email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Chan's Children เด็กของชาน ตอนที่ 13

ชื่อตอน : Chan's Children เด็กของชาน ตอนที่ 13

คำค้น : เด็กของชาน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 22 เม.ย. 2564 15:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chan's Children เด็กของชาน ตอนที่ 13
แบบอักษร

 

 

  

  

   

AuThor : นามิ 

  

  

  

  

 

ตอนที่ 13 

  

  

  

  

  

หลังจากที่ทั้งคู่หลับยาวจนถึงหกโมงเย็น น้ำตื่นก่อนและลุกไปอาบน้ำแล้วเตรียมกระเป๋าเสื้อผ้าให้กับชานเพราะป้าหวินบอกว่ายังไม่ได้เตรียมกระเป๋าเดินทางให้ชานเลย น้ำเลยอาสาทำแทน 

น้ำยิ้มออกมาเมื่อเห็นร่างสูงนอนอ้าปากแล้วเสียงกรนก็ดังขึ้นตามมาติดๆ น้ำหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเอาไว้หลายรูป 

น้ำไม่รู้ว่าร่างสูงจะเอาชุดไหนไปบ้างเลยรวบรวมชุดที่คาดว่าชานน่าจะเอาไปด้วยมาแขวนหน้าตู้เสื้อผ้าเอาไว้ก่อน  

พอตื่นขึ้นมาค่อยถามว่าจะเอาชุดไหนบ้างและเตรียมของใช้ส่วนตัวต่อ น้ำเช็ดเหงื่อที่ซึมตามหน้าผากออกแล้วจัดของใส่กระเป๋าไว้บางส่วน แอร์เปิดเย็นก็จริงแต่น้ำก็เปิดตรงไปหาชานทั้งหมดเลย  

น้ำลงมาชั้นล่างก็เห็นวิชุดานั่งถักไหมพรมอยู่ มีถุงกระดาษใบที่เป็นของฝากให้กับเหมราชตั้งอยู่ข้างๆ ด้วย น้ำจึงเดินไปหา 

“ม้าถักผ้าพันคออยู่เหรอครับ” น้ำถามขึ้น  

“ใช่จ้ะ ม้าว่าจะรีบถักให้เสร็จทันก่อนที่ชานจะไป ม้าถักผืนสุดท้ายพอดี” วิชุดาตอบกลับยิ้มๆ อีกสามผืนก็เสร็จแล้ว เธอตั้งใจจะฝากให้ชานเอาไปลูกๆ อีกสามคนด้วย 

“ม้าถักสวยจังครับ สอนให้น้ำบ้างนะ น้ำจะถักไปให้ฟอนต์” น้ำบอกยิ้มๆ  

“ฟอนต์คือใครเหรอจ๊ะ” วิชุดาวางไหมพรมแล้วถามออกขึ้น 

“เพื่อนสนิทของน้ำเองครับ เคยทำงานที่เซเว่นด้วยกัน” น้ำตอบกลับไปและนึกสงสัยว่าวิชุดาถามทำไม แล้วสีหน้าก็เปลี่ยนด้วยตอนน้ำเอ่ยชื่อฟอนต์ออกมา 

“เพื่อนสนิทงั้นเหรอ ม้านึกว่าแฟนหนูน้ำ ม้าไม่ยอมนะเพราะหนูน้ำต้องเป็นแฟนชานเท่านั้น” วิชุดายิ้มออกมาเพราะตั้งแต่น้ำเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ ชานยิ้มออกมาบ่อยมากแถมอ่อนโยนมากกว่าเดิมด้วย แม้ชานไม่ได้แข็งกระด้างแบบชุนแต่ก็ยิ้มยากเหมือนเหมราชไม่มีผิด  

น้ำชะงักไปเมื่อได้ยินที่วิชุดาบอกว่าน้ำเป็นแฟนชาน 

“ม้าไม่รู้หรอกนะว่าหนูน้ำกับชานเคยคุยเรื่องนี้กันหรือเปล่า แต่การที่ชานพาหนูน้ำมาอยู่ด้วยและจะส่งเรียนแบบนี้ หนูน้ำพอจะมองสถานะของตัวเองออกไหมจ๊ะ” วิชุดาแกล้งถามกลับไป เธอเห็นริ้วสีแดงตรงแก้มใสนี่แหละเลยลองถามดู 

