email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Chan's Children เด็กของชาน ตอนที่ 9

ชื่อตอน : Chan's Children เด็กของชาน ตอนที่ 9

คำค้น : เด็กของชาน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 22 เม.ย. 2564 15:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chan's Children เด็กของชาน ตอนที่ 9
แบบอักษร

 

 

 

 

 

AuThor : นามิ 

 

 

 

 

 

ตอนที่ 9 

 

 

 

 

 

“ไม่บอกหรอก แบร่!” น้ำอาศัยจังหวะที่ชานเผลอรีบกระโดดลงจากตักและวิ่งปรู๊ดออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว  

ชานได้ส่ายหน้าไปมา เกิดมาอายุก็ยี่สิบเจ็ดปีแล้วไม่เคยเจอเด็กใสซื่อแค่ภายนอกแต่ภายในนั้นดื้อรั้นและจอมแสบแบบนี้เลย  

ขาสั้นก้าววิ่งฉับๆ ในขณะที่ชานก้าวเท้าจนแทบเหมือนเดินเอาเสียมากกว่า ภาพที่เห็นได้ยากหรือไม่เคยมีมาก่อนนั้นทำให้คนในบ้านรวมไปถึงมือขวาและมือซ้ายต่างมองอย่างสนใจ  

ชานวิ่งไล่หยอกล้อกับเด็กหนุ่มออกไปหน้าบ้าน เสียงหัวเราะชอบใจของน้ำและเสียงของชานที่ทั้งสั่งทั้งขู่ทำเอาเฉินและบอลได้แต่ส่ายหน้าไปมาที่เจ้านายมาดนิ่งมาตกม้าตายให้กับเด็กคนนี้ 

แต่เพราะช่วงขาที่ต่างกันและน้ำยังเจ็บที่ช่วงล่างอยู่ ชานเลยตามจับตัวได้และอุ้มพาดบ่าพาขึ้นมาบนห้องแล้วนั่งลงที่ปลายเตียงโดยที่น้ำนั่งอยู่บนตักหันหน้าเข้าหา  

น้ำเหนื่อยหอบและหายใจแรงเพราะวิ่งจนเหงื่อซึม ชานเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผากมนและเปิดแอร์ให้เมื่อเห็นเหงื่อของน้ำซึมออกมามากกว่าเดิม 

“เล่ามาให้หมด ไม่งั้นจับแทงตรงนี้แน่!” ชานเสยผมขึ้นและหอบหายใจเหนื่อยเพราะวิ่งตามเด็กแสบลงไปชั้นล่าง 

“เล่าแล้วครับๆ” น้ำพูดออกมาเมื่อหายเหนื่อยแล้วและชานก็จ้องหน้าบังคับให้น้ำเล่าเรื่องแฟนเก่าให้ฟัง 

“น้ำกับพี่พอร์ชทำมากสุดแค่กอดกันครับ น้ำรู้ว่าพี่พอร์ชเป็นเสือผู้หญิงแต่ที่น้ำยังคบต่อเพราะพี่พอร์ชดูแลน้ำดีมาก น้ำเลยคิดว่าถ้าทำดีด้วยพี่พอร์ชอาจจะหันมาชอบแค่น้ำคนเดียวก็ได้....” น้ำพูดเสียงแผ่วในประโยคท้าย ชานได้ยินแบบนั้นก็เชยคางมนขึ้นมา 

“มากกว่าจูบก็ไม่มี?” ชานถามย้ำ น้ำพยักหน้ารับ 

“คือเราเจอกันแค่ช่วงเสาร์อาทิตย์ครับ ถ้าพี่พอร์ชไม่ว่างช่วงนั้นก็ไม่ได้เจอกันเลย” น้ำตอบกลับไป 

“แล้วทำใจได้หรือยังล่ะ” ชานถามต่อ  

“ยังไม่เต็มร้อยครับ มีคิดถึงอยู่บ้างเพราะพี่พอร์ชดีกับน้ำมาก แล้วพอไม่มีพี่พอร์ชแล้วใจก็หวิวยังไงก็ไม่รู้ครับ” น้ำตอบไปตรงๆ ชานนิ่งไปนิดก่อนจะจ้องไปที่ดวงตาของน้ำที่น้ำตาคลออยู่ 

