email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Chan's Children เด็กของชาน ตอนที่ 10

ชื่อตอน : Chan's Children เด็กของชาน ตอนที่ 10

คำค้น : เด็กของชาน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 22 เม.ย. 2564 15:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chan's Children เด็กของชาน ตอนที่ 10
แบบอักษร

 

 

 

 

 

AuThor : นามิ 

 

 

 

 

ตอนที่ 10  

 

 

 

 

วินเดินกลับเข้ามาในห้องครัวและเป็นจังหวะที่น้ำเดินออกไป จึงทำให้ชนกัน น้ำเซจะล้มแต่วินคว้าดึงแขนเอาไว้ได้ทัน  

“ขอบคุณครับพี่วิน” น้ำรีบยกมือไหว้เมื่อทรงตัวได้เพราะมัวแต่คิดเรื่องชานก็เลยไม่ได้มองทางข้างหน้า 

“ไม่เป็นไรครับแล้วนี่จะไปไหนล่ะ” วินถามออกไปเมื่อเห็นน้ำเดินออกมาจากห้องครัว 

“จะขึ้นไปอาบน้ำนอนแล้วครับ พรุ่งนี้เช้าน้ำจะตื่นไปตลาดพร้อมป้าหวินและป้าวาฬ” น้ำตอบกลับไปอย่างสุภาพ  

“น่าเสียดายจังพี่ว่าจะอยู่คุยทำความรู้จักกับน้ำอีกสักหน่อย” วินพูดออกมาอย่างเสียดาย 

“วันหลังได้ไหมครับพอดีน้ำรู้สึกปวดหัวด้วย” น้ำโกหกคำโต ไม่ใช่ว่าไม่อยากคุยด้วยแต่น้ำคิดเรื่องชานอยู่เลยไม่พร้อมที่จะรับฟังเรื่องอื่น 

“ได้สิ งั้นไว้ค่อยเจอกันนะ” วินส่งยิ้มให้ น้ำส่งยิ้มกลับไปและขอตัวขึ้นห้อง น้ำแวะไปห้องทำงานของชานและแอบฟังอีกรอบแต่ภายในห้องนั้นเงียบมากเหมือนไม่มีใครอยู่ในห้องเลย 

“น่าจะเรื่องใหญ่เลยนะเนี่ย” น้ำพึมพำออกมา  

ผ่านไปเกือบสองชั่วโมงแล้วแต่ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีใครออกมาจากห้องเลย ชานดูเครียดมากเมื่อบอกว่าไปต่างประเทศหนึ่งเดือน ก็คงเป็นเรื่องเกี่ยวกับธุรกิจของชานโดยตรงเลยเครียดมากขนาดนี้ 

น้ำกำลังเดินกลับห้องแต่ก็เจอกับเหมราชที่เดินขึ้นมาชั้นสองพอดี น้ำชะงักไปเมื่อเจอเหมราชตรงๆ มาอยู่ที่นี่ได้หลายวันแล้วแต่น้ำเพิ่งเจอเหมราชแค่ครั้งเดียวก็คือวันแรกที่มาถึงและไม่ได้เจอกันอีกเลย 

“เอ่อ....” น้ำไม่รู้จะพูดอะไรด้วยเพราะเหมราชนั้นมีใบหน้าที่นิ่งมาก ต่างจากชานที่หน้านิ่งก็จริงแต่ยังไม่นิ่งเท่าคนเป็นพ่อเลย 

“พวกนั้นยังคุยงานไม่เสร็จเหรอ” เหมราชถามออกไปเพราะทางที่น้ำเดินกลับมาเป็นทางที่ไปห้องทำงานของชาน  

“น้ำเดินไปดูแล้วในห้องยังเงียบกันอยู่น้ำเลยเดินกลับมาก่อน น่าจะยังคุยงานไม่เสร็จครับ” น้ำตอบกลับไปด้วยความเกร็ง  

เหมราชน่ากลัวมาก สายตาที่มองน้ำก็น่ากลัวด้วย! 