“คือ...น้ำก็พอจะรู้ครับ...ต-แต่น้ำไม่กล้าถาม น้ำกลัวพี่เสือจะตอบไปอีกแบบ” น้ำเริ่มบอกความในใจออกมาทีละนิด  

“เอาไว้ให้การกระทำของชานชัดเจนกว่านี้ก็แล้วกัน แต่ม้ายังยืนยันคำเดิมนะว่าถ้าไม่ใช่ตัวจริงม้าจะสอนไม่ให้พามาที่บ้านเป็นเด็ดขาด” วิชุดลูบแก้มใสเบาๆ แล้วถักผ้าพันคอต่อ  

น้ำยิ้มออกมาเมื่อได้ยินแบบนั้น ที่ชานถามก่อนหน้าก็พอทำให้น้ำเริ่มแน่ใจว่าชานรู้สึกยังไงด้วย แต่น้ำไม่กล้าฟันธงเต็มร้อยเพราะกลัวจะคิดไปเอง 

“แล้วชานยังไม่ตื่นเหรอ” วิชุดาถามถึงลูกชาย 

“ยังครับ” น้ำตอบกลับไป 

“น้ำจัดกระเป๋าให้บางส่วนแล้วแต่ไม่รู้ว่าพี่เสือจะเอาเสื้อผ้าชุดไหนไปบ้าง กลัวไม่ถูกใจจึงเอาบางส่วนออกมาแขวนไว้หน้าตู้เสื้อผ้าก่อน ให้เจ้าตัวเลือกเองเลย” น้ำยิ้มออกมาเมื่อพูดถึงชาน  

“ถ้าเป็นชุดที่หนูน้ำเลือกให้ ชานใส่หมดนั่นแหละ” วิชุดาเหล่มองไปทางบันไดก่อนจะยิ้มออกมาน้ำสะดุ้งเมื่อถูกหอมแก้มจากคนอยู่ด้านหลัง ไม่มีใครนอกจากชานแน่นอน  

“พี่เสือตกใจหมดเลยครับ” น้ำพูดออกมาก่อนจะตาเบิกกว้างเมื่อถูกร่างสูงอุ้มขึ้นและถูกจับนั่งลงที่ตักแทน ชานนั่งลงแทนที่น้ำและน้ำก็นั่งบนตักของชานโดยที่โอบรอบเอวของน้ำเอาไว้ 

“นินทาพี่อยู่เหรอ” น้ำหน้ามุ่ยเพราะชานชอบทำให้น้ำเขินอายต่อหน้าคนในบ้านตลอด 

“เอาน้องไปกกตั้งแต่ช่วงสายลากยาวถึงเย็นเลยนะคุณชาย” วิชุดาแกล้งแซ็วลูกชาย น้ำหน้าแดงขึ้นมาก่อนจะถูกชานหอมแก้มอีกข้างเลยโดนหมัดทุบลงมาที่หน้าอกของเขาทันที 

“อิจฉาเหรอครับคุณวิชุดา รีบกลับไปคืนดีกับคุณเหมสิครับ” ชานพูดออกมาด้วยน้ำเสียงล้อเลียนมารดา  

“เดี๋ยวช่วงที่ชานไปต่างประเทศม้าจะพาน้องน้ำหนีไปอยู่กับตาชุนเลย” วิชุดาพูดขู่ ทำเอาชานหัวเราะออกมา 

“ถ้าเจ้าเปี๊ยกนี่ไปอยู่กับไอ้ชุนนะมีหวังได้ร้องไห้กลับมาแน่ ไอ้ชุนอารมณ์มันยิ่งเหมือนหมาบ้าอยู่” ชานพูดออกมาอย่างขำๆ น้ำหน้ามุ่ยไปทันทีเมื่อถูกว่าเรียกว่าเจ้าเปี๊ยกอีกแล้ว 

“น้ำไม่ชอบเลยที่พี่เสือเรียกว่าเจ้าเปี๊ยก” เด็กน้อยพองลมที่แก้มด้วยความโกรธเคืองเลยถูกชานดีดหน้าผากไปหนึ่งที 

“ตัวเตี้ยแถมหุ่นแห้งกรอบแบบนี้เรียกเจ้าเปี๊ยกถูกแล้วหรือจะให้เรียกว่าหุ่นไม้เสียบผี” ชานพูดแหย่อีก 

