ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

+++ บทที่2 ฮาแกน เลิร์ช +++

ชื่อตอน : +++ บทที่2 ฮาแกน เลิร์ช +++

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ต.ค. 2563 15:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
+++ บทที่2 ฮาแกน เลิร์ช +++
แบบอักษร

 

บทที่2 

ฮาแกน เลิร์ช 

 

​“โอ๊ย...เจ็บหัว...” 

“พี่ครับเขาฟื้นแล้ว!” 

  

ดีแลนค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นแล้วจึงใช้พลังตรวจดูรอบๆ ตัว ในตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะถูกช่วยเอาไว้โดยใครสักคนที่พาเขามาที่นี่ กระเป๋าของเขาวางอยู่ที่ข้างเบาะเก่าๆ ที่เขานอนอยู่ โชคดีที่เขาเลือกใช้กระเป๋าแบบใส่รหัสได้ ไม่อย่างนั้นของและเงินสดที่เขาขนมาจากรถคงถูกขโมยไปหมดตอนที่เขาไม่ได้สติ เด็กผู้หญิงที่ดูท่าทางอ่อนอายุกว่าเขาเดินเข้ามาหา ที่อีกด้านของห้องเด็กชายตัวน้อยกำลังมองเขาอย่างสนใจ 

  

“ตื่นแล้วหรือคะรู้สึกยังไงบ้าง” 

“เอ่อ...เธอช่วยฉันไว้หรือ” 

“ค่ะ หนูกับน้องเห็นคุณท่าทางไม่ค่อยสบายที่ถนนนั่น คุณฮีทหรือคะ” 

“เปล่าครับผมไม่ได้ฮีท ผมแค่ปวดหัว ขอบคุณที่ช่วยผมไว้นะครับ ผมหมดสติไปนานเท่าไหร่แล้วครับ” 

“คุณหมดสติมาสองวันแล้วค่ะ” 

“อ่า...บ้าจริง...” 

  

อาการปวดหัวที่กำเริบขึ้นมาครั้งนี้ดูจะรุนแรงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ มันเล่นงานเขาจนหมดสติมาสองวันเลยหรือนี่ ดีแลนยกมือขึ้นนวดที่ขมับ เด็กผู้หญิงคนนั้นเดินออกไปทางมุมห้องที่เขาคิดว่าน่าจะเป็นครัว และเดินกลับมาพร้อมกับซุปร้อนๆ หนึ่งถ้วย เธอนั่งลงที่ด้านข้างเขาและคนซุปเพื่อให้มันคลายความร้อน 

  

“คุณ เอ่อ...ทานอาหารเองได้ไหมคะ คุณสลบไปสองวันไม่ได้ทานอะไรเลย” 

“ผมทานเองได้ครับ คุณ...” 

“หนูพริมโรสค่ะ เรียกพริมก็ได้ ส่วนเด็กคนนั้นเป็นน้องชายของหนูชื่อเมเบล พวกเราเป็นโอเมก้าเหมือนคุณ” 

“ขอบคุณนะครับพริม ผมชื่อดีแลน ฟอสเตอร์ ว่าแต่ผมขอยืมโทรศัพท์หรือสมาร์ตวอชได้ไหม ผมต้องติดต่อที่บ้าน ป่านนี้เขาคงเป็นห่วงผมกันยกใหญ่แล้ว” 

“ขอโทษนะคะ พวกเราไม่มีเงินพอซื้อของพวกนั้นหรอกค่ะ คุณดีแลน” 

“อ่า...แล้วปกติพวกคุณติดต่อกับคนอื่นยังไงถ้าไม่มีของพวกนี้” 

“เอ๋? พวกเราไม่ได้จำเป็นต้องติดต่อใครนะคะ อืม...คุณดีแลนมาจากประเทศอื่นใช่ไหมคะ” 

“ครับ ผมมาจากเอเดน พอดีรถที่ผมนั่งกำลังจะไปสนามบินเกิดอุบัติเหตุ ตอนนี้ผมต้องรีบกลับไปที่เอเดน” 

“อา... เสียใจที่ต้องบอกคุณว่า เมื่อสามชั่วโมงก่อนทางสภาประกาศเคอร์ฟิวฉุกเฉิน ปิดตายการขนส่งรวมถึงคมนาคมระหว่างประเทศอย่างไม่มีกำหนด” 

  

พริมโรสเล่าให้ดีแลนฟังว่า ทางสภาต้องการตัดท่อน้ำเลี้ยง รวมถึงช่องการลำเลียงอาวุธของกลุ่มผู้ก่อการร้ายในทุกช่องทาง เนื่องจากสถานการณ์การรบระหว่างกองทัพและพวกกบฏ ทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน พวกเบื้องบนต้องการจำกัดวงความเสียหายเอาไว้ให้ได้มากที่สุด การขนส่งและการเดินทางข้ามประเทศในตอนนี้ต้องได้รับอนุญาตจากกองทัพเท่านั้น 

  

“ถ้าคุณไม่รังเกียจ จะพักอยู่กับพวกเราไปก่อนก็ได้นะคะ หนูกับน้องอยู่กันแค่สองคน ให้คุณมาอยู่เพิ่มก็ไม่แออัดมากหรอกค่ะ” 

