ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

6.เริ่มต้นทำงาน

ชื่อตอน : 6.เริ่มต้นทำงาน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 350

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 14 พ.ย. 2563 10:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
6.เริ่มต้นทำงาน
แบบอักษร

เมืองหลันหลิน จวนตระกูลหาน

ตระกูลหานคือตระกูลคหบดีที่รับราชการมารุ่นต่อรุ่น และเป็นหนึ่งไม่กี่ตระกูลที่เป็นขุนนางเก่าแก่มาตั้งแต่บรรพบุรุษในเมืองหลันหลินแห่งนี้ จวนตระกูลหานจึงมีขนาดใหญ่โตประกอบด้วยหมู่คฤหาสน์ขนาดใหญ่หลาย ๆ หลังมาสร้างรวมกัน และมีเนื้อที่กว้างขวาง ตลอดจนเป็นที่รู้จักกันดีในเมืองหลันหลินแห่งนี้

เหย่เตี๋ยได้เดินทางไปที่จวนตระกูลหาน ก่อนยามโหย่วครึ่งชั่วยาม(4โมงเย็น)และได้นำป้ายตระกูลหานที่ได้รับมาจากคุณหนูมู่ตาน มายื่นที่หน้าจวนตระกูลหานทันที บ่าวในจวนที่เห็นป้ายตระกูลหานของเหย่เตี๋ยจึงได้นำไปให้ท่านพ่อบ้านใหญ่ทันทีและชวนเหย่เตี๋ยไปที่ห้องรับรองของบ่าวทันที

ฝ่ายพ่อบ้านใหญ่ที่ได้ป้ายตระกูลหานของเหย่เตี๋ยกูรีบรุดมาหาเขาที่ห้องรับรองบ่าวทันที พร้อมกับได้ซักถามการได้ป้ายตระกูลหารชิ้นนี้มา

“พ่อหนุ่มข้าขอถามเจ้าว่าได้ป้ายทองตระกูลหานชิ้นนี้มาได้เช่นไร?” พ่อบ้านใหญ่ได้เอ่ยถามเหย่ขึ้นถึงการได้ป้ายดังกล่าวมาครอบครอง

“เรียนท่านพ่อบ้านใหญ่ ข้าขายตัวเป็นบ่าวอยู่ที่ตลาดกลางเมืองหลันหลิน แต่ได้เห็นคุณหนูมู่ตานถูกสหายแกล้งผลักจนกระโปรงด้านหลังไปเกี่ยวกับไม้เข้าจึงขาดแหว่งขึ้นสูง เนื่องผู้ติดท่านทั้งคนไม่สามารถซ่อมกระโปรงให้คุณหนูได้ ข้าจึงต้องเสียมารยาทลงมือซ่อมเย็บกระโปรงให้คุณหนูเอง คุณหนูถูกใจจึงได้ซื้อข้ามาเป็นบ่าวให้ดูแลอาภรณ์โดยเฉพาะขอรับ” เหย่เตี๋ยได้เล่าความจริงออกไปทั้งหมดให้พ่อบ้านใหญ่ฟังทั้งหมด จนพ่อบ้านใหญ่พอเข้าใจได้ทันทีว่าเหตุใดเหย่เตี๋ยผู้นี้ถึงได้รับป้ายทองจากคุณหนูมู่ตานมา

“เรื่องของเจ้านั้นข้าเข้าใจเป็นอย่างดีแล้ว แต่ข้ามิแน่ใจว่า... ฝีมือของเจ้าจะมีความสามารถจนเหมาะที่จะดำรงตำแหน่งควบคุมอาภรณ์ได้หรือไม่มากกว่า” พ่อบ้านใหญ่ได้เอ่ยขึ้นมาอย่างครุ่นคิด เพราะเหย่เตี๋ยนั้นอายุยังไม่น่าจะถึง20ปี เขาจะมีความสามารถพอที่จะทำงานในตำแหน่งที่ต้องใช้ประสบการณ์เช่นนั้นหรือไม่

