email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงกำลังใจนะคะ : )

Episode - 3.1 - คนเดิมที่ไม่เหมือนเดิม [50%]

ชื่อตอน : Episode - 3.1 - คนเดิมที่ไม่เหมือนเดิม [50%]

คำค้น : วิศวะ วิศวกรรมศาสตร์ รุ่นพี่ รุ่นน้อง นิยายรัก นิเศศาสคร์ นิเทศ เด็กฟิล์ม ดาวเดือน แอบรัก รีวิว Engineer Romance

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.2k

ความคิดเห็น : 32

ปรับปรุงล่าสุด : 30 พ.ย. 2563 11:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Episode - 3.1 - คนเดิมที่ไม่เหมือนเดิม [50%]
แบบอักษร

 

เปิดเทอมวันแรก 

วันแรกของการเป็นนักศึกษาดูครึกครื้นสนุกสนานดี มีรุ่นพี่ของแต่ละคณะมารอรับน้องและพาขึ้นรถหวานเย็นของคณะเพื่อไปส่งที่ตึกคณะอยู่หน้ามหา’ลัยเลย บรรยากาศรอบๆ ดูอบอุ่นกว่าที่คิดเอาไว้เยอะ  

หลังจากถูกส่งที่หน้าคณะ ฉันก็เดินงงๆ อยู่ที่หน้าตึกนิเทศฯ ที่มีนักศึกษาปีหนึ่งเดินงง เหมือนฉันอยู่หลายคน การหาเพื่อนใหม่น่าจะเป็นเรื่องยากของฉันอีกครั้ง 

เพราะคณะที่ฉันเรียนเป็นคณะที่รวมคนสายบันเทิงทำให้บางคนฉันก็คุ้นหน้าคุ้นตาว่าเป็นคนดังในสื่อออนไลน์ และมีกลุ่มแก๊งรวมตัวคนดังจนเป็นที่จับจ้อง                                                          

“สวัสดีทุกคนที่ดูไลฟ์สดอยู่ในตอนนี้นะคะ วันนี้ฮันนี่กับเพื่อนก็ตื่นเต้นมากเลยค่ะที่ได้มามหา’ลัยวันแรก พวกเราทักทายแฟนคลับฉันหน่อย” 

“ฮายยยยย!” 

“เอาเป็นว่าเดี๋ยวฮันนี่จะพาทัวร์คณะคร่าวๆ ระหว่างรอเข้าคลาสแรกแล้วกันนะคะ เพราะฮันนี่ก็ตื่นเต้นมากเหมือนกัน” 

ฉันที่กำลังจะเดินขึ้นตึกก็ต้องรอให้แก๊งสาวสวยกลุ่มนี้ถ่ายรีวิวจนหาทางแทรกเดินไปไม่ได้ เพราะกลุ่มเธอมีราวสิบคน หน้าตาดีสวย ผิวพรรณดี และบางคนก็คุ้นๆ เหมือนจะมีชื่อเสียงด้วย 

“เรากำลังจะเข้าไปในตึกคณะกันนะคะ ใครอยากรู้ว่าเป็นยังไงตามฮันนี่ขึ้นไปเลยค่ะ” 

ตุบ โป๊ะ! 

“โอ๊ยยยย รองเท้าฉัน!” 

“ขอโทษค่ะ ขอโทษนะคะ กระปุกไม่ได้ตั้งใจ” 

สิ่งที่ฉันเห็นคือฮันนี่ที่กำลังไลฟ์สดอยู่นั้นเดินชนกับหญิงสาวที่เดินถือแก้วกาแฟเดินลงมาจากบันได ทำให้แก้วกาแฟนั่นหกเลอะรองเท้าส้นสูงที่ดูราคาแพงจนทั้งกลุ่มส่งเสียงโวยวายและเรียกสายตาจากรอบข้างได้เป็นอย่างดี 

“ทุกคนคะ ฮันนี่ขอปิดไลฟ์ก่อนนะคะ”หญิงสาวที่มีรูปร่างหน้าตาสะสวยพูดกระแทกเสียงเหวี่ยงใส่ไลฟ์ ก่อนจะหันมาจ้องเอาเรื่องเจ้าของแก้วกาแฟที่ยกมือไหว้ขอโทษคนพวกนี้อยู่แต่แรก 

“กระปุกขอโทษนะฮันนี่ เราไม่ได้ตั้งใจ” 

 “กุชชี่ลูกแม่”ฮันนี่ก้มลงมองที่เท้าตัวเองเหมือนจะร้องไห้ออกมา “เพราะแกนังกระปุกหมูตอน แกทำลูกรักฉันเปื้อน ฮื้ออออ!” 

