Twitter-icon

ขอบคุณทุกกำลังใจที่เป็นแรงผลักดันให้ไรท์เตอร์เขียนนิยายอย่างมีความสุขค่ะ

ชื่อตอน : EP.1 เปลี่ยนแผน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 35.6k

ความคิดเห็น : 65

ปรับปรุงล่าสุด : 05 เม.ย. 2564 21:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
EP.1 เปลี่ยนแผน
แบบอักษร

EP.1 เปลี่ยนแผน

[คู่หมั้นจอมลวง] : สวีทการ์เดนท์

 

 

 

การคลุมถุงชนเป็นที่นิยมกันมากในสมัยก่อน กระทั่งปัจจุบันยังมีบางครอบครัวที่เห็นดีเห็นงามกับสิ่งนี้อยู่ เหตุผลที่ผู้ใหญ่มักบอกเสมอนั่นคือการรักษาฐานะทางสังคมเพื่อผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย ซึ่งไม่ได้ถามความคิดเห็นจากวัยหนุ่มสาวเลยด้วยซ้ำ

วันก่อนองศาได้นัดเจอเจ้าจันทร์ว่าที่คู่หมั้นของเขาพร้อมคุยเป็นจริงเป็นจังเรื่องงานหมั้นหมายที่กำลังจะเกิดขึ้น มองปราดเดียวก็รู้ว่าหญิงสาวไม่อยากเข้าร่วมพิธี เขาสังเกตหลายหนตอนที่ครอบครัวได้มาพบปะพูดคุย อาการฝืนยิ้มทั้งที่แววตาเต็มไปด้วยความเศร้าหมองมันบ่งบอกได้เป็นอย่างดี สุดท้ายทั้งคู่ก็เปิดอกคุยกันและได้ข้อสรุปว่าจะร่วมมือกันล่มงานมงคล

“แย่เลย คืนนี้เขมต้องไปเลี้ยงฉลองปิดกล้องละครเวทีกับเพื่อนๆ แต่องศาต้องกลับบ้าน” หญิงสาวหน้าสวยดีกรีนางเอกละครเวทีคณะนิเทศศาสตร์พูดจาออดอ้อนแฟนหนุ่ม เขมมิกาคบกับองศาได้ห้าเดือนแล้วและตอนนี้ทั้งคู่ก็ย้ายมาอยู่คอนโดเดียวกัน

“อย่าดื่มเยอะนะครับ เป็นห่วง” มือใหญ่ยกขึ้นลูบเรือนผมสีน้ำตาล เรื่องถูกจับคลุมถุงชนกับลูกสาวอีกบ้านเขาไม่ได้บอกแฟนเพราะคิดไว้แล้วว่าจะไม่ยอมให้งานหมั้นเกิดขึ้นแน่ๆ

“ไม่กล้าดื่มเยอะหรอกค่ะ กลัวแฟนดุ” ปากอวบอิ่มคลี่ยิ้มหวาน

“ผมใจดีแค่ไหนคุณก็น่าจะรู้”

ฟอด~

“เขมรักองศานะคะ รักมาก” เธอหอมแก้มเขาหนึ่งฟอดจึงถูกดึงเข้าไปกอดจนจมอก

“องศาก็รักเขมเหมือนกันครับ” ทุกอย่างไปได้สวย เป็นคู่รักที่ใครหลายคนต่างพากันอิจฉา

เขาใช้เวลาขับรถกลับบ้านไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง คุณพ่อคุณแม่รอทานข้าวกับลูกชายและอยากพูดคุยเรื่องงานหมั้นด้วย ผู้ใหญ่จัดเตรียมทุกอย่างไว้หมดแล้ว ถ้าถึงวันนั้นเขามีหน้าที่แค่ตื่นเช้ามาสวมชุดเข้าพิธี

“นั่งก่อนลูก” คนแม่พูดขึ้น ขณะนี้ทั้งสามคนอยู่ในห้องอาหาร

องศานั่งลงฝั่งตรงข้ามท่านทั้งสอง เขาไม่เคยพูดแย้งเวลาคุณพ่อคุณแม่พูดถึงเจ้าจันทร์ ให้ถือซะว่าเป็นความสุขของผู้ใหญ่ในช่วงนี้เพราะอีกไม่นานจะเป็นเวลาแห่งความสุขของเขาบ้าง

คุยกันเสร็จก็ถึงเวลาส่วนตัวสักที เมื่อไม่ได้นอนกอดแฟนก็ต้องคอลหากัน แต่พอกดต่อสายไปกลับมีเสียงดนตรีดังเข้ามาแทรกจนคุยไม่รู้เรื่อง สรุปว่าเขาต้องวางสายให้เขมมิกาดื่มสังสรรค์กับเพื่อนๆต่อไป

 

เช้าวันต่อมา...