“นี่ชานเดี๋ยวม้าฝากผ้าพันคออีกสามผืนไปให้พวกพี่ด้วยนะ” วิชุดาส่งผ้าพันคอสี่ผืนให้กับลูกชาย ชานหน้าเสียไปนิด 

“สีชมพูเนี่ยนะม้า ไม่มีใครอยากใส่หรอก” ชานพูดออกมาเพราะสีมันเด่นชัดมากจนแสบตา  

“ต้องใส่ทุกคน โดยเฉพาะเจ้าชุน ถ้าไม่ใส่ม้าจะกล่อมให้เมียๆ ของพวกแกมีแฟนใหม่กันหมดเลย” วิชุดาไม่ได้ขู่แต่เอาจริง  

“แต่เมียผมกล่อมไม่ได้หรอกครับใจแข็งจะตาย ขนาดถามเรื่องสถานะของเราสองคนยังเลี่ยงตอบไปเป็นอย่างอื่นได้เลย” ชานพูดทีเล่นทีจริง เด็กน้อยนั่งนิ่งไม่หันมาตอบโต้เพราะยังโกรธที่ชานว่าเจ้าเปี๊ยกอยู่ นอกจากจะไม่ง้อยังมาว่าน้ำเป็นหุ่นไม้เสียบผีอีก! 

“น้ำไปเดินเล่นในสวนนะครับ” น้ำบอกวิชุดา เธอพยักหน้ารับก่อนจะหันมายักคิ้วใส่ลูกชายเมื่อเห็นน้ำเดินออกไปแล้ว 

“โดนเมียงอนแล้วคุณชาย” วิชุดาพูดออกมายิ้มๆ รู้สึกเอ็นดูท่าทางของน้ำที่งอนใส่ลูกชายตัวเอง ไม่หลงหัวปักหัวปำให้มันรู้ไปสิ 

“ผมไปง้อเมียก่อนนะครับคุณหญิง” ชานบอกกับมารดาแล้วลุกเดินไปที่สวนเพื่อตามหาร่างเล็ก สวนข้างบ้านเป็นสวนปลูกต้นไม้ทั่วไป แต่ใจกลางของสวนมีต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ที่ตอนเด็กชานและพี่อีกสามคนจะมาเล่นที่นี่เป็นประจำหลังเลิกเรียน เหมราชจึงปลูกต้นไม้เพิ่มและยังมีสวนหย่อมเล็กที่เป็นดอกไม้ด้วย 

“หนูโกรธพี่เหรอครับ” ชานเดินไปขวางเอาไว้ ใบหน้าหวานยังบูดบึ้งแถมคิ้วยังขมวดราวกับมีเรื่องให้ทุกข์ใจ 

“น้ำไม่ชอบที่พี่เสือพูดกับน้ำแบบนั้นนี่ครับ” น้ำบอกทั้งที่หน้างอก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองชานทั้งน้ำตา ชานชะงักไปนิดแล้วเดินไปใกล้ๆ อุ้มเด็กน้อยไปตรงม้านั่งที่อยู่ใกล้ๆ ให้นั่งตักแล้วเช็ดน้ำตาออกให้ 

“น้ำเป็นคนไม่มั่นใจในตัวเองเลย...ฮึก!...พอพี่เสือพูดให้น้ำแบบนี้ก็ยิ่งเสียความมั่นใจ” เด็กน้อยบอกทั้งน้ำตาทำให้ชานรู้สึกผิด ชานเช็ดน้ำตาออกให้อีกรอบแล้วกอดร่างเล็กเอาไว้ 

“พี่ขอโทษครับ ต่อไปนี้จะไม่พูดอีกแล้ว” ชานลูบหัวไปด้วย เขาไม่คิดว่าแค่พูดเล่นหรือแซ็วออกไปแบบนั้นจะจี้ปมของน้ำแบบนี้หมัดน้อยฟาดลงที่ไหล่อย่างโกรธแค้น ไม่พอ! ยังฟาดลงซ้ำที่เดิมอีก 

“ไหนเงยหน้าขึ้นมาคุยกันก่อนเร็ว” ชานบอกเสียงนุ่มแล้วเชยคางมนขึ้นมา ดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้สะเทือนใจชานมาก  