เธอโวยวายเหมือนเด็กถูกแย่งของเล่น ท่าทางจะเอาแต่ใจน่าดู  

ไม่เอาณิริน...แกไม่ควรยุ่งเรื่องชาวบ้าน เดินหลบไปอีกฝั่งแล้วขึ้นไปรอเรียนคลาสแรกซะ ฉันบอกตัวเองแบบนั้น 

“ไม่สวยแล้วยังซุ่มซ่ามอีก ดีนะเพื่อนฉันจับไว้ทันไม่งั้นได้ล้มเพราะแกแน่ แล้วดูสิเนี่ยรองเท้าราคาหลายหมื่นนะเลอะเทอะหมดแล้ว มีปัญญาจ่ายค่าสปาหรือเปล่ายัยช้างน้ำ!” 

ฉันทำตามที่คิดคือเดินขึ้นบันไดไปเงียบๆ แต่ดันไปได้ยินคำพูดดูถูกดูแคลนที่คิดว่ายัยพวกนี้คงไม่ยอมจบง่าย สังคมที่ไทยยังบูลลี่กันเหมือนสามปีก่อนไม่มีผิด 

“เดี๋ยวกระปุกจ่ายค่าสปาให้นะ ขอโทษจริงๆ นะ เดี๋ยวกระปุกเช็ดเท้าให้ก่อนแล้วกัน” 

“น่าหงุดหงิดชะมัด แล้วนี่แกเอาผ้าอะไรมาเช็ดเท้าฉันเนี่ย ไปซื้อน้ำมาล้างรองเท้าฉันสิยะ เรื่องแค่นี้ก็ต้องให้สอน นังโง่!” 

ฮันนี่ทำท่าลูกคุณหนูเอาแต่ใจทุกกระเบียดนิ้ว หน้าบึ้ง ปากคว่ำ ท่าทาจะหัวร้อน ฉันก็เลยช่วยสงเคราะห์ 

ฟุบ เสียงน้ำในขวดถูกสาดเข้าที่หน้ายัยฮันนี่เต็มๆ จนเธออึ้งไปพักใหญ่ก่อนจะหันมาตาเขียวใส่ฉันเมื่อรู้ว่าตัวเองถูกราดน้ำใส่หน้า  

“แก...ทำบ้าอะไรเนี่ย” 

“ล้างเท้าให้เธอไง อยากล้างเท้ามากไม่ใช่หรือไง” 

“แต่แกสาดเข้าที่หน้าฉันนะ” 

“อ้าวเหรอ ก็นึกว่าไอ้ที่ใช้เหยียบย่ำคนอื่นอยู่ไม่หยุดเป็นเท้าซะอีก โทษทีแยกไม่ออกระหว่างปากกับตีน เอ๊ยเท้าน่ะ” 

 “แก…”กลุ่มยัยฮันนี่ทำท่าจะเข้ามาหาเรื่อง แต่ฉันยกกำปั้นสู้ 

“ถ้าอยากเปลี่ยนซิลิโคนใหม่ยกหน้าก็เชิญเรียงตัวกันเข้ามาเลย รับทำทะลุฟรีไม่คิดตังค์ แต่ไม่มียาชานะ” 

เหมือนว่าคำขู่จะได้ผลเพราะยัยแก๊งลำไยพวกนี้หยุดเท้าและถอยหลังไปสองสามก้าว 

“แล้วกระปุกก็ไม่ต้องชดใช้อะไรทั้งนั้น เพราะยัยพวกนี้เอาแต่ไลฟ์สดไม่มองทางเหมือนกัน เท่ากับว่าก็ผิดกันทั้งคู่ หน้าตาก็ดีทำตัวเหมือนพวกตัวอิจฉาในละคร” 

“แกด่าฉันเหรอ” 

“บ้า ฉันชมว่าเธอควรเป็นนักแสดง เล่นบทตัวร้ายได้ดีแน่ๆ” 

กรี๊ดดดดดดดดดดดด  

“คัท!”และพอฉันสั่งคัทยัยนี่ก็หยุดกรี๊ดจริงๆ ด้วย “คิดว่าถ่ายละครอยู่หรือไง ไม่อายคนอื่นเหรอถามจริง” 

“ฮันนี่ ฉันว่าแกลดเสียงก่อนดีไหม เดี๋ยวเป็นข่าวใหญ่ เรามีชื่อเสียงนะไม่ควรมาแรกกับพวกโนเนมแบบนี้” 

“แล้วแกจะปล่อยให้มันทำแบบนี้กับฉันเหรอ” 

“ตอนนี้ฉันว่าเราปล่อยมันไปก่อน เชื่อฉันเถอะ” 

“นี่เพื่อนฉันขอไว้หรอกนะ ไม่งั้นไม่จบแน่!” 