“แล้วพ่อกับแม่ของพวกเธอล่ะ” 

“พวกเราไม่มีพ่อกับแม่หรอก ที่นี่พวกเราโอเมก้าจับกลุ่มกันอยู่ เพราะจะได้ปลอดภัยเวลาฮีท หนูหนีออกมาจากบ้านเด็กกำพร้า ส่วนเมเบลหนูเจอเขาถูกทิ้งอยู่ที่ตรอกในชุมชนเลยช่วยมา” 

  

ปึงๆๆๆ 

  

เสียงเคาะประตูเรียกความสนใจจากทั้งสามคน เมเบลกับพริมโรสมองหน้ากันอย่างรู้ความหมาย โอเมก้าเด็กน้อยรีบวิ่งไปซ่อนในตู้เสื้อผ้าเล็กๆ เพียงหนึ่งเดียวในห้อง ส่วนพริมโรสผลักให้ดีแลนนอนลงและเอาผ้าห่มกับหมอนมาสุมๆ ทับตัวโอเมก้าหนุ่มเอาไว้ก่อนที่จะรีบเดินไปเปิดประตู 

  

“เปิดช้านะย๊ะยัยพริม” 

“ขอโทษค่ะมิสแมรี่ พอดีว่ากำลังจะอาบน้ำ” 

“อ่อหรอ ฉันจะไม่อ้อมค้อมนะ ค่าเช่าเดือนนี้เมื่อไหร่จะจ่ายไม่ทราบ” 

“ขอเวลาอีกสักหน่อยเถอะค่ะ ฉันสัญญาว่าจะหามาจ่ายให้ครบตามจำนวน” 

“อย่าหาว่าฉันแนะนำเลยนะ หน้าตาหล่อนก็ออกจะสวย ไปที่บาร์แล้วหาทางจับอัลฟ่ารวยๆ สักคนก็พอแล้วนิ ไม่เห็นต้องไปทำงานล้างจานที่ร้านอาหารเลย” 

“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ แต่ว่าฉันไม่อยากขายร่างกาย เอาเป็นว่าเดี๋ยวฉันจะหาเงินมาจ่ายให้คุณในเร็ววันนี้ค่ะ” 

“ให้ไวนะย๊ะ ถ้าภายในอาทิตย์นี้หามาจ่ายไม่ได้ก็เชิญย้ายออกไป” 

“ฉันไม่ลงไปส่งนะคะ ลาก่อนค่ะ” 

  

พริมโรสปิดประตูในทันทีหลังพูดจบ ดีแลนจึงค่อยๆ โผล่หน้าขึ้นมาจากกองหมอน พร้อมกับเมเบลที่ออกมาจากตู้เสื้อผ้า ดูเหมือนว่าโอเมก้าสาวน้อยคนนี้จะมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย สัญชาตญาณของดีแลนบอกว่าต้องรีบหาทางช่วยทั้งคู่ ก่อนที่จะถูกเจ้าของห้องเช่าถีบหัวส่ง โอเมก้าผมสีขาวหันไปมองกระเป๋าสัมภาระที่ขนมาด้วย ก่อนจะหันไปมองพริมโรสที่กำลังล้างชามในครัว 

  

“มิสแมรี่ต้องการให้ฉันไปทำงานที่บาร์ของญาติเธอค่ะ ถ้าเธอรู้ว่าฉันอยู่กับเมเบลที่เป็นโอเมก้าชาย เมเบลต้องถูกตื๊อให้ไปทำงานแน่” 

  

โอเมก้าชายถือว่าเป็นของหายาก และเป็นที่ชื่นชอบสำหรับอัลฟ่าชั้นสูงเป็นอย่างมาก มีโอเมก้าชายจำนวนไม่น้อยนิยมทำงานในบาร์ หรือสถานบันเทิงเพื่อมองหาอัลฟ่าฐานะดีบางคน พวกเขาะยายามอัพเกรดตัวเองให้สุขสบายในทางลัด แต่สำหรับดีแลนที่เดิมทีครอบครัวมีฐานะอยู่แล้วจึงไม่เคยคิดถึงข้อนี้มาก่อน แต่ก็เคยได้ยินจากเพื่อนๆ ในโรงเรียนมาก่อนว่ามีเรื่องแบบนี้ด้วย 

สำหรับโอเมก้าที่ขาดทุนทรัพย์ และไม่ได้รับการศึกษา การได้งานดีๆ ทำสักแห่งเป็นอะไรที่ยากมาก เพราะพวกเขาอาจต้องลางานเพราะฮีท ยิ่งคิดเท่าไหร่ดีแลนก็ไม่สามารถปล่อยให้เด็กทั้งสองคนที่ช่วยเขา ต้องไปเผชิญโชคตามยถากรรมได้อีก หลังจากที่ไตร่ตรอง รวมถึงวางแผนการดำเนินชีวิตจากนี้แล้ว ดีแลนจึงเอ่ยถามพริมโรส 

  

“ค่าเช่าห้องที่นี่เดือนละเท่าไหร่หรือพริม” 