“ท่านพ่อบ้านใหญ่ก็ทดสอบข้าดูสิขอรับ ท่านเองก็จะสบายใจ ที่จะได้ตัดสินว่า... ข้าควรทำงานในตำแหน่งควบคุมอาภรณ์หรือไม่?” เหย่เตี๋ยได้เอ่ยบอกพ่อบ้านใหญ่ออกไปให้ทำการทดสอบฝีมือของเขาในทันที ซึ่งพ่อบ้านใหญ่ก็เห็นด้วยในทันที เขาจึงเอาเรื่องนี้ไปคุยกับฮูหินใหญ่ให้กำหนดหัวข้อทดสอบเหย่เตี๋ยขึ้นมา...

ฮูหยินใหญ่จึงได้ให้เศษผ้ามาจำนวนนึงซึ่งเป็นเศษผ้าชิ้นเล็กชิ้นน้อย พร้อมด้วยอุปกรณ์เย็บปักมาให้เหย่เตี๋ยด้วย โดยมีเงื่อนไขในการทดสอบว่า... ให้เย็บเศษผ้าทั้งหมดให้เป็นเสื้อคลุมภายใน1ชั่วยาม หากทำสำเร็จฮูหยินใหญ่จะพิจารณาเรื่องตำแหน่งควบคุมอาภรณ์ให้เหย่เตี๋ยด้วยตัวเอง ทำให้เหย่เตี๋ยรู้ว่า...นี่เป็นโอกาสเขานั้นจะต้องคว้าเอาไว้ให้ได้

ทันทีที่พอบ้านใหญ่นำอุปกรณ์ทั้งหมดมาให้เหย่เตี๋ย การทดสอบเย็บเศษผ้าให้เป็นเสื้อคลุม จึงได้เริ่มขึ้น เหย่เตี๋ยไม่รอช้า เพราะเวลาทุกลมหายใจล้วนแล้วแต่มีค่าต่อเขาทั้งนั้น

อันดับแรกเหย่เตี๋ยได้แยกสีของเศษผ้าออกจากกันก่อน เพื่องานต่อการไล่สีจากนั้น เหย่เตี๋ยจึงได้นำเศษผ้าที่แยกสีแล้วมาตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสให้เหมือน ๆ กันทุกชิ้น เหย่เตี๋ยสามารถเตรียมการตรงนี้เสร็จภายเวลาไม่ถึง2เค่อ ทำให้เขานั้นมีเวลาที่จะสามารถเย็บได้ประณีตขึ้น

จากนั้นเหย่เตี๋ยก็เริ่มขั้นตอนการเย็บทันที การที่เหย่เตี๋ยตัดเศษผ้าให้มีขนาดเท่ากันก่อนการใช้งานนั้นก็แสดงให้เห็นแล้วว่า... เหย่เตี๋ยไม่ได้มีทักษะในงานปักอย่างเดียว ในด้านงานตัดเย็บนั้นเหย่เตี๋ยก็ทำได้เป็นอย่างดีและมีแบบแผน ขนาดที่เท่ากันของเศษผ้าทำให้เย็บได้อย่างรวดเร็ว โดยที่เหย่เตี๋ยได้เย็บให้เศษผ้าเป็นเส้นยาว ๆ ก่อนจากนั้นจึงเย็บตามแนวยาวต่อทำให้เศษผ้ากลายเป็นผ้าผืนเดียวทันที

ผ้าผืนเดียวซึ่งเหย่เตี๋ยได้เย็บแบบไล่สีเอาไว้ก็เสร็จสมบูรณ์ จากนั้นก็เริ่มทำการตัดออกตามพิมพ์ที่ได้กำหนดเอาไว้ เหย่เตี๋ยนั้นก็ทำได้เป็นอย่างดี สุดท้ายก็เย็บส่วนต่าง ๆ เข้ากันจนกลายเป็นผ้าคลุมสีรุ้งในเวลาไม่ถึง1ชั่วยาม