“แล้วไปทำอะไรที่หน้าห้องทำงานล่ะ” เหมราชแค่ถามเฉยๆ แต่เพราะน้ำเสียงที่ติดไปทางเข้มทำให้น้ำเข้าใจว่าเหมราชไม่อยากให้ไปป้วนเปี้ยนแถวนั้น 

“คือน้ำเห็นว่าคุยงานกันนานแล้ว เลยลองเดินไปดูเผื่อมีใครอยากทานของว่างครับ” น้ำตอบกลับไปด้วยท่าทีที่หวาดกลัว  

เหมราชรู้ว่าน้ำคงกลัวมากเพราะตัวสั่นและหน้าเสียมาก  

“ตามมาสิ” เหมราชตอบแค่นั้นแล้วเดินนำไปที่ห้องทำงานของชาน น้ำรีบเดินตามไปทันทีโดยที่ไม่รู้ว่าให้เดินตามไปทำไม 

พอมาถึงหน้าห้องทำงานเหมราชก็เคาะประตูห้อง น้ำใจเต้นระรัวและลุ้นว่าใครจะมาเปิดประตู  

เสียงประตูเปิดออกมา ซึ่งเป็นบอลที่เป็นคนมาเปิดประตู 

บอลชะงักไปนิดเมื่อเห็นน้ำมาด้วย น้ำชะเง้อมองคนด้านในก็เห็นเฉินกำลังอ่านเอกบางอย่างสีหน้าเครียดมาก ส่วนชานก็เอนพิงเก้าอี้เอามือนวดขมับอยู่ ใจไม่เป็นจังหวะที่ได้เห็นหน้าชานอีกครั้ง  

“พอดีเด็กคนนี้เห็นว่าคุยงานกันนานแล้วเลยอยากเอาของว่างมาให้แต่ไม่กล้าเข้ามาถาม ฉันเลยอาสาพามาถามให้” เหมราชพูดขึ้น ชานที่กำลังนวดขมับอยู่พอได้ยินคำว่าเด็กคนนี้ก็ลืมตาขึ้นมาทันที ชานยิ้มออกมาก่อนจะเดินไปหาน้ำที่ยืนหลบหลังเหมราชอยู่ 

“งั้นพักสักหน่อยก็ดีครับ” ชานพูดออกมา น้ำเสียงคนละโทนกับที่พูดในห้องก่อนหน้านั้นเลย 

“ง-งั้นน้ำไปเอาของว่างมาให้นะครับ” น้ำพูดจบก็หันหลังเตรียมเดินลงไปเอาของว่างแต่ถูกชานจับแขนเอาไว้ก่อน 

“จะเอาอะไรเพิ่มหรือเปล่าครับ” น้ำหันกลับมาถามเพราะคิดว่าชานอยากสั่งอะไรเพิ่มเติมอีก 

“คุณบอลกับคุณเฉินลงไปเอาของว่างทีนะครับ เดี๋ยวผมมา” ชานหันไปบอกมือขวาและมือซ้ายแล้วจูงมือพาน้ำไปที่ห้อง  

พอเข้ามาในห้องเด็กหนุ่มก็ถูกอุ้มมานั่งตักทันที 

“หน้าแดงทำไม” ชานถามขึ้นเมื่อเห็นแก้มใสเริ่มเปลี่ยนสี 

“ในครัวมันร้อนมากเลยครับ แล้วน้ำก็เพิ่งล้างจานเสร็จด้วย” น้ำรีบหาข้อแก้ตัว ที่หน้าแดงเพราะตื่นเต้นที่ได้เจอหน้าชานอีกครั้ง น้ำไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องตื่นเต้นด้วยทั้งที่อยู่บ้านเดียวกันและเพิ่งเจอหน้ากันไม่กี่ชั่วโมงก่อนด้วยซ้ำ 

ชานก้มลงหอมแก้มใสและสลับไปหอมอีกข้าง ที่ชานนั่งนวดขมับอยู่ก่อนหน้านั้นก็เพราะคุยงานแล้วมีปัญหาและรอเหมราชด้วยเลยยังไม่จริงจังแบบเต็มที่ ขนาดยังไม่เต็มที่ยังเครียดมากขนาดนี้ ถ้าเข้าสู่โหมดจริงจังแบบเต็มที่คงเครียดมากกว่านี้แน่นอน 

