ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 6 ชัยชนะครั้งที่ 1 ของเหล่าเอลฟ์

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 ชัยชนะครั้งที่ 1 ของเหล่าเอลฟ์

คำค้น : magic song,เวทย์มนต์แห่งเสียงเพลง,yaoi,ต่างโลก,MMORPG

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 956

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 01 พ.ย. 2563 21:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 ชัยชนะครั้งที่ 1 ของเหล่าเอลฟ์
แบบอักษร

ภาพตัดกลับมายังจุดเดิมที่เขานั่งอยู่ในตอนแรกพร้อมกับข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ  

 

[ยินดีด้วยท่านได้ผ่านบททดสอบแห่งการจุติขั้นที่ 1 ได้รับเวทย์มนต์รูปแบบผีเสื้อในการจุติครั้งแรก และได้รับรูปแบบเย้ายวนแห่งกายยาบพร้อมกับออฟชั่นเสริมที่ผู้สร้างให้เป็นรางวัล(กรณีที่นักผจญภัยสามารถจุติครั้งแรกได้เมื่อเข้ามาในโลกAdventure World ภายในระยะ7วัน)] 

 

[เลือกออฟชั่นเสริม] 

-เสน่ห์ 

-หลงไหล 

-ล่อลวง 

 

เพิลกระพริบตาปริบๆ สกิลเสน่ห์ก็พอเข้าใจอยู่หรอก...แต่ไอ้สกิลหลงไหลกับล่อลวงนี่มันคืออะไร! ยังไงสะเขาก็ไม่มีทางไปเลือกสกิลแปลกๆแบบนั้นแน่นอน  

 

ผมจิ้มนิ้วลงไปที่สกิลเสน่ห์แล้วกดยืนยันเพราะคิดว่ามันคงปกติที่สุดแล้วของตัวเลือกนี้ แต่ทว่ามันกลับขึ้นข้อความว่าสามารถเลือกออฟชั่นได้สูงสุดสองอย่าง...  

 

เอิ่ม...เอาจริงดิ 

 

นี่แสดงว่าเขาต้องเลือกสกิลออฟชั่นแปลกๆอีกหนึ่งอย่างสินะ เห้อ...ผมได้แต่ถอนหายใจไม่รู้ว่าทำไมไอ้ความรู้สึกตื่นเต้นก่อนหน้านี้มันถึงได้หายไป ในที่สุดเขาก็ต้องเลือกสกิลออฟชั่นที่มันดูแปลกน้อยมากที่แล้วกดยืนยัน 

 

[ออฟชั่นสเน่ห์-เมื่อมีพันธมิตรอยู่ไกล้ๆจะฮีมพลังชีวิตเท่ากับ15%ของพลังโจมตีเวทย์] 

[ออฟชั่นหลงไหล-เพิ่มพลังค่าเจาะเกราะ250ให้กับพันธมิตรที่มีค่าพลังโจมตีมากที่สุด1คน] 

 

[เนื่องจากมีสกิลในหมวดเย้ายวนทั้งสองอย่างจึงฟิวชั่นกลายเป็นสกิลเอกซ์ตราเย้ายวน-สง่างาม] 

 

[ออฟชั่นสง่างาม-สามารถเพิ่มระยะของสกิลทุกอย่างรวมถึงสกิลติดตัวได้ถึง2กิโลเมตร(ยิ่งเพิ่มระยะไกลเท่าไหร่ก็จะยิ่งใช้มานามากขึ้นเท่านั้น-ยกเว้นสกิลพาสซิพเท่านั้น)] 

 

ว้าว!...เจ๋งดีแฮะ อย่างนี้ก็เหมาะกับหน้าที่ของซัพพอร์ตยืนหลังเลยนะสิ 

 

เพิลยิ้มด้วยความปลื้มปลิ่มแล้วลุกขึ้นจากท่อนไม้แต่ทว่าร่างกายกลับรู้สึกแปลกไปกว่าปกติ นัยย์ตาสีฟ้าทะเลฉายแววงุนงงก่อนจะยกมือขึ้นเกี่ยวปอยผมไปทัดหูเพราะรู้สึกจักจี้แปลกๆ 

 

เดี๋ยวนะ...ผมหรอ? 