“ตาบวมเลย” ชานพูดจบก็ลูบดวงตาสวยเบาๆ  

“หนูไม่ชอบที่พี่พูดว่าเจ้าเปี๊ยกใช่ไหม” ชานเอ่ยถาม เด็กบนตักพยักหน้าหงึกหงัก  

“งั้นต่อไปนี้พี่จะไม่เรียกอีกครับ” พูดจบก็ฝังริมฝีปากลงที่แก้มใสอย่างมันเขี้ยว เสียงหัวเราะดังแว่วออกมาเพราะน้ำจักจี้ 

“พอแล้วครับ น้ำจักจี้จนขนลุกเลย” น้ำชูแขนที่ขนลุกให้ดู ชานยิ้มออกมาเมื่อเห็นร่างเล็กขนลุกตามแขน  

“หนูไม่ชอบที่พี่เรียกเจ้าเปี๊ยกเพราะมีปมที่เกิดมาตัวเล็กกว่าผู้ชายทั่วไปใช่ไหมครับ” ชานถามเสียงจริงจัง น้ำพยักหน้ารับเพราะเมื่อก่อนป้าพิณพูดกระแทกใส่น้ำเป็นประจำ 

“ใช่ครับ ตอนอยู่กับลุงแสงและป้าพิณน้ำถูกว่าแบบนี้ตลอด” น้ำพูดออกมาเสียงแผ่ว เมื่อชานได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออกมา 

“หนูตัวเล็กแบบนี้ดีแล้ว แค่น่ารักในสายตาพี่ก็พอ” ชานบอกยิ้มๆ ทำเอาน้ำเขินและนั่งบิดอยู่บนตักของชาน 

“ทำหน้าแบบนี้น่าขึ้นไปจัดอีกสักรอบ” ชานแกล้งพูดออกไป น้ำหน้าเสียก่อนจะพยายามดิ้นลงจากตักของเขา ชานเลยต้องรีบเฉลยว่าแค่พูดเล่นและชวนร่างเล็กขึ้นไปจัดกระเป๋าบนห้อง  

ซึ่งชุดที่น้ำเตรียมไว้ให้ก่อนหน้านั้นถูกใจชานทุกชุด ดูท่าแล้วชานตามใจน้ำเสียมากกว่า ไม่ว่าน้ำเสนออะไรให้ก็ตอบรับไปหมด  

น้ำเลือกเฉพาะของใช้ที่จำเป็นและกำชับให้ชานใส่เสื้อผ้าให้หนาๆ เพราะที่นั่นหนาวพอสมควร  

กระเป๋าถูกยกไปขึ้นรถรวมไปถึงกระเป๋าเฉินและบอลด้วย ชานจึงออกไปข้างนอกและบอกจะกลับมาช่วงเย็น น้ำจึงนั่งเล่นกับวิชุดาไปเรื่อยๆ  

สักพักใหญ่ๆ ชานก็กลับมาพร้อมกับเรียกมือขวาและมือซ้ายเข้าไปคุยในห้อง ท่าทางที่เครียดของชานน้ำจึงไม่กล้าถามว่าเกิดอะไรขึ้น 

ผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้วน้ำจึงเอาของว่างไปให้ แต่น้ำยังได้ยินเสียงสามหนุ่มคุยกันอยู่เลยถือโอกาสแอบฟังไปด้วย  

“ขอบคุณครับแต่คุณชานไม่น่าเอาชีวิตไปเสี่ยงแบบนี้เลย” บอลพูดขึ้นด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสุข  

“ผมบอกแล้วไงว่าจะช่วยลูกสาวคุณบอลเองและอีกอย่างคนอย่างคุณวาร์ดมันต้องเจอกับผมนี่แหละ” ชานพูดออกมา 

“คุณชานเล่นบุกไปคนเดียวแบบนี้พวกผมขอตำหนินะครับ ถ้าหลบไม่ทันจะเป็นยังไง โชคดีที่โดนแค่ช่วงไหล่” เฉินพูดบ้างและมองเจ้านายด้วยสายตาตำหนิ น้ำสงสัยในคำพูดของเฉินมากและต้องพิสูจน์อะไรบางอย่างเสียแล้ว 

“ไม่ทันแล้วครับคุณเฉินตำหนิผมด้วยสายตาแล้ว แต่ไม่ต้องห่วงผมกรอกครับ ผมดวงแข็งจะตาย” ชานพูดจบก็หัวเราะออกมา  