“หนวดทิ่มแก้ม” น้ำจับแก้มแล้วพูดออกมา น้ำเคยพูดแบบนี้ไปรอบหนึ่งเพราะตอนนั้นชานหอมแรงมากกว่านี้อีก 

“ถ้าพี่เสือคุยงานเสร็จเดี๋ยวคืนนี้น้ำโกนหนวดให้ดีไหมครับ” น้ำเสนอไปเพราะอยากตอบแทนบ้าง ชานได้ยินแบบนั้นก็ตาลุกวาว 

“โอเคครับพี่จะรีบคุยงานให้เสร็จ” ชานรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้ยินแบบนั้น ไม่รู้ทำไมถ้าเป็นกับเด็กคนนี้เขารู้สึกตื่นเต้นทุกครั้ง 

“ครับ” น้ำตอบรับก่อนที่จะถูกอุ้มลงจากตัก 

//รออาบน้ำพร้อมกันด้วยนะครับ// ชานลุกขึ้นยืนแล้วก้มลงกระซิบข้างใบหูทำเอาน้ำหน้าแดงขึ้นแต่ก็พยักหน้ารับ  

ชานยิ้มออกมาแล้วจูบปากเรียวย้ำๆ แล้วเดินผิวปากออกไปจากห้องอย่างอารมณ์ดี พอเข้ามาในห้องทำงานก็เจอกับบิดาที่จ้องหน้าเขม็ง ชานนั่งลงที่โต๊ะและมองหน้าเหมราชกลับไป 

“ช่วงนี้แกไม่มีสมาธิทำงานเลยนะชาน” เหมราชพูดออกมา  

“คุยงานกันต่อดีกว่าครับ” ชานไม่ได้สนใจที่เหมราชพูดแล้วปรับสีหน้าเป็นคนละคนกับที่อยู่กับน้ำเมื่อสักครู่ ชานส่งเอกสารให้บิดาอ่านดู เหมราชรับมาอ่านแล้วคิ้วขมวด หันไปมองหน้าเฉินทันที 

“ทำไมตัวเลขถึงติดลบแบบนี้ครับคุณเฉิน” เหมราชถามเสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยความดุดัน  

“ต้องขออภัยครับ ผมจะพยายามให้มากกว่านี้” เฉินก้มหน้ายอมรับผิดเพราะตัวเลขติดลบเยอะพอสมควร ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่รายได้จะลดลงแต่มันลดฮวบจนตัวเลขติดลบมากกว่าครึ่ง ทำให้ชานต้องเรียกประชุมด่วนในวันนี้ 

“ผมไม่เชื่อว่าคุณเฉินจะดูแลธุรกิจได้แย่ขนาดนี้ มีเรื่องปิดบังผมอยู่ใช่ไหมครับ” ชานยืนกรานคำเดิมเพราะก่อนหน้านั้นได้ปะทะกันไปแล้วหนึ่งรอบ แต่เฉินก็ยังปากแข็งไม่ยอมบอกอะไรทั้งนั้น 

.. 

.. 

ย้อนกลับไปเมื่อสองชั่วโมงก่อน.... 

ชานเคลียร์งานบนโต๊ะเสร็จก็หยิบเอกสารที่เฉินนำมาวางไว้ก่อนหน้าขึ้นมาอ่าน ชานเครียดพอสมควรเพราะตัวเลขติดลบเยอะมากเลยทีเดียว ช่วงนี้ธุรกิจหลายแห่งขาดทุนเพราะด้วยภาวะของเศรษฐกิจและคู่แข่งที่เพิ่มมากขึ้น ชานไม่ได้ห่วงเรื่องการเงินเท่าไหร่เพราะยังพอได้กำไรอยู่และยังพอประคองไปต่อได้  