ฮูหยินใหญ่ที่ได้ตรวจงานเย็บผ้าคลุมสีรุ้งของเหย่เตี๋ยทันที และก็ได้แต่อมยิ้มขึ้นเพราะรู้ว่าเหย่เตี๋ยคือผู้มีความสามารถในการตัดเย็บอย่างแท้จริง เพราะสามารถทำให้เศษผ้ากลายเป็นผ้าคลุมได้อย่างไม่น่าเชื่อ และการเย็บตะเข็บก็สวยงามมากไร้ที่ติ ฮูหยินใหญ่จึงได้ตั้งให้เหย่เตี๋ยทำงานตำแหน่งควบคุมอาภรณ์ของจวนตระกูลหานไปด้วย

ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี ฮูหยินใหญ่ก็ได้บอกให้พ่อบ้านใหญ่ไปเรียกเหย่เตี๋ย ให้ไปพบนางที่ห้องอาภรณ์ สถานที่ที่จะเป็นที่ทำงานของเหย่เตี๋ยจากนี้ต่อไปในข้างหน้า

พ่อบ้านใหญ่จึงได้พาเหย่เตี๋ย ไปพบฮูหยินใหญ่ที่ห้องอาภรณ์ตามคำสั่งของนางในทันที

 

“เมิ่งเหย่เตี๋ยคารวะฮูหยินใหญ่ขอรับ” เหย่เตี๋ยได้กล่าวทักทายผู้เป็นเป็นเจ้านายพร้อมก้มหัวลงทันที

“ตามสบายเถิดนะ” ฮูหยินใหญ่ที่เป็นสตรีวัยกลางคนได้เอ่ยขึ้น พร้อมยิ้มอย่างผู้ดี ก่อนที่จะพูดขึ้นมาต่อ... “ข้าเห็นฝีมือการเย็บปักของเจ้าแล้วชอบมาก น่าจะเป็นคนที่เคยทอผ้าและเก่งเรื่องเย็บปักผ้ามาก่อนสินะถึงได้ทำเศษผ้าให้เป็นเสื้อคลุมได้และยังซ่อมกระโปรงให้ลูกสาวข้าให้มีลวดลายได้รวดเร็วขนาดนี้?” ฮูหยินใหญ่ได้เอ่ยถามขึ้นมา เพราะนางอยากฟังคำตอบจากปากของเหย่เตี๋ยเอง

“เรียนฮูหยินใหญ่ มิผิดขอรับเคยทอผ้าไหมบริสุทธิ์แต่ตอนนี้เลิกทอแล้ว แต่ถ้าผ้าไหมทั่วไปก็ยังทอปกติขอรับ ส่วนงานปัก งานตัดเย็บยังทำได้คล่องอยู่เหมือนเดิมขอรับ” เหย่เตี๋ยเลือกตอบออกไปตามตรง

“ดี... นับว่า...ตานเอ๋อของข้ามองคนมิผิด เจ้ามิมีแววตาที่จะพูดโกหกเลย” ฮูหยินใหญ่กล่าวชมออกมา พร้อมมองไปทางเหย่เตี๋ยอย่างถูกใจ

“หากเป็นเมื่อก่อนข้าคงจะทอผ้าไหมบริสุทธิ์ไปด้วย แต่ในปัจจุบันการทอผ้าไหมบริสุทธิ์สร้างปัญหาให้ข้ามากกว่าขึ้น ข้าเลยเลิกทอขอรับ” เหย่เตี๋ยนั้นก็เล่าออกไปโดยที่ไม่คิดจะปิดบังความจริงแต่อย่างใด เพราะฮูหยินใหญ่ท่าทางใจดีมาก

“เอาเป็นว่าข้าเข้าใจเจ้านะ แต่ถ้าจะทอผ้าไหมตามปกติล่ะก็ข้าอนุญาต ส่วนเรื่องงานนั้นก็เอาตามที่ตานเอ๋อบอกกับเจ้าไปก็แล้วกัน” ฮูหยินใหญ่เอ่ยขึ้น พร้อมมอบหน้าที่ในจวนตระกูลหานให้แก่เหย่เตี๋ย