“ช่วงที่ผมไม่อยู่บ้าน ผมกลัวเด็กดื้อจะไปเล่นแถวโกดังเก็บสินค้าของพวกเรา ผมเลยคิดว่าควรสั่งคนในบ้านห้ามเข้าไปวุ่นวายเด็ดขาดเพราะนั่นเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญมาก” ชานคิดหนักเรื่องนี้ 

โกดังเก็บสินค้าไม่มีใครเข้าไปได้ง่ายก็จริงแต่ชานรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีและเขาดันต้องไปต่างประเทศตั้งหนึ่งเดือนเลยกังวลมาก 

“เดี๋ยวผมกำชับป้าหวินและป้าวาฬอีกทีครับ” เฉินพูดขึ้น 

น้ำที่แอบฟังอยู่นั้นก็คิ้วขมวดและเริ่มสงสัยว่าโกดังที่อยู่ถัดไปจากบ้านเล็กนั้นมีอะไรอยู่ข้างในเพราะชานห้ามน้ำไปแล้วครั้งหนึ่งตอนอยู่ในห้องทำงานและครั้งนี้ยังพูดถึงอีกรอบด้วย 

“ฝากด้วยนะครับ งั้นพวกเราแยกย้ายกันไปเตรียมตัวดีกว่า” ชานบอกทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจะเดินออกไปจากห้องแล้วชนเข้ากับน้ำพอดี แก้วน้ำส้มสามแก้วและขนมหล่นลงพื้นกระจาย โชคดีที่เป็นแก้วพลาสติกเลยไม่แตก 

“ขอโทษครับน้ำแค่จะเอาของว่างมาให้” น้ำรีบพูดออกไปและหวั่นใจว่าจะถูกดุ  

“เดี๋ยวน้ำรีบเช็ดให้ครับ” น้ำบอกเสียงลนลานก่อนจะก้มลงเก็บซากขนมแต่ชานสั่งห้ามและเรียกให้ป้าหวินมาเก็บ ส่วนน้ำก็ถูกร่างสูงพาไปห้องรับแขก  

“โอ๊ย!” ชานร้องเสียงหลงเมื่อถูกน้ำบีบลงที่ช่วงไหล่ 

“พี่เสือไปทำอะไรมาครับ ทำไมถึงได้เจ็บไหล่แบบนี้” น้ำถามออกมาอย่างจับผิดเพราะได้ยินเฉินพูดว่าโชคดีที่โดนแค่ช่วงไหล่เลยสงสัยว่าต้องมีแผลอยู่แน่และก็เป็นจริงอย่างที่คิดเอาไว้ 

ชานยิ้มออกมาเมื่อเห็นสายตาที่จริงจังของน้ำ อาการไม่ต่างจากแมวที่กำลังขู่ฟ่อๆ ทำเอาน่าเอ็นดูมากกว่าน่ากลัวเสียอีก 

“ไม่ต้องยิ้มเลยน้ำถามพี่เสืออยู่นะ!!” เสียงน้อยพยายามเปล่งให้ออกโทนเข้ม ชานไม่กลัวหรอกแต่อยากจับฟัดมากกว่า 

“คุณบอลเล่าเรื่องที่น้องบิวถูกคุณวาร์ดลักพาตัวให้น้ำฟังแล้ว แสดงว่าพี่เสือต้องบุกไปช่วยเหลือคนเดียวใช่ไหม” น้ำตั้งสันนิษฐานและถามออกมา ชานได้แต่ยิ้มเพราะตรงตามที่เด็กน้อยพูดเลย 

“เอ่อ...น้ำยุ่งเรื่องพี่เสือมากเกินไปหรือเปล่าครับ” น้ำเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเข้าไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของชานมากเกินไป 

“ไม่เป็นไรครับ อีกอย่างพี่ก็ต้องไปยุ่งเรื่องของหนูเหมือนกัน” ชานพูดออกมายิ้มๆ เพราะเขามีแผนจะผลิตทายาทเร็วๆ นี้ 

“หมายความว่ายังไงครับ” น้ำคิ้วขมวดและถามออกไป 

“เปล่าครับ ที่พี่ปวดไหล่เพราะลุยเดี่ยวไปช่วยน้องบิวมาครับ ลูกน้องของพี่ตามสืบจนรู้ว่าอยู่โกดังร้างแต่พี่คำนวณดูแล้วว่าพี่ลุยเดี่ยวได้สบายเลยพาตัวน้องบิวออกมาได้ แต่โกดังมันเก่าและโทรมมากเศษเหล็กเลยหล่นโดนไหล่ครับ” ชานบอกรายละเอียดคร่าวๆ ทำให้น้ำเป็นห่วงอย่างมาก 