แต่ลูกน้องของเขาต้องทำงานหนักขึ้นและต้องมีเรื่องเครียดตามมาอีกเนี่ยสิ ระหว่างที่เอนหลังพิงเก้าอี้นวดขมับอยู่นั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เขาอนุญาตให้เข้ามาเพราะคิดว่าเป็นป้าหวินนำกาแฟมาให้    

เสียงคนเดินเข้ามาในห้องแล้ววางกาแฟไว้ที่โต๊ะแล้วเสียงก็เงียบไป เขาคิดว่าป้าหวินออกไปแล้วเลยไม่ได้ลืมตาขึ้นมา 

แต่แรงสะกิดที่แขนทำให้เขาต้องลืมตาขึ้นมาและแปลกใจที่เห็นน้ำอยู่ในห้อง เด็กน้อยคงอาสาเอากาแฟมาเสิร์ฟเขาเองสินะ  

น้ำบอกจะนวดให้เขาจึงตวัดร่างเล็กมานั่งตัก ชานปล่อยให้นวดและหลับตาลง แต่พอลืมตาขึ้นมาใบหน้าหวานอยู่ใกล้เขามาก ปากสีชมพูทำให้เขาอยากจูบมากแต่เด็กน้อยก็หยิบอะไรบางอย่างออกจากใกล้ดวงตาของเขา ซึ่งเป็นเส้นด้ายที่น้ำชูให้ดู  

ชานเลยถามเรื่องแฟนเก่าของน้ำด้วย น้ำแลดูงงไปนิดแต่ก็ยอมเล่าให้ฟัง แต่ดันบอกไม่หมดและวิ่งหนีเขาออกไปจากห้องจนเขาต้องวิ่งตามลงไปจนถึงหน้าบ้าน ชานรู้สึกเฟลมากเพราะลูกน้องเห็นภาพที่เขาวิ่งตามจับน้ำกันหมด  

พอจับตัวได้เขาก็พาไปห้องทำงานและบอกเรื่องที่เขาจะไปคุยงานที่ต่างประเทศหนึ่งเดือน ชานรับบทเป็นเสี่ยสายเปย์ เขาให้บัตรเครดิตและโทรศัพท์ที่เอาไว้โอนค่าใช้จ่ายให้แม่บ้านไว้กับน้ำ ให้จัดการค่าใช้จ่ายแทน  

ชานเชื่อว่าน้ำไม่ใช่คนที่ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายแน่นอน  

พอมอบหมายงานเสร็จก็ให้น้ำออกไปจากห้องก่อนเพราะเขานัดเฉินกับบอลมาคุยเรื่องตัวเลขที่ติดลบ พอเฉินและบอลเข้ามาในห้องชานก็โยนเอกสารลงบนโต๊ะเสียงดังและเตรียมองค์ลงใส่เฉินเต็มที่ แต่สายตาดันมองเห็นกล้องวงจรปิดที่อยู่หน้าห้องเข้าพอดี 

ชานเห็นเด็กน้อยเอาหูแนบตรงประตูเพื่อแอบฟังที่เขาคุยกัน จึงเดินออกไปเปิดประตูอย่างรวดเร็วส่งผลให้น้ำเซมาหาเขาเต็มๆ  

ชานแกล้งทำหน้านิ่งใส่แค่นั้นน้ำก็หน้าเหวอแล้ววิ่งหนีไปจากตรงนี้อย่างรวดเร็ว ชานได้แต่ส่ายหน้า  

จะแอบฟังที่เขาคุยกันยังสายไปเด็กน้อย!  