“งั้นฝากขอบคุณเพื่อนเธอด้วยแล้วกัน” 

“แก...”ฮันนี่เหมือนอยากจะกรี๊ดอีกรอบ แต่พอเห็นคนเริ่มมุงดูก็เลยสะบัดก้นเดินออกไปจากฝูงชนทันที 

จนกลุ่มยัยพวกนี้เดินหายไป คนที่เริ่มสนใจก็แตกกลุ่มออกไปเช่นกัน 

“ขอบใจนะที่ช่วยเราไว้นะ เธอชื่ออะไรเหรอ” 

“ณิรินน่ะ” 

“ขอบใจนะณิริน เธอเรียนนิเทศฯ ปีหนึ่งเหมือนกันใช่ไหม เอกอะไรเหรอ” 

“เราเรียนเอกภาพยนตร์น่ะ” 

“เห้ยเด็กฟิล์มเหมือนกัน ณิรินมีเพื่อนหรือยังเราขออยู่ด้วยคนได้ไหม เราไม่รู้จักใครเลย” 

“ได้สิ เราก็ยังไม่มีเพื่อนน่ะ” 

“ขอโทษนะ พวกเธอเด็กฟิล์มเหมือนกันเหรอ เราก็เด็กฟิล์มขอร่วมกลุ่มด้วยได้ไหม”หญิงสาวอีกคนหน้าตาดีแต่ดูห้าวๆ ทำให้พวกเรายิ้มต้อนรับ “เราชื่อวิวนะ เมื่อกี้แกเจ๋งว่ะณิริน ว่าจะเข้าไปช่วยแต่เห็นแกเอาอยู่เลยแอบอัดคลิปไว้แทน ถ้าเกิดมีปัญหาเอาคลิปฉันไปเป็นพยานได้เลย” 

“วิว มีเรื่องอะไรกันเหรอ” 

“ลิษา แกมาพอดีนี่เพื่อนใหม่เรา คนนี้ชื่อกระปุก ส่วนคนนี้ชื่อณิรินนะ ส่วนพวกแกนี่เพื่อนสนิทเราเองชื่อลิษาเรียนฟิล์มเหมือนกัน พวกแกคงพอจะรู้จักลิษาแล้วใช่ไหม” 

ฉันจ้องลิษาตาค้าง คือว่าโลกกลมพรหมลิขิตชะมัด นอกจากเรียนที่เดียวกับพี่ศิลาแล้ว ยังต้องมาเป็นเพื่อนกับน้องสาวพี่เขาด้วย ชีวิตฉันขาขึ้นนะว่าไหม กราฟดวงพีคขั้นสุดเลย 

“ยินดีที่ได้รู้จักแล้วก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ ว่าแต่ทำไมเราคุ้นหน้าณิรินจัง” 

“เอ่อ เราหน้าโหลน่ะ” 

“สวยขนาดนี้ ไม่โหลแล้วแหละ แต่นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน” 

“ลิษาที่เป็นน้องสาวพี่ศิลา แล้วตอนนี้ก็เป็นนักแสดงช่องเคเควันน่ะเหรอ นี่อยู่ๆ ฉันมีเพื่อนเป็นดาราจริงเหรอเนี่ย”กระปุกเขามาจับมือเธออย่างตื่นเต้นเลยทำให้ลิษาที่มองกันอย่างสนใจหันไปทางกระปุกแทน  

ลิษาเดินตามรอยพี่ชาย ตอนนี้เธอเป็นนางแบบและนักแสดงช่องวัยรุ่น 

“รู้จักเราด้วยเหรอ เราไม่ได้ดังขนาดนั้นสักหน่อย” 

“รู้จักสิ เรากดติดตามลิษาด้วยนะ ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะได้รู้จักตัวเป็นๆ” 

“เราก็คนธรรมดานี่แหละกระปุก ว่าแต่เมื่อกี้เห็นคนมุงกันเยอะ เกิดอะไรขึ้นเหรอ” 

“เดินไปเล่าไปดีกว่า เดี๋ยวเข้าเรียนไม่ทัน”วิวเสนอทำให้พวกเราทำตาม  

ส่วนฉันก็ได้แต่หัวเราะแห้งๆ ให้กับชีวิตใหม่ในมหา’ลัยวันแรก ขอเสนอชื่อตอนว่า สาวดวงซวยที่ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยของแท้  

ไหนจะมีเรื่องกับไอดอลสาวอย่างฮันนี่ โคจรมาเจอลิษาน้องสาวพี่ศิลาแบบไม่ตั้งใจ แล้วยังบังเอิญมาเรียนที่เดียวกับพี่ศิลาอีก อธิษฐานเอาเด้อ แกต้องรอดนะณิริน! 

คลาสเช้าที่เราเข้าเรียนเป็นคลาสรวมคณะนิเทศฯ ปีหนึ่งทุกสาขา ทำให้พวกเรารู้ว่ายัยฮันนี่เรียนด้านการออกแบบและผลิตสื่อ แน่นอนว่าเราสองกลุ่มตอนนี้เกลียดกันยันเงาโดยปริยาย และนั่งกันคนละฝั่งห้องเลย  

แคนทีนนิเทศศาสตร์ 

“นี่แกมีเรื่องตั้งแต่วันแรกเลยเหรอณิริน” 

“อย่าว่าณิรินเลยแอมแปร์ ณิรินช่วยเราเอาไว้น่ะ”กระปุกรีบออกรับแทนหลังจากที่ยัยแอมแปร์มาทานข้าวกลางวันที่คณะของฉันด้วย 

“ไม่ได้ว่า แต่อยากอยู่ในเหตุการณ์ด้วยตั้งหาก ท่าทางจะสนุก” 