“พี่เสือมันอันตรายนะครับ ถ้าถูกพวกนั้นยิงขึ้นมาด้วยล่ะ” เสียงใสเอ่ยออกไปก่อนจะขอดูแผล ซึ่งมันแค่ช้ำเล็กน้อยแต่เพราะน้ำบีบโดนจุดพอดีชานเลยร้องเสียงหลง  

“พี่เสือระวังตัวด้วยนะครับ คุณบอลยังบอกอีกว่าไปคุยงานกับคุณวาร์ดครั้งนี้อันตรายมากเลยแล้วยิ่งลักพาตัวน้องบิวแบบนั้น ผู้ชายคนนั้นไม่น่าคบหาเลย น้ำเป็นห่วงนะครับ” น้ำเป็นห่วงจริงๆ ชานยิ่งดีใจเมื่อได้ยินคำว่าเป็นห่วงจากน้ำจึงจับมือเรียวขึ้นมาสองข้างแล้วจูบลงเบาๆ 

“ขอบคุณครับ พี่จะระวังตัวเป็นอย่างดีเลย” ชานดึงร่างเล็กมากอด น้ำจึงกอดตอบบ้าง ความอุ่นจากร่างสูงทำให้น้ำไม่อยากให้ชานไปเลย 

“แล้วก็ห้ามเข้าไปยุ่งที่โกดังนะครับ ข้อนี้ห้ามดื้อเด็ดขาดเลย ถ้าดื้อพี่จะโกรธมากด้วย” ชานเปลี่ยนมาพูดเสียงเข้มทำเอาน้ำแอบกลืนน้ำลาย แต่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ น้ำกลัวชานที่ห้ามแค่ตอนนี้เท่านั้นแหละ  

“ครับ” น้ำตอบรับไป  

“พี่ไม่อยู่จะเหงาไหมเนี่ย” ชานเห็นแล้วว่าสีหน้าของน้ำนั้นเปลี่ยนไป น้ำเม้มปากเอาไว้เมื่อได้ยินชานถามแบบนั้น 

“ไม่เหงา...ฮึก!...ครับ” น้ำบอกออกไปก่อนจะร้องไห้ออกมาจนชานต้องดึงมากอด มือหนาลูบหัวเบาๆ แล้วจูบลงที่กลุ่มผมด้วย 

“โอ๋ๆ แค่เดือนเดียวเองเดี๋ยวพี่ก็กลับแล้ว” ชานบอกเสียงนุ่ม  

“น้ำไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเสือเลย...ฮึก!...มีหลายเรื่องที่น้ำสงสัยแต่น้ำก็ไม่กล้าถามเพราะเราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกัน” กำปั้นน้อยสองข้างทุบลงที่หน้าอกของเขารัวๆ  

“อย่าร้องไห้สิครับ ทุกวันนี้การกระทำของพี่ยังไม่ชัดเจนอีกหรือไงหืม” ชานถามเสียงนุ่ม  

น้ำเม้มปากเตรียมจะร้องไห้อีกรอบ 

“อย่าร้องไห้สิ หนูรู้ก็ว่าพี่คิดยังไงกับหนู แต่หนูก็กลัวว่าพี่จะไม่คิดเหมือนที่หนูคิดใช่ไหมครับ” ชานเช็ดน้ำตาออกให้ 

“ครับ...ฮึก!...พี่เสือนิสัยไม่ดีเอาแต่พูดหยอกล้อ” น้ำต่อว่าอีก 

“น้ำไม่อยากคิดแล้วน้อยใจไปเอง ที่พี่เสือยังดีกับน้ำเพราะยังไม่เบื่อน้ำใช่ไหม ถ้าเบื่อแล้วจะเขี่ยทิ้งใช่ไหมครับ” น้ำพูดต่อทำให้ชานกุมขมับกับการคิดไปเองและเลยเถิดไปไกลขนาดนี้  

“ทำไมคิดแบบนั้น” ชานถามไปอย่างสงสัย 

“ก็น้ำดูในละครมามันเป็นแบบนี้นี่นา” น้ำตอบกลับไปพร้อมกับน้ำตาที่ไหลลงมาอีกระลอก ชานกอดปลอบร่างเล็กเหมือนเดิม  