 

"เฮ้ย!!ผมของเรา!"เพิลพบว่าผมตัวเองยาวขึ้นเป็นอย่างมาก...มากจนถึงข้อพับขา 

 

"ผิวเรา!"ไม่ใช่แค่ผมเท่านั้นที่เปลี่ยนไปสีผิวเองก็เช่นกัน  

 

ในจังหวะที่ยกแขนขึ้นมานั้น...เขาก็พบว่าผิวของตัวเองยามกระทบกับแสงแดดนั้นมันขาวจนสะท้อนแสงออกมาให้เห็นเป็นออร่า นี่ไม่ใช่เรื่องที่คิดไปเองแต่ว่ามันเป็นเรื่องจริง...ทั้งหุ่นและความสูงที่แตกต่างจากเดิม เอวของเขาลดและคอดไปมากจนเหมือนสรีระของผู้หญิงผิดถนัดกับของผู้ชายรวมทั้งความสูงที่เพิ่มขึ้นมานิดหน่อยประมาณ5เซนติเมตร 

 

"มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย!"อุทานด้วยความตกใจ ในสถานการณ์แบบนี้เขาแปลกใจและงุนงงมากๆไม่เข้าใจเลนสักนิดว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง 

 

[ขอตอบคำถาม สิ่งที่ท่านนักผจญภัยกำลังสงสัยอยู่ในตอนนี้เป็นเพราะผลจากการจุติพลังรูปแบบแห่งผีเสื้อและได้รับกายยาบแห่งผีเสื้อ รูปร่างของนักผจญภัยก็จะเปลี่ยนไปนิดหนึ่งตามพลังที่เติบโตของท่าน] 

 

"งะ...งั้นก็หมายความว่ายิ่งมีพลังมากเท่าไหร่ผมก็จะยิ่งเหมือนผู้หญิงขึ้นงั้นหรอ..."ดวงตาของเพิลเลื่อนลอยไปไกลแล้ว ถ้าใครมาเห็นเจ้าตัวในสภาพตาลอยพูดคนเดียวแบบนี้คงได้คิดว่าบ้าเป็นแน่ 

 

[ไม่เชิงว่าเหมือนผู้หญิงแต่จะใช้นิยามคำว่าสวยมากขึ้นก็ได้] 

 

มันก็ไม่เห็นต่างกันเลยนี่นา...ฮือๆ...รู้อย่างนี้เขาน่าจะใช้คอร์ของนกพิราบขาวจุติก่อนเสียก็ดี 

 

วูด!!! 

 

"หือ?"เสียงก้องกังวาลจากแตรไม้ดังไปทั่วเมืองฟรอลาเรียนทำให้เขาหันไปมองทางตัวเมือง แถมยังรู้สึกผิดปกติอีกด้วยเขาจึงไม่อยู่นิ่งรีบสุดฝีเท้าเข้าไปในเมือง แต่นอกจากรูปร่างที่เปลี่ยนไปแล้วพละกำลังเหมือนจะไม่เปลี่ยนไปจากเดิมเลยสักนิด... 

 

เขาหยุดผีเท้าเมื่อมองเห็นทหารเอลฟ์คนหนึ่งกำลังพาชาวเมืองหนีจากอะไรสักอย่างเขาเลยไม่รอช้าที่จะเข้าไปถามให้รู้เรื่อง 

 

"เกิดอะไรขึ้นหรอครับ" 

 

"คุณเพิลนี่เอง! รีบหนีไปเถอะครับพวกอันเดดทำลายกำแพงมนตราสำเร็จแล้วอีกไม่นานพวกมันก็จะบุกมาที่นี่ ตอนนี้กองทัพของพวกเรากำลังสกัดมันไว้แต่ยังไงก็คงสกัดได้อีกไม่นานเพราะกองทัพอันเดดมีกำลังมากเกินกว่ากองกำลังของเอลฟ์ครับ" 

 

บ้าหน่า!ทำไมมันถึงเร็วขนาดนี้ละ... 

 

"แล้วตอนนี้คุณเออริกอยู่ที่ไหนหรอครับ" 

 

"ตอนนี้กำลังรวมกองทัพสู้อยู่ที่ทิศใต้ของป่าครับ เอ้ะ!คุณเพิลเดี๋ยวก่อนครับ!" 