“ณิรินกับแอมแปร์ขาไฝว้ทั้งคู่เลยสินะ” 

“ก็ไม่ได้อันธพาลนะวิว แต่ก็ไม่ยอมคน ยิ่งพวกบูลลี่คนอื่นนี่ยิ่งโคตรเกลียดเลยอ่ะ”ยัยแอมแปร์ตอบแทน  

“ความจริงเราก็พอรู้จักกับพวกฮันนี่นิดหน่อยนะ ตอนที่ถูกเชิญไปร่วมงานแบรนด์เนมอ่ะ ได้ยินพวกพี่ช่างแต่งหน้าเล่าว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มพวกลูกคุณหนู ดังเพราะรีวิวพวกของแบรนด์เนมในยูทูบน่ะ บางงานไม่ถูกเชิญก็ขอไปเองก็มี” 

“ใช่ วิวเคยเห็นข่าวเม้าท์ในเพจซุบซิบอยู่นะ” 

“แต่กระปุกก็รู้สึกไม่ดีนะที่ทำน้ำหกใส่ฮันนี่อ่ะ เดี๋ยวกระปุกให้คนที่บ้านซื้อรองเท้าไปชดใช้ฮันนี่ดีกว่า”ครอบครัวกระปุกเป็นเจ้าของบริษัทในเครือค่ายหนังชื่อดังค่ายหนึ่ง เธอถึงได้มาเรียนสายนี้ 

“เอาที่แกสบายใจนะ แต่ถ้าเป็นฉัน ฉันไม่ซื้อใช้หรอก พูดจาบูลลี่แต่ละคำรับไม่ได้ว่ะ” 

“ปกติไม่ค่อยเห็นแกจะเกลียดหน้าใครเลยนะ เพิ่งจะเคยเห็นแกร่างสอง”แอมแปร์แซว 

“ว่าแต่แกเถอะ มาหาฉันกลัวฉันไม่มีคนคบหรือไง” 

“รู้ได้ไงเนี่ย”ฉันค้อนใส่มัน ซึ่งมันเลยพูดต่อ “แต่มาหาแกเพราะมีเรื่องสำคัญอยากเม้าท์ด้วยตั้งหาก” 

“อะไร ใช่เรื่องรุ่นพี่คนนั้นที่แกเคยเล่าหรือเปล่า”ก็คนที่มันเจอตอนมาสอบไง 

“เป็นเรื่องของรุ่นพี่ แต่ไม่ใช่คนที่ฉันแอบชอบ” 

“ทำไม แกไปเจอรุ่นพี่หล่อๆ มาอีกสิท่า” 

“ก็หล่อนะ จัดว่าหล่อมากเลย ชื่อว่าพี่ศิลา”พูดมาแค่นั้นก็ทำเอาฉันเลิกถามต่อเลย 

“พี่ศิลา ที่เรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์หรือเปล่าแอมแปร์” 

“ใช่ ลิษาก็รู้จักเหรอ”คือบอกเพื่อนสนิทไม่ทัน ว่าลิษาน่าจะยิ่งกว่ารู้จักอีก เขาคลานตามกันมาเลยแหละ “หัวเราะอะไรกัน?” 

“แกนี่ศลิษา น้องสาวพี่ศิลา” 

“น้องสาว...พี่ศิลา!”แอมแปร์ถลึงตาอย่างตกใจ แล้วหันมองหน้าฉันอย่างมีนัย “พีคเว่อร์” 

“แล้วแอมแปร์ เจอพี่ศิลาได้ไงอ่ะ อยากเจอพี่ๆ ราชันเอ็นจิเนียบ้างอ่ะ” 

“อะไรคือราชันเอ็นจิเนียเหรอ”เป็นฉันที่ถามเอง เพราะจากที่รู้มามันเป็นเรื่องคร่าวๆ อยากรู้จักให้มากกว่านี้ 

“ไปอยู่ไหนมาเนี่ยณิริน ก็กลุ่มสโมสรนักศึกษาคณะวิศวะไง มีกันอยู่ห้าคน”  

“แล้วแก๊งนี้มันพิเศษยังไงเหรอ?” 

“ก็เป็นแก๊งหนุ่มหล่อ เรียนเก่ง กีฬาดี ดนตรีได้ นิสัยรวย เพอร์เฟกต์รอบด้าน คนแรกเป็นประธานชื่อพี่ราม รามิลคนนี้หล่อ สุขุม มีความเป็นผู้นำ น้ำนิ่งไหลลึก คนที่สองพี่ศิลา เฟรนลี่ ขี้เล่นมีอุดมการณ์ แต่ลึกลับน่าค้นหา คนที่สามพี่ภณเมนฉันเอง คนนี้เป็นราชนิกุลตระกูลผู้ดิบผู้ดีจากวัง ‘อัศวราชพิพัตน์กุล’ รักกฎระเบียบ เจ้าพ่อแห่งความเนี๊ยบ และรักสะอาด คนที่สี่คู่จิ้นเมนฉันพี่มิวนิค อัจฉริยะหัวกะทิของมหา’ลัย จีเนียสอินดี้ไม่สนโลก และคนสุดท้ายพี่ศรันย์ อัธยาศัยดี มีเวลาให้ และไม่ถือตัวมีเสน่ห์มาก” 