ความคิดถึงมันมากล้นขนาดที่ว่าทำให้ชายหนุ่มตื่นตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อขับรถกลับคอนโดเลยล่ะ เพื่อนทั้งหลายชอบแซวว่าเป็นช่วงโปรโมชันที่องศาติดเขมมิกางอมแงม แต่ก็โปรโมชันมาห้าเดือนแล้วแถมไม่เคยทะเลาะกันอีกต่างหาก ทั้งสองเข้าใจกันดีมาก

แกร๊ก!

ทว่าพอเปิดเข้ามาในห้องกลับพบความผิดปกติหลายอย่าง รองเท้าผู้ชายคู่นี้ไม่ใช่ของเขาแน่นอน คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างหนัก เดินมาอีกก็พบว่าบนโซฟามีซองถุงยางอนามัยตกอยู่ และเมื่อเคลื่อนสายตาไปยังประตูห้องนอนก็เห็นว่ามันเปิดแง้มไว้นิดๆ

และแล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

ความรักที่คิดว่ามันกำลังไปได้สวย กลับไม่ใช่เลย...

องศามองภาพตรงหน้าด้วยความโกรธแค้น ขณะนี้สองคนบนเตียงกว้างยังไม่ได้มีท่าทีรู้สึกตัวแต่อย่างใด แผ่นหลังขาวเนียนของหญิงสาวโผล่พ้นออกมาจากผ้าห่มนวมผืนใหญ่ เสี้ยวหน้าสวยแนบลงกับหมอนใบสีขาวสะอาดตา ถัดไปข้างๆเป็นผู้ชายหน้าคุ้นกำลังนอนเปลือยท่อนบนเหมือนกัน ถ้าเดินไปกระชากผ้าห่มออกตอนนี้รับรองได้เห็นสภาพเปลือยกายแน่ๆ

“หึ” สมองอยากลากทั้งสองลงจากเตียงแต่ขากลับก้าวไม่ออก ตาคมกวาดมองซากถุงยางอนามัยที่ใช้แล้วบนพื้นห้องพร้อมแสยะยิ้มนึกสมเพชตัวเอง ไม่รู้เลยว่าโดนหลอกมานานแค่ไหน

อันดับแรกขอเก็บหลักฐานก่อนก็แล้วกัน เขาล้วงหยิบมือถือจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาถ่ายรูปก่อนจะเดินออกจากห้องนอนทันที แถมยังรีบลงมาที่รถเพื่อสงบสติอารมณ์ร่วมชั่วโมง พยายามนึกย้อนว่าตนทำอะไรให้เขมมิกาไม่พอใจหรือเปล่าแต่ก็หาสาเหตุไม่เจอ ตั้งแต่คบมาก็ไม่คิดจะยุ่งกับใครอีกเลย แต่ก็นั่นแหละ...ใจแลกใจใช้ไม่ได้กับทุกคน ความรักที่แสนหวานพังทลายไม่เป็นท่า เกิดมาเพิ่งเคยโดนสวมเขา

“อยากได้ก็เอาไป” เสียงทุ้มพึมพำขณะมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือ อีกคนที่แค้นเคืองก็คือชายในภาพ คนที่เป็นเพื่อนสนิทกับเขมมิกานั่นเอง

ตื๊อดึ่ง!!

เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันไลน์ดังแทรกเข้ามาเรียกสติ

J : ไอ้ต้า

J : sent a photo.

แก๊งขององศามีทั้งหมดสี่คน ทุกเช้าวันศุกร์เจจะส่งรูปมาอวดต้าเสมอว่าได้ไปกินข้าวกับรุ่นน้อง

Tar : โอ้ยน้องวาน่ารัก

Tar : มึงอยู่ไหนวะเจ

J : โรงอาหารนิเทศฯ รีบมาก่อนที่น้องจะขึ้นเรียน

J : sent a photo.