“คือน้ำไม่ได้จะดราม่านะครับแต่น้ำไม่เคยได้รับความรักจากใครมาก่อน พอมีคนเอาใจใส่ดูแลน้ำดีแบบนี้ น้ำเลยเสียใจเวลาที่เขาทิ้งไป” น้ำตาไหลอาบทั่วแก้มใส ชานเช็ดให้อย่างเบามือ 

 น้ำเม้มปากเอาไว้เมื่อชานก้มลงจูบที่เปลือกตาและนิ่งค้างไว้ ชานเลื่อนปากขึ้นมาจูบหน้าผากแล้วนิ่งค้างไว้เหมือนเดิม 

ประสานมือเรียวเอาไว้เพื่อส่งแผ่ความอบอุ่นไปทางฝ่ามือ  

ฟอด 

“พี่เสือหอมแก้มน้ำทำไมครับ” น้ำถามออกไป 

“พอร์ชเป็นเสือผู้หญิง แต่พี่เป็นเสือของน้ำนะครับ” ชานพูดจบก็จูบลงที่ปากชมพูทำเอาน้ำหน้าแดงซ่าน 

ไม่รู้ว่าหน้าแดงกี่รอบแล้วของวันนี้ น้ำแสร้งหันไปทางอื่นเพื่อหลบดาเมจจากสายตาร้อนแรงที่มองหน้าอยู่ ชานเป็นคนที่มีแววตาดุดันแต่แฝงไปด้วยความร้อนแรงซึ่งมองน้ำแต่ละครั้งก็แทบละลายคาอกเลย น้ำจึงไม่กล้าสบตากับชานแบบตรงๆ สักที 

“พี่เสือตอบไม่ตรงคำถามเลยครับ” น้ำพูดออกมา  

“อยากหอมก็หอม...แค่นั้น” ชานตอบกลับไป  

//ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย หอมอยู่นั่นแหละ// น้ำพำพึงกับตัวเองแต่ชานก็ได้ยินเพราะในห้องเงียบมากก่อนจะยิ้มมุมปาก 

“แล้วเป็นแบบไหนถึงจะหอมได้ล่ะ” ชานก้มหน้าลงไปถามใกล้ๆ จมูกโด่งเฉียดแก้มใสไปมาจนน้ำต้องดันหน้าอกชานออกห่างชานไม่ยอมและจับมือเรียวเอาไว้แล้วก้มหน้าลงไปใกล้กว่าเดิม  

ชานไม่ได้กอดเอวไว้ด้วยทำให้น้ำหงายหลังเกือบตกจากตัก ชานคว้าไว้ได้ทันและอุ้มกลับมานั่งตักเหมือนเดิม กลายเป็นว่าพอได้นั่งตักครั้งนี้จมูกของทั้งคู่ชนกันพอดี 

“แบบพี่น้องมั้งครับเพราะน้ำเคยเห็นพี่น้องหอมแก้มกันอยู่” น้ำตอบกลับไปทำเอาชานถอนหายใจยาว  

บทจะซื่อก็ซื่อเกินจนชานพูดไม่ออก.... 

“แล้วที่มีอะไรกันหลายครั้งแบบนี้ล่ะ เรียกว่าเป็นอะไรกัน” ชานเปลี่ยนคำถามและถามข้างใบหู ส่งผลให้น้ำหน้าแดงอีกครั้ง  

ชานผละออกแล้วมองใบหน้าหวานอย่างต้องการคำตอบ 

“เอ่อ...อ-อาจจะเป็นแค่คู่นอน....” น้ำเอ่ยออกมาเสียงแผ่ว  

ชานปวดหัวเลยทีนี้จึงจับใบหน้าหวานเงยขึ้นและจ้องตาใส สายตาที่แสนใสซื่อนั้นทำให้ชานอยากรู้เหลือเกินว่าที่ผ่านมาใช้ชีวิตยังไงกับสังคมที่เต็มไปด้วยคนเถื่อนแบบนี้ 

“ซื่อบื้อเกินเยียวยาจริงๆ” ชานดีดหน้าผากมนอย่างมันเขี้ยว น้ำถึงกับหงายเงิบเพราะไม่ทันตั้งตัวแต่ชานกอดเอวบางเอาไว้แล้ว 

“เจ็บง่า” น้ำจับบริเวณที่ถูกดีด ชานมองตามก็เห็นรอยสีแดงขึ้นมานิดๆ อาจเพราะน้ำผิวขาวมากพอโดนอะไรนิดหน่อยเลยเห็นรอยแดงง่าย ชานจับหน้าผากมาใกล้แล้วเป่าให้เบาๆ  

“อีกสองวันพี่ไปคุยงานที่ต่างประเทศแล้ว อยู่ที่นี่ได้ใช่ไหม” ชานเอ่ยถามขึ้น น้ำที่กำลังโกรธเคืองก็นิ่งไปและเงยหน้าขึ้น 

“ได้ครับ สบายมาก” น้ำส่งยิ้มให้เพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกหวั่นใจที่เอ่อล้นออกมา ไม่รู้ทำไมพอได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกไม่ดีขึ้นมา 

“ไปหนึ่งเดือนเลยนะ” ชานพูดออกมาอีกทำให้น้ำนิ่งไปทันที 

“ก็ไปสิครับ น้ำอยู่ที่นี่ได้” น้ำตอบกลับเสียงสั่น ชานยิ้มเมื่อเห็นอาการของร่างเล็ก ทำไมเขาจะมองไม่ออกว่าน้ำรู้สึกยังไง 

“ไม่อยากให้ไปเหรอ งั้นไปด้วยกันไหมล่ะ” ชานแกล้งถามกลับไป ชานพาน้ำไปด้วยไม่ได้เพราะมันอันตรายเกินไป  

“ไม่ไปหรอกครับ ไปก็เจอแต่คนน่ากลัว” น้ำส่ายหน้าปฏิเสธ ขนาดชานที่ว่าใจดีกับน้ำยังมีความน่ากลัวแฝงอยู่ด้วยเลย  

ถ้าเป็นคนที่โหดร้ายทั้งนิสัยและหน้าตามีหวังน้ำได้ตัวเกร็งทั้งวันทั้งคืนแน่เลย 

“แล้วคุณเฉินกับคุณบอลไปกับพี่เสือหรือเปล่าครับ” น้ำถามถึงมือขวาและมือซ้ายของชาน ร่างสูงพยักหน้ารับ 

“ไปด้วยครับ ต้องตามไปเป็นกำลังเสริมให้กับพี่” ชานตอบกลับยิ้มๆ น้ำคิ้วขมวดแต่ก็ไม่อยากถามออกไปเพราะคงเป็นเรื่องเกี่ยวกับธุรกิจนั่นแหละ ถึงถามไปก็ไม่รู้เรื่องอยู่ดี 

“พี่เสือไปนานแบบนี้ งั้นน้ำให้ฟอนต์มาอยู่เป็นเพื่อนได้ไหม” น้ำเอ่ยขอเพราะอย่างน้อยก็จะได้ไม่เหงา 

“ได้สิ” ชานอนุญาตเพราะเขาก็คิดอยู่เหมือนกันว่าจะให้ใครมาเป็นเพื่อนดี ตอนแรกจะให้ญาติมาอยู่เป็นเพื่อนอยู่เหมือนกัน 

“ถ้าน้องบิวว่าง เดี๋ยวจะให้มาอยู่เป็นเพื่อนครับ” ชานนึกถึงน้องบิวพอดีจึงเอ่ยขึ้น เด็กน้อยบนตักคิ้วขมวดว่าน้องบิวคือใคร 

“ลูกของคุณบอล” ชานบอกออกไป น้ำทำตาโตแล้วจับไหล่ชานเอาไว้แล้วเปลี่ยนนั่งคุกเข่าอยู่บนตัก  

“คุณบอลมีลูกแล้วเหรอครับ!!” ตากลมเบิกกว้างราวกับเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย  

“แล้วภรรยาของคุณบอลกับน้องบิวอยู่ที่นี่ด้วยกันหรือเปล่าครับ” น้ำถามต่อ 

“คุณบอลหย่ากับภรรยาแล้ว ตอนนี้ย้ายไปอยู่กับสามีใหม่ที่ต่างประเทศแล้วน้องบิวเลยได้อยู่กับคุณบอล” ชานตอบกลับยิ้มๆ  

“น่าเสียดายจัง น้ำว่าจะเชียร์คุณบอลให้กับฟอนต์” น้ำพูดออกมาด้วยความเสียดาย ความจริงแม้บอลเลิกรากับภรรยาไปแล้ว น้ำก็ไม่อยากให้ฟอนต์คบกับบอลหรอกเพราะฟอนต์ไม่ถูกกับเด็ก 

“อยากให้ฟอนต์คบกับคุณบอลงั้นเหรอ” ชานถามไปอย่างสงสัย น้ำส่ายหน้าไปมา 

“เปล่าครับ น้ำแค่หมั่นไส้คุณเฉินเฉยๆ ตอนอยู่ที่โรงพยาบาลก็แกล้งถามน้ำว่าฟอนต์มีแฟนหรือยัง ถ้าชอบทำไมไม่จีบไปเลยล่ะ” น้ำว่าออกไปด้วยความหมั่นไส้มือขวาของชาน น้ำรู้ตั้งแต่ที่เฉินถามเรื่องฟอนต์ที่โรงพยาบาลแล้ว ชานยิ้มออกมาเมื่อได้ยินแบบนั้น 

“แต่เพื่อนของหนูก็แสบใช่ย่อยนะพี่เห็นรอยกัดตรงคอกับหูของคุณเฉินด้วย” ชานพูดออกมาทำให้น้ำตาโตมากกว่าเดิม 

“จริงเหรอครับ! ไม่เห็นฟอนต์เล่าให้ฟังเลย” น้ำทำปากยู่เมื่อเพื่อนมีเรื่องปิดบังแต่ไม่ได้โกรธเพราะน้ำไม่ค่อยได้เจอฟอนต์ด้วย ยิ่งมาอยู่กับชานแบบนี้ยิ่งไม่ได้ติดต่อกับฟอนต์เลย 

“เอาไว้ฟอนต์มาอยู่เป็นเพื่อนเดี๋ยวน้ำถามเองดีกว่า” น้ำพูดออกมาอีก  

“สรุปแล้วอยากเรียนต่อหรือเปล่า” ชานถามเรื่องนี้ต่อเพราะอยากให้น้ำเรียนหนังสือ ไม่รู้ทำไมถึงอยากรับผิดชอบชีวิตเด็กคนนี้ด้วยก็ไม่รู้ 

“อยากเรียนครับแต่น้ำไม่ได้เรียนมานานแล้ว อีกอย่างน้ำจบแค่มอสามเอง ไปเรียนตอนนี้ก็ไม่ทันหรอกครับ” น้ำตอบกลับไปเสียงสั่น มันรู้สึกตื้นตันมากเมื่อได้ยินคำว่าเรียนต่อ นับว่าเป็นความฝันที่น้ำอยากทำมากที่สุดแต่เพราะค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงเลยได้แต่หวังลมๆ แล้งๆ 

“เดี๋ยวพี่จัดการเองแต่หนูต้องสัญญากับพี่ก่อนว่าถ้าได้เรียนแล้วจะต้องตั้งใจเรียนให้จบ” ชานบอกเสียงเข้ม 

“ทำไมพี่เสืออยากส่งน้ำเรียนด้วยล่ะครับ” ความจริงน้ำเคยพูดประโยคนี้มาหลายรอบแล้วและชานก็จำได้เช่นกัน 

“พี่อยากเป็นทุกอย่างให้กับหนูนั่นแหละ” ชานตอบกลับสองแง่สองง่าม แต่น้ำในเวลานี้ตื่นเต้นจนแทบไม่ได้จับใจความประโยคของชานเมื่อสักครู่เท่าไหร่นัก 

“น้ำสัญญาจะตั้งใจเรียนให้จบครับ” น้ำพูดออกมาด้วยความดีใจและตั้งใจจะโทรไปคุยเรื่องนี้กับฟอนต์ด้วย ชานอุ้มน้ำลงตักแล้วลุกขึ้นยืน น้ำเงยหน้ามองเพราะชานสูงกว่าน้ำพอสมควร 

“งั้นไปที่ห้องทำงานกับพี่หน่อยครับมีอะไรจะให้” ชานจูงมือน้ำออกไปจากห้องและพาไปที่ห้องทำงาน ชานเปิดไฟจนสว่างทั่วห้องและพาน้ำไปตรงโต๊ะทำงาน ชานนั่งลงเก้าอี้แล้วดึงน้ำมานั่งตัก มือหนาเปิดลิ้นชักออกแล้วหยิบบัตรด้านบนสุดขึ้นมาส่งให้ 

“บัตรเครดิต” ชานพูดขึ้นเมื่อเห็นน้ำคิ้วขวด 

“แล้วให้น้ำทำไมล่ะครับ” น้ำเอียงคอถามกลับไปอย่างสงสัย 

“เอาไว้ให้ใช้ครับ อยากได้อะไรก็ซื้อเอา วงเงินไม่จำกัดครับ” น้ำอ้าปากค้างเมื่อเงินจำนวนมากในกำมือ ชานยิ้มเมื่อเห็นน้ำทำตาลุกวาว มือหนายกขึ้นมาลูบหัวเบาๆ  

“อยู่บ้านเป็นเด็กดีนะรู้ไหม” ชานจ้องดวงตาแป๋วอย่างลึกซึ้งแล้วก้มลงจูบปลายจมูกเบาๆ น้ำหลับตาลงเพราะคิดว่าชานจะจูบ 

“ครับ” เด็กหนุ่มลืมตาขึ้นแล้วตอบกลับไป ถ้าน้ำสังเกตไม่ผิดน้ำสัมผัสได้ถึงความเป็นห่วงที่ออกมาจากแววตาของชานด้วย  

“คนขับรถสำรองสองคนพี่จ้างมาประจำที่นี่หนึ่งเดือนเต็มนะ ถ้าอยากไปไหนหรือจะไปรับฟอนต์มาอยู่เป็นเพื่อนก็บอกเลย” ชานบอกออกมาอีก น้ำพยักหน้ารับ 

“ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายในครัวเรือนก็คุยกับป้าหวินและป้าวาฬว่าจะทำอะไรบ้างในแต่ละวันและหนูก็โอนให้เลย” ชานส่งโทรศัพท์ให้ ซึ่งมันเชื่อมต่อกับบัตรที่ชานให้ไว้ก่อนหน้าด้วย  

น้ำตาลุกวาวเมื่อเห็นจำนวนเงินในโทรศัพท์ที่ชานส่งให้ 

“น้ำรับไว้ไม่ได้หรอกครับมันเยอะเกินไป” น้ำรีบปฏิเสธและส่งโทรศัพท์กับบัตรเครดิตคืนให้ น้ำไม่เคยถือเงินจำนวนมากขนาดนี้มาก่อนเลยตื่นเต้นและคิดว่ามันไม่คู่ควรกับตัวเองเลยสักนิด  

ร่างสูงจับยัดใส่มือน้ำเอาไว้เหมือนเดิมและจ้องหน้าน้ำด้วยสายตาที่กดดัน น้ำจึงจำต้องเก็บของใส่กระเป๋ากางเกงเอาไว้ 

“ห้ามออกไปบริเวณหลังบ้านเล็กด้วยเข้าใจไหม” สีหน้าของชานเปลี่ยนเป็นโหมดจริงจังทันทีเมื่อเอ่ยถึงด้านหลังของบ้านเล็ก  

บ้านเล็กตั้งอยู่ถัดไปจากบ้านหลังใหญ่และถัดไปจากบ้านเล็กก็เป็นโกดังเก็บสินค้าของชาน ซึ่งมีแค่เหมราช ชาน เฉินและบอลที่เข้าไปบริเวณนั้นได้  

เด็กน้อยพยักหน้ารับด้วยความสงสัยว่าทำไมชานถึงห้ามและยิ่งสงสัยมากกว่าเดิมเพราะใบหน้าของชานน่ากลัวมากในตอนนี้  

แววตาของชานเย็นชาจนน้ำไม่กล้าดื้อรั้นด้วยเลย น้ำไม่ชอบสายตาแบบนี้ด้วย.... 

“ดีมากครับ” ชานลูบหัวเด็กน้อยอีกครั้ง สีหน้าและแววตาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ชานจูบลงแก้มใสเบาๆ จนเห็นริ้วสีแดงขึ้นตามแก้มใส 

“งั้นหนูออกไปก่อนนะ พี่จะคุยงานกับคุณเฉินและคุณบอล” ชานบอกกับเด็กน้อย  

“ทำไมต้องเรียกหนูด้วยล่ะครับ” น้ำทำปากยู่เพราะไม่ชินที่ถูกเรียกแบบนี้ 

“แบบนี้แหละน่ารักดี” ชานจูบแก้มใสอีกข้างแล้วจ้องหน้า 

“ง-งั้นน้ำไม่รบกวนดีกว่าครับ” เด็กน้อยรู้สึกเขินมากเลยรีบออกไปจากตรงนี้จะดีกว่า น้ำกระโดดลงจากตักแล้ววิ่งดุกดิกออกไปจากห้อง เป็นจังหวะที่เฉินและบอลเปิดประตูเข้ามาพอดี  

ทั้งคู่ชะงักไปนิดเมื่อเห็นน้ำเดินสวนออกมาจากห้อง น้ำจึงส่งยิ้มให้ทั้งคู่แล้วออกไปจากห้อง น้ำเหลือบไปเห็นรอยกัดตรงใบหูเข้าพอดี คาดว่าคงเป็นฝีมือของฟอนต์แน่นอน 

“รอยเขี้ยวของฟอนต์แน่เลย” น้ำพูดออกมาเพราะชานบอกว่าเห็นรอยกัดตรงคอและใบหูด้วย  

จากที่น้ำสังเกตมาเหมือนฟอนต์กับเฉินจะไม่ถูกกันด้วยแต่ความอยากรู้มันมีมากกว่า น้ำเลยกะว่าจะกลับห้องแล้วโทรคุยกับฟอนต์ให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้เลย 

แต่น้ำดันได้ยินเสียงเหมือนกับหนังสือวางทุ่มลงที่โต๊ะอย่างแรงจนน้ำยังสะดุ้งด้วยความตกใจ 

“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย” น้ำเลยแนบหูไปช่องระหว่างประตูเพื่อรอฟังว่าในห้องพูดคุยอะไรกัน แต่น้ำก็แปลกใจที่พอแนบหูลงไปแล้วเสียงในห้องก็เงียบกริบราวกับไม่มีคนอยู่ในห้อง 

ประตูถูกเปิดออกจนน้ำที่ไม่ทันตั้งตัวก็เซไปชนคนเปิดประตูเต็มๆ น้ำเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะยิ้มแป้นออกมาเพราะชานเป็นคนเปิดประตูแถมยังมองน้ำด้วยสายตานิ่งด้วย 

“งั้นน้ำไปก่อนดีกว่าครับ” พูดจบน้ำก็วิ่งออกไป ชานได้แต่ส่ายหน้าไปมา คิดจะแอบฟังที่เขาคุยกันยังสายไปเด็กน้อย!

ตอนแรกจะกลับห้องไปโทรหาฟอนต์ แต่นึกขึ้นได้ว่าป้าหวินชวนทานข้าวและลูกชายจะมาทานด้วยน้ำเลยวิ่งลงไปห้องครัวแทน  

“หนูน้ำระวังล้มเอานะวิ่งลงมาเร็วมากเลย” ป้าวาฬพูดขึ้นเมื่อเห็นน้ำวิ่งลงบันไดมาด้วยความเร็วสูง  

“กลิ่นหอมจังเลยครับ” น้ำทำจมูกฟุดฟิดเมื่อเดินเข้ามาในครัวแล้วเห็นกับข้าวมากหน้าหลายตาเต็มโต๊ะเลย 

“มาทานข้าวเร็วหนูน้ำพวกป้าตั้งโต๊ะเสร็จพอดีเลย” ป้าหวินเอ่ยชวน ข้างกายมีผู้ชายที่คิดว่าน่าจะเป็นลูกชายของป้าหวินนั่งอยู่ น้ำรีบยกมือไหว้ตามมารยาท ชายคนดังกล่าวก็รีบรับไหว้น้ำทันที 

“ลูกชายของป้าเองจ้ะชื่อวิน” น้ำส่งยิ้มให้วินอย่างเป็นมิตร 

“ส่วนคนนี้ชื่อน้ำเพิ่งมาอยู่ที่นี่ รู้จักกันไว้ล่ะ” ป้าหวินแนะนำตัวให้ทั้งคู่รู้จักกัน วินจัดว่าเป็นผู้ชายที่หน้าตาดีและหล่อมาก  

แต่สำหรับน้ำนั้นที่หนึ่งในใจก็คือชานอยู่แล้ว 

จะว่าไปทั้งสองคนก็หล่อกันคนละแบบ วินหล่อแบบทั่วไปแต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยน แต่ชานนั้นหล่อแบบแบดๆ ที่ทั้งหื่นและอ่อนโยนในคราวเดียวกัน 

ทั้งสี่คนนั่งทานข้าวด้วยกันและแลกเปลี่ยนเรื่องคุยกันหลายเรื่อง น้ำเองก็สรรหาเรื่องมาเล่าให้ทุกคนฟังจนต่างพากันเอ็นดูน้ำกันทั้งนั้นโดยเฉพาะวินที่เอ็นดูน้ำเป็นพิเศษเพราะเป็นลูกคนเดียว จึงอยากมีน้องชายที่น่ารักและพูดเก่งแบบน้ำบ้าง 

“เราไม่ตั้งโต๊ะรอพี่เสือเหรอครับ นี่ผ่านมาตั้งสองชั่วโมงแล้วน่าจะคุยงานเสร็จแล้วนะครับ” น้ำถามป้าหวินขึ้นตอนกำลังล้างจานด้วยกัน 

“ถ้าเรียกเข้าไปคุยงานพร้อมกันสามคนแบบนี้อีกนานเลย เดี๋ยวรอให้คุณชานมาเรียกเองดีกว่า” ป้าหวินตอบกลับมา  

“งั้นน้ำขอเอาของว่างขึ้นไปให้ได้ไหมครับพวกพี่เขายังไม่ทานข้าวเย็นกันเลย” น้ำเอ่ยขอ ป้าหวินส่ายหน้าเบาๆ 

“ถ้าช่วงคุยงานของสามหนุ่มเขาจะเครียดมาก ถ้าหนูน้ำเข้าไปตอนนี้เกรงว่าสามหนุ่มจะโมโหเอานะ” ป้าหวินตอบกลับ  

“งั้นไม่เอาดีกว่าเดี๋ยวน้ำโดนพี่เสือด่า” น้ำหัวเราะแห้งๆ  

“พรุ่งนี้น้ำขอไปตลาดด้วยได้ไหมครับ อยู่ที่นี่ไม่มีอะไรทำเลย น้ำรู้สึกเบื่อ” น้ำเอ่ยขอป้าหวิน อยู่ที่นี่ก็สบายอยู่หรอกแต่น้ำทำงานมาทั้งชีวิตแล้วพอได้มาอยู่สุขสบายแบบนี้ก็เลยรู้สึกเบื่อ 

“ได้จ้ะ แต่ป้าไปตลาดกันช่วงตีห้านะเพราะคุณชานทำงานและตื่นนอนไม่ค่อยเป็นเวลา ป้าต้องเผื่อเวลาหนูน้ำตื่นไหวใช่ไหม” ป้าหวินถามกลับไปเพราะชานออกไปทำงานไม่เป็นเวลา  

“ไหวครับ” น้ำตอบกลับไปยิ้มๆ  

“น้ำไม่เห็นม้ากับป๊าเลย หายไปไหนทั้งคู่เหรอครับ” น้ำถามหาพ่อแม่ของชานและสงสัยว่าทำไมสองคนนี้ถึงไม่ได้อยู่ด้วยกัน 

“คุณผู้หญิงกลับไปหาคุณชุนค่ะเห็นว่าจะไปเก็บเสื้อผ้ามาอยู่เป็นเพื่อนหนูน้ำในช่วงที่คุณชานไปคุยงานค่ะ คงมาถึงพรุ่งนี้บ่ายๆ” ป้าหวินตอบกลับไป 

“ส่วนคุณผู้ชายคงคิดว่าคุณผู้หญิงยังอยู่บ้านเลยยังไม่กลับ” ป้าหวินพูดต่อทำให้น้ำสงสัยอยู่ทั้งหมดสองเรื่อง  

เรื่องแรกทำไมวิชุดาและเหมราชต้องแยกกันอยู่  

เรื่องที่สองคือคนชื่อชุนคือใคร 

“น้ำถามอะไรอีกได้ไหมครับ แต่ถ้าตอบไม่ได้ก็ไม่เป็นไรครับ” น้ำพูดเสียงติดขัดเพราะเรื่องที่ถามนั้นเป็นเรื่องภายในบ้านของชาน 

“ได้ค่ะ” ป้าหวินตอบรับยิ้มๆ  

“ทำไมพ่อแม่ของพี่เสือถึงแยกกันอยู่เหรอครับ” น้ำกลั้นใจถามออกไป ในใจก็กลัวจะถูกป้าหวินต่อว่าหรือเปล่าที่จุ้นเรื่องของคนในบ้าน แต่น้ำอยากรู้นี่นา! 

“คุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงแต่งงานกันเพราะธุรกิจในตระกูลค่ะ แต่พลาดมีอะไรกันแล้วคุณผู้หญิงดันตั้งท้อง ซึ่งก็คือคุณชุน คุณชิน คุณเชนและคุณชานค่ะ ทั้งคู่เลยต้องทำหน้าที่พ่อแม่อย่างเลี่ยงไม่ได้ คุณผู้ชายจึงให้คุณผู้หญิงย้ายมาอยู่ที่บ้านด้วยและช่วยกันเลี้ยงลูก พอลูกโตเป็นหนุ่มก็หย่ากันและแยกกันอยู่ค่ะ คุณผู้หญิงย้ายไปอยู่กับชุนพี่ชายคนโต ส่วนคุณผู้ชายอยู่กับคุณชานค่ะ” ป้าหวินเล่าให้ฟังแบบย่อๆ น้ำที่ได้ยินแบบนั้นก็ทำตาโต 

“พี่เสือมีแฝดเหรอครับ” น้ำถามกลับไปอย่างตื่นเต้นเพราะน้ำเป็นลูกคนเดียว เกิดมาก็ตัวคนเดียว พอรู้ว่าชานมีฝาแฝดก็อดที่จะตื่นเต้นแทนไม่ได้  

“ใช่ค่ะแต่นิสัยต่างกันมากเลยนะคะ คุณชุนอารมณ์ร้อนสุดๆ คุณชินเป็นคนใจดีและใจเย็นมากอารมณ์เฮฮาไปคนละขั้วกับคุณชุนเลยค่ะ” ป้าหวินพูดออกมายิ้มๆ 

“คุณเชนเป็นคนนิ่งๆ ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจาและไม่สนใจใครทั้งนั้นเป็นมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้วค่ะ ส่วนคุณชานก็เป็นคนไม่ชอบออกสังคม โลกส่วนตัวสูง แต่เป็นคนที่นักธุรกิจอยากร่วมงานด้วยมากที่สุด” 

น้ำคิดว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่ไม่รู้เกี่ยวกับร่างสูงแน่ เป็นบุคคลลึกลับเหมือนสีดำจริงๆ น้ำเห็นแค่ด้านสีขาวของชานเท่านั้น ไม่รู้ว่าด้านสีดำจะโหดขนาดไหน ใจดวงน้อยเริ่มรู้สึกหวั่นใจ  

ถึงแม้ชานจะดีกับน้ำมากแค่ไหน แต่น้ำก็ควรจำไว้ว่าอีกฝ่ายเป็นมาเฟียหรือต้องการผลประโยชน์จากน้ำถึงได้มายุ่งกับน้ำแบบนี้ แต่น้ำไม่มีอะไรที่เป็นประโยชน์กับชานสักนิดนอกจากเรื่องเซ็กส์! 

นั่นสิ! น้ำลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไง ที่ชานทำดีด้วยอาจเป็นเพราะเรื่องนี้ก็ได้ ชานเองก็รวยและหน้าตาดีมาก ผู้หญิงเข้าหาไม่ใช่น้อยๆ ไม่มีทางที่จะสนใจเด็กผู้ชายที่เป็นเพศเดียวกันอย่างน้ำแน่นอน 

คงเพราะชานไม่เคยลองกับผู้ชายมาก่อนเลยเล่นกับน้ำแก้ขัดไปก่อนเพราะเป็นของเล่นชิ้นใหม่ ชานคงยังไม่เบื่อ 

“หนูน้ำเป็นอะไรหรือเปล่า” ป้าหวินถามขึ้นเมื่อเห็นน้ำเหม่อ ทำให้น้ำได้สติและรีบสิ่งยิ้มให้ 

“น้ำรู้สึกง่วงครับ งั้นน้ำขอตัวไปอาบน้ำดีกว่าเผื่อจะหายง่วง” น้ำสะบัดหัวเบาๆ แล้วส่งยิ้มกลับไปให้ป้าหวิน 

“งั้นหนูน้ำอาบน้ำนอนเลยก็ได้ ไม่มีอะไรให้ช่วยแล้วแหละ” ป้าหวินพูดออกมาอย่างใจดี น้ำจึงขอตัวขึ้นห้อง ใบหน้าใสสะบัดไล่ความคิดก่อนหน้าออกจากหัวแล้วเดินออกไปจากห้องครัว 

 

 

 

 

 

------------++++++++++++------------- 

ความคิดเห็น