 

เพิลไม่สนใจเสียงเรียกของทหารนายนั้นอีกเลย เขาตั้งหน้าตั้งตาวิ่งอย่างรวดเร็วเพื่อไปหาเออริกเพราะเขาไม่อยากให้คนในเมืองนี้ต้องเป็นอะไรไป ถึงแม้ว่าเขาจะรู้จักกับคนที่นี่ได้ไม่นานแต่เขาก็อยากจะช่วยคนอื่นๆในเมืองนี้เหมือนกัน 

 

เคร้ง! เคร้ง! 

 

"แฮ่ก...แฮ่ก...!" 

 

เสียงดาบกระทบกันทำให้รู้ว่าตอนนี้เขาก้าวเข้ามาในเขตุสงครามแล้ว ตอนนี้มีทั้งทหารของเอลฟ์กับทหารของพวกอันเดดกำลังสู้รบกันอย่างไม่มีใครยอมใคร แต่ตอนนี้เขาต้องมองหาเออริกให้เจอให้ได้ก่อนเป็นอย่างแรกในสถานการณ์กดดันแบบนี้ 

 

"นั่นไงเจอแล้ว!"สายตาของเขาเหลือบไปมองเห็นเออริกในชุดนักรบเกราะสีเงินพอดีถึงแม้จะปิดหน้าปิดตาแต่เขาก็จำรูปร่างแบบนั้นได้ ซึ่งเออริกกำลังถูกรุมจากอันเดดรอบข้าง 

 

"Wind!!"เสียงก้องกังวาลเปล่งออกมาจากเรียวปากบาง เพิลสร้างกระแสลมอย่างรุนแรงพัดอันเดดที่เข้าโจมตีทางด้านหลังเออริกให้กระเด็นออกไป 

 

เออริกสัมผัสได้ถึงพวกอันเดดจากทางข้างหลังอยู่ก่อนแล้วจึงเตรียมที่จะสวนกลับไปแต่ก็ไม่นึกว่าจะมีคนเข้ามาช่วย เออริกหันไปกำลังจะกล่าวคำขอบคุณทันทีที่ได้เห็นดวงหน้าหวานดวงตาคู่คมของเขาก็เบิกกว้างเพราะเป็นเพิลนั่นเองที่ช่วยเขาเอาไว้

 

"คุณเพิล!"เออริกรีบพุ่งเข้าไปหาเพิลที่กำลังยืนอยู่ท่ามกลางสงคราม

 

"ทำไมไม่หนีไปจากที่นี่ครับ ที่นี่มันอันตรายไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว"เพิลเห็นนัยย์ตาคู่คมนั้นฉายแววความเป็นห่วง ในอกก็พลันรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ

 

"ผมอยากช่วยทุกคนในเมืองนี้ครับทั้งคนในหมู่บ้านและเมืองฟรอลาเรียน ทุกคนใจดีและจริงใจกับผมมากเพราะงั้นผมถึงไม่อยากทิ้งที่นี่ไปและผม...ก็ไม่อยากทิ้งคุณไปด้วย"คำพูดของเพิลทำให้เออริกยืนนิ่งไปชั่วครู่ ก่่อนจะถอนหายใจแล้วระบายยิ้มออกมา

 

"ไม่ว่าจะตอนไหนคุณเพิลก็ทำให้ผมแปลกใจได้เสมอ คุณทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายและอยากมีคุณอยู่ไกล้ๆคุณทำให้ผมรู้ว่าในโลกนี้ยังมีคนดีๆอย่างคุณอยู่ เห้อ...แล้วตอนนี้คุณยังมาช่วยผมอีกคุณนี่มันจริงเลย"

 

"ผมอยากให้อะไรบางอย่างเป็นการตอบแทนแต่ตอนนี้ยังไม่ใช่ตอนนี้ คุณช่วยใช้พลังแบบคราวก่อนที่ตอนที่อยู่ชายป่าของแถบตะวันออกได้มั้ย"พวกอันเดดเริ่มหันมาสนใจ เออริกจึงไม่อยากยืนคุยให้มันเสียเวลาตรงนี้

 

"ได้ครับ แต่เวลาร้องเพลงผมจะสู้หรือหลบหนีไม่ได้คุณเออริกช่วยป้องกันให้ผมทีนะครับ"

 

เออริกพยักหน้าเป็นสัญญาณ เขาจึงรวบรวมสมาธิเรียกไมค์โครโฟนวิเศษออกมา

 

"Power up."ไมค์โครโฟนค่อยๆสยายขาตั้งลงมาถึงพื้นพอดีกับระดับความสูงของเพิล แสงสีขาวปรากฎอยู่รอบๆตัวของเพิลก่อนจะขยายอาณาเขตุกว้างไกลหลายกิโล ตัวของเออริกค่อยๆเปล่งแสงสีขาวก่อนจะหายไป แทนที่ด้วยข้อมูลของพลังที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว

 

เคร้ง ตู้ม!