“แล้วที่ฮูหยินใหญ่เรียกข้าพบด่วน ท่านมีอะไรจะให้ข้าทำหรือขอรับ” เหย่เตี๋ยเอ่ยถามออกมาอย่างรู้งาน

“นอกจากมีมารยาท และยังรู้จักหน้าที่อีก ดีข้าชอบเจ้ามาก” ฮูหยินใหญ่เอ่ยขึ้นชมอีกครั้งพร้อมชี้ไปทางประตูห้องอาภรณ์ แล้วมีคนนำชุดที่จะใส่ออกงานฉงหยางในวันพรุ่งนี้เข้ามา จากนั้นก็พาเหย่เตี๋ยเดินตามไปดูใกล้ ๆ

 

“ข้าควรใช้ชุดไหนดี ลายปักหรือสีอะไร แล้วควรแก้อะไรหรือไม่?” ฮูหยินใหญ่เอ่ยถามออกมา เหย่เตี๋ยก็ทำการพิจราณาไปทีละชุด

“ได้หมดทุกสีขอรับ เพราะลายปักงดงามมาก แต่ต้องแก้ที่คอเสื้อให้สูงขึ้นกว่านี้ทุกตัว เพื่อความสง่างามและให้เห็นช่วงคอที่เป็นระหงงดงามขอรับ” เหย่เตี๋ยตอบออกไปหลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว ซึ่งเป็นความคิดที่ตรงใจของฮูหยินใหญ่มาตั้งแต่ต้น ฮูหยินใหญ่ได้ยิ้มขึ้นและพอใจเหย่เตี๋ยเป็นอย่างมาก

“ความคิดเจ้าช่างถูกใจข้ายิ่งนัก เจ้าช่วยจัดการให้ข้าด้วย แล้วข้าควรเลือกใส่ลายปักหรือสีอะไรดีล่ะ?” ฮูหยินใหญ่ตอบออกมาอย่างชอบใจพร้อมถามต่อ

“เรื่องนี้ข้าคิดว่า ฮูหยินใหญ่ควรถามนายท่านว่า... ท่านชอบลายปักอะไร ชอบสีอะไรน่าจะดีกว่านะขอรับ เพราะข้าเลือกไปแล้วอาจจะมิถูกนายท่านก็ได้ พรุ่งนี้ฮูหยินใหญ่ต้องออกงานคู่นายท่าน ให้นายท่านช่วยเลือกน่าจะดีกว่าขอรับ” เหย่เตี๋ยได้เอ่ยออกไปตรง ๆ เพราะคิดว่าเรื่องบางเรื่องเขาเองนั้นก็ไม่ควรสอดมือเข้าไปยุ่ง ฮูหยินใหญ่ก็พยักหน้าเอาตามที่เหย่เตี๋ยว่ามา

“เอาไว้ท่านพี่เลือกแล้ว พรุ่งนี้เช้าเจ้าค่อยแก้ชุดให้ข้าก็แล้วกัน จะทันหรือไม่” ฮูหยินใหญ่ได้เอ่ยถามขึ้น เหย่เตี๋ยก็พยักหน้าขึ้น

“หากมีเวลาเกิน2ชั่วยามก็ทันขอรับ” เนื่องจากเป็นประณีต เหย่เตี๋ยจึงขอเวลาในการแก้งานพอสมควร ซึ่งฮูหยินใหญ่ก็ได้ตกลงเอาตามนั้นและได้ให้เหย่เตี๋ยไปพักผ่อนได้ เหย่เตี๋ยจึงขอตัวออกมาแล้วไปที่ห้องพักของตนในทันที นับว่าเขาโชคดีมากที่เจอเจ้านายมีเมตตาปราณีแบบนี้

 

เหย่เตี๋ยในตอนนี้นั้นไม่คิดอะไรมากแล้วเขาขอแค่มีเงินไปซื้อยาให้ท่านแม่และท่านอาทั้ง2คน ตลอดจนของกินให้น้อง ๆ ได้กินอย่างไม่ขัดสนก็พอใจแล้ว เขาไม่อยากที่จะต้องเจอเรื่องวุ่นวายในพิภพไท่หยางอีก มันไม่ช่วยทำให้จิตใจของเขาดีขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย...