“นี่ฉันอยู่กับแฟนคลับราชันเอ็นจิเนียของแท้เลยถูกไหม”ยัยแอมแปร์มองยัยวิวที่เล่าแทบไม่หายใจ 

“ไหนๆ ก็พูดเรื่องนี้แล้ว ฉันเป็นนักเขียนนิยายวายแก๊งราชันเอ็นจิเนีย ฝากพวกแกไปกดติดตามด้วยนะ” 

 “ได้เลยยัยวิว เดี๋ยวฉันไปกดติดตามนะเพราะฉันเมนพี่ราม อ่อเพจราชันเอ็นจิเนียอัปเดตรูปพี่รามกับพี่ศิลาพอดีดูสิ”แล้วกระปุกก็โชว์เพจที่แฟนคลับทำให้พวกพี่ๆ เขาส่งมาให้พวกเราดู  

“ว่าแต่แอมแปร์เมนเฮียเหรอ”ลิษาถามด้วยสีหน้าตื่นเต้น 

“ไม่ใช่หรอก” 

“เห็นแอมแปร์มาบอกว่าเจอพี่ศิลานึกว่าเมนพี่ศิลาซะอีก ว่าแต่แอมแปร์เจอพวกพี่เขาได้ไงอ่ะ เห็นว่าปกติพี่ๆ เขายุ่งหาตัวจับยากมากเลยนะ”กระปุกถามต่อ 

“คือเรากับณิรินเคยเรียนที่เดียวกับพี่ศิลาตอนม.ต้นน่ะ” 

“เคยเรียนโรงเรียนเดียวกับเฮียเราด้วย บังเอิญจัง” 

“อ้าวแล้วลิษาไม่ได้เรียนที่เดียวกับพี่ศิลาเหรอ” 

“เปล่าอ่ะ เราสอบติดโรงเรียนรัฐ ส่วนเฮียสอบไม่ติดเลยเรียนเอกชน” 

“อ่อ แล้วสรุปแอมแปร์เจอพี่ศิลาได้ยังไงอ่ะ”  

“พอดีฉันมาสายเลยบังเอิญเจอพี่ศิลาเดินมากับพี่รามเพื่อตรวจดูความเรียบร้อยที่เปิดเทอมวันแรก พี่เขาเลยเข้ามาทัก อ่อณิรินพี่ศิลาถามถึงแกด้วยนะแต่ฉันไม่ได้บอกอะไร ไว้ให้เจอกันเองดีกว่า น่าสนุกดี”ยัยแอมแปร์ทำหน้าอมยิ้มเหมือนอยากจะแกล้งกัน 

“อิจฉาอ่ะ รู้แบบนี้ฉันมาสายๆ บ้างดีกว่า จะได้ไม่เกิดเรื่องเมื่อเช้า แล้วก็ได้เจอพวกพี่เขาด้วย” 

“ถ้าอยากเจอเดี๋ยวเราพาไปเจอก็ได้นะ เผื่อพวกแกจะเปลี่ยนความคิด” 

“ว่าแต่ลิษาเมนใครในแก๊งราชันเอ็นจิเนียเหรอ เราอยากรู้”กระปุกถามอย่างสงสัย 

“อืม ถ้าดูร้ายน้อยสุดก็น่าจะพี่มิวนิคนะ นอกนั้นแต่ละคนนะแสบๆ ทั้งนั้น ถ้ารู้จักตัวตนแล้วพวกแกจะเปลี่ยนความคิดแทบไม่ทัน” 

“ไม่มีทาง ฉันรักพี่ราม ไม่มีทางเปลี่ยนใจ” 

ได้ยินประโยคนี้แล้ว คุ้นเหมือนตัวเองเคยพูดไว้ในอดีตจนแอมแปร์หันมาสบตากัน 

“ว่าแต่ณิรินเมนใครเหรอ?”วิวหันมาถามที่เห็นฉันเงียบมาสักพัก 

“เรายังไม่ค่อยรู้จักใครอ่ะ ไปเรียนที่เกาหลีมาตั้งสามปี ตามพวกแกไม่ทันแล้วเนี่ย” 

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวเจอตอนรับน้องรวมคณะ แกจะก็เลือกได้เอง คนอะไรหล่อทุกตรง ห้าคนห้าสไตล์” 

“อืม” 

หลังจากที่แยกย้ายกับแอมแปร์ช่วงพักเที่ยง คลาสบ่ายก็มีเรียนอีกตัวก่อนที่ตอนเย็นจะต้องเข้ารับน้องของคณะ บรรยากาศรอบๆ หลังจากที่เดินออกจากห้องเรียนก็มีรุ่นพี่มารอรับกับเสียงเครื่องดนตรีสร้างสีสันความสนุกรอต้อนรับพวกเราอยู่แล้ว 