 

ผลลัพธ์ที่ได้ออกมากลับน่าตกใจสำหรับเออริก แค่การโจมตีธรรมดาๆก็สามารถสร้างความเสียหายอย่างมากได้ เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วหลับตาลง...เพียงไม่กี่วินาทีเออริกก็ลืมตาขึ้นแล้วพุ่งเข้าไปหาอันเดดแล้วฟาดดาบใส่

 

'Love is like a flower floating in the air..' เขาอยากช่วยเมืองนี้ไห้ได้...เพราะงั้นได้โปรดเถอะขอให้พลังของผมนี้ได้ช่วยเหลือทุกคนและขอให้ทุกคนปลอดภัย ทั้งคุณน้าฮีลดา...โคดี้...ทุกๆคน...คุณด้วยเออริก ผมอยากให้คุณปลอดภัย 

 

ติ้ง!

 

[ยินดีด้วยคุณได้รับทักษะสกิล-เสียงเพลงแห่งคำปรารถนา]-บทเพลงแห่งพลังสกิลบัฟประเภทAreaหมู่-เมื่อใช้บทเพลงนี้ในการต่อสู้จะทำการฟื้นHPและMPให้แก่ฝ่ายพันธมิตรอย่างต่อเนื่องของMATK30%ต่อวินาที และยังเพิ่มพลังโจมตีกายภาพ พลังโจมตีเวทย์ และเกราะอีก35%  

-บทเพลงแห่งคำปรารถนา สร้างโล่แห่งสายลมดูดซับความเสียหาย175%MDEFพร้อมกับสะท้อนดาเมจ15%MATKเมื่อพันธมิตรถูกโจมตีด้วยกระแสลม (เงื่อนไขการใช้-สูญเสียมานา75หน่วยต่อวินาที) 

 

เพิลดีใจมากที่ได้เห็นแบบนั้นเขาจึงไม่รอช้าที่จะใช้สกิลใหม่ที่ได้มา และเมื่อบทเพลงแห่งคำปรารถนาถูกปลดปล่อยออกมาพร้อมกับบทเพลงแห่งพลังก็เกิดออร่าสีเขียวเป็นสายลมแผ่อาณาเขตออกไปหลายกิโลเมตร ทันใดนั้นรอบตัวของเหล่าทหารเอลฟ์และรอบตัวของเออริกนั้นก็มีสายลมสีเขียวโอบล้อมปั่นกระแสไปมา แต่ดูเหมือนว่าสายลมนี้จะไม่มีทีท่าที่จะทำร้ายพวกเขาเลยสักนิด 

 

"เห้อ..."เออริกยกมือข้างหนึ่งขึ้นกอบกุมที่หน้าอกพลางถอนหายใจไปหลายเลย 

 

"The faith of the forest!!"เออริกใช้สกิลดาบของตัวเองกวาดล้างเหล่าอันเดดจนราบเป็นหน้ากอง  

 

เหล่าทหารเริ่มมีกำลังใจในศึกครั้งนี้พวกเขาทุกคนร่วมมือกันต่อกรกับกองทัพอันเดดหลายพันตัวจนจำนวนลดลงเรื่อยๆ ในขณะนั้นนั้นที่พวกเขาคิดว่าชัยชยะไกล้จะมาถึงแล้ว แต่ทว่ากลับมีคลื่นพลังบางอย่างซัดใส่เหล่าทหารจนกระเด็นไปคนละทาง..

 

ตู้ม!!!

 

________________________________________

มาแย้ววววววววว ไกล้จะปิดเทอมแล้วอะไรๆมันก็ยุ่งยางขึ้น(หมายถึงต้องรับมือกับการบ้านแล้วก็คุณครูน่ะ)ไรท์เลยไม่ค่อยได้ฝึกเขียนและหาแพชชั่นเลย วันนี้มีเวลาเขียนไรท์ก็เลยรีบหาแพชชั่นแล้วมานั่งเขียนนิยายให้รีดเดอร์ที่น่ารักทุกคนอ่าน ไม่ดียังไงติเตียนได้น้าาาาาา

ความคิดเห็น