ชานปั้นหน้านิ่งกลับเข้าไปในห้องแล้วนั่งลงเก้าอี้มองหน้าเฉินอย่างต้องการคำตอบ 

“ถ้าตัวเลขติดลบนิดหน่อยผมพอปล่อยผ่านได้ครับ แต่นี่มันติดลบไปมากกว่าครึ่งเลย หมายความว่ายังไงครับคุณเฉิน ปกติถ้ามีปัญหาคุณเฉินจะปรึกษาผมเสมอแล้วทำไมครั้งนี้ถึงปล่อยให้เกิดขึ้นแล้วยังเก็บเงียบเอาไว้แบบนี้” ชานพูดด้วยน้ำเสียงปกติ แต่ใบหน้าไม่ได้ปกติเลยสักนิด สายตามองกดดันเฉินอย่างต้องการคำตอบ  

ความจริงเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับบอลเลยเพราะธุรกิจที่บอลดูแลไม่ติดลบเยอะเหมือนกับของเฉิน แต่ที่เรียกมาด้วยกันเพราะชานคิดว่ามันมีเอี่ยวกับบอลด้วย 

“ว่าไงครับคุณเฉิน” ชานถามย้ำเมื่อเฉินยังนั่งเงียบ ชานเห็นสายตาของบอลมองไปที่เฉินเพื่อขอความช่วยเหลือด้วย 

“หรือผมเป็นเจ้านายที่ไม่ได้เรื่องเลย คุณเฉินถึงปิดบังไม่ยอมบอกอะไรผม” ชานถามออกไปอีก 

“ไม่ใช่ครับคุณชานผมคิดว่าผมจัดการเองได้” เฉินพูดออกมา ยังไม่ทันที่เฉินจะตอบเหมราชก็โทรหาชานพอดี ตอนแรกชานไม่รับสายเพราะต้องการเคลียร์กับเฉินให้รู้เรื่องก่อน แต่เหมราชโทรมาหลายสายแล้วจึงต้องกดรับสายอย่างเลี่ยงไม่ได้ 

เหมราชโทรมาบอกว่าเกริกที่เป็นเจ้าของธุรกิจโดยตรงโทรมาขอยกเลิกการซื้อขายกับเหมราชและชานอย่างเด็ดขาดด้วยตัวเองเนื่องจากก่อนหน้านั้นส่งเกียรติมาคุยแล้วแต่ชานไม่ยอม ชานจึงบอกว่าจะเป็นคนโทรคุยกับเกริกเอง แต่เกียรติที่เป็นน้องชายของเกริกคุยแทนและยืนยันจะให้ยกเลิกซื้อขายให้ได้ แต่ตกลงไม่ได้สักทีจนเหมราชบอกจะมาคุยที่บ้านด้วย ชานเลยกดวางสายไป  

“ถ้าคุณเกียรติไม่ส่งของให้พวกเราแล้วการทำงานของเราจะยิ่งยากขึ้นนะครับ” บอลเป็นฝ่ายพูดขึ้น  

“ผมรู้ครับคุณบอลแต่การจะจับไอ้ชั่วสองตัวนั้นเข้าคุกได้และสาวตัวไปถึงบอสใหญ่ของมันได้นั้น ผมต้องหาหลักฐานมามัดตัวให้มากกว่านี้” ชานพูดออกมาเสียงเครียด ไอ้ชั่วสองตัวที่ชานพูดถึงคือเกริกและเกียรตินั่นแหละ  

“เจ้านายของคุณบอลคงอยากจับไอ้บอสใหญ่เข้าคุกมากเลยนะครับ ถึงได้ส่งคุณบอลมาเป็นมือซ้ายให้กับผม” ชานพูดออกมาด้วยน้ำเสียงปกติ บอลเพียงแค่ยิ้มรับ 

“มันจำเป็นต้องพึ่งพาครับ คุณชานเท่านั้นที่ช่วยเจ้านายของผมได้” บอลตอบกลับไปยิ้มๆ  

“ที่ผมช่วยคุณบอลและเจ้านายของคุณบอลก็เพราะผมไม่ได้ชั่วถึงขนาดที่จะเห็นเยาวชนในประเทศเสียอนาคตและอีกอย่างผมไม่ได้ช่วยฟรีๆ ด้วย” ชานพูดออกมาด้วยท่าทีสบาย  

“ผมรู้ครับ ถ้างานนี้จับบอสมันเข้าคุกและทลายแก๊งมันจนไม่เหลือซากได้ เจ้านายผมพร้อมตอบแทนตามสิ่งที่ต้องการแน่นอน” บอลตอบรับข้อเสนออยู่แล้วเพราะงานนี้นายใหญ่ของเขาทุ่มสุดตัว 