“พี่ชื่ออะไร พี่ชื่ออะไร พี่ชื่อช่อ ชอบทำท่าอย่างนี้ อย่างนี้ ชอบทำท่าอย่างนี้ ทำแล้วสบายใจดี ทำแล้วสบายใจดี ทำอย่างนี้สบายใจจัง” 

แล้วมันก็ต้องโดนทำแบบนี้กับคนทั้งคณะ เอาดีๆ คณะนี้ก็เหมือนรวมตัวของคนรั่วๆ อยู่เยอะเลยนะ รุ่นพี่แต่ละคนมาสุดทางพวกรุ่นน้องก็เลยน้อยหน้าไม่ได้ 

“เอาละปีหนึ่งทุกคน สำหรับการเปิดเทอมวันแรกสนุกไหม” 

“สนุกกกกกกกกก” 

“พี่ในฐานะพี่ว้าก พี่ระเบียบ ขอแจ้งให้น้องๆ ทราบอีกครั้งว่าภายในพรุ่งนี้นักศึกษาปีหนึ่งทุกคนต้องใส่ชุดนักศึกษาให้ถูกระเบียบและใส่รองเท้าผ้าใบจนกว่าจะจบรับน้องจบ วันแรกพี่จะอนุโลมให้ไม่ทำโทษ เข้าใจไหม” 

“เข้าใจครับ/ค่ะ” 

“ต่อไปขอเชิญประธานคณะพี่น้ำตาล ที่ลานกิจกรรมด้วยครับ” 

“แจวมาแจวจ่ำจึก น้ำนิ่งไหลลึกนึกถึงคนแจวว แจวเรือมาหาประธาน แจวเรือมาหาประธาน ขอเชิญพี่ตาล ลุกขึ้นมาแจววว” 

“ปกติพี่ขายสวยนะคะ น้องๆ ขำอะไรกันเหรองงมาก” 

แล้วพี่น้ำตาลก็ลุกเต้นจนเดินไปถึงกลางลานคณะ พี่เขาเป็นรุ่นพี่ปีสี่ที่มีความเป็นผู้นำ ถึงจะดูรั่วๆ แต่พอขึ้นไปอยู่บนเวทีก็ดูเป็นผู้หญิงเก่งคนนึงเลย 

“ก็สวัสดีน้องๆ ปีหนึ่งอย่างเป็นทางการนะคะ พี่ชื่อน้ำตาล หรือเรียกสั้นๆ พี่ตาล นิเทศศาสตร์ สาขาสื่อสารมวลชนปีสี่นะคะ รับหน้าที่เป็นประธานคณะปีนี้จ้า”  

“ขอเสียงปรบมือให้พี่ตาลครับบบบบ” 

แปะๆๆๆๆ 

“ยินดีที่ได้เจอกับน้องๆ คณะนิเทศศาสตร์ทุกคนนะคะ เขาว่ากันว่าคนที่เรียนคณะนี้เรียนเก่งอย่างเดียวไม่ได้ ต้องหน้าตาดีด้วยจริงไหม” 

“จริงงงงงงงงงงงงงงงง” 

“หลงตัวเองกันทั้งคณะ แต่เอาเถอะถ้าปกติก็ไม่ใช่คณะเราแหละ เข้าหมวดจริงจังนิดนึงนะคะ ก็คณะของเรารับน้องกันอย่างน่ารักนะคะ ขอความร่วมมือจากปีหนึ่งทุกคนทำตามกฎระเบียบที่พวกพี่ทุกคนเขาแนะนำกันด้วยนะจ้า เพื่อให้คณะเราเป็นคณะที่นอกจากหน้าตาดีแล้วยังทำถูกกฎของมหา’ลัยเนอะ ส่วนใครมีอะไรที่ไม่เข้าใจสามารถสอบถามรุ่นพี่ทุกคนได้เลยนะคะ พวกพี่เขายินดีช่วยเหลือน้องๆ ทุกคนเลย แต่ห้ามปรึกษาเรื่องยืมเงินนะคะอันนี้เป็นข้อห้าม” 

“เอาละจ้ะ เรื่องอื่นพวกพี่ระเบียบก็น่าจะบอกน้องๆ ในรอบต่อไป แต่ว่าอีกเรื่องที่สำคัญที่พี่จะแจ้งก็คือเรื่องประกวดดาวเดือน ตามประเพณีของนิศาสตร์ของเราก็จะปล่อยให้น้องปีหนึ่งที่มั่นใจในความสามารถของตัวเอง ยื่นโพรไฟล์มาสมัครการประกวดด้วยความสมัครใจนะจ๊ะ” 

ดีจัง ฉันว่าเปิดโอกาสให้น้องที่มั่นใจได้พรีเซนต์ตัวเอง ดีกว่าถูกรุ่นพี่มาเลือกไปเองบางคนก็ไม่ได้เต็มใจที่ถูกเลือกไปแบบนั้น  

“เพราะฉะนั้นใครที่มั่นใจในตัวเองก็สามารถยื่นโพรไฟล์ที่รุ่นพี่ปีสี่ได้เลยนะคะ มีเวลาให้ตัดสินใจและยื่นโพรไฟล์กับพี่ๆ ภายในอาทิตย์นี้นะ แล้วเดี๋ยวอาทิตย์หน้าพวกพี่จะคัดให้เหลืออย่างละห้าคนทั้งดาวและเดือน แล้วมาทำการประกวดเพื่อหาดาวเดือนคณะอีกที” 

“ครับ/ค่ะ” 

หลายคนต่างพากันตื่นเต้นไปหมด แล้วหลังจบรับน้องวันแรกพวกเราก็เดินพูดคุยกันด้วยทอปปิกประกวดดาวเดือนของคณะนี้อยู่ โดยมีแอมแปร์มาแจมด้วย 

“เสียดายอ่ะ ลิษาไม่ลงประกวด” 

 “ยัยลิษาต้องเรียนเต้นกับเรียนการแสดงเพิ่มเพื่อรอเปิดกล้องมินิซีรีส์เรื่องใหม่น่ะ ถ้ามาเตรียมตัวประกวดอีก มันกลัวเวลาชนกันแล้วมันจะพังทุกอย่าง”วิวอธิบายแทนหลังจากที่ลิษาขอตัวไปหลังจากรับน้องเสร็จ เพราะมีเรียนเต้นต่อ 

 “ณิรินไง!”กระปุกเสนอ ทำให้ทุกคนพยักหน้ารับพร้อมเพรียง 

“จริงด้วย ณิรินสนใจประกวดดาวเดือนไหม เดี๋ยววิวช่วยทำโพรไฟล์ให้ เราเก่งเรื่องทำพรีเซนต์นะบอกเลย” 

“เออณิรินฉันว่าแกนี่ตัวเต็งเลยนะเว้ย”แอมแปร์เกาะแขนเตรียมบิ้วฉันเต็มกำลัง 

“ไม่เอาอ่ะ แกก็รู้ว่าฉันไม่ชอบเป็นจุดสนใจ แล้วฉันไม่เคยประกวดอะไรแบบนี้ด้วย ให้ฉันไปประกวดเอาฉันไปวิ่งร้อยโลยังดีกว่า” 

“ไม่ชอบเป็นจุดสนใจหรือรู้ตัวเองว่าสวยสู้ฉันไม่ได้ยะ” กลุ่มยัยฮันนี่เดินแทรกมาอยู่ด้านหน้า เหมือนจงใจหาเรื่อง 

“ฮันนี่ เดี๋ยวกระปุกจะซื้อรองเท้าให้ใหม่ แต่ขอให้เรื่องมันจบเถอะนะ พวกเราอยากอยู่กันแบบสันติ” 

“แกก็พูดได้สิ แกไม่ใช่คนถูกสาดทั้งกาแฟแล้วก็น้ำใส่หน้าอย่างเพื่อนฉันนี่” 

“ต้องการอะไรก็ว่ามา เห่าอยู่ได้น่ารำคาญ” 

“แก แกว่าฉันเป็นหมาเหรอ” 

“แล้วนกบ้านเธอเห่าได้ไหมล่ะ” 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด 

“โอ๊ยเงียบ แหกปากขนาดนี้เดี๋ยวคนก็คิดว่าแถวนี้มีงานปิดทองฝั่งลูกนิมิตหรอก” 

“ฮันนี่มันว่าแกเป็นโฆษกงานวัดอ่ะ” 

“มันว่าพวกแกนั่นแหละ” 

“ณิรินมันก็ว่าพวกแกทั้งกลุ่มนั่นแหละ บูลลี่คนอื่นได้พอโดนบูลลี่กลับก็ต้องรับให้ได้ด้วยนะจ๊ะ”แอมแปร์พูดอย่างรำคาญใจ  

“นังณิริน” 

“ทำไมนังฮันนี่” 

“ขอโทษฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ” 

“ทำไมฉันต้องขอโทษด้วย” 

“ก็แกสาดน้ำใส่ฉัน แล้วก็ยังหาเรื่องกันอีก ถ้าไม่อยากเดือดร้อน ทำตามที่ฉันพูดซะ” 

“ใครกันแน่ที่หาเรื่องคนอื่น จะขู่อะไรก็รีบพูดมา ก่อนที่ความอดทนฉันจะหมด” 

“ณิรินใจเย็นก่อนนะ”กระปุกแตะแขนฉันกลัวว่าฉันจะพุ่งใส่ยัยพวกนี้ 

“ฉันให้โอกาสแกแล้วนะ แต่แกไม่รับไว้เอง” 

“เออ กลัวก็ได้ กลัวมากๆ เลย พอใจแล้วใช่ไหม พวกเราขอตัวนะ” 

“นังณิริน!” 