และในตอนนี้ตระกูลหานนั้นก็ถือว่าเป็นตระกูลใหญ่ และเป็นขุนนางมาทุกรุ่น ซึ่งนายท่านของจวนคนปัจจุบันเองนั้นก็เป็นขุนนางพัฒนาเมืองหลันหลินที่ชาวเมืองหลันหลินต่างพากันรักมากคนนึง ดังนั้นการที่เหย่เตี๋ยได้เข้ามาอยู่ในจวนหลังนี้ จึงถือว่ามีความมั่นคงมากในระดับนึง เหย่เตี๋ยได้แต่คิดไปเพลิน ๆ จนเขานั้นได้หลับไปโดยไม่รู้ตัว

 

 

รุ่งเช้าวันใหม่

คนในจวนก็มาพาเหย่เตี๋ยไปที่ห้องอาภรณ์ เพื่อเริ่มทำงานตัดเย็บแก้ชุดที่ต้องทำ โดยที่ฮูหยินใหญ่นั้นได้นำชุดสีเหลืองมาให้เขาแก้ เพราะเป็นสีที่นายท่านนั้นได้เลือกให้กับฮูหยินใหญ่ด้วยตัวเอง เหย่เตี๋ยนั้นก็เริ่มงานทันที หากเขาไม่เริ่มงานก็จะไม่เสร็จทันทีก่อนเพราะฉะนั้นจะต้องให้ทุกอย่างเสร็จก่อนเที่ยงเท่านั้น แน่นอนว่าบ่าวแบบเหย่เตี๋ยนั้นมาใหม่และมีตำแหน่งเลย จะต้องทำงานให้ดีที่สุดสมกับที่เจ้านายไว้ใจและจะต้องทำให้บ่าวที่อยู่มาก่อนนั้นรักเขาเหมือนกับว่าเขานั้นสมาชิกคนนึงในครอบครัวให้ได้

หลังจากที่แก้ชุดให้ฮูหยินใหญ่เสร็จ คุณหนูมู่ตานก็ได้นำผ้าไหมที่ทอเป็นรูปดอกไม้งดงามเข้ามาอีกหลายผืนพร้อมนำชุดที่จะใส่ในงานฉงหยางคืนนี้เข้ามาด้วย... พร้อมบอกกับเหย่เตี๋ยว่าอยากได้ผ้าคล้องไหล่ที่เข้ากับชุดและให้เหย่เตี๋ยเพิ่มลายปักผีเสื้อตัวเล็ก ๆ ให้ด้วย ซึ่งเหย่เตี๋ยก็ได้ทำงานที่ได้รับมอบหมายมาจนเสร็จก่อนเวลายามเซิน(บ่าย3) ทำให้คุณหนูมู่ตานดีใจมาก ๆ ที่ได้ผ้าคล้องไหล่ใหม่ที่เข้ากับชุดมากกว่าเดิมและงดงามไม่มีใครเหมือนอกด้วย

จตุรัสหลันหลิน

จตุรัสกลางเมืองหลันหลินซึ่งเป็นสถานที่งานฉงหยางหรืองานเทศกาลเดือน9วันที่9 ที่มีหยางซ้อนกันทำให้สามารถได้รับพลังหยางอย่างเต็มที่ แต่ผู้คนทั่วไปมักจะเข้าใจว่าเป็นเทศกาลชมดอกเบญมาศแต่ก็ไม่ผิดแต่อย่างใด เพราะว่าในวันนี้ของปีในทุก ๆ ที่ของพิภพไท่หยางจะประดับไปด้วยดอกเบญมาศนั่นเอง