“โอ๋ๆ พี่ไม่เคยคิดแบบนั้นครับ พี่แค่อยากให้ค่อยๆ เรียนรู้นิสัยกันไปก่อน พี่จะไม่บอกว่าพี่นิสัยดีหรือร้ายแค่ไหนเพราะคำพูดมันปรุงแต่งได้ แต่การกระทำต่อให้แสร้งทำดีในช่วงแรกแต่นานไปมันก็จะออกมาจากนิสัยที่แท้จริงเอง” ชานบอกเสียงจริงจังแล้วเช็ดน้ำตาออกให้ ตาใสจ้องมองราวกับแมวตัวน้อยที่อ้อนขอปลาทู 

“จริงเหรอครับ” เสียงน้อยๆ ถามกลับมา 

“จริงครับ” ชานตอบยิ้มๆ 

“อย่าคิดไปเองสิ รู้ไหมว่าทุกวันนี้พี่อยากให้หนูเรียกร้องอะไรสักอย่างกับพี่ทุกวันเลย อยากดูแล อยากตามใจมากเลยครับ” ชานพูดออกจากใจจริงเพราะเด็กน้อยไม่เรียกร้องอะไรจากเขาเลย  

ไม่รู้ทำไมเขาถึงอยากเอาใจน้ำ อยากให้มีความสุข อยากเห็นรอยยิ้มสดใสแบบนี้ทุกวัน 

“จริงเหรอครับ” น้ำถามกลับไปอย่างเขินอาย ชานลูบแก้มใสแล้วพยักหน้ารับ 

“เอาแบบนี้ไหมครับ หนึ่งเดือนที่พี่ไปต่างประเทศนั้นให้หนูลองทบทวนหัวใจตัวเองดูว่ารู้สึกยังไงกับพี่ แล้วพอพี่กลับมาและความรู้สึกของหนูยังเหมือนเดิม พี่จะขอหนูเป็นแฟนครับ” ชานพูดเสียงจริงจัง น้ำได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งอายหนัก ไม่ว่าชานจะพูดอะไรก็อายไปหมดจนไม่เป็นอันทำอะไรแล้ว 

“แล้วถ้าพี่เสือเปลี่ยนใจเองล่ะครับ น้ำไม่ต้องย้ายออกจากบ้านพี่เสือเหรอ” น้ำถามกลับไป 

“บอกแล้วไงว่าถ้าไม่ใช่ตัวจริง จะไม่พามาที่บ้านครับ” ชานตอบกลับแค่นั้นก็ทำให้น้ำตัวบิดม้วน เก็บทรงไม่อยู่แล้ว 

“บ้า! พี่เสือไปแต่งตัวเลย จะออกเดินทางแล้วนะครับ” น้ำจงใจเปลี่ยนเรื่องนี่แหละ ไม่ไหว! หัวใจทำงานถึงขีดจำกัดแล้ว 

“ไปแต่งตัวบนห้องให้พี่หน่อยสิครับ” ชานพูดเสียงอ้อน 

 น้ำพยักหน้ารับอย่างตามใจก่อนจะถูกอุ้มขึ้นไปบนห้อง  

วิชุดายิ้มออกมาเมื่อยืนดูเหตุการณ์และเห็นแล้วทั้งหมด ดูท่าลูกชายของเธอคงมีคนดูแลแล้วแหละ อีกอย่างน้ำเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตแบบนี้ก็ดีแล้ว เธอเองก็อยากให้ชานมีครอบครัวสักที 

พอเข้ามาในห้องแล้วน้ำก็รีดเสื้อผ้าให้ เสื้อผ้าราคาแพงทำเอาน้ำเกร็งมากเพราะกลัวทำชุดไหม้ ระหว่างที่รีดผ้าอยู่นั้นก็ถูกชานลวนลามอยู่ตลอดเวลา จนรีดผ้าเสร็จก็แต่งตัวให้ชาน 

“พี่เสือหยุดลวนลามน้ำก่อนได้ครับ น้ำแต่งตัวให้ไม่ถนัดเลย” น้ำบอกพร้อมกับมองมือปลาหมึกที่เลื้อยไปทั่งร่างกายของตัวเอง 

“ไม่ได้เจอตั้งหนึ่งเดือนแหนะ” ชานพูดเสียงอ้อน แต่ไม่ได้ลูบไล้เหมือนเดิม จนแต่งตัวให้ชานเสร็จน้ำก็สำรวจความเรียบร้อย  