“จัดให้ตามคำขอครับ” ชานตอบรับข้อเสนอก่อนจะเอนหลังพิงเก้าอี้และนวดขมับอย่างเหนื่อยล้า 

เสียงเคาะประตูดังขึ้นชานสั่งให้บอลไปเปิดประตู ชานไม่ได้ลืมตาขึ้นมาและคิดว่าต้องเป็นเหมราชนั่นแหละที่เคาะประตู แต่ก็ต้องลืมตาขึ้นมาเมื่อได้ยินเหมราชพูดว่าเด็กคนนี้  

ชานบอกให้เฉินกับบอลไปเอาของว่างแทนและพาน้ำไปห้อง ตอนแรกจะหาเศษหาเลยเล็กๆ น้อยๆ  

แต่น้ำบอกจะโกนหนวดให้เขาจึงรอรวบยอดเอาไว้และสั่งให้เด็กดื้อรออาบน้ำพร้อมเขาด้วยและเขาก็กลับมาที่ห้องทำงานเพื่อคุยในส่วนที่เหลือให้จบ 

.. 

.. 

กลับมาที่ปัจจุบัน....

“ว่ายังไงครับคุณเฉิน ผมถามหลายรอบแล้วนะ” ชานถามย้ำและครั้งนี้เขาก็เริ่มจะโมโหขึ้นมาบ้างแล้ว 

“...........” ไร้เสียงตอบรับจากมือขวา 

“คุณบอลคงถูกบังคับอะไรสักอย่างจากใครสักคนแน่นอนถึงต้องมาขอความช่วยเหลือจากคุณเฉินใช่ไหม คุณเฉินรู้ดีว่าเจ้านายนั้นงานท่วมหัวอยู่แล้วและช่วงนี้เศรษฐกิจก็ไม่ดีด้วย จึงกลัวเจ้านายจะยิ่งเครียดหนักกว่าเดิม คุณเฉินไม่อยากให้ชานเครียดมากกว่านี้เลยเลือกที่จะไม่บอกและเพราะคุณเฉินเป็นมือขวาที่ผ่านการฝึกเรื่องเก็บความลับมาเป็นอย่างดีจึงยากที่เอ่ยออกมา ที่ผมพูดออกมานั้นถูกทั้งหมดหรือเปล่าครับคุณเฉินคุณบอล” เหมราชพูดออกมายาวเหยียดแต่ตรงประเด็นที่สุด  

ทั้งเฉินและบอลพยักหน้ารับทันที ชานอึ้งไปเมื่อพ่อของเขามองทะลุทุกอย่างในขณะที่ชานมองออกแค่ว่าเฉินกับบอลมีเรื่องปิดบังเขาเท่านั้น 

“ป๊ารู้ได้ยังไงครับ” ชานถามบิดากลับไป เหมราชยิ้มออกมาก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นโหมดเคร่งขรึม ซึ่งน่าเกรงขามเหมาะสมเป็นหัวหน้าแก๊งมาเฟียมาก 

“ฉันผ่านเรื่องแบบนี้มาเยอะมากเพราะเข้ารับตำแหน่งตั้งแต่อายุสิบสี่ปี ต่างจากแกที่ฉันยกตำแหน่งให้ตอนอายุยี่สิบสามปี” เหมราชบอกออกไปเพราะเขาเป็นทายาทและเป็นผู้ชายคนเดียวในการสืบทอดตำแหน่งนี้ จึงได้รับตำแหน่งนี้ตั้งแต่ยังเด็ก  

เหมราชดูแลลูกน้องหลายพันคนได้ดีมาตลอดและขยายสาขาธุรกิจไปหลายจังหวัดและต่างประเทศด้วย  

พอถูกจับแต่งงานเพราะธุรกิจก็พลาดทำวิชุดาท้องและรู้ว่าลูกที่จะเกิดมานั้นเป็นแฝดสี่คน ก็ทำให้เขาต้องแยกแก๊งของตัวเองออกไปอีกสี่แก๊ง  