ครั้งนี้รูปที่ส่งเข้ามาเห็นหน้าทุกคนเลยและหนึ่งในนั้นคือคนที่องศารู้จักดี เจ้าเอยเป็นน้องชายของเจ้าจันทร์ที่ไม่เห็นด้วยกับงานหมั้นของพวกผู้ใหญ่ เหตุเพราะรู้ดีว่าองศามีแฟนอยู่แล้ว

Ongsa : เดี๋ยวกูไปหาตอนนี้ หิวข้าว

และแล้วแผนการร้ายก็ผุดเข้ามาในหัว ถ้าเขมกับทอยรวมหัวกันเลวได้ขนาดนี้ก็รอดูเลยว่าใครจะหัวเราะดังกว่า จากนี้ไปชีวิตเจ้าเอยนิเทศศาสตร์ปีสองที่เป็นแฟนกับทอยพระเอกละครเวทีคงไม่สงบสุขแน่ๆ เพราะองศากำลังนึกสนุกอยากทำลับหลังตามแบบอย่างที่เพิ่งได้เห็น คงตื่นเต้นไม่น้อย

J : เดี๋ยวๆ มึงกลับบ้านไม่ใช่เหรอ

Ongsa : กลับมาตั้งแต่เช้าแล้ว เดี๋ยวไปหา

ไม่นานก็ขับรถมาถึงจุดหมายปลายทาง รู้อยู่แก่ใจว่าช่วงนี้เจ้าเอยไม่ค่อยชอบขี้หน้าตนเท่าไหร่นัก เมื่อก่อนทั้งสองคนสนิทกันมากกว่านี้ ยิ่งแฟนของพวกเขาเป็นเพื่อนกันก็มักจะไปกินข้าวดูหนังด้วยกันบ่อยๆ แต่พอวันที่ผู้ใหญ่บอกว่าจะมีงานหมั้นเกิดขึ้นก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย เหมือนเจ้าเอยพยายามทำตัวห่างออกไป ร่างสูงเดินตรงดิ่งเข้าไปในโรงอาหารที่ผู้คนบางตามากเพราะตอนนี้ยังเช้าอยู่

“สวัสดีครับพี่องศา” เจมน้องชายของเจทักขึ้นพร้อมกับยกมือไหว้ วาวาหญิงสาวคนเดียวในกลุ่มก็ไหว้รุ่นพี่เช่นกัน ส่วนเจ้าเอยปรายตามองหน่อยๆแต่สุดท้ายก็ต้องจำใจไหว้คนอายุเยอะกว่า

“นางเอกละครเวทีไม่มาด้วยเหรอครับ ปกติต้องตัวติดกัน” เจมพูดแซว ใครๆก็รู้จักเขมมิกา

“ยังไม่ตื่นน่ะ” เขาตอบกลับเพียงสั้นๆก่อนจะนั่งลงข้างเจ้าเอย

ชายหนุ่มตัวเล็กรีบกระเถิบกายออกห่างแต่อีกฝั่งก็มีวาวานั่งอยู่จึงหนีได้ไม่ไกลนัก

“ไปซื้อข้าวดิมึง” เจว่าขึ้นอีก

“เจ้าเอย ที่นี่มีอะไรอร่อยบ้าง แนะนำพี่หน่อยสิ” ไม่ว่าเปล่า แขนใหญ่ยกขึ้นกอดคออีกด้วย ทุกคนในนี้ต่างก็รู้ว่าทั้งสองสนิทกันระดับหนึ่ง

“พี่เขมไม่เคยพามาเหรอ” เรื่องเดียวที่เจ้าเอยไม่พอใจองศาก็คือไม่ยอมปฏิเสธผู้ใหญ่เกี่ยวกับงานหมั้น แถมยังไม่คิดจะบอกความจริงอีกว่าตัวเองมีแฟนแล้ว

“ส่วนมากชอบไปกินกันที่อื่นมากกว่า อย่างเช่นห้องนอน” ประโยคหลังคนตัวโตก้มลงกระซิบข้างหูให้ได้ยินแค่สองคน ขณะที่พูดก็นึกถึงแต่ภาพเขมกับทอยอยู่บนเตียงนอนด้วยกัน ส่วนคนตัวเล็กรู้สึกไม่ชอบคำพูดสองแง่สองง่ามแบบนี้เลย

“ใกล้ไปแล้วพี่ เดี๋ยวก็มีเรื่องกับแฟนมันหรอก ขี้หวงจะตาย” ที่เจมพูดแบบนั้นเพราะทอยหวงเจ้าเอยหนักมาก ขนาดเขาที่เป็นแค่เพื่อนยังเคยโดนเขม่น