ที่เมืองหลันหลินนั้นเทศกาลฉงหยางถือว่าเป็นงานเทศกาลที่ใหญ่โตมาก และน่าจะขึ้นชื่อมากที่สุดในพิภพไท่หยางด้วย นายท่านหานพร้อมด้วยฮูหยินใหญ่ได้ไปต้อนรับผู้แทนพระองค์ที่จวนท่านเจ้าเมืองก่อน เพราะถือเป็นธรรมเนียมที่ทำมาทุกปี และในปีนี้อานอ๋องได้ส่งให้ผู้แทนพระองค์มาตรวจสอบงบประมาณแผ่นดินที่เมืองหลันหลินด้วยไปในตัว

ก่อนที่งานเลี้ยงเทศกาลฉงหยางจะเริ่มขึ้นเหล่าธิดาของเสนาคหบดีทั้งหลายก็ได้เข้าประจำตำแหน่งที่นั่งของตัวที่อยู่ในจตุรัสหลันหลิงกันในทันที ผู้แทนพระองค์ของอานอ๋องก็สะดุดตาที่ผ้าคลุมไหลของคุณหนูมู่ตานเข้าให้ และได้ถามไถ่ท่านเจ้าเมืองว่านางคือใคร?

ท่านเจ้าเมืองเองก็รีบตอบออกไปทันทีว่า...เป็นลูกสาวของท่านหานชงผู้เป็นคหบดีพัฒนาเมืองหลันหลิน ทำเอาผู้แทนพระองค์นั้นพอใจเป็นอย่างมาก เพราะว่าคุณหนูมู่ตานนั้นเพรียบพร้อมทุกอย่าง กริยามารยาท ความงาม และอาภรณ์ที่โดดเด่น ทำให้คืนนี้คุณหนูมู่ตานนั้นโดดเด่นอยู่เหนือทุก ๆ คนขึ้นมาทันที

ท่านอ๋องซีสุ่ย ผู้เป็นตัวแทนพระองค์ในครั้งนี้ จึงถือโอกาสทำความรู้จักกับตระกูลหานแห่งหลันหลินเป็นการส่วนตัวด้วย... เพราะท่านอ๋องซีสุ่ยเองก็จำได้ว่านางคือคนที่ตนชวนไปดื่มน้ำชาด้วยเมื่อวานนี้นั่นเอง และก็ทำให้ขุนนางคนอื่น ๆ รู้สึกอิจฉาหานชงและครอบครัวขึ้นมาทันที

เมื่องานเทศกาลฉงหยางได้เริ่มขึ้น ดอกไม้ไฟจำนวนมากก็ได้ถูกจุดขึ้นไปบนท้องฟ้า จนทำให้ท้องฟ้ายามกลางคืนนั้นได้สว่างไสวจนเห็นบริเวณรอบ ๆ ไปหมด อาหารเลิศรสต่าง ๆ ก็ได้ถูกลำเลียงออกมาขึ้นโต๊ะให้แก่แขกผู้ร่วมงานได้ลิ้มลองรสชาติอันโอชะของอาหารมื้อนี้ ท่ามกลางสวนดอกเบญมาศที่รังสรรค์ขึ้นมาเพื่องานคืนนี้โดยเฉพาะ

ช่วงเย็นเนื่องจากเป็นเทศกาลฉงหยาง ทางฮูหยินใหญ่ที่รู้ว่า... ที่บ้านเหย่เตี๋ยมีท่านแม่และท่านอาที่ป่วยอยู่ จึงได้อนุญาตให้เหย่เตี๋ยสามารถกลับไปร่วมงานฉงหยางกับคนที่บ้านได้ เช่นเดียวกับบ่าวของตระกูลหานคน ๆ ที่มีครอบครัวหรือญาติพี่น้องอยู่ในเมืองหลันหลิน...

 

 

 

 

 

_____________________________

作成:令和21109

เรื่องราวของเหย่เตี๋ยก็ค่อย ๆ ดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ นะครับ เพราะไรท์อยากให้เห็นว่า เหย่เตี๋ยก็มีเรื่องราวของตัวเองก่อนที่จะเข้าเป็นสมาชิกจวนปักษาสวรรค์ครับ

สุดท้ายอย่าลืมกดไลค์👍และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ

ความคิดเห็น