พอวิชุดาคลอดลูกและเลี้ยงจนรู้จักนิสัยของลูกแล้ว เหมราชก็ตั้งชื่อแก๊งตามนิสัยของลูกเลย 

“ผมจะไม่ถามว่าใครเป็นคนสั่งให้คุณบอลทำและให้ทำเรื่องอะไรบ้างเพราะผมไม่ใช่เจ้านายของพวกคุณ” เหมราชพูดออกมาอีกทำให้มือขวาทั้งมือซ้ายเริ่มคิดหนัก 

“ถ้าคุณเฉินและคุณบอลคิดว่าผมเป็นเจ้านายที่ไม่ได้เรื่องหรือไม่เคยช่วยเหลือลูกน้องเวลาเดือดร้อนไม่ต้องเล่าครับ” ชานพูดแค่นั้นแล้วเอาเอกสารไปวางกองรวมกับงานที่เซ็นไปก่อนหน้านั้น 

“คุณวาร์ดบังคับให้ผมทำครับ คุณวาร์ดสั่งให้ผมจัดการธุรกิจของคุณชานให้พังไปทีละอย่าง ตอนนี้น้องบิวและพี่เลี้ยงถูกจับไปเป็นตัวประกัน ผมไม่รู้จะทำยังไงเลยลองปรึกษาคุณเฉินครับ” บอลยอมเอ่ยปากบอกไป  

“เรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมไม่รายงานให้ผมทราบครับคุณบอล นั่นชีวิตลูกคุณเลยนะ!” ชานตกใจมากเมื่อได้ยินที่บอลเปิดปากบอก ชานมองมือซ้ายอย่างตำหนิเพราะที่ผ่านมาช่วยเหลือบอลทุกเรื่อง จะเรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็กเขาก็ช่วยอยู่เสมอ 

“แค่เรื่องคุณเกริกและคุณเกียรติก็เป็นงานที่คุณชานเสี่ยงชีวิตมากพอแล้วครับแล้วต้องเดินทางไปหาคุณวาร์ดอีก ผมเลยคิดว่าเรื่องผมนั้นเล็กน้อยมาก” บอลพูดออกมา 

“แล้วคุณเฉินล่ะครับ ทำไมถึงต้องช่วยคุณบอลและทำตามที่คุณวาร์ดมันสั่งด้วย” ชานถามมือขวาบ้างเพราะคุณวาร์ดสั่งให้บอลมาจัดการธุรกิจของเขา แต่ธุรกิจของเฉินดันติดลบเสียเอง 

“ผมตั้งใจทำให้ธุรกิจที่ผมดูแลติดลบเองครับ คุณวาร์ดจะได้ไม่สงสัยว่าคุณบอลเอาเรื่องนี้มาบอกผม คุณวาร์ดจะเข้าใจไปเองว่าคุณบอลเริ่มทำตามที่สั่งเอาไว้แล้ว ส่วนตัวเลขที่ติดลบของคุณบอลนั้นผมก็เป็นคนบอกให้ทำเอง คุณวาร์ดจะได้ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมถึงมีแต่ของผมที่ติดลบ” เฉินพูดอธิบายให้เจ้านายเข้าใจ ชานมองหน้ามือขวาและมือซ้าย 

“ผมเป็นเจ้านายของพวกคุณ หน้าที่ผมคือดูแลลูกน้องให้ดีที่สุด ใครมีปัญหาอะไรให้มาปรึกษาผมได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าปัญหาจะเกิดขึ้นช่วงไหนก็ตาม ผมยินดีช่วยเสมอ หรือว่าที่ผ่านมาผมไม่เคยช่วยเหลือพวกคุณเลย” ชานถามกลับไปอย่างต้องการคำตอบ  

เหมราชนั่งฟังเงียบๆ เขาเห็นจุดบกพร่องของลูกชายแล้ว 

“พวกผมต้องขอโทษคุณชานด้วยครับ จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกเป็นครั้งที่สองครับ” บอลเป็นคนพูดออกมา  

ชานถอนหายใจยาวและนั่งนวดขมับตัวเอง มีเรื่องให้เครียดเยอะมากในช่วงนี้ทำให้ชานรู้สึกปวดหัวขึ้นมา 

“มันก็ดีอยู่หรอกที่แกรักลูกน้องและรู้ดูแลเป็นอย่างดี แกเป็นเจ้านายที่ดูลูกน้องได้ดี ฉันให้แกผ่านข้อนี้ แต่แกขาดเรื่องความหนักแน่นและความน่าเกรงขาม” 

“แกต้องทำตัวให้น่าเกรงขามและหนักแน่นมากกว่านี้ เรื่องที่ลูกน้องมีปัญหาแล้วไม่ปรึกษาแก แกต้องทำให้ลูกน้องได้รู้ว่าเวลาที่มีปัญหาควรปรึกษาแกที่เป็นเจ้านายคนแรก ไม่ใช่มองข้ามหัวแกแล้วไปปรึกษากันเองแบบนี้ แกต้องมีความหนักแน่น เอาให้ลูกน้องไม่กล้าทำแบบนี้อีก” เหมราชพูดออกมาอย่างหนักแน่น ดูแล้วน่าเกรงขามมากจนชานเองก็ไม่ชินกับบิดาในโหมดนี้  

“ครับป๊าผมจะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นกว่านี้” ชานก้มหน้ารับผิดในส่วนที่เหมราชเคยสอนแล้วแต่เขายังทำไม่ได้ เฉินและบอลลุกขึ้นไปนั่งคุกเข่าต่อหน้าของชาน 

“ความผิดครั้งนี้ของผมทำให้คุณชานโดนต่อว่าและทั้งที่เป็นเรื่องผมคนเดียวแต่ก็ดึงคุณเฉินเข้ามาเกี่ยวด้วย ผมขอรับผิดชอบคนเดียวครับ” บอลพูดเสียงหนักแน่นพร้อมรับบทลงโทษ 

“ผมเป็นมือขวาที่ทำงานใกล้ชิดคุณชานมากที่สุดแต่ดันปิดบังเรื่องของคุณบอล สมควรได้รับบทลงโทษเหมือนกันครับ” เฉินพูดออกมาบ้าง ชานมองมือขวาและมือซ้ายด้วยสายนิ่งๆ  

“ครั้งถือว่าเป็นครั้งแรกที่พวกคุณปิดบังผม ฉะนั้นผมจะไม่ถือโทษโกรธอะไร ถ้าครั้งหน้าพวกคุณทำอีก ผมจะไล่ออกทันทีครับ”ชานพูดออกมาเสียงเข้มทำให้เหมราชพอใจมาก  

“ครับ” ทั้งสองน้อมรับและกลับมานั่งที่เก้าอี้ตามเดิม 

“ป๊าครับแล้วเรื่องคุณเกริกที่ให้เรายกเลิกการซื้อขายด้วยป๊าจะเอายังไงต่อ” ชานถามเรื่องนี้ต่อ  

“ผมอยากรู้ว่าพวกคุณทั้งสามคนพร้อมไปจัดการไอ้บอสห่าอะไรนั่นเข้าคุกกันหรือยังครับ” เหมราชถามขึ้นด้วยรอยยิ้มที่คาดเดายาก 

“ผมพร้อมเสมอครับคุณเหม” ชานเป็นคนพูดคนแรกและหันไปยิ้มให้มือขวาและมือซ้าย 

“หลักฐานที่เรามีอยู่นั้นพอที่จะมัดตัวมันได้แล้ว ผมมั่นใจว่าครั้งนี้พวกเราจัดการมันได้แน่นอน!” เหมราชพูดออกมา ชานเองก็มั่นใจแบบนั้น ชานพร้อมที่จะเชือดพญาเหยี่ยวแล้ว! 

“ส่วนคุณบอลอย่ากังวลครับเรื่องลูกสาวเดี๋ยวผมจัดการเอง” ชานพูดออกมาด้วยท่าทีที่สบาย 

 

 

 

 

 

----------++++++++++---------- 

ความคิดเห็น