“ถ้าเรียกจิกหัวอีกทีฉันเอากำปั้นอุดปากแน่”ยัยฮันนี่รีบหุบปากแล้วถอยหลังกลับไปหาเพื่อนในกลุ่ม แต่ก็ยังทำตัวเป็นนางพญาต่อหน้าทุกคนไม่เลิก 

“ฉันจะเอาแกออกจากมหา’ลัยนี้ให้ได้คอยดู” 

“ฉันไม่รู้นะว่าเธอไปเอาบทพูดน้ำเน่าๆ แบบนี้จากไหนมา แต่อย่าไปพูดให้คนอื่นฟังล่ะ ว่าเรียนคณะอะไร เดี๋ยวเขาจะคิดว่าเธอจับฉลากได้มา เตือนด้วยความหวังดี” ฉันตบไหล่ฮันนี่สองสามทีเหมือนคนที่หวังดีจริงๆ และหันหลังเดินนำเพื่อนออกมา 

“มันว่าแกโง่ ไม่เหมาะกับคณะนิเทศฯ น่ะฮันนี่” 

“ฉันรู้แล้ว ณิรินนังบ้า!” 

ไม่รู้ทำไมแต่ยัยนี่ทำให้ฉันประสาทเสียพอตัว คิดว่าเลิกนิสัยปากหมากับหัวร้อนได้มาตลอดสามปีแล้วแท้ๆ พอมาเจอยัยนี่ฉันก็ฟิวส์ขาดไปเฉยเลย พวกประสาทแดก 

แปะ แปะ แปะ 

“บราโว ณิรินโหดจัดปลัดบอก!” 

“จัดการฮันนี่ซะอยู่หมัด พูดไม่ออกเลย ฮาๆ” 

“โลกสอนฉันว่ากับบางคนพูดดีไปมันก็เสียเวลา เพราะมันไม่ฟังหรอก” 

“ต้องอย่างนี้สิวะ ศิษย์รักของอาจารย์แอมแปร์”เพื่อนสนิทของฉันรีบยืดมากอดคออย่างภูมิใจ  

“คนบางประเภทที่คบกันเยอะๆ เพื่อจะกลบจุดด้อยของตัวเอง แล้วชอบเหยียบย่ำคนอื่น” 

“อ่านเกมขาด สวย เก่ง ฉลาด สุดยอดเลยณิริน” 

“ฉันก็ไม่ได้ชอบมีปัญหากับใครหรอกนะ ถ้าคนพวกนั้นไม่ได้มายุ่งกับฉันก่อน” 

“แต่เมื่อกี้ยัยพวกนั้นมันดูถูกแกนะเว้ย ว่าแกสวยสู้มันไม่ได้ คิดดูแล้วถ้ามีใครมาด่าฉันแบบนี้ฉันลงประกวดแข่งดาวคณะแข่งกับมันให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย” 

“แกไม่ต้องมาปั่นเลยแอมแปร์ ยังไงฉันก็ไม่ลง ฉัน...” 

“ฉันไม่ชอบเป็นจุดสนใจ”เพื่อนสนิทรีบพูดดักคอ หน้าเซ็งๆ 

“แต่วิวว่าถ้าณิรินลงนะ การประกวดดาวเดือนปีดุเดือดสนุกแน่ เราว่าณิรินสวยธรรมชาติไม่เหมือนยัยพวกนั้นเลย จริงไหมกระปุก” 

“จริง ทั้งความสวย ความฉลาด ไหวพริบดี ถ้าลงแข่งกับยัยพวกนั้นยังไงก็ชนะชัวร์” 

“ขอบใจที่อวยฉันจนจะลอยได้อยู่แล้ว”หลังจากที่ถูกยัยแอมแปร์กอดคอ ยัยวิวเกาะแขนซ้าย กระปุกเกาะแขนขวาจนต้องสะบัดพวกมันออกไปให้หมดทุกคน  

“แกจะเปลี่ยนใจลงประกวดใช่ไหม”ทุกคนทำหน้าตื่นเต้นรอคำตอบ  

“ดูปากณิรินนะคะ ฉันไม่มีทางลงประกวดดาวเดือนแน่นอน!” 

Adaysiix 

ณิรินคนสวยเผ็ช 2020 มีเรื่องให้ตื่นเต้นตั้งแต่ก้าวขาเข้าคณะ 

ที่สุดของความบังเอิญ โลกกลม พรมหลิขิต 5555 

สปอยด์ว่าครึ่งหลังเขาจะได้เจอกันแล้วจ้า จะเจอกันในสถานการณ์ไหนรอติดตามนะคะ 

ปล. นุ่นขอประกาศอัปนิยายเรื่องนี้วันเว้นวันเหมือนของรามแล้วนะคะ 

ปั่นสุดพลัง อีกไม่กี่ตอนก็จบแล้วจ้า 

ฝากแม่ๆ หนุนหลังยัยน้อง และติดตามเอาใจช่วยเฮียด้วยนะคะ 

โดนน้องยำเละเทะเลยค่ะ อุ้ยยยย แต่เฮียก็ไม่ได้เกรงกลัว สปอยด์เก่ง 555555 

ฝากคอมเมนต์ กดติดตาม กดส่งหัวใจให้กันด้วยน๊าาาา <3 

ความคิดเห็น