“ถ้าหวงจริงทำไมไม่มานั่งเฝ้าล่ะ” องศาเลิกคิ้วถาม ทั้งที่รู้ว่าฝ่ายนั้นนอนหมดแรงอยู่ที่ห้องของตน ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น

“จะลุกได้ยัง เอยต้องรีบขึ้นเรียน” เจ้าเอยลุกจากโต๊ะ ส่วนองศาก็รีบตามไป

“ไอ้ทอยไปไหน” เขายังคงถาม คนข้างหน้าชะงักฝีเท้าทันทีก่อนจะหมุนตัวกลับมา

“ยังไม่ตื่นครับ” ใบหน้าหวานเงยขึ้นมอง ความสูงของพวกเขาช่างแตกต่างกันเหลือเกิน

“รู้ได้ยังไงว่ายังไม่ตื่น ตอนนี้มันอยู่ไหน เมื่อคืนไปกินเหล้าแล้วได้กลับห้องหรือเปล่า”

“ถามแบบนี้หมายความว่ายังไง” คิ้วเรียวขมวดมุ่น

“ก็ถามเฉยๆ อ่อ...ลืมไปว่าไม่ได้พักด้วยกัน” ปากหยักยกยิ้ม

“ไม่เหมือนพี่หรอก อยู่ด้วยกันกับพี่เขมแล้วยังจะหมั้นกับพี่จันทร์อีก” เจ้าเอยประชดประชัน เรื่องนี้ยอมไม่ได้จริงๆ ยิ่งใกล้วันหมั้นก็ยิ่งมืดแปดด้าน อยากดึงพี่สาวตัวเองออกมาจากตรงนั้นจะได้ไม่เจ็บปวดในภายภาคหน้า

“แล้วแฟนเอยมันดีกว่าพี่นักเหรอ”

“ทำไมต้องเปรียบเทียบด้วยล่ะ แต่ถ้าให้พูดจริงๆพี่ทอยก็ไม่ได้แอบมีคู่หมั้นเหมือนพี่นะ”

“เหรอ?” ทำได้เพียงถามกลับแค่นั้นทั้งที่ความจริงอยากระเบิดเสียงหัวเราะออกมา ไม่ได้แอบมีคู่หมั้นแต่แอบเอากันเลย เอากี่ครั้งแล้วก็ไม่รู้

“...”

“จะบอกอะไรให้นะ พี่เองก็ไม่ได้อยากหมั้นกับพี่สาวของเอย”

“แล้วทำไมพี่ไม่บอกคุณพ่อคุณแม่ ตอนที่ไปบ้านก็ไม่เห็นพูดอะไรสักคำ” อยากถามองศามานานแล้วแต่ก็ไม่มีโอกาส เป็นเขาเองแหละที่เลี่ยงการเจอหน้ากัน

“กะว่าจะคุยวันนี้”

“จริงเหรอ ไม่โกหกเอยนะ สิ่งที่พี่ควรทำคือต้องหมั้นกับคนที่พี่รัก ไม่ใช่ทำตามความต้องการของผู้ใหญ่” ปฏิกิริยาคนตัวเล็กเริ่มเปลี่ยนไป ตอนแรกเอาแต่มองค้อนใส่ แต่พอได้ยินแบบนี้กลับรู้สึกใจชื้นขึ้นมาหน่อยๆ

“ครับ พี่จะทำในสิ่งที่ควรทำ”

พวกเขาเดินกลับมาที่โต๊ะ องศาถือจานข้าวในมือ ส่วนเจ้าเอยอาสาถือแก้วน้ำให้ ที่ยอมอ่อนข้อลงก็เพราะอีกฝ่ายบอกว่าจะไปคุยเรื่องนั้น เขาหวังลึกๆให้พี่สาวได้รับความเป็นธรรมในการเลือกคู่ครอง

“ยังติดต่อพี่ทอยไม่ได้อีกเหรอ” วาวาถามขึ้นขณะที่เจ้าเอยกดโทรศัพท์ยิกๆ

“อือ สงสัยเมาหนัก งั้นเลิกเรียนค่อยเข้าไปหาแล้วกัน” คำตอบของคนข้างๆทำให้องศาแสยะยิ้มหน่อยๆ อยากยื่นรูปที่เขาถ่ายไว้ให้ดูแต่ก็ทำได้เพียงปล่อยผ่านไป ถ้าเจ้าเอยรู้ว่าแฟนนอกใจทุกอย่างคงจบลงในเร็วๆนี้และเขาคงไม่ได้คิดบัญชีกับสองคนนั้น อยากเห็นเขมเล่นละครเหมือนกันว่านอกจากละครเวทีแล้วจะเก่งการแสดงในชีวิตจริงมากแค่ไหน

