยยี่สิบเก้าหนาวบุตรชายคนที่สองของฟ่านเยียน ที่เป็นเจ้าของพื้นดินกว่าหกส่วนของแคว้นเหอแห่งนี้ซึ่งมากกว่าเจิ่งอ๋องที่ครองแคว้นเสียแล้วยังมีกิจการหอนางโลมชุนฮวาและบ่อนซึ่งถูกซุกซ่อนเอาไว้เป็นสถานที่ลึกลับแห่งนี้ก็ล้วนมีเขาเป็นเจ้าของจริงแท้หาใช่เสิ่นหม่าดังที่ทุกผู้เข้าใจ  

แต่เพียงว่าอันกิจการหอนางโลมและบ่อนเถื่อนแห่งนี่ถึงเป็นหนึ่งในกิจการหลักของสกุลฟ่านทว่ากลับถูกปกปิดโดยมีเถ้าแก่แซ่เสิ่นผู้นี้คอยเป็นผู้ดูแลกิจการทั้งหมดให้แก่ตระกูลฟ่านถ้าหากเกิดปัญหาทุกสิ่งชายสูงวัยผู้นี้จะรับเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียวไม่เกี่ยวกับตระกูลของเขาแต่อย่างใด  

ซึ่งนี่ถือว่าเป็นเรื่องปกติของผู้มีทั้งเงินและอำนาจอยู่ในมือทั้งหลายในยุคนี้ต่างกระทำกันไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินของแคว้นใดอาณาจักรเป่ยจิ้งด้วยว่ายามนี้องค์จักรพรรดิก็มากวัยสามวันเจ็บเจ็ดวันป่วยต่อให้ยังมีองค์ไท่จื่อก็กลับไร้ซึ่งความสามารถเอาแต่รักความสุขส่วนตนลุ่มหลงแต่เพียงสุรานารีกับก่อปัญหาเช่นนี้ เหล่าขุนนางชั่วล้วนจึงมากมีอำนาจอยู่เหนือขุนนางที่ดีต่างเอาแต่คดโกงฉ้อฉลกันตามสะดวกและที่จะเดือดร้อนอย่างที่สุดคงมิอาจพ้นไปจากชาวประชาตาดำๆเสียมิได้  

“อ้าว..คุณชายฟ่านวันนี้เหตุใดท่านจึงแวะมาที่นี่ได้เล่าขอรับหรือหากคิดมาจริงแท้คุณชายก็น่าจะส่งคนมาแจ้งเช่นทุกคราวข้าน้อยจะได้จัดเตรียมทุกสิ่งที่คุณชายฟ่านชมชอบเอาไว้รอ”  

เสิ่นหม่าผู้นี้นั้นกลับเปลี่ยนทั้งน้ำเสียง และท่าทางในทันที จากที่ดุดันกลายเป็นมือเท้าอ่อนไปเลยทีเดียวยามพบเจอกับบุตรชายของผู้เป็นนายใหญ่แห่งตนเอง…นี่แหละหนอถึงกล่าวว่าเพียงอำนาจย่อมทำคนเกรงใจได้มากกว่าความดีในยุคที่คนชั่วเรืองอำนาจโดยแท้  

“ก็...ท่านพ่อของข้าให้นำพาแขกคนสำคัญของสกุลฟ่านมาเยี่ยมชมเมืองยามราตรีเล็กน้อยเถ้าแก่เสิ้นท่านก็มาทำความรู้จักไว้สักหน่อยเถิด… ท่านนี้คือคุณชายสามแห่งตระกูลหยางจากแคว้นซานซีนายท่านหยางส่งคุณชายสามมาดูการค้ายังแคว้นเราเผื่อว่าในการข้างหน้าทั้งสองตระกูลอาจจะมาร่วมเป็นหุ้นส่วนกันก็เป็นไปได้”  

ฟ่านเย่แนะนำผู้ที่มากับตนเองด้วยกิริยาภาคภูมิใจที่ยามนี้บิดาวางใจให้ตนเองกระทำการแทนเขาเสียที  

“คุณชายสาม”  

เถ้าแก่ศีรษะเถิกเร่งก้มลงทำความเคารพคนรุ่นลูกทันทีอย่างมิคิดลังเลสักน้อยว่าคนตรงหน้านั้นจะมีอายุที่น้อยกว่ามากเพียงใดเพียงเพราะเงินและอำนาจบารมีช่างลดคุณค่าในตัวตนกันได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ สายตาที่เย็นชาตวัดผ่านเพียงวูบเดียวคล้ายลมพัดผ่านก็เมินมองไปทางอื่นทันทีคล้ายกับว่าเขานั้นรังเกียจตาเฒ่าชั่วช้าผู้นี้ยิ่งนัก  

‘แค่มีเงินมีอำนาจก็ยินดีจะโขกศีรษะนับถือกันโดยง่ายมิต้องคิดมากทั้งสิ้นสินะ’  

ซึ่งภายในใจของเขานั้นกำลังคิดว่าช่างน่าสมเพชจริงแท้คนที่แสนหยิ่งคิดพร้อมสายตาเหยียดหยามดูแคลนอย่างยิ่ง  

ชายหนุ่มผิวขาวจัดกว่าชาวเป่ยจิ้งทั่วไปอยู่ถึงสามส่วนใบหน้าคมเข้มนั้นยามนี้ก็นิ่งสนิทในตาคู่นั้นดูดุดัน โดยไม่ต้องพูดแค่เพียงตวัดสายตาคมดุซึ่งตวัดมองผ่านไป ก็ทำเอาเถ้าแก่แซ่เสิ่นผู้พบเจอคนมามิใช่น้อยทั้งดีและชั่วถึงกับเย็นสันหลังวูบวาบเสียแล้ว  

…เจ้าเด็กหนุ่มผู้นี้ช่างดูมิธรรมดาโดยแท้กลิ่นอายผู้นำช่างเข้มข้นยิ่งนัก…  

“คุณชายสามท่านนี้คือผู้ดูแลยังหอชุนฮวาของสกุลฟ่านของข้าแห่งนี้”  

…สถานที่รีดเลือดเชือดหนังเอาเปรียบเพื่อนมนุษย์ถึงปานนี้ชายผู้นี้ยังกล้าจะโอ้อวดภาคภูมิใจ…  

ฟ่านเย่ที่หันกายไปเอ่ยกับชายหนุ่มที่ดูจะอ่อนวัยกว่าตนเองอยู่พอสมควรแต่เพราะกายของคุณชายสามแซ่หยางผู้นี้นั้นค่อนข้างสูงกว่าตนเองอยู่มิใช่น้อยยามที่หันกายไปเอ่ยคำต่อเขาฟ่านเย่จึงคล้ายจะปวดต้นคอเป็นอย่างมาก  

แต่คนถูกเรียกว่าคุณชายสามกลับทำเพียงแค่มองผ่านอีกคราวหาได้สนใจที่จะทักทายชายแก่เจ้าเล่ห์แต่อย่างใด ชายหนุ่มบุตรชายของพ่อค้าใหญ่แห่งแคว้นเหอแห่งนี้ก็มิได้คิดจะสนใจมากมายด้วยเพียงแค่บิดาของเขาออกคำสั่งฟ่านเย่ก็เพียงทำตามเท่านั้นอย่างอื่นคุณชายรองเช่นเขาก็มิใคร่ใส่ใจอีกทั้งสิ้น  

“มีคนใหม่มาบ้างหรือไม่เล่าเถ้าแก่เสิ่นเร่งจัดไปยังห้องประจำของข้าให้หน่อยเถิดอ้อ...ของข้าขอสักหลายคนเหมือนเดิมนะ แต่ขอแบบสะอาดใส่ซื่อบริสุทธิ์สักหน่อย ยิ่งเด็กมากเท่าใดก็ยิ่งดีข้านั้นชมชอบนัก”  

ชายหนุ่มบอกความต้องการออกไป ก็เขารู้ดีว่าที่นี่เป็นมากกว่าหอนางโลมธรรมดา อย่างไรถ้าอยากสนุกกับสาวงามเขาก็ต้องมาหาเสิ่นหม่าผู้นี้ที่ชุนฮวาเพราะที่นี่ล้วนมีบุปผางดงามมากมายอาจมากกว่าวังหลวงขององค์จักรพรรดิเสียด้วยซ้ำกระมัง  

ความคิดเห็น