ชานในชุดสูทนั้นหล่อและดูดีเป็นอย่างมากจนน้ำมองตาค้าง น้ำอยากจะอวดฟอนต์มากเลยว่าชานนั้นดูดีแค่ไหน แต่ก็นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้เป็นอะไรกัน ชานจูงมือพาน้ำเดินลงไปหน้าบ้าน เฉินและบอลรออยู่ก่อนหน้าแล้ว ชานหยิบแว่นมาใสยิ่งเพิ่มความเท่ไปอีก 

“ใส่ชุดเต็มยศแบบนี้ดูน่าเกรงขามนะคุณชาย” วิชุดาเอ่ยแซ็ว  

“ป๊ายังไม่กลับเหรอครับม้า” ชานถามถึงบิดาเพราะออกไปทำงานตั้งแต่เช้าแล้ว 

“ไม่รู้สิ” วิชุดาตอบกลับทันทีพร้อมกับทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ 

//พี่ฝากให้หนูเป็นกามเทพแผลงศรให้เขาคืนดีกันทีนะครับ// ชานกระซิบบอกน้ำข้างหู  

//ได้ครับ รอดูผลงานได้เลย// น้ำตอบกลับยิ้มๆ  

“งั้นพวกผมไปก่อนนะครับ ฝากดูแลน้องด้วยนะม้า” ชานมองดูนาฬิกาก็ใกล้ได้เวลาเดินทางแล้ว คนขับรถของวิชุดาเป็นขับรถไปส่งที่สนามบินด้วยคำสั่งของวิชุดา 

“ได้จ้ะ” วิชุดารับคำ ชานหันไปหาน้ำที่ยืนอยู่ข้างๆ  

“พี่เสือลืมของครับ” น้ำนึกขึ้นได้ก่อนจะรีบวิ่งหายเข้าไปในบ้านทำเอาชานสงสัยก่อนจะเห็นน้ำวิ่งออกมาพร้อมถุงใบใหญ่ 

“ผ้าพันคอของพวกพี่ครับ” น้ำบอกยิ้มๆ เพราะวิชุดาเป็นคนถักให้เองกับมือ ถึงแม้จะเป็นสีชมพูและชานก็รู้ว่าพวกพี่ๆ ไม่มีทางใส่แน่นอน แต่ชานก็ต้องรับไว้เพราะวิชุดาจ้องตาเขม็งเลย 

“พี่เสือดูแลตัวเองดีๆ นะครับ ใส่เสื้อผ้าหนาๆ ผ้าพันคอของม้าก็ต้องใส่ด้วยนะครับ” น้ำบอกด้วยความเป็นห่วง ชานจับมือของน้ำขึ้นมาจูบเบาๆ  

“หนูก็อย่าดื้ออย่าซน เป็นเด็กดีนะครับ” ชานบอกยิ้มๆ  

ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นชานน้ำตาคลอด้วย น้ำเช็ดน้ำตาออกแล้วโผเข้ากอดชานเอาไว้แน่น น้ำรู้สึกใจหายที่ห่างกันตั้งหนึ่งเดือน 

ส่วนชานก็ไม่ต่างกัน เขากำชับลูกน้องให้ตามเฝ้าน้ำอยู่ตลอด ไม่ว่าน้ำไปไหนมาไหนต้องตามเฝ้าเพราะศัตรูชานก็เยอะพอสมควร 

“พี่ไปก่อนนะครับ” ปากบอกลาแต่สายตามองน้ำด้วยความเป็นห่วงอยู่ไม่คลาย ชานก้มลงจูบแก้มใสครั้งสุดท้ายแล้วเอ่ยลา  

น้ำร้องไห้ออกมาจนได้แต่วิชุดาดึงเข้าไปกอดปลอบอยู่ 

“ฝากน้องด้วยนะครับม้า” ชานบอกกับมารดาสายตามองน้ำด้วยความเป็นห่วง 

ชานเช็ดน้ำตาตรงหางตาออกแล้วขึ้นไปบนรถ ชานพยายามไม่มองหน้าของน้ำเพราะเดี๋ยวเขาได้เปลี่ยนใจไม่ไปนะสิ.... 

 

  

  

  

  

-------------++++++++++++++--------------- 

  

ความคิดเห็น