“ขึ้นเรียนเลยปะ” เจมเอ่ยชวนเพราะเห็นว่าใกล้ถึงเวลาเรียนแล้ว อีกอย่างเขาก็ไม่ค่อยอยากฟังเพื่อนพูดถึงแฟนเท่าไหร่นัก

“พวกกูก็ต้องกลับคณะเหมือนกัน” เจพูดกับน้องชาย

“โอเคพี่ สวัสดีครับพี่องศา”

“อย่าลืมนะที่คุยกัน” เจ้าเอยพูดกับคนข้างๆ เขาหมายถึงเรื่องที่บอกว่าจะไปคุยกับผู้ใหญ่

“สองคนนี้มีลับลมคมในอะไรเนี่ย” เจหรี่ตามองอย่างจับผิด

“หึ” องศาหัวเราะเบาๆไม่ยอมอธิบายอะไรให้เพื่อนฟัง ด้านเจ้าเอยก็ยิ้มนิดๆก่อนจะเดินออกจากโรงอาหาร

“ไอ้องศา” เจหันกลับมาหาเพื่อน

“ไม่มีอะไร” รีบปฏิเสธทันควันแต่มีหรือที่เจจะยอมหยุด

“มึงกับเจ้าเอย...”

“น่ารักดีว่ะ อยากได้” ไม่รอให้เพื่อนพูดจบด้วยซ้ำ ใบหน้าคมคายก็ฉายแววเจ้าเล่ห์เสียแล้ว

“เดี๋ยว อีกทีซิ”

“อยากได้เจ้าเอย อยากเอามาเป็นของกู” องศาพูดย้ำอย่างชัดเจน น้ำเสียงฟังดูมั่นใจยิ่งนัก

“ไอ้เหี้ย!” จะไม่ให้ด่าได้อย่างไรในเมื่อเพื่อนกำลังอยากได้แฟนคนอื่น

Tru... Tru...

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะ เจกำลังจะถามต่อแต่จำเป็นต้องเงียบปาก

“แม่กูโทรมา มึงไปก่อนเลยก็ได้ เจอกันที่คณะ” เจ้าของเครื่องมือสื่อสารเอ่ยบอกก่อนจะเดินหนีไปอีกทาง

(“ไปเรียนยังลูก”) ปลายสายเอ่ยถาม

“มาแล้วครับแม่ วันนี้ได้กินข้าวกับน้องเอยแหละ ไอ้เจมันมาส่งน้องมันพอดีก็เลยเจอกัน”

(“น้องเอยน้องชายหนูจันทร์น่ะเหรอ”)

“ครับ”

(“อ๋อ ฝากความคิดถึงหาน้องด้วยนะ ไม่ได้เจอเป็นเดือนแล้ว”)

“ครับแม่ แล้วแม่โทรมามีอะไรหรือเปล่า”

(“ร้านเครื่องเพชรที่เคยติดต่อไว้อยากให้ลูกเข้าไปเลือกของขวัญวันหมั้นด้วยตัวเอง องศาคิดว่าแบบไหนเหมาะกับหนูจันทร์ที่สุดก็ลองเข้าไปดูได้นะ ว่างเมื่อไหร่จะได้นัดเวลา”)

“แม่ครับ ผมมีเรื่องอยากปรึกษานิดหน่อย” เขาต้องพูดตอนนี้

(“มีอะไร ทำไมน้ำเสียงฟังดูซีเรียส”)

“ความจริงแล้วผมอยากหมั้นกับเจ้าเอยครับแม่ ตอนนี้เราสองคนสนิทกันมาก พี่เจ้าจันทร์ไม่ได้อยากหมั้นกับผมหรอก แม่ดูไม่ออกเลยเหรอ”

(“อะไรนะ”) เสียงนั้นฟังดูตกใจไม่น้อยเลยทีเดียว

“ครับ น้องก็อยากหมั้นกับผมเหมือนกันแต่ไม่กล้าพูด” แผนการตอนแรกคือจะล่มงานหมั้น แต่ตอนนี้เขากลับเปลี่ยนใจกะทันหันอยากเข้าพิธีกับคนน้องมากกว่า ก็บอกแล้วว่าอยากได้มาเป็นของตัวเอง

 

 

TBC.

 

ตอนแรกมาแล้วค่าา

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว