email-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอให้นิยายเรื่องนี้ทำให้คุณยิ้มได้ :)

Special Episode : เป็นเสือต้องไว้ลาย? (The End)

ชื่อตอน : Special Episode : เป็นเสือต้องไว้ลาย? (The End)

คำค้น : เซ็น

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ต.ค. 2563 09:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Special Episode : เป็นเสือต้องไว้ลาย? (The End)
แบบอักษร

        

SPECIAL EPISODE 

 

 

It’s you, it’s always you 

If I’m ever gonna fall in love I know it’s gonna be you 

It’s you, it’s always you 

Met a lot of people but nobody feels like you 

There’s nothing else I want 

‘Cause I want you, I want you  

And you’re the only thing I want 

 

         สิบวินาที...ยี่สิบวินาที...ยังไม่โทรมาอีกหรอ บอกฉันว่าจะไปทำงานที่ต่างจังหวัดออกไปตั้งแต่เช้าจนตอนนี้จะเที่ยงแล้วไม่มีข้อความมาสักข้อความเดียว โทรไปก็ไม่รับ บังอาจมากนะไอ้ถั่วฝักยาว แต่โอเค๊…ไม่เป็นไรฉันจะรออีกหน่อย ในเมื่อรอมาเกือบสองชั่วโมงแล้วรออีกสักหนึ่งนาทีจะเป็นไรไป ฉันเพ่งไปที่นาฬิกาสลับกับมองหน้าจอโทรศัพท์แล้วนับวินาทีต่อ สามสิบสินาที ยัง...ยังอีกหรอเซ็น ครึ่งทางแล้วนะยะ กดชัตเตอร์รัวๆ ไม่คิดจะพักกินข้าวเที่ยงกันเลยหรือไงนางแบบคงสะโพกบึ้ม อกอึ๋ม หน้าลูกครึ่งถูกใจนายสินะถึงกล้าเมินสาวเอเชียพ่วงตำแหน่งคู่หมั้นเสืออย่างฉันคนนี้น่ะ หึ เดี๋ยวรู้ มา! นับต่อ

         สี่สิบวินาที...ห้าสิบวินาที...อีกสิบวินาทีสุดท้ายนะเซ็นขืนยังไม่มีข้อความหรือชื่อของนายโผล่มาละก็ฉันจะตามไปถึงที่เลยคอยดู! กล้าดียังไงถึงไม่ติดต่อฉันมาเลยเป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่รู้ออกไปตั้งแต่เช้านี่มันจะเที่ยงอยู่แล้วนะอย่างน้อยโทรมาบอกกันว่าถึงที่หมายแล้วหน่อยก็ยังดีแต่นี่อะไร เฮ้อะ!!! เหลืออีกสิบวิสุดท้ายใช่มั้ย...ฉันเพ่งสายตาไปที่เข็มยาวจับจ้องในทุกวินาทีที่เข็มเล็กๆ นั้นเคลื่อนที่...สาม...สอง...หนึ่ง...

         กริ๊ง! อ๊ะ! มาแล้วๆ ฉันเด้งตัวคว้าโทรศัพท์อย่างไม่รีรอแต่กลับพบกลับความผิดหวังเมื่อเสียงกริ๊งที่ได้ยินเมื่อครู่ดันไม่ใช่เสียงจากวัตถุทรงสี่เหลี่ยมในมือของฉัน หน้าจอของมันยังคงดำสนิท อะ…อ้าว ไม่ใช่เสียงโทรศัพท์หรอกหรอ ฉันปากยู่ ดวงตาโดนป้ายความมัวหมองก่อนจะโยนโทรศัพท์บนโต๊ะด้วยความเซ็งเป็นจังหวะเดียวกับจมูกสูดกลิ่นหอมๆ ที่คุ้นเคยพอดี

“ฮายยยยย~ นานะ มาหยา…อ้าวแกอยู่คนเดียวหรอ” ร่างบางของยัยเร็นเดินเฉิดฉายเข้ามาในร้านตอกย้ำความว้าวุ่นของฉันว่าเสียงกริ๊งที่ได้ยินเป็นเสียงจากหน้าประตูร้านที่ยัยมาหยาเป็นคนเสนอไอเดียวเพราะอยากให้ร้านของพวกเราเหมือนตั้งอยู่ในลอนดอนท่ามกลางหิมะตกในคืนวันคริสต์มาส เวลาเปิดประตูเข้ามาก็จะต้องได้ยินเสียงระฆังลั่น ไงล่ะระฆังลั่น...ใจฉันเนี่ยจะลั่นก่อนใครเลย ดีจริงจริ๊งงง!

“เออน่ะสิ มาหยามาพรุ่งนี้” ฉันตอบเสียงเนือย นั่งเท้าคางมองโทรศัพท์ด้วยหัวใจว้าวุ่น โอ๊ยยย!!! อีตาเซ็นทำอะไรของเขาอยู่นะทำไมถึงไม่ติดต่อกลับมาเลยเล่า หงุดหงิดวุ้ย! ฉันว่าฉันคิดถูกนะที่บอกมาหยาว่าจะเปิดร้านพรุ่งนี้เพราะรู้สึกว่าวันนี้ฤกษ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่เพราะตอนนี้ วินาทีนี้ ฉันไม่มีกะจิตกะใจสวมบทเป็นเจ้าของร้านกาแฟเลยสักนิดเดียวแต่ที่เข้ามาเพราะว่าจะมาเช็กร้านให้เรียบร้อยก่อนเปิดซึ่งตอนนี้ขอเช็กว่าที่คุณพ่อก่อนกว่าว่าหมอนั่นหายหัวไปไหน?!

“อ๋อ เออๆ นี่ฉันพึ่งว่างไปทำเรื่องจบที่มอมาเนี่ยข้างนอกโคตรร้อนเลยอ่ะแก ไอ้บอสก็มาช๊าช้าไม่รู้ว่ามัวไปนอนกกสาวที่ไหนตั้งแต่เลิกกับน้องไลลาไปสันดานเดิมก็กลับมาไม่เปลี่ยน...นี่! ยัยบ้า แกได้ฟังที่ฉันพูดบ้างป้ะเนี่ย หือ? ทำไมแกทำหน้าเหมือนโดนผัวทิ้งแบบนั้นอ่ะ” เหมือนฉันโดนเล็บยาวสีเชอร์รี่ของยัยเร็นสะกิดใจที่กำลังว้าวุ่น คำพูดของมันยาวเหยียดแต่ฉันจับใจความได้แค่คำเดียวเท่านั้นกังวานเป็นเอคโค่อยู่ในสมอง ผัวทิ้ง ผัวทิ้ง ผัวทิ้ง...ผัว...ทิ้ง!!!

“กรี๊ดดดดดดด!!! ผัวฉันไม่ทิ้งสักหน่อยย่ะแค่ไปทำงานต่างจังหวัดจนถึงตอนนี้ยังไม่ติดต่อกลับมาเท่านั้นเอง ตบปากตัวเองร้อยทีเดี๋ยวนี้นะยัยเพื่อนบ้า!!!” ฉันสติแตกตบโต๊ะดังป๊าปผุดลุกขึ้นพร้อมแหกปากลั่นร้านอย่างลืมตัวพอโดนคำว่า’ ผัวทิ้ง’ สะกิดใจให้มันจี๊ด ผัวทิ้งบ้านมันน่ะเส้! สาบานสิว่ามันไม่ได้แกล้งฉันอ่ะทำไมถึงพูดได้จี้ใจขนาดนี้วะเนี่ยอย่างกับยิงธนูปักตรงจุดว้าวุ่นให้พวกมันกระจายตัวแล้วทำให้ฉันยิ่งพบกับความว้าวุ่นกว่าเดิม สงสัยวันหลังฉันต้องเขียนความรู้สึกของตัวเองใส่กระดาษแล้วคล้องคอเอาไว้ว่าตอนนี้ ‘กำลังว้าวุ่นใจอยู่’ บ้าจริง!

“ฮึ้ย!!” ฉันทำเสียงขึ้นจมูกอย่างหงุดหงิด เคืองทั้งยัยเพื่อนบ้าที่ดันทักทายไม่รู้เรื่อง เคืองทั้งอีตานั่นที่บังอาจหัวไปครึ่งวันสงสัยจมน้ำทะเลไปฝั่งอันดามันแล้วมั้ง อารมณ์เสีย! เหลือบมองยัยเร็นเห็นว่าใบหน้าสวมคมคายเหวอไปแล้วแต่ก็เรื่องของมันสิ สมน้ำหน้า ชิ! ก่อนจะกระแทกก้นนั่งลงตามเดิมพลางกอดอกหน้าบึ้งคำรามฮึดฮัดอยู่คนเดียว

“ฮะ…ฮะ…ฮ่าๆๆๆ ฮ่าๆๆๆๆๆ” และเสียงหัวเราะแหลมของสาวเมกันกำลังทำให้ฉันเป็นบ้า! ยัยเร็นเงยหน้าระเบิดเสียงหัวเราะไม่มีความเป็นผู้ดี เขาอย่างเอาเป็นเอาตายไม่เบิ่งมองเลยว่าเพื่อนของมันกำลังหน้าแดง เส้นเลือดมันวิ่งปู๊ดปูดขึ้นขมับกับเสียงหัวเราะบาดหูของมัน กรี๊ดดด! นี่มันขำอะไรเนี๊ยยย!!!

“ขำอะไรยะยัยเพื่อนบ้า?!!!” ฉันตะโกนคอแทบแตกคอหอยไม่หลุดให้มันรู้ไปสิ ไม่ไหวแล้วนะว้อย! แค่นี้ก็ว้าวุ่นจะตายอยู่แล้วสมองก็คิดไปเรื่อย นู่นนนน ฉันคิดไปถึงอีตาเซ็นกำลังสมสู่กับแม่นางแบบบนเตียงนุ่มนู่นแล้วยังต้องมาเจอยัยเพื่อนตัวแสบใจด้วยคำทักทายกับเสียงหัวเราะบาดหูของมันอีก

“ขำแกเนี่ยแหละ ฮ่าๆๆๆๆ โอ๊ยย…ตลกอ่ะ ฮ่าๆ แก…แก…ฮ่าๆๆ โอ๊ย! แกช่วยฉันด้วยท้องแข็งไปหมดแล้ว ฮ่ะๆ ฮ่ะๆ” มือเรียวสวยสีน้ำผึ้งตบแก้มปลั่งเบาๆ ขณะเปล่งเสียงหัวเราะไม่เลิกไม่ราก่อนฟุบหน้าสวยคมลงไปกับโต๊ะขำตัวโยกอีกระลอก จ้า ขำให้ตายกันไปข้างเลยจ้า! ยัง…ยังไม่หยุดขำอีก โอ้โห! อะไรจะขนาดนั้นยะ

“กรามค้างเมื่อไหร่ก็บอกนะยะจะได้ลากไปให้หมอทุบปาก!” ฉันมองมันหน้ามุ่ยด้วยความหงุดหงิด สาธุ๊ สาธุ ขอให้นางสาว ซิการ์ เร็น สำลักน้ำลายตาย ชิ!

“ก็มันตลกนี่นา ใครจะไปคิดว่าแกจะกลัวโดนผัวทิ้งขนาดนั้นเล่า คิกคิก~” อื้อหือ! ปี๊ดดดมันปี๊ดดด ต้องแหวกอกแล้วคว้านอกข้างซ้ายให้ดูมั้ยว่าหัวใจของฉันมันทำมาจากอะไร จะต้องแข็งแกร่งเบอร์ไหนล่ะยะหัวใจถึงจะไร้ความกลัว

“นี่! ยัยเร็นแกฟังนะยะ หมอนั่นออกไปตั้งแต่เช้าแล้วตอนนี้ยังไม่ติดต่อกลับมาเลย ข้อความสักประโยคก็ไม่มี เออว่าไปสิ ถึงแล้วนะไม่ต้องเป็นห่วง แค่เนี่ย! มันยากตรงไหนวะ แล้วก็ต้องไปนอนค้างหนึ่งคืนอีกไลน์ก็ไม่ตอบโทรไปก็ไม่รับแกไม่ให้ฉันเป็นบ้าก็ให้มันรู้ได้สิ ไหนจะแม่นางแบบนั่นอีก แกจะไปเข้าใจอะไรอลัวไม่เคยห่างแกไปไหนนี่ตัวติดกันอย่างกับปาท่องโก๋แกน่ะเลิกพูดไปเลย!” สายตาเอาเรื่องตวัดมองยัยเพื่อนตัวแสบเหมือนมันเป็นคู่อาฆาต พูดแล้วก็ปี๊ดชะมัด! ฉันไม่ทันได้เห็นหน้านางแบบเขาก็รีบแจ้นออกไปเสียก่อนแล้วที่พีคว่านั้นคืออะไรรู้มั้ยคะที่รัก ที่จริงงานนี้น่ะติดต่อมาช่วงงานศพของฟางพอดีซึ่งเซ็นได้ปฏิเสธไปแล้ว เขายอมชวดเงินไปเพราะติดธุระจริงๆ แต่แหม่…สงสัยหมอลักษณ์คงจะฟันธงมาว่าราศีพิจิกจะรวย งานเข้ามาไม่หยุด จับเงินตลอดทั้งปี เพราะแม่นางแบบรีเควสมาว่ายังไงก็ขอเป็นนาย เซ็น ได ที่จะต้องเป็นตากล้องถ่ายให้เธอคนเดียวเท่านั้นไม่อย่างนั้นจะยอมเสียเครดิตและยกเลิกงานถ่ายแบบ แล้วยังไงต่อละคะทางบริษัทก็ต้องยอมเลื่อนตารางงานทุกอย่างเพื่อรอคู่หมั้นของฉันไงคะให้เขาเสร็จธุระก่อน ส่วนแม่นางแบบนั้นก็เคลียร์คิวเช่นกัน

เฮอะ!

         คิดว่าไงละ? ได้กลิ่นอะไรหรือเปล่าเอ่ย ติ๊ก ต่อก ติ๊ก ต่อก…คาวเชียว! คิดว่าฉันควรจะใจเย็นๆ สะกดใจตัวเองด้วย หายใจเข้าพุทธ หายใจออกโธหรือเปล่าหรือต้องนั่งสะกด ซี เอ แอล เอ็ม ดี โอ ดับเบิ้ลยู เอ็น calm down แบบนี้มั้ย แล้วไอ้สมองเจ้ากรรมนี้ก็ไม่เคยทรยศฉันจริงๆ มันจินตนาการการไปโน่นถึงช่วงเวลาดินเนอร์สุดโรแมนติกในห้องสวีตและต่อด้วยการออกกำลังกายยามค่ำคืน บ้าเอ๊ย! ฉันจะบ้าตายอยู่แล้วนะไม่สามารถวางความคิดเหล่านี้เรี่ยราดไว้แถวนี้ได้จริงๆ

         ด้วยความหงุดหงิดของฉันเลยทำให้คว้าโทรศัพท์ จิ้มนิ้วไปที่เบอร์โทรออกล่าสุดมีเลข 5 อยู่ในวงเล็บข้างหลังชื่อก่อนจะกดเปิดลำโพงแล้ววางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะรออีกฝ่ายรับสาย

"(ตู๊ด…ตู๊ด…ตู๊ด…ตู๊ด…ขอโทษค่ะไม่มีสัญญาณตอบรับ…)” อีกแล้ว! เสียงโอเปอเรเตอร์อีกแล้ว! ฉันฟังจนจะเลียนเสียงของหล่อนได้อยู่แล้วนะ ฉันกดปิดลำโพงแล้วลากปลายนิ้วมากกระแทกที่ปุ่มสีแดงตัดสายไปด้วยอารมณ์เดือด โอ๊ย! หงุดหงิดโคตรๆ เลยว้อยยยย อีตาเซ็นนายตกทะเลตายไปแล้วหรอห๊า?!!!

“ฮัลโหล~ ฮัลโหลเกิร์ล~ นี่ๆ ยัยคุณแม่สติแตก ฮัลโหล~” เสียงดีดนิ้วดังเป๊าะๆ ดังขึ้นตรงหน้าดึงสายตาลุกวาวของฉันจากโทรศัพท์ให้เหลือบมองใบหน้าสวยคมคายตรงหน้า

“Calm down! Ok? หื้อ…โอเค้? ใจเย็นๆ หน่อยสิยะ คนเค้าไปทำงานหาตังค์มาเลี้ยงครอบครัวอ่ะแกจะไปอะไรมากมายวะห้ะฉันล่ะไม่เข้าใจเดี๋ยวหนุ่มดอกไม้ละมุนละไมว่างเขาก็โทรมาหาเองแหละหน่าและก่อนที่เขาจะโทรมาสิ่งที่แกควรทำในตอนนี้ first Get hold yourself ตั้งสติย่ะ! ตั้งสติแล้วรออย่างใจเย็น โอเคป้ะ?” เราสองคนเล่นเกมจ้องตากันสามวิฉันก็กระแทกแผ่นหลังกับพนักเก้าอี้ สะบัดสะบิ้งหน้าบูดๆของตัวเองไปอีกทางพลางยกมือขึ้นกอดอกแล้วพ่นลมร้อนระอุออกมาชุดใหญ่ เฮอะ! ไม่โอเคก็ต้องโอเค ต่อให้หงุดหงิดแทบเป็นแทบตายหรือความคิดมันเตลิดเปิดเปิงไปถึงอเมริกาก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านั้นหรอกนอกจากรอ รอ รอ แล้วก็รออย่างคนบ้าแบบนี้น่ะ ก็ได้! โอเค! เอาเป็นว่าฉันจะให้เวลาเขาอีกชั่วโมงแล้วกันถ้าหมอนั่นไม่ติดต่อกลับมารับรองว่ามีเรื่องแน่!

“เฮ้อออ~ ทำหน้าอย่างกับนางยักษ์กินคน จับมือฟันฝ่าอุปสรรคกันมาตั้งมาก ลูกก็มีด้วยกันจะไปกลัวอะไรกับ ค่ผู้หญิงคนอื่นที่เป็นใครก็รู้ เชื่อมั่นในความรักของตัวเองหน่อยสิยะ ให้ตายสิ…ให้ตาย…พักหลังมานี้แกเปลี่ยนไปเยอะเลยนะ” เอ๊ะ…ฉันน่ะหรอ?

“จริงหรอ?” ฉันเด้งตัวจากพนักพิงพร้อมเบิกตาถาม มันพูดจริงหรอ? ฉันเปลี่ยนไปเยอะจริงดิ? เปลี่ยนไปยังไง? ทำไมอ่ะแต่ก่อนฉันไม่ใช่แบบนี้หรอ ก็เป็นอย่างนี้อยู่แล้วนะ ปากก็จัดจ้านตามฉบับแม่ค้าตลาดมาแต่ไหนแต่ไรเพราะต้องใช้วาจาในการด่ากราดพวกผู้ชายหน้าหมอทั้งหลาย นี่ๆ ขอโทษเถอะได้ข่าวว่ามันก็ยื่นรัวฝีปากเป็นปืนกลอยู่ข้างๆ ฉันเนี่ยแล้วยังมาหาว่าฉันเปลี่ยนไปอีก หรือว่าเรื่องอื่นอย่างเช่นรูปร่าง? ไม่รอช้าฉันรีบก้มสำรวจเนื้อหนังมังสาของตัวเองว่ามีน้ำมีนวลขึ้นหรือเปล่าเพราะน้ำหนักขึ้นสิบกิโลบวกๆเป็นสิ่งที่คุณแม่ต้องเจอ นี่ฉันก็ตั้งครรภ์ได้เข้าสัปดาห์ที่ 4 แล้วด้วยสิ…แต่ก็…อือ…ไม่เห็นอ้วนขึ้นเลยนี่นา

“สติแตกขึ้นเยอะน่ะ ฮ่าๆๆๆ” เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! เหมือนโดนไฟฟ้าแรงสูงช็อตทั้งร่างกาย ร่างกายมันสั่นสะท้านสะ…สติแตก…งั้นหรอ…มันหลอกด่าฉันนี่…หน็อย! ยัยเพื่อนตัวแสบ!!! ฉันหมดความอดทนกับเสียงหัวเราะแหลมต่างสัญชาติคว้าแซนด์วิชอีกครึ่งชิ้นในจานยัดใส่ปากบางกระจับที่กำลังเผยออ้าไร้ความเป็นกุลสตรี

“หุปปากแกไปเลยยัยเร็น ฉันสติดีย่ะก็แค่ว้าวุ่นใจนิดๆหน่อยๆแต่ตอนนี้กำลังจะสติแตกเพราะเพื่อนทรยศอย่างแกนี่แหละยัยเร็น!!” อ๊อย!!! ปวดกบาล! รู้สึกได้ว่าความดันมันพุ่งปี๊ดหัวแทบจะระเบิด ขอร้องเลยนะถือซะว่าช่วยโลกใบนี้อย่าได้มีทายาทมาสืบสานความกวนประสาทจากมันเลยฉันกลัวเหลือเกินว่าลูกของมันจะสร้างความป่วนให้คนรอบตัวระเบิดตัวเพราะโดยความกวนประสาทนรกแตกนี่ก่อกวน ไหนๆก็ไหนๆและด้วยความหมั่นไส้ล้วนๆขอสาปแช่งเพื่อนรักเพื่อนร้ายอีกครั้งเถอะ

         ‘สาธุหลวงพ่อขาขอให้นางสาว ซิการ์ เร็น แมคโลริค กับ นายอลัว สเวน ไร้ทายาทสืบสกุลเพื่อความสงบสุขของโลกใบนี้ เพี๊ยง…’ หึ! แกเจอความขลังของหลวงพ่อแน่ยัยเร็น บังอาจมาตราหน้าฉันว่าเป็นคนสติแตกได้ยังไงกันยะ ฉันแค่ ว้า วุ่น ใจ ย่ะ! Do you understand? คิดดูสิความคิดมันคิดไปไกลขนาดนั้นแล้วใครมันจะสงบใจได้เล่า สิ่งที่มันพูดก็ถูกนั่นแหละฉันควรเชื่อมั่นในความรักของตัวเอง แต่มันจะมีสักกี่คนกันที่เชื่อมั่นได้เต็ม 100% ปล่อยวางสบายๆ ฉันถามหน่อยเถอะ

         เอางี้ถ้ามีแบบสำรวจเกี่ยวกับ ‘ความเชื่อใจในตัวแฟนของตัวเองและความเชื่อมั่นในความรักกับผู้ชายที่เคยเจ้าชู้’ กรุณาเติมตัวเองลงในช่องว่าง (………%) อ่ะแบบนี้เลยแค่ตวัดปลายปากกากรอกตัวเลขลงไปฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าจะได้เห็นเลขหนึ่งกับเลขศูนย์อีกสองตัวให้เป็นบุญตาสักกี่แผ่น ชิ! มันตอบยากจะตายไปแค่เห็นคำถามมือฉันก็สั่นแล้วแล้วลองคิดสิว่าถ้าเกิดอีตาบ้าเซ็นยังเป็นเสือที่ไว้ลายขึ้นมาฉันจะทำยังไง เขี้ยวเล็บเสือน่ะถอดยากจะตายไป!

"โอ เอๆ เอี้ยบ อาก อ้อ ไอ้…” น้ำเสียงพราวเสน่ห์เปล่งอยู่ในลำคอขณะสองแก้มใสสีแทนขยับเขยื้อนช้าๆ นั่งเท้าคางเคี้ยวแซนด์วิชแฮมชีสแก้มตุ่ยจนแซนด์วิชฝีมือของฉันหายลงไปในท้องแบนราบของมันก็คว้าแก้วลาเต้เย็นไปดูด

“ว่าแต่นางแบบที่ทำให้แกกลายเป็นบ้าชื่ออะไรวะ ขอดูหน้าตาหน่อยสิ้ว่าสวยเหมือนเพื่อนของฉันหรือเปล่า” อีกครั้งที่ยัยเร็นทำให้ฉันนั่งนิ่งและจำเป็นต้องใช้ความคิดอย่างมากในการตอบคำถาม เอ๋…จะว่าไปฉันก็ไม่รู้เหมือนกันอ่ะ จำได้ว่าตอนนั้นมันเช้ามากๆ ตื่นมาด้วยความงัวเงียเพราะได้ยินเซ็นคุยโทรศัพท์ฟังไม่ค่อยได้ศัพท์เท่าไหร่ ที่มารู้เรื่องรู้ความก็ช่วงครึ่งชั่วโมงระหว่างที่เขากำลังเตรียมตัว ยัยนั่นชื่ออะไรซอนๆอะไรสักอย่าง ใช่ซอนย่าหรือเปล่านะ เอ้…รู้สึกคุ้นๆเหมือนได้ยินผ่านๆ

“ไม่ค่อยแน่ใจว่ะแก น่าจะชื่อซอนย่าละมั้ง ฉันรู้แค่ว่าเป็นนางแบบที่จะขึ้นปกให้กับนิตยสาร ELLE ของเดือนนี้อ่ะ” ฉันบอกไปตามความคาดเดาคาดคะเนว่าน่าจะใช่ พยายามนึกย้อนกลับไปเมื่อสี่ชั่วมองก่อนแล้วจริงๆ แต่ก็นึกไม่ออกเหมือนในหัวมันถูกอัดแต่เรื่องทำไมยัยนั่นต้องรออีตาเซ็นคนเดียวถึงขั้นยอมเลื่อนคิวตัวเอง สมองมันเก็บแต่รายละเอียดเรื่องนี้ไปหมดเลยลืมสิ่งสำคัญไปอีกอย่าง อ่า…บ้าจริง! แล้วทำไมฉันถึงลืมชื่อของยัยนั่นได้นะเนี่ย อยากทึ้งหัวตัวเองจริงๆวันหลังฉันสาบานว่าถ้าเป็นเกี่ยวกับชื่อนางแบบของอีตาเซ็นฉันจะจดจำฝังลึกลงไปในเซลล์สมองเพราะเผื่อมีอะไรฉันจะได้แฉความฉาวได้ถูกคน

“ซอนย่า? ให้ตาย! ฉันเกลียดอะไรที่ลงท้ายด้วยย่าๆนี่ที่สุด เฮอะๆ” ริมฝีปากอวบอิ่มคว่ำลงดินพร้อมใบหน้าสวยที่มีแต่ความเหม็นหืน คว้าแก้วกาแฟไปดูดให้ไฟความเกลียดชังมอดดับแล้วมันถึงก้มหน้าก้มตาจดจ่ออยู่ที่โทรศัพท์ อาการมันแปลกๆแฮะ…อ้อ! นึกออกล่ะ อริเก่าของมันชื่อญาญ่านี่นาจำได้ล่ะ เธอเป็นคู่นอนเก่าของอลัวแล้ววันนั้นดันเป็นลูกค้าที่ร้านยัยเร็นพอดี ฉันจำได้แม่นเลยเหตุการณ์นี้เพราะก่อนหน้านี้หนึ่งวันมันเป็นวันที่ฉันคว้าอีตาเซ็นมาเป็นแฟนปลอมๆ เพื่อหลอกแม่แล้ววันต่อมาก็เลยมานั่งย้อมใจที่ร้านของมันถึงได้เจอยัยญาญ่าคนเปรี้ยวจะตบมาเฟียคนสวยเพื่อแย่งนักเลงสุดหล่อ

“ซอนย่า เคลลี่ นางแบบดาวรุ่ง อายุ 25 ปี เป็นนางแบบน้องใหม่แห่งวงการ พึ่งเข้ามาในวงการนางแบบได้เพียง 2 ปี แต่เธอถูกแบรนด์ระดับโลกแย่งจับจอง…โอ๊ะๆ อันนี้เด็ด! เธอให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ The Tonight show ว่าอยากจะร่วมงานกับ เซ็น ได ช่างภาพหนุ่มชื่อดังที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนี้ แอนด์ เธอบอกว่า…เธอหลงใหลในรูปถ่ายของเขามากแต่ยังไม่มีโอกาสได้ร่วมงานกันตอนนี้เลยได้แต่ติดตามผลงานของเขาผ่านอินสตาแกรมถ้ามีโอกาสสักครั้งก็อยากจะได้เป็นนางแบบของเขา ก่อนจะจากกันไปเธอได้ฝากข้อความถึงช่างภาพหนุ่ม ‘ฉันอยากเป็นนางแบบของคุณค่ะ’ อูวส์~ ชอบเซ็นเป็นทุนเดิม ติดตามไอจี ท่าทางจะเป็นแฟนคลับตัวยงเลยนะเนี่ย อ่ะนี่รูปของแม่นางแบบคนนั้น…” หน้าจอเล็กๆ บิดมาทางฉันมีภาพของผู้หญิงหน้าตาสวย ผมยาวดัดลอนสีมะฮอกกานีอัดอยู่ภายในหน้าจอนั้น อื้อหือ! สเปคเสือเชียวนะ ทั้งจากที่ผู้จัดการของหล่อนโทรมาดีลงานกับเซ็นทั้งพฤติกรรมของเธอทั้งบทสัมภาษณ์จากรายการดังไหนจะข้อความอ่อยๆนั่นอีกมันทำให้เวลาในหัวมันเริ่มหมุนย้อนกลับไปเมื่อเดือนที่แล้ว…

 

         สุดท้ายฉันก็มาโผล่ที่คอนโดของอีตาเซ็นอีกจนได้อุตส่าห์ตั้งมั่นไว้แล้วว่าจะไม่ขอมาเหยียบอีกที่แกลเลอรี่ก็ด้วยเพราะไม่ว่าจะไปสถิตอยู่ที่ไหนก็เป็นอันตรายต่อสภาวะหัวใจของฉันทั้งนั้นไม่รู้ว่าหัวใจเป็นอะไรเหมือนกันถึงเต้นไม่สม่ำเสมอเลยพักหลังๆ มานี้เดี๋ยวเต้นแรงบ้างเดี๋ยวจะหยุดเต้นบ้างปะปนกันมั่วไปหมดจนฉันปวดอกปวดใจไปหมดแล้วเนี่ย บ้าจริง!  

“ยี้!!! บัดสีบัดเถลิง นี่มันหน้าลิฟต์นะยะ” ฉันตำหนิเสียงดังลั่นชั้นพอประตูลิฟต์เปิดออกมาแล้วเห็นอีตาเซ็นกำลังจูบดูดดื่มกับผู้หญิงแทบจะสิงร่างกันอยู่หน้าลิฟต์ที่มีกล้องวงจรปิดและมีผู้คนอีกมากมายที่อาศัยอยู่ในชั้นนี้และต้องขึ้นลงลิฟต์ออกไปใช้ชีวิตแต่ดันต้องมาเจอภาพชายหญิงนัวเนียกันอยู่หน้าลิฟต์ตั้งแต่หัววันแบบนี้หรอ น่าเกลียด!  

“หือ ก็นึกว่าใครคู่หมั้นคนสวยของผมนี่เอง” เสียงนุ่มถ่ายทอดความทะเล้นยักคิ้วหนาให้ฉันหนึ่งข้างเป็นของขวัญการเจอหน้ากันในรอบสองวันแต่เห็นหน้าหล่อร้ายได้ไม่นานคู่ขาของเขาก็รั้งคอกลับไปจูบแลกแลคโตบาซิรัสอีกครั้งอย่างไร้ยางอาย 

“หน้าฉาบด้วยปูนหรือไงยะ!” เพราะความหมั่นไส้ล้วนๆ ฉันถึงกัดเป็นมดคันไฟด้วยความไม่พอใจปนความหงุดหงิดหน่อยๆไม่สิไม่หน่อยแต่มากโขเลยต่างหากล่ะ อะไรนะ...ฉันไม่เคยมีอะไรกับผู้หญิงในห้อง ใช่สิ! นายพูดถูกเพราะนายล่อหน้าลิฟต์เลยเนี่ย! อยากจะตบปากคนพูดให้ฟันร่วง เฮอะ!  

ฉันทิ้งสายตาแล้วตอกเส้นแรงๆตึงตังเข้าไปในห้องด้วยความหงุดหงิด พระเจ้าไม่ได้ยินที่ฉันพูดหรือไงว่าไม่อยากมาเหยียบที่นี่อีกแล้วดูสิดูสิ่งที่ท่านทำกับฉัน นี่มันเวรกรรมอะไรของฉันนักหนาหนอ...ทำไมชีวิตถึงต้องมาวนเวียนอยู่กับไอบ้าโรคจิตไม่จบไม่สิ้นสักที! 

“ไอ้คนไร้ยางอาย ถามจริงๆ นะว่าผิวหน้าด้านๆ นั่นฉาบด้วยปูนหรอ ทำไมถึงกล้าอี๋อ๋อกับผู้หญิงโจ้งแจ่งแบบนั้นนี่มันเมืองพุทธนะยะไม่ใช่ประเทศเสรีไม่มีสมองหรือไง เอางี้มั้ยเดี๋ยวฉันจะหาแพทย์ที่เก่งด้านสมองช่วยศัลกรรมสมองกลวงๆของนายให้มีรอยหยักมากกว่านี้หน่อยจะได้มีความคิดซะบ้าง หิวมากก็ไปจูบกันในห้องสิยะ น่าเกลียดที่สุด!!!” ฉันยืนเท้าสะเอวก่นด่าน้ำลายแตกพอร่างสูงของเขาโผล่หัวเข้ามาในห้อง มันอดมันทนไม่ไหวจริงๆเห็นแล้วปากมันคันยุบยิบยอมหอบยอมคอแห้งเพื่อด่าผู้ชายตัณหากลับให้สำนึกหวังว่านะ…หวังว่า… 

“หายป่วยก็ปากดีเลยนะคะไม่คิดจะเก็บปากไว้แตกตอนหน้าหนาวบ้างหรอ ฮึ?!” โอ้!! มาย!! กอต!! หมอนี่ไม่สำหนึกเลยสักนิดแล้วนั่นปากหรอที่พูดออกมาสาบานสิว่านั่นปากของลูกผู้ชาย! รู้อะไรมั้ยว่าหมอนี่มันควรโดนเตะปากให้คว่ำจริงๆ เลยอ่ะไม่ไหวแล้วนะเว้ยสุดจะทนคนอย่างฉันแล้วนะทำไมโลกของฉันมันถึงบัดซบได้ขนาดนี้!!!! 

“ไอ้!!! ไอ้...” นิ้วของฉันยื่นออกไปชี้หน้าปากกำลังตามมาแต่ก็ไม่ทันเสียงทุ่มติดทะเล้นพูดแทรกขึ้นมา 

“ไอ้บ้าเซ็น ไอ้คนตัญหากลับ ไอ้หน้าด้าน ไอ้หน้าตัวเมีย ไอ้เสือร้าย ไอ้โรคจิต ไอ้ถั่วฝักยาว” เขาพูดคำด่าสวนขึ้นมาขณะที่ฉันกำลังจะเอ่ยปาด่าไปแบบเป๊ะๆ ไม่มีผิดเพี้ยนสักไอ้เหมือนมานั่งเล่นอยู่ในหัวใจของฉันแล้วปาคำด่าเหล่านั้นออกมา ฉันได้แต่อ้าปากพะงาบเหมือนโดนเวทย์มนตร์ไม่ให้ขยับตัวและเป็นเซ็นที่คลายมนตร์นั้นด้วยการอาศัยจังหวะเผลอรวบเอวฉันแล้วทิ้งตัวนั่งบนโซฟาเหมือนกับฉันที่ทิ้งตัวเหมือนกันแต่ทิ้งตัวบนตักเขา 

“ผู้หญิงคนเมื่อกี้เป็นนางแบบของวันนี้พอเสร็จงานเธอก็เลยให้ทริปเล็กๆไม่มีอะไรสักหน่อยทำหึงไปได้” เขาทอดเสียงนุ่มทุ้มหูคนฟังพลางใช้มือข้างขวาท้าวแขนรองศีษระกับพนักพิงช้อนสายตาหวานจากดวงตาคมสีดำสนิทขึ้นมอง อากิปกิริยาของเขามันสบายไปหมดผิดกับฉันที่จะคลั่งตายอยู่แล้ว 

“ไม่อยากรู้! ไม่ต้องบอก! จะให้ทริปก้อนใหญ่ก็เรื่องของนาย นี่! ปล่อย” ฉันดิ้นพล่านร้องเสียงแหลม ไม่ว่าจะต้องมาเจอหน้าเขาอีกกี่ครั้งก็ไม่เคยจะหลุดพ้นจากพันธการรักแบบนี้ได้เลยต่อให้ดิ้นจนตายแขนทรงพลังติดกาวตาช้างก็ไม่มีทางปล่อยยิ่งดิ้นยิ่งรัดแน่นยิ่งติดหนึบ 

“อ้อ หรอ...แต่เมื่อกี้กระแทกส้นจะหักอยู่แล้ว บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เลิกใส่ส้นสูงสักทีเดี๋ยวมันก็ได้หักขึ้นมาจริงๆ ในสักวัน ฉันไม่อยากเป็นหม้ายขันหมากหรอกนะ” แหม่ๆๆๆ ถึงขั้นจะแห่ขันหมากเลยหรอคิดการไกลไปหน่อยแล้วละมั้งแถวบ้านฉันเรียกพร่ำเพ้อย่ะ ฉันเลิกคิ้วหลุบเปลือกสบตาคมอย่างเอาเรื่อง 

“หึ ไม่ต้องห่วงหรอกย่ะมันจะมีวันนั้นแน่แม้แต่จะหาฤกษ์หมั้นหมายก็จะไม่เกิดขึ้น แล้วฉันก็จะบอกแม่ว่านายเจ้าชู้กะล่อนปลิ้นปล่อนนอกทั้งใจนอกทั้งกายไม่สมควรจะเอามาเป็นรักนิรันดร์ อ้อ แล้วฉันก็ไม่ได้หึงด้วยไอ้บ้า! ปล่อย!” พูดจบฉันก็ปัดแขนของเซ็นทิ้งแล้ววางสะโพกที่เบาะโซฟาแทน นึกปวดใจขึ้นมาหน่อยๆ ที่ต้องเห็นภาพบัดสีบัดเถลิงแต่หัววันแบบนี้ พอสงบสติอารมณ์ให้เบาลงจู่ๆ หัวใจของฉันก็ตอบสนองต่อคำว่า ‘รักนิรันดร์’ ทำให้ประโยคที่ฝังลึกลงในหัวใจมันร้องดังกังวานพลันเหลือบมองเจ้าของคำพูดที่นั่งหน้ามึนคงรอยยิ้มเล็กๆ ไม่เคยเปลี่ยน หึ งี่เง่าสิ้นดี! รักนิรันดร์สำหรับเราสองคนมันไม่มีจริง 

“ก็บอกว่าฉันได้ทิปไม่ใช่ให้ทิปมันก็ต้องรับเป็นน้ำใจแต่ถ้าถามว่าฉันอยากให้ทิปใคร...” เซ็นเขยิบตัวออกเล็กน้อยก่อนจะเอนตัวเอาหัวทุยๆ มาหนุนตักของฉันหน้าตาเฉย ฉันสะดุ้งผลักเขาออกถ้าหากไม่ยินประโยคถัดไปซะก่อนพร้อมกับปลายนิ้วเรียวแตะริมฝีปากของฉันเบาๆ 

“ฉันอยากให้ทิปเธอ” จากปลายนิ้วที่เพียงสัมผัสเปลี่ยนมาเป็นฝ่ามือร้อนเหนี่ยวรั้งท้ายทอยของฉันให้โน้มลงไปหาขณะที่เขาผงกศีรษระขึ้นมาหาคนละครึ่งทางจวนจะแนบชิดริมฝีปากกันฉันก็พูดออกไป 

         รับทิป…ฝันไปเถอะ! จะไม่มีวันที่หมอนั่นจะได้รับทิปจากนางแมวตัวไหนทั้งนั้น เซ้นส์ผู้หญิงมันแรงนะยะแค่ฉันมองหน้ายัยปิรันย่าผ่านหน้าจอเล็กๆฉันก็รู้แล้วว่ายัยนี่น่ะไม่ธรรมดา ดวงตากลมโตใสซื่อนั่นน่ะแฝงไปด้วยร้ายกาจ หึ! โอ๊ะ…แล้วอย่างนี้ตอนกลางคืน…

 

“เซ็นคะ…ซอนย่ารู้สึกไม่ค่อยดีเลยน่ะค่ะที่ให้ทิปคุณน้อยเกินไป…เอ…หรือว่าให้เบาเกินไปมากกว่าคะ คุณช่วยบอกหน่อยสิว่านางแบบของคุณคนอื่นๆ ให้ทิปคุณหนักแค่ไหน…” แขนดุจลำเทียนโอบรัดรอบลำคอแกร่งก่อนจะยกสะโพกกลมกลึงขึ้นจะคร่อมตักหนา ดวงตาเคลือบความยั่วยวน มือเรียวสวยอีกข้างลูบไล้ไปตามแผงอกแกร่ง 

“ก็แล้วแต่คนแต่ผมเป็นคนไม่เอาเปรียบผู้หญิงอยู่แล้ว ถ้าพวกเธอจ่ายหนักผมก็ยินดีรับด้วยความเต็มใจและพร้อมจะจ่ายให้คืน…” มือหนาเอื้อมไปด้านหลังดึงสายบิกินี่ออกอย่างช้าๆ ดึงร่างบางบนตักเข้าสู่วังวนที่เขาสร้างขึ้นจนกระทั่งบิกินี่สีแดงสดหลุดออกเรือนร่างสวยก่อนร่างบางบนตักจะค่อยๆโน้มตัวไปด้านหน้าผลักร่างสูงให้เอนตัวราบไปกับเตียงพร้อมกับบดขยี้ริมฝีปากบางอย่างเร่าร้อนของคนบนตัว 

 

“สาบานว่านายจะไม่ตายดี ไอ้!!! ไอ้เสือเจ้าชู้” ด้วยความอินฉันเลยนั่งเต้นเร่าๆเป็นบ้ากับความคิดตัวเองที่มันช่างจินตนาการในเรื่องที่เคยเป็นความจริงและไม่รู้ว่าหมอนั่นจะตัดคำว่า ‘เคย’ ทิ้งออกไปหรือยังบางทีอาจจะตัดทิ้งวันนี้ก็ได้ ไม่ได้การล่ะฉันจะไม่ยอมปล่อยให้หมอนั้นได้ทิ้งลายแน่ ยังไงวันนี้ฉันก็ต้องเห็นสองคนนั้นกับตาตัวเอง เห็นทุกอย่างที่สองคนนั้นทำและทุกเวลาต่อจากนี้ไม่อย่างนั้นอย่ามาเรียกฉันว่านานะเลย!

“โอ๊ย!! นี่แกเป็นบ้าอะ…เอ๊ย! อะไรของแกเนี่ย?!” ยัยเร็นคงตั้งรับไม่ทันโวยวายออกมาทันทีที่คว้าข้อมือของมันฉุดกระชากร่างบางให้ลุกออกมาจากเก้าอี้ ตอนนี้ฉันเหมือนคนหูดับตาบอด การรออีกหนึ่งชั่วโมงให้หมอนั่นติดต่อมาไม่มีจริง ไม่รงไม่รออะไรทั้งนั้นเสียเวลาเพราะตอนนี้ความคิดมันบ่มไฟในตัวฉันให้เดือดพล่านและจะยิ่งกว่านี้ถ้าหากในอีกสองชั่วโมงเท้าของฉันยังไม่แตะชายหาด!

“ไปลาไฮน่ากัน!” ฉันส่งสายตาบังคับไปให้เพื่อน ไม่ใช่การเว้าวอน ขอร้อง เชิญชวนใดๆ ทั้งนั้น ฉันกำลังบอกเพื่อนรักผ่านสายตาและการกระทำว่ามันต้องไปกับฉัน ในความสัมพันธ์ของเราร่วม 5 ปี เพียงแค่มองตาก็รู้ใจว่าฉันกำลังจะทำอะไรแล้วยัยเร็นก็ไม่เคยทำให้ฉันผิดหวังมันคือนางฟ้าในคาบมาเฟียมาโปรดแต่ในวันนี้ วินาทีนี้ มันกำลังทำให้ฉันต้องผูกโบที่คิ้วพอเห็นใบหน้าสวยคมคายของเพื่อนรัก

“ห้ะ? ไปลาไฮน่า? ไปทำไม?” ดวงหน้าสวยคมเต็มไปด้วยความงงปนความสงสัย เลิกปลายคิ้วสูงเฉียดพระอาทิตย์ถามคำถามกลับมาให้ฉันแทนการก้าวเท้าเดิน ไปลาไฮน่าไปทำไม? แม่เจ้า! แม่เจ้า! ยัยเร็นถูกล้างสมองหรอ ปกติมันทันความคิดฉันตลอดเลยนะแล้ววันนี้เกิดบ้าอะไรขึ้นมาถึงรับบทเป็นมาเฟียตาใสวะเนี่ย มันรู้ตัวมั้ยว่ามันกำลังให้ไฟลามทุ่ง!

“ก็ไปจับตาดูอีตาเซ็นกับยัยปิรันย่านี่ยังไงเล่า! อย่าถามเยอะได้มั้ยยะเพราะยังไงแกต้องไปกับฉัน เราจะต้องถึงที่นั่นภายในสองชั่วโมง ไปเร็ว!” แล้วถ้าเกิดมันยังไม่ถอดร่างมาเฟียตาใส่แล้วยัดร่างมาเฟียตัวแสบกลับเข้ามาละก็ฉันจะเปลี่ยนที่ระเบิดอารมณ์เป็นบ้านสุดหรูในเขต 7 ย่าน ไวท์บล็อก บนถนนทางหลวง 134 แทน!

“ว๊าย! นี่ เดี๋ยวก่อนสิ” ไม่ดงไม่เดี๋ยวมันแล้วมันต้องไปกับฉันเดี๋ยวนี้! ฉันลากแขนร่างเพรียวอาบน้ำหอมออกมาหน้าร้าน ง่วนอยู่กับการล็อกร้านไม่ทันได้สังเกตความผิดปกติจนกระทั่งเสียงพราวเสน่ห์ได้ล่องลอยเข้ามากระทบโสตประสาท

“แล้วเราจะไปกันยังไง แกลืมไปแล้วหรอว่าแกทำฉันไหล่หลุดนะ อลัวก็ยึดกุญแจรถฉันไปแล้วด้วยวันนี้เลยต้องนั่งแท็กซี่มาหาแกเนี่ย ไม่ได้เอารถมาหรอกนะยะ!” ใบหน้ามันสะบัดพรึบมองเพื่อน เท้าเบรกดังเอี๊ยด ว่าไงนะ?! ไม่ได้เอารถมาหรอมันไม่ได้หลอกฉันเพราะขี้เกียจพาฉันไปหรอกนะ ฉันรีบสะบัดสายตาว้าวุ่นมองหารถซิ่งสีน้ำเงินคราม ไม่ขำเป็นต้องกวาดลูกตาดำให้ปวดตาเลยเพราะลานจอดรถด้านหน้ามันโล่ง…เฮ้ย! ไม่มีจริงด้วย ออดี้สีดำด้านที่มักจะเป็นตัวแทนของสกายไลน์สีน้ำเงินครามในยามวิกาลก็ไม่มี ที่จอดรถครั้งหนึ่งเคยแน่นเอี้ยดตอนนี้โล่งและว่างเปล่า ส่วนอาการบาดเจ็บของมันที่ฉันฝากเอาไว้ก็ยังไม่หายดีลืมไปสนิทเลยว่ามันอยู่ในช่วงกายภาพบำบัดอยู่ แล้วแบบนี้จะเอายังไงดีนะเนี่ยกองทัพของฉันไม่พร้อมอย่างนี้…รถก็ไม่มี…คนขับก็บาดเจ็บ…โอ๊ะ! คิดออกแล้ว

“ถ้างั้นนั่งแท็กซี่ไปเอารถที่บ้านแกเดี๋ยวฉันขับเอง!” นี่แหละไอเดียวของฉัน ในเมื่อยัยเร็นไม่พร้อมเราก็ย้อนไปฐานทัพแล้วเปลี่ยนหน้าที่กันซะเลยมันจะไปยากอะไร! ยังไงซะฉันก็ไม่มีทางปล่อยให้อีตาเซ็นรับทิปก้อนใหญ่จากแม่นางแบบปิรันย่านั่นแน่ๆ

“จะบ้าหรอ! มีหวังแกได้พาลูกไปเดินเล่นบนสวรรค์แน่ๆ รถฉันมันเกียร์ธรรมดานะเว้ยและที่สำคัญนี่มันรถซิ่งแกรู้มั้ยว่าความเร็วมันกี่แรงม้าแล้วแกขับเป็นหรอยะไอ้เกียร์ธรรมดาเนี่ยห้ะ? รถมินิสีหวานที่จอดแช่อยู่ที่คอนโดแกขับมันคล่องหรือยังเถอะเห็นซื้อมาขับได้ไม่กี่ครั้งระยะทางก็สั้นจุ๊ดจู๋บนถนนเส้นเดิมๆสุดท้ายก็ติดรถฉันไปเรียนอยู่ดีไม่ใช่หรือไง” เออใช่! โคตรของโคตรใช่เลยด้วย! โอ๊ยยย ทำไมอุปสรรคมันเยอะแบบนี้เนี่ย พระเจ้าก็ขัดขากันอยู่ได้ขอเถอะเส้นทางของฉันขอโรยด้วยกลับกุหลาบหน่อยได้มั้ย กลุ้มใจว้อย อยากจะกรี๊ดๆๆๆๆ เวรเอ๊ย!!! แบบนี้ฉันควรจะทำยังไงดีถ้าเกิดเซ็นเป็นอย่างที่โบราณว่าเอาไว้ ‘เป็นเสือต้องไว้ลาย’ แบบนี้ขึ้นมาฉันก็ต้องเป็นม่ายขันหมากนะเส้

“จะบ้าตายว้อย!!” ฉันขยี้ผมตัวเองยกใหญ่หน้าตาก็อยากจะร้องไห้แทบขาดใจ อับจนทุกหนทางในการทำหน้าที่ของศรีภรรยายอดเยี่ยมแห่งปี ฉันควรจะพาตัวเองไปเดินอยู่บนชายหาดลาไฮน่าด้วยวิธีไหนดีใครก็ได้ประทานทางเลือกให้ฉันหน่อยเถอะขอสักสองข้อก็แล้วฉันสัญญาว่าจะไม่พิจารณาเยอะ ห้าวินาทีเท่านั้นแหละในการตัดสินใจ

“ไม่ต้องถึงขั้นบ้าตายหรอกย่ะเก็บอาการไว้ตอนเจอหน้าแฟนของแกแล้วกัน” จู่ๆ ยัยเร็นก็เปลี่ยนน้ำเสียงให้เป็นดังเดิมแม้ใบหน้าสวยคมคายจะส่ายไปมาเบาๆ แต่ว่านี่แหละ นี่คือสิ่งที่ฉันเฝ้ารอ น้ำเสียงแบบนี้ แววตาแบบนี้ คำพูดแบบนี้ ยัยมาเฟียตัวแสบกลับเข้าร่างแล้ว เยส! เยสสสสส ไฟความหวังในการพาตัวเองไปเดินอยู่บนชายหาดลาไฮน่าอยู่ใกล้แค่เอื้อมและสามารถเอื้อมถึงได้เมื่อมันกำลังกดโทรหาใครบางคน

“อยู่ไหน? พอดีเลยเอารถนายมาให้ฉันยืมหน่อยสิ ฉันต้องใช้รถโดยด่วนพาคุณแม่สติแตกไปทำภารกิจจับตาดูผัวน่ะที่หาดลาไฮน่า ห้ะ? อลัว? ก็อย่าบอกหมอนั่นสิยะ! ไม่รู้ล่ะงานนี้นายมีเอี่ยวด้วย อยู่ที่ร้านนาน ขอภายในเจ็ดนาที โอเค…” ระหว่างฟังมันพูดสมองฉันก็นึกเดาไปด้วยว่าปลายสายเป็นใครเพราะผู้ชายรอบตัวยัยเร็นเยอะเหลือเกิน คณะวิศวะทั้งคณะก็เพื่อนมันทั้งหมด อ๊ะๆ อาจจะเป็นบอสหรือเปล่าเพราะมันพึ่งบอกไปทำเรื่องจบกับบอสมานี่ในยามวิกาลแบบนี้แต่อลัวพ่อหัวหน้านักเลงตัดทิ้งไปได้เลยอย่างเขาไม่เหมาะสุดๆในการจะต่อสายไปขอความช่วยเหลือนอกจากเขาจะไม่ช่วยแล้วพวกเราอาจจะโดนรวบตัวจับมัดไว้ในร้านแล้วนั่งหน้าจ๋อยเพราะโดนเขาปรับทัศนคติ

         บรึ๊น! บรึ๊น! ยังไม่ทันจะได้ไล่รายชื่อต่อเสียงเครื่องยนต์คำรามมาแต่ไกลดึงความสนใจจากฉันให้โฟกัสรถซิ่งสีส้มเลี้ยวเข้ามาจอดตรงหน้าของพวกเรา โอ๊ะโอ่…ดูเหมือนว่าเกมเดาชื่อคงต้องยุติลงแล้วล่ะเพราะผู้ชายที่ก้าวลงมาจากรถ ดวงตาสีอ่อน เป็นคนที่ใกล้ตัวยัยเร็นมากที่สุดพ่วงหลายตำแหน่ง ลูกน้องคนสนิท ผู้จัดการร้านและน้องชายจากลอสแองเจลิส

“โห~ ท่าทางจะเป็นภารกิจที่สำคัญมากเลยนะครับเนี่ย” รอยยิ้มหวานละมุนตามสไตล์เด็กอเมริกาเฉิดฉายเข้าตาพวกฉันรับแสงแดดยามเที่ยง อยู่กับยัยเร็นมาตั้งนานแต่ไม่เคยจำได้สักทีว่าพีทขับรถรุ่นอะไรคงเพราะหมอนี่เป็นแวมไพร์ด้วยแหละจะเจอหน้าเจอตาได้ก็ต่อเมื่อตะวันลับขอบฟ้าไปแล้วช่วงแดดจ้าๆร้อนผิวแบบนี้ไม่ค่อยจะได้เจอหน้าเขาหรอกนอกจากยัยเร็นเรียกมาอย่างตอนนี่นี้แหละ แต่ถือว่ายัยเร็นตาถึงมากขืนเป็นเดม่อนหรือโจชัวรับรองว่าอีตาเซ็นไหวตัวทันแน่นอนต่อให้ยัดเงินใส่มือสองคนนั้นปากก็คงสว่างอยู่ดี

“ก็ลองดูหน้าเพื่อนฉันสิจะพาฉันบ้าไปด้วยแล้วเนี่ย ขอยืมสักสองสามชั่วโมงนะพีทแล้วเดี๋ยวขับไปคืนที่คอนโด อ้อ! แต่ถ้าเกิดนานกว่านั้นยาวไปถึงตอนเปิดร้านก็หาข้ออ้างกับอลัวไปแล้วกันว่ารถนายหายไปไหน got it?”

“Yes sir! Got it ผมจะพยายามครับถึงแม้ว่าเปอร์เซ็นต์ที่เฮียจะเชื่อมีน้อยนิดก็ตาม ยังไงก็ขอให้ปิดภารกิจด้วยความแฮปปี้นะครับ อย่าวู่วามล่ะคุณนานะ โชคดีครับ” ดวงตาคมสีน้ำข้าวทิ้งสายตาล้อเลียนเอาไว้ก่อนจะเดินจากไปขึ้นแท๊กซี่ตรงหน้าถนนในซอยที่ขับออกมาจากด้านในซอยพอดี อะไรน่ะ ภารกิจของฉันมันตลกมากนักหรือไงทำไมเขาถึงมองฉันด้วยสายตาแบบนั้น ใช่ซี่! หมอนั่นยังไม่มีความรักนี่แถมเป็นผู้ชายอีกต่างหากองค์ประกอบของหัวใจต้องทนทานกว่าผู้หญิงท้องอ่อนอย่างฉันอยู่แล้วก็คงทำมาจากหินอัคนีไม่ต่างจากอีตาลูกครึ่งญี่ปุ่นที่หายหัวไปตั้งแต่หัววันจนกระทั่งตอนนี้ฉันยังไม่ได้ยินการแจ้งเตือนหรือเสียงเรียกเข้าสักแอ่ะจะบอกว่าฉันหูดับเพราะเมาความหงุดหงิดก็ไม่ได้เพราะฉันเปิดเสียงทุกอย่างจนสุดย่ะ

“เอาล่ะยัยคุณแม่สติแตก ถือว่าเราลงเรือลำเดียวกันแล้วนะถ้าเรื่องนี้ถึงหูอลัวแกต้องมานั่งฟังหมอนั่นเทศน์กับฉันด้วย แกรู้ป้ะว่าหมอนั่นเดินสายแฟนขี้บ่น บ่นฉันทั้งวี่ทั้งวันตั้งคืนนั้นหูฉันเนี่ยชาไปหมดแล้วอีกนิดเดียวก็หนวกล่ะทุกวันนี้ต้องสะกิดนะเพราะถ้าเรียกฉันคงไม่ได้ยินนอกจากเสียงเหี้ยมๆ ของหมอนั่นวิ้งอยู่ในหู” ยัยเร็นยืนบ่นไปพลางตีหน้ายุ่งไปดูจากสีหน้ามันแล้วเนี่ยคงโดนมาสาหัสจริงๆ เพราะปกติแล้วมันจะบ่นแต่ว่า ‘หมอนั่นประสาทโคตรๆ เลยฉันไม่น่าหลงผิดไปคบด้วยเลย!’ ‘แกรู้ป้ะว่าฉันโดนหมอนั่นแกล้งอีกแล้ว!’ ‘นานะแกฉันด้วยฉันกำลังประสาทแดก!’ นี่แหละสามประโยคเกริ่นยอดฮิตจากมันแต่วันนี้มาแหวกแนวสงสัยคืนนั้นมันคงจะ…หือ…คืนนั้นหรอ? พอมาเรียบเรียงคำพูด ‘คืนนั้น’ กลับเป็นคีย์เวิร์ดที่สะกิดใจฉัน

“คืนนั้น...คืนไหนวะแก” ฉันตัดสินใจถามออกไปตรงๆ คิดไม่ออกจริงๆ นี่นาว่ามันหมายถึงคืนไหนบางทีฉันอาจจะพลาดอะไรไปก็ได้เพราะช่วงที่ผ่านมาฉันก็มัวแต่ยุ่งกับเรื่องของฟางไม่ได้ติดต่อยัยเร็นกับมาหยาเลย สงสัยจะมีวีรกรรมของมันเกิดขึ้นในช่วงนั้นแน่ๆอลัวถึงได้บ่นและยึดกุญแจรถไปอย่างนั้นปกติอลัวใจดีจะตายฉันไม่เคยเห็นเขาขัดใจยัยเร็นเลยเอาแต่ปั่นประสาทมันอย่างเดียว

“ก็คืนที่ฉันจะไปยิง…” ยิง… ฉันตั้งหน้าตั้งตาฟังลืมเรื่องที่คิดจะทำไปชั่วขณะแต่แล้วเสียงพราวเสน่ห์ก็หยุดไปดื้อๆ ใช้ดวงตาคมสีแอมเบอร์จับหน้าฉันค้างไม่ยอมพูดต่อมีเพียงเสียงเอ่อๆอ่าๆรำพึงออกมาเบาๆ เฮ้ ยิงอะไรอ่ะ ยิง…? ว่าต่อสิยะมันจะเว้นให้ฉันเติมคำในช่องว่างอีกนานมั้ย ยิงอะไรรีบพูดต่อเร็วๆ สิ ยิง…

“เอ่อ…ซ้อมยิงปืนน่ะ คืนนั้นฉันนัดพีทไว้ที่สนามยิงปืนก็เลยแอบหนีออกจากบ้านตอนหมอนั่นหลับแต่แหม่…หมอนั่นคือผู้รู้ รู้ทุกอย่างเลยตามมาจ๊ะเอ๋อยู่ด้านหลังพวกฉันตอนกำลังยิงปืนพอดีก็เลยโดนสวดยับจนถึงตอนนี้นี่แหละก่อนออกจากบ้านก็พึ่งโดนไปอีกบท…” อ๋อ อย่างนี้นี่เอง~ ก็แค่เนี่ยมันจะเว้นช่วงไปทำไมให้เสียเวลาไม่เข้าใจก็นึกว่าไปยิงใครมาซะอีกตกอกตกใจหมด

“เออๆ ยังไงก็แล้วแต่ถ้าแกมีเหตุผลดีๆ ที่จะทำให้พวกเรารอดจากเสียงบ่นน่าเบื่อของหมอนั่นกรุณาควักมันออกมาด้วยนะเพคะ” มันพูดทิ้งท้ายก่อนจะเอียงคอเล็กๆพเยิดไปทางรถซิ่งสีส้มที่ส่งเสียงคำรามอยู่ก่อนแล้ว ฉันกับมันจึงยุติบทสนทนาชั่วคราวก้าวขาสวยๆของพวกเราขึ้นรถคนละฝั่งทว่าตำแหน่งคงเดิมก่อนจะปิดประตูดังปังเมื่อหย่อนสะโพกบนเบาะหนังสีดังเรียบร้อยแล้วบทสนทนาจึงขึ้นไฟเขียวเริ่มประเด็นต่อ

“ย่ะ! รับรองว่าจะหาเหตุผลดีๆ มาร่ายให้ฟังและต่อจากนี้แกจะสบายหูไปอีกนาน เชื่อมือฉันเถอะฉันเคยทำให้แกผิดหวังด้วยหรอยัยเพื่อนรัก แต่ค่ะแต่…แต่แกต้องทำเวลาให้ฉัน ขอเป็นภายในสองชั่วโมงจุดหมายคือหาดลาไฮน่า deal or not…” ของฟรีไม่มีในโลกไม่ว่าจะต้องจ่ายด้วยอะไรเพื่อกคว้าสิ่งนั้นมาก็ต้องจ่าย อย่างฉันกำลังจะจ่ายด้วยเหตุผลสุดวิเศษที่จะทำให้มันหลุดจากห้องปกครองจากพ่อทูนหัวเพื่อแลกกับการที่ตัวฉันไปอยู่บนหาดลาไฮน่าเพื่อพิสูจน์ใจคน

“หึ แกกำลังพูดอยู่กับใครมิทราบ สองชั่วโมงยังมากไปด้วยซ้ำ อ้อ…อีกเรื่องๆ หลังจากจบภารกิจนี้อย่าลืมให้เซ็นพาไปเช็กสติด้วยล่ะ เกาะให้แน่นๆ นะยัยคุณแม่สติแตก” ได้เลย…ฉันสัญญาว่าจะไปเช็กสติแต่ก่อนอื่นขอเช็กคู่หมั้นสุดหล่อก่อนก็แล้วกัน ฉันหาที่ยึดเกาะตามคำบอกเพราะรู้ดีว่าในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้ารถซิ่งคันนี้จะแปลงร่างเป็นเครื่องบินเจ็ตที่ติดเทอร์โบอีกชั้น

         ยัยเร็นหยิบแว่นกันแดดในกระเป๋ามาใส่ ส่งมือขวาไปจับพวงมาลัยมั่น มือซ้ายกุมเกียร์ รองเท้าบูตสีดำเลียเร่งส่งเสียงเครื่องยนต์ให้คำรามกระหึ่มเป็นจังหวะ ยิ่งเสียงเครื่องยนต์คำรามแรงความเดือดดาลของฉันมันก็ยิ่งพลุ่งพล่านก่อนจะโยกเกียร์ไปด้านหน้าเปลี่ยนเป็นเกียร์หนึ่งกระชากรถซิ่งสีส้มให้พุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็ว

         ระหว่างนั้นฉันก็หยิบโทรศัพท์ออกมาเช็ก อื๊อ…เงียบกริบ ไม่มีข้อความ ไม่มีมิสคอล โอเค๊ ไม่ว่ากันเพราะอีกไม่นานฉันก็จะได้รู้แล้วว่าเขาทำอะไรอยู่ ซอนย่า เคลลี่หรอ…หึ! คอยดูเถอะเซ็นถ้าหากนายังทำตัวเป็นเสือไว้ลายละก็เราจะได้เห็นดีกัน

 

รับรองว่าฉันจะจัดสาสมใจเลยทีเดียว!

 

“One and a half hour ไงยะ…ก็บอกแล้วสองชั่วโมงมากไปด้วยซ้ำ” ยัยมาเฟียตัวแสบคาดแว่นกันแดดขึ้นแล้วหันมาขยิบตาหลังจากแตะเบรกจอดรถเทียบชายหาดไม่ถึงหนึ่งนาที เบรกมือถูกดึงขึ้นดังกึกพร้อมกับเบลล์ที่ถูกปลดก่อนร่างเพรียวผละออกไปนอกรถ ก็ตามนั้นเลย…ฉันไม่แย้งว่าสองชั่วโมงมันมากเกินไปสำหรับยัยเร็นจริงๆ เพราะดูเหมือนหนึ่งชั่วโมงครึ่งก็เพียงพอ กู๊ดเกิร์ลค่ะเบบี๋ แกไม่เคยทำให้ฉันผิดหวังจริงๆแกมันคือนางฟ้าในคราบมาเฟียเพื่อมาโปรดคนอย่างฉันยัยเพื่อนตัวแสบ ต่อไปก็เป็นเวลาของฉันแล้วสินะถ้างั้นฉันคือเพิ่มตอนพิเศษของละครเรื่อง ‘มีเสือเป็นคู่หมั้น’ ณ บัดนี้

สาม สอง หนึ่ง แอคชั่น!

         ฉันก้าวลงจากรถซิ่งอย่างสง่าหากแต่สายตามองไปไกลถึงชายหาดสีเหลืองตรงหน้า ลูกตามันกวัดแกว่งหากองถ่ายแบบในระยะร้อยเมตร ก็ถ้าหากนัดมาถ่ายที่ทะเลได้โลเคชั่นก็คงไม่พ้นท้องฟ้าสีครามกับท้องทะเลหรอก เซ็นกับยัยปิรันย่าต้องปักหลักขากล้องอยู่โซนไหนสักโซนของหาดแน่ๆ Ok let’ s go!

“เซ็น…อีตาเซ็น…ไอ้ถั่วฝักยาว…ไอ้เสือเจ้าชู้…ไอ้โรคจิต…ไอ้บ้า…” สมองทุกส่วนถูกฝังลึกให้จดจำแต่ชื่อนี้ราวกับทุกฉายาของเขาที่ฉันเคยเรียกมันฝังอยู่ก้นบึ้งของหัวใจต่อให้ไม่ได้เรียกนานแค่ไหนก็ไม่มีลืม ฉันสั่งการดวงตาไล่หาร่างสูงที่คุ้นเคยจากฝูงชนบนชายหาด ไม่หวั่นแสงอาทิตย์เจิดจ้าในยามบ่าย ไม่หวั่นกับผิวขาวนุ่มจะไหม้แดง ไม่หวั่นตะคริวขึ้นตา ไม่หวั่นอะไรทั้งนั้นเพราะถ้าฉันหวั่นแม้แต่นิดเดียวหัวใจที่หวาดหวั่นอยู่ลึกๆคงทะยานออกมาแผลงฤทธิ์ทิ่มแทงอกข้างซ้ายให้เจ็บตัว

         ฉันกวาดสายตาต่ออย่างไม่ลดละจนกระทั่งร่างสูงที่คุ้นเคยสะท้อนอยู่ในดวงตาแต่ระยะทางนั้นไกลเหลือเกินตัวของเขานั้นเล็กมาเลยขยับขาก้าวเดินหน้าไปอีกนิด…อีกนิดและ…บิงโก! นาย เซ็นได ช่างภาพหนุ่มสุดฮอตแห่งปี 2020 เจอตัวแล้ว! ตอนนี้เขากำลังขะมักเขม้นกับการกดชัตเตอร์อยู่ตรงโขดหินอันใหญ่

“เย็ยเร็นฉันเจอตัวหมอนั่นแล้ว!” ฉันสาดเสียงส่งๆ บอกเพื่อนเพราะไม่แน่ใจว่ามันได้เดินตามมาหรือเปล่าแต่กลิ่นหอมจากตัวของมันเหมือนคำตอบที่ดีที่สุดฉันเลยไม่หันไปมองเพื่อนเพราะไม่อยากละสายตาจากกองถ่ายตรงหน้าด้วย แหม! โพสต์ท่าได้เซ็กซี่ไม่หยอกเลยนะยะแม่คุณ บิกินีก็สวยดีนี่ เฮอะ! เห็นแล้วอดที่จะกลอกตาใส่ไม่ได้จริงๆ เข้าใจเลือกงานเหมือนกันนะอยากจะรู้นักว่าถ้าเป็นงานถ่ายสินค้าเกี่ยวกับเด็กทารกไอ้เสือเจ้าชู้รายนั้นยังจะรีบแจ้นมาแต่เช้าแล้วหายหัวไปอย่างนี้หรือเปล่า

“อ๋อ เออ ดีใจด้วยนะ” คำตอบจากน้ำเสียงอู้อี้ให้ฉันอดใจไม่ไหวต้องยอมละสายตาจากกองถ่านแบบข้างหน้าหันมองเพื่อนให้ไวแล้ววันนี้ฉันก็ได้รู้ว่าคนที่ควรกลอกตาใส่มากที่สุดไม่ใช่เซ็นแต่เป็นเพื่อนตัวแสบมาพร้อมออปชั่นเสริม หมวกใบใหญ่เก๋ๆ เหมาะสำหรับมาถ่ายรูปเก๋ๆ บนชายหาด แว่นกันแดดสุดปังซ่อนดวงตาคมสวยและน้ำมะพร้าวหอมๆ หวานๆ ชุ่มชื่นคอที่หลอดสีสันกำลังคาอยู่ที่ริมฝีปากต่างหาก! โอ้มายกอตเนส! เมื่อไหร่? มันหายตัวไปซื้อน้ำมะพร้าวมาดูด ไปซื้อหมวกมาใส่ตั้งแต่เมื่อไหร่?!

“สาบานเถอะว่าแกไม่ได้อยากมาที่นี่เลย” นอกจากอดใจไม่ไหวแล้วยังอดไม่ได้ที่จะเหน็บเพื่อนตัวแสบไปสักทีด้วยความหมั่นไส้ ตอนนั้นมาทำหน้างงตาใสรับมุกฉันไม่ทันตอนนี้พร้อมกว่าฉันอีก สุดปัง ปัง ปัง ปัง ปังปุริเย่มากค่ะ! ดีนะเนี่ยที่มันไม่แปลงโฉมใส่บิกินี่อวดหุ่นด้วยอ่ะไม่งั้นนะฉันจะเหวี่ยงมันไปเป็นนางแบบแทนยัยนั่น

“ก็ไม่ได้อยากมาแต่พอมาถึงที่แล้วเลือดสาวเมกามันพลุ่งพล่านได้กลิ่นทะเลไม่ได้ ฉันบอกเลยนะว่าถ้าได้ขับลูกรักมาบิกินี่จากเซตคตอเรียซีเคร็ทคอลเลคชั่นล่าสุดอยู่เบาะหลังจะประจักษ์ต่อฝูงชน ฉันบอกแล้วว่าไม่ได้อยากมาเลยสักนิด ไม่ได้อยากมาเลยจริงจิ๊ง” จ้า จ้า เชื่อแล้วว่ามันไม่ได้อยากมาเลยจริงจริ๊ง ฉันเบ้ปากมองบนแรงๆก่อนจะรับแว่นกันแดดอีกอันจากในมือสวยสีน้ำผึ้งมาใส่ แล้วถ้าอยากมาไม่ทราบว่าจะขนาดไหนยะแม่คุณแค่นี้ก็สุดปังกว่าชาวบ้านที่เขาตั้งใจมาแล้วย่ะยกเว้นแต่สาวสวยผมสีมะฮอกกานีกับวันพีทสีขาวสุดเซ็กซี่นั่นที่วันนี้ยัยเร็นอาจจะต้องยกธงขาวยอมแพ้ อ๊ะๆ ดูสิๆ กำลังโพสต์ท่าใหญ่เลย แต่ด้วยระยะทางที่ไกลและต้องคอยหรี่ตาเพิ่มความคมชัดอยู่บ่อยๆ ฉันจึงลากยัยเร็นมาขลุกอยู่ที่บังกะโลเล็กๆริมหาด เลือกโต๊ะสำหรับสองที่ทำเลทองหลบมุมพอดีแถมยังอยู่ใต้ร่มเงาต้นมะพร้าวเหมาะสำหรับการจับตาดูพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงของอีตานั่น

“ขอโคโรน่ากับน้ำส้มคั้นค่ะ” ฉันสั่งเครื่องดื่มง่ายๆ สำหรับพวกเราด้วยความรวดเร็วใช้เวลาไม่กี่วินาทีในการสั่งและจดจำใบหน้าของเจ้าของร้านก่อนสมองมันจะสั่งการให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อตวัดสายตาทอดออกไปยาวๆตรงโขดหินที่เก่า อยากจะขอโทษคุณเจ้าของร้านเหลือเกินที่ฉันเสียมารยาทแต่ฉันเลือกแล้วว่าการเสียมารยาทครั้งนี้มันจะเป็นผลดีกับฉันต่อไปในภายภาคหน้า

“ฉันละนับถือแกจริงๆ เลยว่ะนานะอะไรมันทำให้คนที่หวงแหนความโสดจนครองโสดมา 24 ปีอย่างแกเปลี่ยนมาเป็นเมียขี้หวงตามจับผิดผัวได้วะ นี่แกมาไกลมากนะรู้ตัวป้ะเนี่ย ปล่อยวางบ้างเถ้อ เฮ้อ~ ไม่งั้นแกได้เป็นบ้าของจริงแน่ๆ ไม่พอนะลูกแกก็จะบ้าด้วยเพราะได้รับความเครียดจากแม่” อ้าว อ้าว พูดแบบนี้ก็สวยสิยะยัยมาเฟียแถมยังมาแช่งเจ้าตัวน้อยสี่สัปดาห์พ่วงตำแหน่งหลานรักของมันได้ลงอีกต่างหาก ฮัลโหลเฟรนด์~ ฮัลโหล~ การที่ฉันมาไกลถึงขนาดนี้มันก็ต้องมีเหตุผลสิยะ เหตุผลที่มีน้ำหนักน่ะเก็ทป้ะ ไม่มีใครบ้าอยากจะมาว้าวุ่นใจให้เสียสุขภาพจิตหรอกย่ะถ้าอดีตที่ผ่านของหมอนั่นไม่ดำมืดแบบนี้น่ะ ฉันว่านะยัยเร็นต้องไม่เข้าใจแน่นอนคงต้องเจียดเวลาสักสองสามนาทีในการอธิบาย

“นี่ นี่ นี่! แกอย่ามาป้ายความผิดให้ฉันนะ แกน่ะไม่เข้าใจอะไรก็ถ้า…” ประโยคหลังไม่ทันจะได้เอื้อนเอ่ย นางฟ้าในตัวเพื่อนก็แสดงอิทธิฤทธิ์พูดแทรกขึ้นมาในทันทีให้ฉันต้องชะงัก

“เซ็นรับสายแกคงไม่ต้องถ่อมาถึงนี่หรอกใช่มั้ย?” ก็ใช่…

“แล้วมันจริงมั้ยล่ะ เหตุมีมาให้คิดมากผลก็ต้องเกิดอยู่แล้ว!” และผลคือการที่ฉันถ่อมานั่งอยู่ใต้ต้นมะพร้าวคอยจับตาดูหมอนั่นอยู่ตรงนี้ไงเหตุคือหมอนั่นไม่รับสาย ก็ถูกป้ะ? แกทเชื่อมโยงง่ายๆ แล้วเหตุกับผลมันสัมพันธ์กันมั้ยล่ะตอบ! Of course! โคตรของโคตรสัมพันธ์กันเลยแหละ

“ก็โน่นไงเหตุของแกแหกตาดูโน่นนน เขาทำงานอยู่แกเห็นมั้ยโน่นน่ะกำลังตั้งใจทำงานอย่างสุดความสามารถเขาจะเอาเวลาที่ไหนไปติดต่อแก งานพวกนี้ถ่ายกันเป็นเซตแต่ล่ะเซตก็ใช้เวลาแล้วตากล้องอย่างเขาก็ต้องคอยเช็กหน้าจออีกว่ารูปใช้ได้หรือเปล่าในขณะที่คนอื่นเบรกอยู่ ที่เมกาฉันก็เคยผ่านงานถ่ายแบบมาบ้างเห็นเบื้องหลังยังเหนื่อยแทนเลยแกก็ต้องเข้าใจเขาหน่อยสิวะ นี่ฉันเป็นห่วงนะเนี่ยไม่อยากให้แกคิดมากจนทำให้แกเครียดเพราะยังไงนี่ก็คืออาชีพของเขาและแกจะต้องอยู่ตรงนี้ไปอีกนานถ้าแกไม่ปรับตัวแกน่ะจะแย่เอา” แย่? แล้วยังไงฉันควรนั่งรออยู่เฉยๆจริงหรอ คนเรามันลบความว้าวุ่นใจออกไปง่ายๆได้ซะที่ไหน ไม่ใช่ทุกคนนี่ที่จะใจนิ่งเหมือนอย่างมัน ฉันก็เป็นผู้หญิงคนนึงที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่เหมือนกันนะ!

“แล้วจะเจียดเวลาสักห้านาทีโทรหาฉันหน่อยไม่ได้หรือไงกันละ มันจะไม่มีเวลาให้พักหายใจเลยหรือไง ถ้าเขาคิดถึงฉันสักนิดเขาต้องหาเวลาติดต่อมาได้อยู่แล้วมันไม่ยากเกินความสามารถของเขาหรอก เฮอะ!” ฉันคอแข็งใส่ยัยเร็นไม่ยอมเหมือนกัน มันก็พูดง่ายนี่แต่สิ่งที่มันพูดทำยากกว่าอะไรทั้งหมดขนาดเรื่อยง่ายๆ ที่หมอนั่นควรจะทำแค่เจียดเวลาโทรมาทักมายังไม่คิดจะทำเลยถ้าเกิดฉันไม่ตามมาถึงนี่จะได้รู้มั้ยว่าเขายังมีชีวิตอยู่ ชิ! ไม่รู้ละใครจะมาหาว่าฉันสติแตกก็ตามใจ I don’ t care I don’ t care anymore! เพราะสิ่งที่ฉันทำไปทั้งหมดก็เพื่อดูใจคน เคยได้ยินคำนี้กันมั้ย ‘เหตุการณ์บางอย่างก็สามารถพิสูจน์ใจคนได้’ ถ้าเขายังไม่สิ้นลายฉันก็ควรจะปล่อยให้เขากลับไปอยู่ในโลกของตัวเองส่วนฉันก็จะอยู่ในโลกของฉันอย่าได้คิดจะย่างก้าวเข้ามาในโลกของฉันกับลูกเด็ดขาดรับรองว่าจะไม่ตายดี

“ก็เข้าใจแต่…เอ้าๆ ตามใจก็แล้วกันแต่งานนี้ฉันอยู่ข้างเซ็นนะเพราะฉันมั่นใจว่าเขาทิ้งอดีตตัวเองไปตั้งแต่รู้หัวใจตัวเองแล้ว เฮ้อ~ แกนี่มันควรสวมมงกุฎเมียประจำปีจริงๆ” เรือนผมสีดำขลับปลิวไหวตามแรงลมขณะที่เจ้าตัวกำลังส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมระอากับคนอย่างฉัน จริงๆ หน้าไม่ต้องส่ายก็ได้เดี๋ยวจะพลาดคอเคล็ดเพราะแค่น้ำเสียงมันฉันก็รู้แล้วว่ามันเพลียใจกับฉันขนาดไหน

“งั้นก็เอามาสิยะฉันจะได้เอามาประดับหัว!” ฉันกระแทกทั้งเสียงทั้งถลึงใส่ยัยเพื่อนทรยศด้วยความโมโหที่บังอาจแปรพักตร์ไปอยู่ข้างเซ็นแถมยังเหน็บกันไม่เลิก ยัยบ้า! กะจะไม่ให้ฉันมีที่ยืนเลยหรือไงยะนี่ฉันเป็นเพื่อนรักแกนะเว้ย 5 ปีเชียวนะลืมไปแล้วหรอเจอความละมุนของหมอนั่นหน่อยก็ตัดสายสัมพันธ์กันเลย ฮึ้ย!! แต่แล้วหมวกใบใหญ่ที่เคยอยู่บนหัวของมันก็ย้ายแปรพักตร์มาอยู่บนหัวของฉันเหมือนกัน

“อ่ะนี่ย่ะมงกุฎเอาไปใส่ซะเพราะว่าที่คุณพ่อกับนางแบบสาวสวยกำลังเดินมาทางนี้” เฮ้ย! จริงดิ

         พรึบ! หน้ามันกระตุกหันสุดคอเหมือนมีเชือกเส้นเล็กๆ ผูกติดที่ใบหน้าของฉันกับมือของยัยเร็นที่กระตุกหนึ่งครั้งหน้ามันก็หันไปยังเป้าหมายทันที จริงด้วย! เซ็นกำลังเดินทอดริมหาดคุยกับยัยปิรันย่าอย่าสนิทสนม เครื่องปั่นไฟในหัวมันก็ทำงานทำทันปั่นความฉันของฉันให้เดือดปุดๆ สวนทางกับลมทะเลเย็นๆ แหม่ แหม่ ก็ไม่ได้ยุ่งขนาดนั้นนี่ มีเวลามาเดินทอดชายหาดคุยกันกระหนุงกระหนิง หน็อย! คิดว่าถ่ายฉากโรแมนติกกันอยู่หรอยะ?! อยากจะวิ่งไปขอมีดอีโต้จากลุงคนขายน้ำมะพร้าวมาเฉาะหัวทุยๆของหมอนั่นแทนว่ามีความคิดที่จะโทรหาฉันบ้างหรือเปล่าหรือเล่นมุกตลกเมียตายกับยัยนั่นไปแล้ว!

“ฉันว่าสองคนนั้นกำลังเดินมาทางนี้นะ” อ๊ะ! จริงด้วย ยัยเร็นพูดถูกเป๊ะเพราะทิศทางเดินของทั้งสองคนมีเป้าหมายเป็นบังกะโลที่ฉันผันให้มันเป็นฐานลับชั่วคราวฉันเลยจับหมวกจัดแว่นให้เข้าที่เพราะมันแค่ไม่กี่โต๊ะหรอกแต่ละโต๊ะก็มีระยะห่างกันและกันพอตัว อุ้ย! มากันแล้วๆ

         ร่างสูงของเซ็นกับยัยนั่นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ตัวฉันก็ยิ่งหดเล็กลงไป เอาล่ะ เลือกที่นั่งเลยไอ้เสือร้าย เลือกเลย เลือกเลย…ฉันลุ้นอยู่ในใจว่าโต๊ะหมายเลขอะไรจะเป็นโต๊ะมงคลเพราะไม่ว่าเขาจะนั่งตรงไหนก็อยู่ในรัศมีเรด้าของฉันทั้งหมดเขาจะไม่มีวันรอดไปได้และมันจะใกล้หูใกล้ตาสุดๆ ถ้าเขาเลือกโต๊ะข้างๆ ฉันแบบนี้...

โอ้มายกอต! ความดันขึ้นแม่จะเป็นลม

“คิกคิก~” และขอบคุณสำหรับเสียงหัวเราะน่ารักๆ จากคนทรยศ โว๊ยยย!!! เกินไปแล้วนะพระเจ้า มา! ขี่เมฆลงมาเดี๋ยวนี้ขอตบกับพระเจ้าสักฉาดหน่อยเถอะหมั่นไส้มานานแล้ว โต๊ะก็มีตั้งเยอะทำไมถึงต้องมานั่งโต๊ะข้างกันด้วยละเนี่ย พรหมลิขิตมันจะบันดาลชักพาอะไรตอนนี้ ฉันรู้ว่าคู่กันแล้วไม่แคล้วกันแต่ตอนนี้แคล้วออกไปอีกสักสองโต๊ะได้มั้ยเล่านี่มันใกล้กันเกินไป๊แบบนี้ก็โป๊ะแตกกันพอดีนน่ะสิ เวรเอ๊ย!!!

“นี่! เนียนๆ สิยะจะเอาเมนูปิดหน้าทำไมยัยบ้า” เสียงพราวเสน่ห์หรี่วอลลุ่มลงพร้อมกับเหวี่ยงขาเตะขาฉันข้างใต้โต๊ะเต็มเหนี่ยวพอเห็นฉันลุกลี้ลุกลนรีบคว้าเมนูเครื่องดื่มขึ้นมาปิดหน้า ฉันกัดฟันแน่นทนกับความเจ็บที่แล่นฉิวมาตามเรียวขาหดเกร็งขาด้วยความเจ็บกักขังน้ำตาอยู่ภายใต้แว่นกันแดดสีดำเพราะมันเตะเข้าหน้าแข้งฉันพอดีเป๊ะไม่เห็นจะเบาเหมือนน้ำเสียงเลย อื้อหือ…ยัยเพื่อนทรยศ! ฮือ เจ็บๆๆ กระดูกแตกหรือเปล่าเนี่ยบอกกันดีๆ ก็ได้นี่เตะมาซะเต็มแรงเลย! แต่ฉันก็ยังกัดฟันสู้ไม่ยอมเอาเมนูลงตามคำบอก เจ็บไม่ว่าแต่จะโป๊ะแตกไม่ได้! เกมมันพึ่งจะเริ่มจะมาความแตกตอนนี้ได้ยังไงมันจะไม่เร็วไปหน่อยหรอฉันเป็นถึงคู่หมั้นเสือนะยะจนกว่าจะจับได้คาหนังคาเขาจะไม่มีวันยอมให้แผนพังเด็ดขาด

“put it down” ยัยเร็นกัดฟันพูดส่วนฉันก็ยังคงทำตรงข้ามคือ pick it up! หยิบขึ้นมาบังหน้าบังตา ไม่! ฉันจะไม่วางลง

“Right now! จะมาจับโป๊ะเขาหรือให้เขามาจับโป๊ะแกกันแน่ยะ เอาลง!” มือเรียวสวยสีน้ำผึ้งกระชากเมนูออกจากมือของฉันตามด้วยลูกเตะพร้อมอารมณ์ที่มาเต็มเตะป๊าบสุดแรงใส่ขาฉันเข้าอย่างจัง

“อ๊ะ! ยัย…”

“อ่ะแฮ่ม!” กระแอมในลำคอครั้งเดียวเปลี่ยนทุกอย่างเมื่อรู้ว่าตัวเองได้หลุดออกจากการปฏิบัติภารกิจ ฉับรีบปิดปากที่กำลังจะสาดไฟใส่เพื่อนก่อนจะนั่งหลังตรงเป็นสง่าหยิบแก้วน้ำส้มมาจิบสวยๆ แต่หารู้มั้ยว่าที่ใต้โต๊ะนั้นมันมีแต่ความเจ็บแปลบ ฉันยกขาอีกข้างมาถูๆ กับหน้าแข้งที่โดนเตะขณะนั้นก็ส่งสายตาแค้นเคืองภายใต้แว่นกันแดดสีดำฉะกับยัยเร็นสลับกับเหล่ตามองผ่านช่องเล็กๆ ข้างแว่นว่างอีตาเซ็นรู้ตัวหรือเปล่า รู้ตัวมั้ยน้า…เมื่อกี้ฉันกะจะเหวี่ยงใส่ยัยเร็นเต็มที่เลยนะนั่น ขอร้องเถอะ…

“คุณจะดื่มอะไรดีครับ” ราวกับเสียงฟ้าประทานพระเพราะเขากำลังง่วนอยู่กับการสั่งเครื่อมดื่มลมหายใจมันก็ทอดออกมาอย่างโล่งอก ฟู่ว~ รอดตาย เกือบไปแล้วมั้ยละยัยบ้านานะ แกอยากกระโตกกระตากสิยะ ท่องไว้นะนานะว่านี่คือแผนการพิสูจน์ใจคนแกจะต้องกัดฟันทนแล้วจับตาดูให้ดีว่าคู่หมั้นของแกเป็นเสือสิ้นลายหรือเป็นเสือไว้ลายนี่คือสิ่งสำคัญของภารกิจ!

         ติ๊ง! ติ๊ง! เอ้…ใครมันส่งอะไรมาตอนนี้นะไม่รู้เวล่ำเวลาเลย ฉันจำใจเบนสายตามาหาความล้อเลียนที่โคตรน่าหมั่นไส้จากยัยเพื่อนตัวแสบส่งผ่านมาในรูปแบบตัวอักษรตบด้วยสติ๊กเกอร์ชินจังโชว์ก้น

Ren : สู้ๆ นะยะยัยคุณแม่สติแตก 

Ren : sent a sticker  

         ความฉุนในหัวมันเดือดปุดๆ เงยหน้ามองเพื่อนตาค้อนชมเชยริมฝีปากอวบอิ่มโค้งขึ้น อื้อหือ…ยัยนางมารร้ายยิ้มเย้ยซะด้วย! ฉันเลยขยับริมฝีปากช้าๆชัดๆ “ขอบใจ!” ถึงแม้สายตาจะหลบซ่อนอยู่ก็ไม่หวั่นเพราะอินเนอร์ที่ส่งไปให้นั้นมาเต็มกล่าวคำขอบคุณสำหรับแรงเชียร์ ฝากไว้ก่อนเถอะ! จบจากเซ็นเมื่อไหร่ยัยมาเฟียตัวร้ายจะเป็นรายต่อไป!

“อือ…เอาแบบนี้ดีมั้ยคะคุณช่วยเลือกเครื่องดื่มที่คิดว่าเหมาะกับซอนย่าหน่อยสิได้มั้ยคะ ซอนอยากจะรู้จังเลยว่าคุณจะเลือกอะไร” แหมมมมมมมม่ แหม่! อยากจะกดเสียงแหลมๆอุทานว่าแหม่ให้ดังไปถึงดาวพลูโต ไม่มีสมองคิดเองหรอยะว่าอยากจะกินอะไรอีตานั่นนั่งอยู่ตรงหน้าหล่อนจ้ะไม่ได้เข้าไปนั่งอยู่ในใจไม่จำเป็นต้องยัดเยียดให้เขามุดตัวลงไปในใจหล่อน! แล้วยังไงฮึ? เส้นเสียงหล่อนน่ะยังไง? ตีบหรอ? ไม่ทราบว่าอยู่กับมายเฟรนด์พูดเสียงนี้หรือเปล่าคะฉันละอยากจะรู้เหลือเกินแม่คุณ หึ!

“อูวส์~ เข้าใจพูด…อ๊ะ!” ฉันเปิดศึกกับยัยเร็นอีกครั้งเหวี่ยงขาเตะขายาวๆ ของมันดังป๊าบเอาให้รุนแรงพอๆกับที่ฉันโดน ใบหน้าสวยคมหน้าเหยเกแต่ฉันหาได้แคร์ไม่ สะกดประโยคบอกเล่าขึ้นใจ I don’ t care! โว๊ย! กวนประสาทจริงวุ้ย ไหล่หลุดไม่เข็ดยังจะเอาเข่าหลุดอีกใช่มั้ย เวรเอ๊ย! ฉันสะบัดหน้ากลับมาทางเดิมด้วยความหงุดหงิดรู้สึกว่าวันนี้มันไม่ใช่วันของฉันเลย!!

“อยากให้ผมเลือกให้หรอ…ถ้างั้น…” ดวงตาคมหรี่ลงสร้างแรงดึงดูดจากดวงตาคมคู่นั้นด้วยการมองลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลของอีกฝ่ายราวกับกำลังค้นหาทุกซอกทุกมุมของหัวใจเธอก่อนจะควักเอาคำตอบออกมา

“ขอเป็นฟูลมูนสำหรับคุณผู้หญิงครับเพราะมันเหมาะสำหรับสาวสวยในชุดวันพีชสีดำที่มีความเซ็กซี่อมเปรี้ยวเหมือนรสชาติขององุ่นแดงแต่ก็หวานละมุน ส่วนผมขอไฮนาเก้นแล้วกันครับ…” เขาหันไปสั่งเจ้าของร้านเสียงนุ่มด้วยรอยยิ้มหวานๆกระแทกใจสาวๆซึ่งยัยปิรันย่าโดนกระแทกเต็มๆ ท่าทางจะเข้ากลางใจซะด้วยมั้งถึงได้ยิ้มกว้างบิดตัวเป็นเกลียวเขินอายอย่างนั้นน่ะ what? ดับเบิ้ลยู เอช เอ ที ว้อท?! ยิ้มอะไรของหล่อน ฮัลโหล หุบยิ้มหน่อยค่ะเบบี๋ระวังกรามค้างนะคะ โธ่เอ๊ย! ก็แค่คำพูดของคนเจ้าชู้เชื่อไม่ได้หลอก อย่าปล่อยให้ตัวเองตัวลอยย่ะขอน้องเพราะไม่มีใครดึงกลับหรอกนะจะบอกให้

         แล้วนี่อะไร?! ไหนยัยเร็นบอกว่าวงการถ่ายภาพถ่ายแบบห่าเหวนี่ของมันยุ่งไงยะ อะไรนะ…งานพวกถ่ายกันเป็นเซตแต่ล่ะเซตก็ใช้เวลาแล้วตากล้องอย่างเขาก็ต้องคอยเช็กหน้าจออีกว่ารูปใช้ได้หรือเปล่าในขณะที่คนอื่นเบรกอยู่…เช็กหน้าจอหรือเช็กหน้าสาว! พากันมานั่งดื่มเบียร์ริมทะเลมันยุ่งมากมั้งเนี่ยห้ะ?! ยุ่งบ้านป้าน่ะเส้แถวบ้านเรียกว่ายุ่งกับเรื่องของคนอื่นไม่เข้าเรื่องส่วนเรื่องตัวเองไม่ยักจะยุ่ง เฮอะ!!

เวลาก็เยอะไม่โทรมาหาฉันล่ะ ไม่อยากรู้หรอว่าฉันทำอะไรอยู่ กินข้าวหรือยัง เรื่องร้านเรียบร้อยดีมั้ย จะกลับคอนโดกี่โมง หมอนั่นไม่อยากรู้เลยหรอ? นี่เราอยู่ไกลกันหลายสิบกิโลนะไม่ได้อยู่ไกลกัน 500 เมตร สรุปแล้วเขายังไม่เลิกสันดานเดิมใช่มั้ยถึงกล้ามานั่งอี๋อ๋อกับยัยนางแบบปิรันย่านี่ หน็อย!!! ฉันกำมัดแน่น จิกตาผ่านแว่นตาดำเบอร์แรง คิดแล้วก็แค้น แค้นแล้วก็อยากพุ่งไปตะกุยหน้าหล่อๆ ให้หน้าเหวอะ ขึ้นว่า ‘สันดาน’ มันแก้ไม่หายนอกจากจะตายท่าทางจะเป็นเรื่องจริงถ้าอย่างนั้น…ขอให้ฟ้าดินเป็นพยานว่าคนที่จะฆ่าไอ้เสือเจ้าชู้สันดานเสียนี่ได้ต้องเป็นฉันคนเดียวเท่านั้น รอดูแล้วกัน!

“อุปส์~ calm down กดอารมณ์ลงนิดนึงตอนนี้รังสีอาฆาตแกรุนแรงมาก อ่ะๆนี่ดูดน้ำนางเอกสักหน่อย” แก้วน้ำส้มถูกยัดใส่มือฉันก็เลยต้องอ้าปากงับหลอดดูดความเป็นนางเอกเข้าคอเผื่อจะได้แปลงร่างกลับไปเป็นนานะที่รักเซ็นดั่งเก่าควบคู่ไปกับการท่อง พุทโธ พุทโธ พุทโธ กดอารมณ์ร้อนของตัวให้เดือดปานกลางพอแต่ก็ยังไม่ละทิ้งหน้าที่กางสองหูให้ผึ่งผายทำหน้าที่ของมันต่อไป

“แหม…ชมกันซึ่งๆ หน้าแบบนี้ซอนก็เขินแย่สิคะ จะว่าไปคุณถ่ายรูปสวยมากจริงๆ ไม่แปลกเลยที่คุณจะดังในแวดวงนางแบบ ซอนว่าซอนคิดถูกนะคะเนี่ยที่เลือกคุณและยอมเลื่อนคิวงานอื่นๆ เพื่อรอคุณ”

“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับผมว่านางแบบสวยมากกว่ารูปมันถึงออกมาสวย” ฉันขยับปากมุบมิบล้อเลียนประโยคของเซ็นด้วยความหมั่นไส้ “ไม่ขนาดนั้นหรอกครับผมว่านางแบบสวยมากกว่ารูปมันถึงออกมาสวย” ให้ตายเถอะ! หมอนั่นถ่อมตัวนะส่วนหล่อนน่ะถ่อมใจแทบจะคลานเข่าเข้าไปหาแล้วมั้ง จะอ๊วก! พูดอดกมาได้ไม่รู้สึกว่ามันน่าพะอืดพะอมกันบ้างเลยหรอฉันนั่งอยู่ตรงนี้เหมือนโดนมดแดงกัดให้มันเจ็บจี๊ด…จี๊ดยันขั้วหัวใจ! ทีอยู่กับฉันไม่เห็นพูดจาแบบนี้บ้างเลย ตั้งแต่รู้จักกันมาสองสามเดือนเนี่ยชมฉันว่าสวยฉันยังไม่ได้ยินเล๊ย! แต่กับสาวๆ คนอื่นเนี่ยชมเรี่ยราดเชียวนะยะ

“คุณเซ็นเนี่ยปากหวานจังเลยนะคะเหมือนที่ซอนได้ยินมาเลย” เธอพูดพลางยิ้มเขินอายยกมือลูบต้นคอแก้เขินพอโดนคนเจ้าชู้หยอด จริตจะก้านของเธอมันทำให้ปากของฉันเบ้ไปตามจำนวนคำที่ได้ยิน มีกี่คำก็เบ้ไปเท่านั้นนั่นแหละ หมั่นไส้! ฉันชักจะเริ่มเกลียดสตรีที่ชื่อลงท้ายญาอย่างยัยเร็นแล้ว

“ผมไม่ได้ปากหวานกับทุกคนอย่างที่ได้ยินมาหรอกนะครับ” ความเป็นประกายจากดวงตาคมคู่มันระยิบระยับยิ่งกว่าดาวบนฟ้าเสียอีก รอยยิ้มกระชากใจสาวแต่งแต้มอยู่บนใบหน้าหล่อยิ่งทำให้สาวช่างมโนไปไกลกับคำพูดหวานๆ ของเขาขัดเขินจนแก้มจะปริแตกความฉุนให้หัวฉันก็พลอยโดนเร่งไฟให้เดือดปุดๆ ไปด้วย ก่อนที่เซ็นจะได้พูดอะไรเจ้าของร้านก็ยกเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ ขวดแก้วขนาดกลางสีอมม่วงตัวแทนของสาวสวยสุดเซ็กซี่อมเปรี้ยวที่ยังคงมีความหวานละมุนถูกวางตรงหน้าเธอ ส่วนเจ้าของคำชมได้รับเป็นขวดแก้วสีเขียวมรกตอย่างไฮนาเก้น

“แล้วคุณปากหวานกับใครบ้างหรอคะใช่ซอนหรือเปล่า” เจ้าของคำถามถามเสียงหวานลึกๆ ในประโยคนั้นคือความมั่นหน้าเพราะปูมาอย่างนี้ไม่มีหรอกที่คุณสุภาพบุรุษคนนั้นจะบอกว่า “เปล่าครับ ผมหมายถึงเมียผม” ไม่มีหรอกย่ะ! ไม่มีทางที่เขาจะพ่นประโยคนี้ออกมาให้เป็นเกียรติแก่ฉันเพราะว่าเขาแคร์ความรู้สึกคนไม่ชอบหักหน้าสาวๆ เพราะกลัวพวกเธอจะเสียใจแต่นิดนึงค่ะที่รักหมอนี่ไม่เคยกลัวว่าฉันจะเสียใจเลยถึงใจกล้าหน้าด้านมาปล่อยมุกหวานจีบหญิงอยู่แบบนี้ นับๆ เวลาที่เขานั่งอยู่ตรงนี้สามารถคุยกับฉันได้จนฉันสามารถรู้ว่าไปถึงแพลนของเขาในวันพรุ่งนี้แล้วนะแต่นี่อะไร ฮึ? ไม่มีฉันอยู่ในหัวสมองทึบๆ ของหมอนั่นเลย!

         ฉันนั่งรอคำตอบไปพร้อมๆ กับยันปิรันย่าทว่าเขากลับเล่นตัวยกขวดเบียร์ชูขึ้นเล็กน้อยเพื่อรอให้อีกฝ่ายยกขวดฟูลมูนขึ้นมาชนกันแล้วพากันกระดกดื่ม อ้อดื่ม…ได๊! มา! ดื่มก็ดื่ม ฉันก็ไม่น้อยหน้าคว้าแก้วน้ำส้มชนกับขวดเบียร์โคโรน่าของยัยเร็วที่ตั้งอยู่เฉยๆ บนโต๊ะจัดไปสุดแรงดังแกร๊งขวดแก้วแทบหกดีที่ยัยเร็นคว้าได้ทันแล้วดูดน้ำนางเองประคองสติไม่ให้กลายร่างเป็นนางยักษ์กินหัวคนไปพร้อมๆ กับสองคนนั้น รอก่อนเถอะถ้าได้ยินประโยคพีคๆเมื่อไหร่นะฉันจะกลายร่างเป็นผีเสื้อสมุทร คอยดู!

“ไม่เอาสิคะอย่ามาทำดื่มกลบเกลื่อนซอนอยากรู้คำตอบ” เออ! ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน ฉันจ้องเซ็นเขม็งผ่านแว่นตาดำ กัดหลอดไม่คลายด้วยความหงุดหงิดพยายามบอกให้ตัวเองใจเย็นๆ รอฟังคำตอบสุดวิเศษจากเขาเผื่อวันนี้เขาจะคิดได้ว่าคนที่ควรจะชื่นชมคือฉัน นางสาว นานะ ว่าที่คู่หมั้นของเขาคนนี้! เอาละเซ็นนายลองพูดซิว่านายปากหวานกับใครบ้าง...หืม…

“ผมก็หวานสำหรับคุณคนเดียวเท่านั้นแหละครับ” เยี่ยม! เป็นคำตอบที่ควรได้รับโล่สามีแห่งชาติมาก!

         ป๊าบ! ความหงุดหงิด โมโห ฉุนเฉียว เดือดระอุไหล่ซึมมาตามร่างกายโดยเฉพาะบริเวณมือให้ทุบโต๊ะเสียงดังลั่นแบบไม่บอกไม่กล่าวใครทั้งนั้นรวมถึงเพื่อนรักฝั่งตรงข้ามด้วย

“อุ้ย! ตกใจหมดยัยนี่หนิ” ร่างเพรียวสะดุ้งโหยงยกมือทาบอกปลอบขวัญหัวใจตัวเองนั่นเป็นสิ่งที่มาจากความคาดเดาของฉันเพราะตอนนี้สายตาเจ้าบุญเหลือบไปเห็นลูกบอลเป่าลมกลิ้งมาสะกิดขาเก้าอี้ของฉันพอดิบพอดีบ่งบอกว่าเรื่องมือที่สาม เทวดา นางฟ้า ก็ไม่สามารถยอมรับได้ เหล่าเทพพยักหน้าร่วมกันเป็นใจอยู่ช้างเมียหลวงถึงส่งอาวุธสังหารมาได้ทันเวลาพอดี

         ‘ด้วยเกียรติของข้าพเจ้าขอสัญญาว่าจะไม่ทำให้ท่านทั้งหลายผิดหวัง!’ และจะไม่ทำให้เซ็นผิดหวังที่ได้ขึ้นชื่อว่า ‘เมียนักเลง!’ ฉันบิดตัวออกมาจากตรงให้เท้าขวาจ่ออยู่ใต้ลูกบอลเป่าลมพลันเหลือบมองเป้าหมายไม่ให้พลาดและรอจังหวะที่สองคนนั้นกำลังเผลอเหวี่ยงเท้าเตะโป้งกระแทกหัวยัยปิรันย่านั่นเต็มๆจนหัวเธอโยก เยส! เฮดช็อต ส่วนสเต็ปต่อไปคือเสียงกรี๊ดสนั่นปรอทแตกสินะ

สาม สอง หนึ่ง และ…

“กรี๊ดดดดดดดดด!” ฉันบิดตัวกลับมาทางเดินก่อนจะเอียงตัวเล็กๆ เงี่ยหูฟัง อ่าหะๆ กรี๊ดอีกค่ะกรี๊ดอีก กรี๊ดดดดดดด เฮอะ! สะใจชะมัด ถ้ามีอีกลูกรับรองหัวทุยๆของอีตาเซ็นไม่รอดแน่นอนแล้วฉันจะจัดให้แรงกว่าเดิมด้วยเอาให้เดวิด เบล็คแฮมต้องชิดซ้ายเลย ไอ้คนเจ้าชู้!!! ไอ้เสือร้าย!!! ไอ้…ไอ้คนกะล่อน!!! ไปตายไป๊

“เจอแล้ว! พวกเราลูกบอลอยู่ตรงนั้น” ขณะฉันกำลังก่นด่าเซ็นในใจเสียงใสๆ ของเด็กๆ ก็ดังขึ้นมาพร้อมเจ้าหนูตัวเล็กๆ สามคนวิ่งมาชี้ๆ ตรงที่ลูกบอลตกอยู่ พวกเขายืนผลักไหลกันไปมาว่าใครจะเป็นคนใจกล้าเข้าไปเอาลูกบอลตรงโต๊ะของนางยักษ์ จนเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักคนนึงอาสาเป็นแทนเดินไปทางโต๊ะนั้นช้าๆอย่างกล้าๆกลัวๆ ขาเล็กๆสองข้างก้าวไปจนถึงโต๊ะของเซ็น

“นี่เล่นกันประสาอะไรห้ะถึงเตะมาโดนคนอื่นแบบนี้! ไม่รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่หรือไงเห็นมั้ยว่าฉันนั่งอยู่ทำไมเล่นกันถึงไม่รู้จักระมัดระวังถ้าเกิดเกิดอุบัติเหตุกับฉันขึ้นมาครอบครัวของเธอมีปัญญารับผิดชอบมั้ย?!!” ไม่ทันจะได้เอ่ยปากขอยันปิรันย่าก็ลุกพรวดยืนเท้าสะเอวตวาดแว๊ดใส่เอาเป็นเอาตาย ดวงตากลมโตน้ำตาคลอ ก้มใบหน้าจิ้มลิ้มมองพื้นทรายไม่กล้าสบตา ความรู้สึกผิดมันแล่นมาปักอกอยากจะวิ่งไปอุ้มหนูคนนั้นออกมาจากตรงนั้นเหลือเกิน ฉันไม่คิดว่ายัยนั่นจะแรงขนาดเด็กก็ไม่เว้นแล้วคิดดูสิถ้าหนูตรงนั้นเป็นลูกของฉันล่ะ…

“อ๊ะ…” กำลังจะลุกออกจากโต๊ะเซ็นก็ชิ่งลุกตัดหน้าไปอุ้มเจ้าหนูตัวน้อยก่อนจะย่อตัวลงมาหยิบลูกบอลเป่าลมแล้วยื่นให้กับหนูน้อยตาใส

“นีค่ะลูกบอลของหนู ไม่ต้องร้องไห้นะไม่เป็นไรพี่สาวคนสวยไม่ได้ตั้งใจจะทำให้หนูกลัว แต่คราวหลังก็เล่นกันระวังๆ ด้วยนะรู้มั้ยคะ” เจ้าตัวน้อยผงกหัวหงึกๆ ก่อนจะรับลูกบอลจากมือหนาไปกอด เขาย่อตัวลงมาอีกครั้งเพื่อให้ขาเล็กๆ ทั้งสองข้างยืนหยัดอยู่บนพื้นทราย เธอวิ่งดุ๊กดิ๊กไปกลับเข้าไปหากลุ่มเพื่อนแล้วพากันวิ่งหายไปอีกทาง ฉันได้แต่มองตาละห้อยรู้สึกผิดต่อหนูน้อยคนนั้น ขอโทษนะ…ฉันไม่ได้ตั้งใจจะให้หนูมารับผิดแทนเอาไว้ฉันจะจัดการยัยนั่นคืนให้เอง

“แหม…คุณเซ็นดูน่ารักจังเลยนะคะเวลาอยู่กับเด็ก” แหม…เธอก็ดูน่าเกลียดจังเลยนะเวลาอยู่กับเด็กก็แค่โดนบอลเตะอัดใส่หัวทำเหมือนโดนไม้หน้าสามฟาดเรียกร้องหาคนรับผิดชอบชีวิตสุดล้ำค่าของตัวเอง เกิดก็เกิดเป็นคนทำตัวดั่งพระเจ้า แล้วน้ำเสียงเนี่ยก็ต่างฟ้ากับเหวหลับตาฟังยังรู้เลยว่าหล่อนเทิดทูนใคร เฮอะ! แค่นี้เล็บสีชมพูของฉันมันขยับยุกยิกพร้อมหาที่ลงเต็มทนละ

         เซ็นกับยัยปิรันย่าคุยอะไรกันต่อนิดหน่อยที่ดูเหมือนจะหล่อนจะเป็นฝ่ายพูดอยู่คนเดียวมากกว่าเพราะอีตาบ้านั่นเอาแต่ยิ้มกรุ้มกริ่มแล้วก็กระดกเบียร์ดื่ม หึ! สะใจชะมัด ถ้ายัยนั่นออกมาจากหลงแห่งความรักของหล่อนจะได้พานพบกับความจริงว่าคู่สนทนาเขาไม่ได้อยากจะคุยด้วยเลย จวนจะถอยทัพเพราะรู้ผลเป็นที่เรียบร้อยแล้วจู่ๆ สองคนนั้นก็ลุกขึ้นแล้วพากันเดินไปทางโรงแรม

”มูฟย่ะ!” แม่ทัพขี่ม้าศึกอย่างฉันคุมบังเหียนเลี้ยวกลับคว้าแขนเพื่อนขึ้นหลังม้าควบบังเหียนตามสองคนนั้นไปติดๆ มีเสียงถอนหายใจของมัน เฮ้อออ~ เฮ้อออ~ พัดลอยมากลับลมเย็นๆไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันสุดจะทนกับคนอย่างฉันแค่ไหนแต่ก็ต้องอดทน เป็นเพื่อนนานะต้องอดทน! บอกให้ย้ายมันก็ต้องย้ายเพราะฉะนั้นต่อหายมันถอนหายใจจนหมดลมร่างไร้วิญญาณของมันก็ต้องห้อยตามฉันไปด้วย

         ฉันเว้นระยะห่างให้ได้ระยะที่สวยตีเนียนทำเป็นเดินทอดนั่งไปตาทชายหาย เท้าสัมผัสกับเม็ดทรายละเอียดอุ่นๆ มีฉากหลังเป็นตะวันเตรียมจะลาลับขอบฟ้าส่วนฉากหน้าคือแผ่นหลังของทั้งคู่ ข้ามถนนมาทางฝั่งโรงแรมพยายามไม่เอาเรื่องกับภาพที่เห็นคือมือของยัยปิรันย่าเกาะแขนอีตาเซ็นเป็นปิงระหว่างข้ามถนน

         ‘ใจเย็นไว้ คลามดาวน์ ท่องไว้นะ คลามดาวน์ หมอนั่นเป็นสุภาพบุรุษต้องจูงคนตาบอกข้ามถนนไม่มีอะไรมากไปกว่านี้หรอก แฟนแกคือสุภาพบุรุษ! ซี เอ แอล เอ็ม ดี โอ ดับเบิ้ล ยู เอ็น คลามดาวน์…’ กลายเป็นว่าการบอกตัวเองมันคือคาถาสะกดใจไม่ให้พลั้งพุ่งเข้าไปกระโดดถีบหลังสองคนนั้น

"โอ๊ะ!” ย่องตามหลังจนเข้ามาในล็อบบี้โรงแรมก็ต้องเบรกฝีเท้าดังเอี๊ยดแล้วเล่นมายากลเปลี่ยนตัวเองให้เป็นนักท่องเที่ยวแสร้งสปีคอิงลิชกับยัยเร็นเมื่อจู่ๆเขาหยุดอยู่ตรงกลางล็อบบี้พร้อมคลำไปตามกระเป๋าเสื้อกระเป๋ากางเกงเหมือนหาอะไรสัก โอ๊ยย หัวใจจะวายตาย จังหวะเมื่อกี้ถ้าไม่ไวพอบอกเลยโป๊ะป๊ะแตกเป็นไข่แน่นอนดีนะฉันเล่นบทคู่หมั้นกำมะลอมาแล้วการแสดงก็เลยลื่นไหล ส่วนยัยเร็นที่เอาแต่พูดจะมอบโล่เมียประจำปีให้ฉันมาตลอดทางบทจะต้องเนียนมันก็โคตรเนียนพ่นภาษาอังกฤษใส่ฉันไฟแล็บไม่เสียชื่อเพื่อนรัก

“มีอะไรหรือเปล่าคะเซ็น” ยัยปิรันย่าเค้นเสียงออกมาจากเส้นเสียงตีบตันถามเขาเสียงสองจนฉันเริ่มอยากจะหาครีมไปง้างปากบางกระจับแล้วกระชากเส้นเสียงยัยนั่นออกมาดูว่ามีเม็ดเสียงกี่เม็ดกันแน่ทำไม๊ทำไมขยับบีบเสียงตัวเองเหลือเกินบีบเสียงทีฉันก็เกร็งคอตามไปที

“อ่า…ผมว่าผมน่าจะคีย์การ์ดห้องหายน่ะครับ” หน็อย...ทำเป็นคีย์การ์ดห้องหายหรอ…ฉันเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันขณะเหล่ตาดู หูผึ่งฟังอีตาเซ็นเล่นมุกกุญแจห้องหายแล้วกะจะขึ้นไปห้องยัยปิรันย่าแทนใช่มั้ยอย่าคิดว่าฉันตามเกมของเสือเจ้าชู้ไม่ทันนะยะ ร้ายมาก...หมอนี่ร้ายมาก! เอาเวลาโทรมาหาฉันดีกว่ามั้ย ฮึ้ยๆๆๆ ฮึ้ย! โมโหว้อย แต่เรายังพรวดพราดเข้าไปข่วนหน้าหล่อเหลานั่นไม่ได้จนกว่าจะได้รู้เบอร์ห้องของเขาแล้วจับให้ได้ขาหนังขาเขาแล้วหลังจากนั้นละก็…หึๆ ฉันจะละเลงให้เลือดอาบเลยคอยดูสิ ส่วนตอนนี้เลยได้แต่กัดฟันกรอดๆข่มอารมณ์ข่มหัวใจไม่ให้ระเบิดก่อนเวลาอันควร

“งั้นซอนย่าครับเดี๋ยวคุณขึ้นไปก่อนแล้วกันนะผมจะไปติดต่อเรื่องกุญแจห้องแล้วเดี๋ยวเจอกันที่อาฟเตอร์ปาร์ตี้ครับ” ฉันยิ้มออกมาทันทีเมื่อได้ยินแบบนั้นถือเป็นโอกาสดีที่ฉันจะได้รู้ว่าเขาพักอยู่ห้องไหนโดยที่ไม่ต้องตามขึ้นไปให้หวิดโดนเขาจับได้ ยัยปิรันย่าเส้นเสียงตีบพยักหน้าเล็กๆ ก่อนจะแยกตัวออกไปโดยมีสายตาของฉันจิกตามหลังหล่อนไปด้วย ไปเลยย่ะ ไป๊! ชิ่วๆ นอกจากยัยนี่จะโดนฉันควักเส้นเสียงแล้วจะโดนฉันควักลูกตาเยิ้มๆ นั่นด้วย สรุปหล่อนไม่ได้อยากเป็นนางแบบของเขาหรอกย่ะหล่อนอยากเป็นผู้หญิงของเขา เฮอะ! หมั่นไส้ชะมัด

         ฉันค้อนยัยนั่นจนร่างบางหายเข้าไปในลิฟต์ตามมาด้วยเสียงหัวเราะในลำคอของยัยเร็นที่เรียกสายตาจิกกัดของฉันให้ไปจบที่เพื่อนตัวแสบแทน

“อะไรละยะก็แค่ขำ นู่น...ว่าทีคุณพ่อกำลังจะบอกเลขที่ห้องให้แกฟังแล้วย่ะ” นิ้วเรียวสวยดันแว่นกันแดดของฉันที่ฉันกดมันลงเพื่อส่งสายตาอาฆาตให้ยัยนั้นขึ้นไปบดบังดวงตาของฉันตามเดิมแล้วพยักพเยิดใบหน้าสาวแขกคมคายไปทางเซ็นที่เดินเข้ามาติดต่อพนักงานพอดี ฉันได้แต่คิดแล้วก็สงสัยว่ายัยเร็นเคยแอบทำภารกิจจับตาดูผัวหรือเปล่าทำไมมันถึงรู้ดีไปหมดว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่ ร่างนางฟ้าของมันคงไม่ได้อ่านใจคนได้ในทุกขณะจิตหรอกใช่มั้ย?

“พอดีผมทำคีย์การ์ดหายน่ะครับ” เอาล่ะไว้ว่ากัน ณ ตอนนี้เพื่อนก็ไม่สำคัญเท่าผัว!

“ขอทราบชื่อของคุณลูกค้าด้วยค่ะ ไม่ทราบว่าพักอยู่ห้องไหนคะ” หึ ถึงเวลาปราบเสือแล้วสินะ วินาทีต่อจากนี้ไปนี่แหละคือวินาทีประกาศชัยชนะของฉันแล้วเราจะได้รู้กันว่าละครเรื่องมีเสือเป็นคู่หมั้นจะจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งหรือจะจบด้วยเลือด!

“เซ็น ได ครับ อยู่ห้อง 754” ร่างสูงยืนรออยู่สักครู่หนึ่งเขาก็รับคีย์การ์ดอันใหม่จากพนักงานก่อนจะเดินไปตามทางของเขาซึ่งฉันไม่คิดจะตามต่อแต่อย่างใด ทำตัวสบายๆรอเวลาอย่างเดียวเท่านั้น ยังไงก็รู้เบอร์ห้องของเขาแล้วและตั้งใจทิ้งช่วงเวลาไปประมาณยี่สิบนาทีเผื่อเมื่อตอนขึ้นไปปรากฏตัวให้หมอนั่นเห็นจะมียัยมือที่สามนอนขลุกอยู่ในห้องด้วยฉันจะได้กลายร่างเป็นนางฟ้าตกสวรรค์ที่มาพร้อมกับปืนลูกซองแล้วจัดให้หมอนั่นอย่างสาสม ฉันบิดข้อมือดูเวลาอีกรอบ โอ๊ะ! ได้เวลาแล้ว

“แกรอนี่นะเดี๋ยวฉันมา” พอเห็นยัยเร็นโบกมือไล่ฉันก็รีบแจ้นตามขึ้นไปยังชั้น 7 ออกมาจากลิฟต์ได้ก็หักขวามาตามโถงทางเดินและ…มาหยุดอยู่ที่หน้าห้อง 754 ของลูกค้าที่ชื่อ เซ็น ได ว่าที่คุณพ่อป้ายแดง แต่มันติดอยู่อย่างเดียวคือฉันจะเข้าไปอยู่ในห้องของเขาได้ยังไงดี? เพราะถ้าเคาะแล้วอีตาเซ็นมาเปิดแล้วเจอหน้าฉันปุ๊ปก็คงจะถามว่า ‘เธอมาที่นี่ได้ไง’ แล้วก็ทำสีหน้าตื่นๆ ซึ่งฉันมองว่ามันเชยมาก เอาท์! ไม่เก๋! มันคือบทเดิมๆ ที่เห็นได้ตามในละครสมัย 5 ปีที่แล้ว วันนี้ฉันมาทำภารกิจลับฉบับเจมส์ บอนด์ เชียวนะยะมันก็ต้องเป็นบทระดับหนังฮอลลีวูดสิ…เอายังไงดีนะ โอ๊ะ! พลันสายตาเหลือบไปเห็นรูมเซอร์วิสของโรงแรมเดินลากรถเข็นพอดีก็เลยรีบทำเป็นคุยโทรศัพท์

“นี่ไงฉันกำลังลงไปแล้ว จ้าๆ” ฉันหมุนตัวกลับทำเป็นรีบร้อนเดินสวนกับรูมเซอร์วิสหนุ่มก่อนจะหันหลังกลับไปมองว่าเป็นรูมเซอร์วิสของห้องไหน หืม…ฉันตวัดลิ้นลิ้นไปตามกลีบปากทั้งแววตาเป็นประกาย ก็อย่างที่บอกว่าเทพ เทวดา นางฟ้าเข้าข้างเมียหลวงเลยทำให้อะไรๆ มันก็ง่ายต่อการปฏิบัติภารกิจไปเสียหมดผสมกับความฉลาดเป็นกรดของฉันที่มีไอเดียดีๆ แวบเข้ามาในหัว อดใจรออีกหน่อยเดี๋ยวได้รู้แน่ว่ายี่สิบนาทีที่ฉันพักเบรกไปในห้องของหมอนั่นจะมีการรับทิปจากแม่นางแมวยั่วสวาทนั่นหรือเปล่า

“เดี๋ยวก่อนค่ะ” ฉันรีบเรียกรูมเซอร์วิสหนุ่มที่กำลังจะเคาะห้องเลข 754 เอาไว้พลางส่งยิ้มบริสุทธิ์ไร้พิษภัยไปให้แต่รอยยิ้มบริสุทธิ์ก็อยู่บนใบหน้าฉันได้ไม่นานหรอกก่อนที่มันจะเริ่มเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มร้ายให้เขาได้งุนงงสักสามวินาทีแล้วยกมือป้องหูกระซิบบอกความต้องการ

“เอ๋? จะดีหรอครับ…” หืม…มีอะไรที่ไม่ดีละคะคุณผู้ชายนอกจากคุณจะไม่ต้องเหนื่อยแล้วคุณยังได้ทิปเล็กๆ สไหรับความช่วยเหลือนี้ด้วยนะ จุ๊ๆ ไม่เอาหน่าถือว่าช่วยเหลือผู้หญิงน่าสงสารคนนึงก็ได้ ฉันจึงเพิ่มความวิงวอนต่อเขาอีกสองเท้าเพื่อคว้าในส่งที่ต้องการ

“นะ…นะคะสุดหล่อช่วยฉันเถอะนะ…น้า…” ช่วยเถอะ ช่วยฉันเถอะสุดหล่อขา…

“กะ…ก็ได้ครับ…” เยส! วันนี้ทำอะไรๆก็ง่ายไปหมดจริง สวรรค์เข้าข้างมันดีแบบนี้นี่เอง หึๆ ฉันตามรูมเซอร์วิสหนุ่มมาที่ห้องของพนักงานแล้วหักซ้ายไปหน้าประตูบานใหญ่มีป้ายสีน้ำเงินเขียนว่า ‘ห้องเก็บของ’ เขาผลักประตูออกค้นๆ ในถุงสีดำอยู่นานสองนานก็หยิบสิ่งที่ฉันวิงวอนขอออกมาให้ ฉันยิ้มร้ายจับจ้องไปที่ถุงพลาสติกห่อเสื้อในมือหนากับหมวกแก๊ปเทิร์นด้านบนดวงตาเป็นประกายเหมือนเด็กน้อยที่กำลังยลโฉมตุ๊กตาบาร์บี้ตัวใหม่ หึ ไอ้เสือเจ้าชู้…

 

แล้วงานนี้เรามาดูกันว่ามันจะหมู่หรือจ่า!

 

SEN 

“รูมเซอร์วิสมาส่งค่ะ” เสียงตะโกนลอดเข้ามาพร้อมเสียงเคาะประตูทำให้ผมดับบุหรี่ลงกลับเข้ามาในห้องแล้วตรงไปเปิดประตูให้รูมเซอร์วิสที่ผมโทรไปสั่งเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว หลังจากเสร็จงานก็ว่าจะออกไปหาอะไรกินข้างนอกนั่นแหละแล้วกะจะโทรไปฟังเสียงบ่นของคนสวยที่บ้านที่ผมไม่มีเวลาติดต่อหาเธอเลยแต่เผอิญผมดันไปเจออะไรดีๆซะก่อนมันน่ากินดีก็เลยคิดว่า ‘กิน’ ในห้องดีกว่าได้หลายอิ่มดี หึ

“สวัสดีค่ะ รูมเซอร์วิสมาส่งค่ะ” ผมไล่สายตาสำรวจเซอร์วิสสาวอย่างถือวิสาสะ หือ…ไม่ยักจะรู้ว่ารูมเซอร์วิสของที่นี่จะต้องใส่หมวกปิดหน้าปิดตาด้วยกลัวความสวยล้นทะลักหรือไงแม่คุณ

“เชิญครับ” ผมเปิดประตูให้กว้างขึ้นเพื่อให้เธอเข้าไปวางอาหารที่โต๊ะ สายตาก็ทำงานควบคู่กับมุมปากที่ยกยิ้ม บั้นท้ายสวยได้รูป ทรวดทรงสวย ผมยาวสีน้ำตาลมัดเป็นหางกระรอกลอนปลาย กลิ่นหอมหวานเหมือนน้ำหอมกลิ่นที่ผมชอบ อืม…ไม่เลวเหมือนกันนี่ถือว่าเป็นรูมเซอร์วิสที่น่ากินใช้ได้

“เรียบร้อยแล้วคะ” เธอหันกลับมาหาผมอีกครั้ง ริมฝีปากน่าจูบเผยอขึ้นเล็กน้อยปลุกความเป็นชายในตัวของผมให้มันตื่นขึ้นมา อยากจะกวาดต้อนความจากปากกระจับให้หมดทุกหยาดหยด ยิ่งปีกหมวกสีดำบดบังใบหน้าเธอแบบนี้หัวใจผมก็ยิ่งเต้นกระหน่ำจินตนาการไปถึงใบหน้าหวานที่อยู่ในหัวใจ ป่านนี้คนดีของผมกำลังทำอะไรอยู่น้า…จะกำลังยุ่งอยู่กับการบริการอยู่หรือเปล่า…

“ขอบคุณครับ อยากได้ทิปเท่าไหร่ครับผมจ่ายได้ไม่อั้นเลยนะ…” การให้ทิปถือเป็นเรื่องที่สมควรทำโดยเฉพาะกับรูมเซอร์วิสสาวคนสวยคนนี้ ขนาดมีหมวกปิดบังใบหน้าเอาไว้มีเพียงริมฝีปากบางกระจับสีชมพูยังรู้เลยว่าเธอเป็นคนสวยจนผมต้องเลื่อนสายตามองไล่ไปตามหยักปากสวยน่าจูบอย่างอดไม่ได้

“ไม่เป็นไรค่ะเพราะเราบริการด้วยใจ” และยิ่งริมฝีปากบางขยับก็ยิ่งน่าจูบ…

“ก็เพราะการบริการด้วยใจแบบนี้มันเลยทำให้ผมยิ่งอยากให้…อยากให้จริงๆนะครับ…” ท้ายที่สุดผมก็ทนไม่ไหวทุกครั้งที่ริมฝีปากบางกระจับขยับพูดมันกระตุ้นผมรุนแรงตวัดมือรัดรั้งเอวบางเข้ามาประชิดตัว กลิ่นหอมอ่อนๆยิ่งทำให้เลือดกายของผมสูบฉีดกลายเป็นคนเอาแต่ใจกระชับมือให้แน่นมากขึ้นไม่อยากให้เธอเดินออกจากห้องนี้ไปโดยไม่ได้ทิปจากผมเพราะกลัวเธอจะไม่คุ้ม

“นี่…” มือสวยรีบยกยันอกกว้างของผมไว้ปราบออกมาเบาๆแต่ไม่ยอมเงยหน้าเงยตามาให้ผมได้เชยชมเต็มตา แหงละคนดี…ถ้าเงยหน้าขึ้นมาความก็แตกหมดน่ะสิว่ารูมเซอร์วิสสาวสวยที่แท้จริงคือเมียตัวแสบของผมเองที่นับวันๆ ยิ่งทวีคูณความแสบแถมยังแอดวานซ์รู้จักปลอมตัวมาตามจับตาดูผม ให้ตายเถอะ! น่าเอ็มดูชะมัด เธอไม่คิดบ้างหรอว่าการที่เธอกับเพื่อนั่งเด่นอยู่ที่บังกะโลจะไม่สะดุดตาผม

แถมยังสะดุดใจอีกต่างหาก…

         ผมเชยปลายคางมนขึ้นพลางออกแรงกดเบาๆ เพื่อให้เธอพาใบหน้าหวานๆ หนีไปไหนก่อนจะใช้มืออีกข้างดันปีกหมวกขึ้นเล็กน้อยพอให้เห็นดวงตากลมโตที่ขุ่นมัวแล้วจึงเลื่อนมือมารัดเอวบางเหมือนเดิม ไม่รอให้หัวใจที่คิดถึงเรียกร้องมากไปกว่านี้ก็โฉบใบหน้าลงไปขบติ่งหูขาวๆพอให้เจ้าตัวสะท้านเบาๆ

“อ๊ะ! อื้อ...” แต่เสียงครางหวานแบบนี้ไม่ได้อยู่ในแผนของผมหรอกแล้วผมเป็นคนไม่รู้จักพอด้วยสิก็อยากได้ยินเสียงหวานๆ อีกเรื่อยๆ จึงฉวยโอกาสตอนเธอกำลังตกใจดึงชายเสื้อเชิ้ตสีขาวออกมาจากกางเกงแล้วสอดมือเข้าไปใต้เสื้อเอื้อมไปด้านหลังขังคนตัวแสบเอาไว้ในอ้อมแขน ลูบไล้แผ่นหลังเนียนนุ่มสะดุดกับความบางของบราเซีย หือ…ใส่ลูกไม้มาซะด้วยนี่มันยั่วกันชัดๆ ก่อนจะสะกิดตะขอบราจนหลุด ร่างบางในอ้อมกอดก็ออกดิ้นพล่านทันที

“นี่เซ็น!!!” คนตัวแสบร้องท้วงรีบตะครุบหน้าอกตัวเองเอาไว้ ใบหน้าหวานพลันแดงซ่านเรียกรอยยิ้มเจ้าเล่ห์จากผม พึ่งรู้นะเนี่ยว่ารูมเซอร์ของที่นี่ใส่ใจยันรายชื่อแขกบริการดีแบบนี้ท่าทางทิปจะต้องหนาสักหน่อย ถอดหมวกของนานะออกแล้วโฉบหน้ากลับลงไปอีกครั้งตวัดลิ้นชโลมซอกซอนทั่วใบหูขาวนวล มือที่รั้งเอวบางวกกลับเข้าไปในเสื้อสัมผัสกับผิวเนียนนุ่ม ร่างบ้านสะท้านเยือกเมื่อถูกผมรุกรานหนังขึ้นเรื่อยๆพยายามจะดันอกผมออกแต่ไม่สามารถเอาชนะความวาบหวิวที่ผมมอบให้ได้ทำได้มากสุดคืออ่อนระทวยอยู่ในอ้อมแขนของผม

“พะ…พอแล้ว…จะทำอะไร...” บางทีผมอาจจะต้องบอกนานะเอาไว้ข้อนึงว่าผมแพ้เวลาเสียงใสๆของเธอมันเคลือบความกระเส่าแบบนี้ เธอกระตุ้นผมโดยที่ตัวเองไม่รู้ตัว เธอสามารถกระตุ้นอารมณ์อ้อนรักของผมได้เพียงแค่พูดกับเปล่งสีแดงบนแก้มปลั่งอย่างตอนนี้

“อย่าถามทั้งๆที่รู้สินานะ” ดวงตากลมหยาดเยิ้มช้อนตาขึ้นสบตาผม ความเย้ายวนตรงหน้ามันทำให้ความอดกลั้นของผมหมดลงกะจะแกล้งให้เจ้าตัวโวยวายเล่นกลายเป็นต้องยอมจำนนเสียเอง บดริมฝีปากเข้าหาอย่างทะนุถนอม ครอบครองเธออย่างอ่อนโยนเลือกที่จะไม่สอดลิ้นเข้าไปเพียงแค่ละเมียดไปอย่างช้าๆบนกลีบปากสวย ร่างกายของเราเหมือนแม่เหล็กต่างขั้วพอได้อยู่ใกล้กันก็ติดหนึบแทบแยกไม่ออกพอห่างกันก็มักจะดึงดูดอีกฝ่ายให้มาหาเสมอไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม

         ฝ่ามือของผมฝากความร้อนผ่าวไปทั่วแผ่นหลังเนียนก่อนจะถอนฝ่ามือออกมาด้านหน้า ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตพอดีตัวออกทีละเม็ดขณะก้าวถอยหลังไปเรื่อยๆ จนติดขอบเตียงกระดุมเม็ดสุดท้ายก็ปลดออกพอดีก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งพาร่างบางที่อยู่ในอ้อมแขนนั่งลงมาด้วย ขาเรียวคร่อมตักผมเอาไว้ สองมือเล็กประคองใบหน้าผมให้รับรสจูบที่เริ่มดุดันขึ้นจากเธอ

“อือ…” ลิ้นเล็กสอดเข้ามาเกี่ยวกระหวัดครางกระเส่าผ่านกลีบปากตรึงผมด้วยความหวาน มือเรียวสวยเริ่มอยู่ไม่สุขเลื้อยลงมาดึงเสื้อของผมขึ้นมาก่อนจะผละริมฝีปากออกแล้วถอดเสื้อของผมออก หลุบดวงตากลมมองอย่างอ้อยอิ่ง

“คนเกเร” ผมกำลังโดนเธอกล่าวหาแต่ไม่มีโอกาสได้เถียงกลับเพราะถูกริมฝีปากบางปิดกั้นคำโต้เถียง ถาโถมความคิดถึงผ่านรสจูบ บทเธอจะยั่วก็ยั่วจนผมแทบคลั่งกระตุกเสื้อเชิ้ตกับบราเซียออกจากร่างบาง ถอนริมฝีปากออกมาพรมจูบไล่ไปตามลำคอระหง กอบกุมหน้าอกสวยไว้เต็มอุ้งมือ บีบเคล้นคลึงตามแรงเสน่หา ปลายนิ้วสะกิดยอดอกที่ชูชันก่อนจะลากริมฝีปากตะโบมจูบเธออย่างเร่าร้อน จองจำเธอให้อยู่ภายใต้อาณัติ สอดแทรกลิ้นอุ่นกวาดต้อนความหวานทุกหยดจนพอใจแล้วจึงถอนริมฝีปากออก

“หายคิดถึงหรอยังคะ” ผมถามเสียงพร่าขณะคลอเคลียอยู่บนริมฝีปากบางไม่ห่าง มันจะมีสักกี่เหตุผลกันที่ทำให้เธอถ่อมาถึงที่นี้ได้เนี่ย ถึงเธอจะมาทำตัวลับๆล่อๆเพื่อตามจับผิดผมกับซอนย่าก็เถอะแต่เหตุผลเพียงขอเดียวที่ส่งเธอมาเล่นเป็นนักสืบก็คือคิดถึงนั่นแหละอยู่ที่ว่าคนบนตักจะยอมรับหรือเปล่า

“บ้า…คิดถึงบ้าอะไรล่ะฉันตามมาถลกหน้านายต่างหาก!” เสียงใสแผดแว๊ดตีหน้ามุ่ย ความหยาดเยิ้มในดวงตากลมหายไปหมดมีแต่ความโกรธเกรี้ยวระอุอยู่ข้างใน ก็บอกแล้วว่าเจ้าตัวไม่ยอมรับหรอก เธอไร้เดียงสากว่าที่คิดซะอีกและนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมรักเธอ ผมอยากจะให้มีแต่ผมคนเดียวที่รับรู้ถึงความไร้เดียงสานี้

“หึ เอาไว้ครั้งหน้าแล้วกัน…ส่วนตอนนี้น่ะใส่เสื้อผ้ากันก่อนดีกว่าผมจะพาคุณไปเอาทิปก้อนใหญ่” ผมอุ้มคนบนตักวางลงบนเตียงก่อนจะลุกไปหยิบเสื้อยืดของตัวเองสนกระเป๋าให้ร่างบางใส่ เธอรับมันไปอย่างงงๆ ความสงสัยกักขังอยู่ในดวงตากลมโตมากมายแต่ก็ยอมใส่แต่โดยดีแล้วพาเธอเดินออกมาจากห้อง

บางทีความไร้เดียงสาของนานะอาจจะต้องมีความศรัทธาเป็นหลักประกัน…

 

NANA 

“นายจะพาฉันไปไหนเนี่ย” ฉันถามเขารอบที่สิบเห็นจะได้แต่ถามว่าได้คำตอบกลับมามั้ยก็ไม่เลย ไม่มีแม้แต่เสียงนุ่มๆดังสักแอ่ะด้วยเอาแต่เดิมกุมมือฉันอย่างเดียว เออ! สงสัยเป็นใบ้ไปแล้วมั้งแล้วดูสภาพของฉันสิเนี่ยอุตส่าห์วิงวอนขอยืมชุดรูมเซอร์วิสแทบตายสุดท้ายโดนปลดกระดุมไปแบบ…บ้าจริง! ช่างมันเถอะ พูดเองก็อายเอง ตั้งท่ามาอย่างดีขึ้นหลังม้าศึกมาอย่างสง่าสุดท้ายกลับอย่างหมา โธ่เอ๊ยยย…ยัยนาน๊ะ อะไรของแกเนี๊ยย

         หมอนั่นก็เก่งเกิ๊นรู้ไปหมด ฉันว่าฉันเนียนแล้วนะมีตรงไหนที่ไม่เนียนหรอ…เนียนกริบ! แล้วทำไมอีตานั่นถึงรู้ว่าคือฉันได้อ่ะ เลี้ยงสิ่งลี้ลับไว้ป้ะเนี่ยล่วงรู้จนฉันเริ่มกลัวแล้วนะไม่ใช่ว่าอ่านความคิดคนอื่นได้เกิดมาพร้อมกับความสามารถพิเศษอะไรแบบนี้คงไม่หรอกใช่มั้ย

“ไม่เอาไม่ขึ้นจนกว่านายจะบอกฉันมาก่อนว่าจะพาไปไหน” ฉันขืนตัวเองไว้พอเขากำลังดันฉันให้ขึ้นไปนั่งบน โนวจ้ะ! ยังไงฉันก็จะไม่ยอมขึ้นรถไปกับเขาเด็ดขาดจนกว่าเขาจะเลิกเป็นใบ้แล้วปริปากพูดออกมาว่าจะพาฉันไปไหน

“เถอะน่า…เดี๋ยวก็รู้เอง ไปค่ะจะไม่ทันแล้ว” ห้ะ? อะไรไม่ทัน เขาไม่พูดเปล่าพร้อมกับยัดฉันให้มุดเข้ามาในรถท่ามกลางความงุนงงและไม่เข้าใจมากๆ กว่าจะสร่างความมึนงงรถปอร์เช่สีเหลืองก็เคลื่อนตัวออกจากลานจอดรถของโรงแรมซะแล้ว เขาเปิดประทุนขับรถเลียบชายหาดมาเรื่อยๆรับลมเย็นๆจากทะเลก่อนจะมาจอดรถอยู่บนสะพานแห่งหนึ่งที่ไกลจากโรงแรมอยู่พอสมควรแถมยังไม่มีผู้คนอีกต่างหาก เฮ้ๆ อย่าบอกนะว่าหมอนี่กำลังคิดอะไรพิเรนทร์ๆอย่างเช่นใช้สถานที่นี้เพื่อสานต่อจากในโรงแรม…โอ้มายกอต!!

“เซ็น! ไอ้โรคจิต นายพาฉะนมาทำอะไรที่เนี่ยพากลับโรงแรมเดี๋ยวนี้เลยนะฉันไม่มีวันมา out door กับนายที่นี่หรอกย่ะ พากลับโรงแรมเดี๋ยวนี้!” ฉันฟาดรัวๆ ที่ต้นแขนแกร่งต่อให้เขาจะเป็นคนที่ฉันรักมากก็ตามแต่ก็ไม่ขอมารับทิปก้อนใหญ่ในที่แบบนี้เด็ดขาดมันไม่ใช่รสนิยม ฮื้อออ ใครก็ได้ช่วยฉันด้วยอีตาเซ็นโรคจิตขึ้นทุกวันๆตอนนี้ฉันขนลุกขนพองไปหมดแล้วนะ

“ฉันก็ไม่มีความคิดจะมา out door ในที่แบบนี้เหมือนกันก็แค่…”

“แค่อะไรเล่าพูดต่อให้จบสิ!” เพราะฉันเห็นเขาเงียบไปนานเอาแต่ก้มหน้าดูนาฬิกาข้อมือจึงแหวลั่นด้วยความหงุดหงิดจนรู้สึกว่าตัวเองเริ่มกลายเป็นคนหงุดหงิดง่ายยังไงก็ไม่รู้สงสัยอายุครรภ์ที่มากขึ้นด้วย ก็เคยอ่านเจอมาเหมือนกันนะเกี่ยวกับอาการของคุณแม่ขณะตั้งครรภ์หลักๆ เลยคืออารมณ์จะไม่คงที่แต่ฉันว่าไม่ใช่หรอสำหรับฉันน่ะมันเกิดจากไอ้ผู้ชายข้างๆ มากกว่าที่เป็นตัวต้นเหตุ

“ก็แค่อยากให้เธอเห็นบนฟ้า…” นิวเรียวชี้ขึ้นฟ้าดึงสายตาของฉันให้มองตาไป พลุสีสวยลอยลิ่วขึ้นมาจากพื้นดินสู่ท้องฟ้าแล้วกระจายทั่วฟ้าท่ามกลางหมู่ดาว ว้าว~ สวยจังเลย นานเท่าไหนแล้วนะที่ไม่ได้เห็นพลุเต็มๆ ตาแบบนี้คงตั้งแต่ย้ายเข้ามาเรียนมหาลัยในเมือง มันสวยจริงๆ เนอะ ในตอนนี้ไม่มีอะไรมาเบนความสนใจจากฉันได้นอกจากพลุบนฟ้า อ้อใช่! ฉันควรจะอัดคลิปเก็บไว้ ไวเท่าความคิดมือก็สไลด์หน้าจอกดเข้าแอปพลิเคชันสีม่วงยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายลงสตอรี่ไอจีเก็บความทรงจำเอาไว้ในคลิปสั้นๆสิบห้าวินาที

         ฉันนั่งมองความสวยของพลุจนกระทั่งแสงสว่างกลุ่มสุดท้ายกระจายตัวออกเป็นค่อยๆ จางหายไปจากฟากฟ้าเหลือเพียงแสงของดาวและเดือนและภาพของฟางอยู่ในห้วงความคิดถึง…

         ‘สบายดีใช่มั้ยฟาง…’ ความเจ็บปวดที่มันตกตะกอนไปแล้วเริ่มขุ่นขึ้นมาอีกครั้ง มันกลายเป็นความคิดถึงที่ส่งไปไม่ถึง ความคิดถึงที่อีกฝ่ายไม่ได้ยิน ฉันหลับตาลงปิดกั้นน้ำตาไม่ให้รินไหลเพื่อเหยียบความเจ็บปวดให้ลึกสุดใจก่อนจะลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ ข้อความสั้นๆในกล่องไม้ที่มันได้หายสาบสูญไปจากฉันที่วางอยู่บนหน้าตักของฉันก็ทลายทำนบน้ำตาของฉันให้พังครืนลงมาในที่สุด

 

‘แต่งงานกับผมนะครับ’  

 

         ไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่ฉันได้เห็นกล่องไม้กล่องนี้น้ำตามักจะไหลอาบร่องแก้มเสมอ ครั้งหนึ่งมันเคยหายไปจากฉันทว่าวันนี้มันกลับคืนมา...มาพร้อมกับหนึ่งประโยคสั้นๆแต่ความหมายนั้นคือชั่วนิรันดร์

“มันธรรมดาเกินไปหรือเปล่านะเนี่ย แต่ฉันเห็นพวกเราเจอแต่เรื่องเกินความคาดหมายมาเยอะแล้วเลยอยากจะขอเธอแต่งงานแบบง่ายๆน่ะ อีกอย่างกลัวคนแถวนี้จะน้อยใจที่เป็นคนเดียวในแก๊งที่ไม่โดนขอแต่งงาน…”ฉันหยิบแผ่นกระดาษขึ้นมาจากกองรูปถ่ายของฉันด้วยมือที่สั่นเทา ไม่มีคำพูดใดๆ ออกมาจากฉันนอกจากน้ำตาของผู้หญิงคนนึงที่กำลังมีความสุขที่สุด นี่น่ะหรอทิปก้อนใหญ่ของเขาน่ะ…อีตาบ้า...

“เฮ้…ทำไมเธอถึงเอาแต่ร้องไห้กันล่ะฉันเริ่มจะหวั่น…”

“ตกลงเซ็น…ตกลง…เรามาแต่งงานกันนะตอนนี้เลยก็ได้ไม่ต้องหมั้นกันแล้วแต่งเลย…ฮึก…” ฉันโผเข้ากอดร่างสูงของเขา หัวใจมันพองโตอัดแน่นไปด้วยความสุขที่ไม่สามารถหาได้จากที่ไหน ความสุขนี้มันจะต้องมาจากเขา…แค่เขาคนเดียวเท่านั้น…

“หือ…เอาสิคะ…ฉันตามใจเธอ ถ้างั้นขอมือข้างซ้ายมาสิ…” มือหนาค่อยๆ ดันไหล่ฉันออกแล้วช้อนมือข้างซ้ายของฉันขึ้นมา เขาเอื้อมมืออีกข้างมาหยิบแหวนในกล่องไม้ก่อนจะบรรจงสวมแหวนเงินที่นิ้วนางข้างซ้ายของฉัน

“แหวนวงนี้จะแทนคำสัญญาว่าฉันจะรักเธอไปชั่วนิจนิรันดร์ ต่อไปนี้จะเธอจะได้เชื่อมั่นในความรักของเราไม่ต้องคอยตามระแวงว่าฉันจะนอกใจ นานะ…ฉันให้คำมั่นสัญญาว่าฉันไม่มีมีวันนอกใจเธอ” ทุกคำพูดของเขามันหนักแน่นมันมีแต่ความอบอุ่นที่กอบกุมหัวใจของฉัน น้ำตามันไหลออกมาไม่หยุดซบหน้าลงบนบ่ากว้างสะอื้นอยู่ในอ้อมกอดอบอุ่น ในตอนนั้นเองที่เสียงนุ่มเอื้อนเอ่ยอีกหนึ่งประโยคสุดท้ายที่ย้ำกับหัวใจหนึ่งเดียวของฉันว่าจะรักใครทั้งทีก็คงต้องเป็นเขา

“เธอเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่จะฉันรักและมันจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง”  

 

ให้ตายเถอะ…ฉันรักเขามาก…รักเขามากจริงๆนะ…

และจะรักเขาจนกว่าฟ้าดินจะสลาย…

 

- THE END - 

Image : SEN DAI (Sen Mitsuji) 

Image : NANA (Im Jin-Ah)  

ประกาศ!!!  

*ขอเลื่อนลงนิยายเรื่อง Alarm Boy ของเฮียโจเป็นวันอาทิตย์แทนนะคะ อย่าโกรธกันนะ* 

 

--------------------------------------------- 

Talk With Me 

         ขอโทษที่ลงช้าค่ะเมื่อคืนตีสี่แถมไม่เสร็จด้วยงานยุ่งมากๆ เอาไว้ของเฮียโจจะมาลงให้อีกที่ในวันอาทิตย์นะคะเพราะตอนนี้ต้องไปกาญจนบุรีแล้วนี่แอบแวบมาลงให้ก่อนได้นอนไปแค่ 3 ชั่วโมงเอง แงงง ขอโทษจริงๆที่เดี๋ยวนี้อัพนิยายช้าเพราะงานนี่แหละ ขอโทษนะคะ อย่าโกรธกันเลยย

         ขอบคุณทุกคนนะคะที่ตามอ่านกันมาจนถึงตอนจบหรือตามกันมาจากเรื่องแรก ขอบคุณจริงๆค่ะสำหรับความรักและกำลังใจ จะพัฒนาตัวเองขึ้นเรื่อยๆนะคะแม้ตอนนี้จะยุ่งมากก็ตาม ขอบคุณน้าาา รัก.

 

ตอนนี้มีผลงาน 4 เรื่องแล้วนะคะ 'เซตเสือ' ฝากติดตามด้วยน้า 

Last Signal เมียเสือ (Allure x Ren) - จบแล้ว - 

Crime King คนพันธุ์เสือ (Damon x Mayha) - จบแล้ว - 

Triple Tiger มีเสือเป็นคู่หมั้น (Sen x Nana) - จบแล้ว - 

Alarn Boy เสือเลี้ยงเด็ก (Joshua x Tawan) - ยังไม่จบ -  

 

และลังจะปล่อยเซตใหม่ คือ 'เซตหมาป่า'  

- c o m i n g s o o n - 

 

- ข อ บ คุ ณ ค่ า - 

 

b y 

- ท า น ต ะ วั น - 

ความคิดเห็น