“เดือนละสามร้อยเหรียญทองแดงค่ะคุณดีแลน” 

“แล้วราคาบ้านหรือห้องคอนโดแบบซื้อขาดอยู่ที่เท่าไหร่” 

  

หน่วยเงินที่อวาลอนนับเป็นเหรียญ โดยเรียงจากเหรียญทองแดง เหรียญเงิน เหรียญทอง ห้าร้อยเหรียญทองแดงเท่ากับหนึ่งเหรียญเงิน ห้าร้อยเหรียญเงินเท่ากับหนึ่งเหรียญทอง ต่างจากที่เอเดนซึ่งมีสกุลเงินเรียลที่เป็นธันบัตร ปัจจุบันถ้าเทียบค่าเงินกันแล้ว ห้าสิบเรียลเท่ากับหนึ่งเหรียญทอง 

  

“ก็คงจะซักหนึ่งร้อยเหรียญทองขึ้นไปละมั้งคะ คุณดีแลนถามทำไมหรือ” 

“ฉันว่าเราควรย้ายออกจากที่นี่ ในธนาคารฉันพอจะมีเงินอยู่บ้าง ในเมื่อเธอช่วยฉัน ฉันก็จะช่วยเธอและเมเบล” 

“คุณดีแลนไม่จำเป็นต้องช่วยพวกเราหรอกค่ะ โอเมก้าอย่างเราไม่มีทางเลือกมากนัก ฉันแค่ต้องทำงานหนักขึ้น...” 

“เชื่อฉันเถอะพริม อย่างน้อยๆ ก็เพื่อเมเบลจะได้ไม่ต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ และถ้าหากรัฐบาลเปิดประเทศให้เดินทางได้เมื่อไหร่ ฉันจะพาเธอและเมเบลกลับไปอยู่ที่เอเดนด้วยกัน” 

“คุณพูดจริงหรือคะ...คุณดีแลนจะรับพวกเราไปอยู่ด้วยหรือคะ...พวกหนูอาจเป็นคนไม่ดีก็ได้นะ” 

“เห็นฉันเป็นแบบนี้แต่ฉันก็มองเห็นนะพริม ไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงมีพลังนี้ แต่ว่ามันทำให้ฉันเห็นธาตุแท้ของคน ทุกคนมองมาที่ฉันด้วยสายตารังเกียจ ไม่เหมือนเธอกับเมเบล ความจริงในตอนที่ฉันไม่ได้สติเธอสามารถเอากระเป๋าใบนั้นไปก็ได้ แต่เท่าที่ฉันเห็น กระเป๋าของฉันไม่มีรอยงัดแงะด้วยซ้ำ พริมโรส...ให้ฉันตอบแทนความมีน้ำใจของพวกเธอนะ” 

  

หนึ่งชั่วโมงหลังจากที่ได้เล่าแผนการใช้ชีวิตหลังจากนี้ให้กับโอเมก้าสาวน้อยฟัง ดีแลนและพริมโรสเดินทางมาที่ธนาคารซึ่งอยู่ใกล้กับห้องพักที่สุด โชคยังดีที่ดีแลนยังสามารถถอนเงินออกจากบัญชีของเขาได้อยู่ ดูเหมือนว่าพี่เขยและพี่สะใภ้นั้นไม่ได้รีบร้อนเรื่องจัดการเงินที่เหลือในบัญชีของเขา แต่ก็ไม่แน่ว่าจากนี้บัญชีจะถูกอายัด 

ดีแลนจึงตัดสินใจถอนเงินทั้งหมดออกมาจากบัญชี เงินที่เหลืออยู่ทั้งหมดมีจำนวนห้าหมื่นเรียล แลกเป็นเหรียญทองได้ทั้งหมดหนึ่งพันเหรียญ เขาให้พริมโรสเปิดบัญชีใหม่และฝากเงินทั้งหมดลงไป รวมถึงเอาเงินที่ได้จากในรถที่มีอยู่สามปึก ปึกละหนึ่งหมื่นเรียลมาแลก และฝากเข้าไปด้วยเพื่อไม่ให้ตัวเลขเหมือนกันจนน่าสงสัย ทำให้ตอนนี้เขามีเงินอยู่ที่หนึ่งพันหกร้อยเหรียญทอง 

  

“ฉันอยากได้ที่อยู่อาศัยที่มันใกล้เมืองมากขึ้น อย่างน้อยก็สามารถหางานได้หลากหลาย รวมถึงยังเดินทางไปทำงานได้สะดวกกว่าอยู่ชานเมืองแบบนี้” 

“หนูรู้จักที่ดีๆ ค่ะ คุณดีแลนไม่ต้องห่วง” 

  

หากเขาต้องติดอยู่ที่นี่โดยไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้กลับบ้าน สิ่งที่ดีแลนคิดถึงเป็นอย่างแรกคือปัจจัยสี่ที่จำเป็นสำหรับพื้นฐานการใช้ชีวิต ที่อยู่อาศัย อาหาร ยา เครื่องนุ่งห่ม ภารกิจปรับปรุงคุณภาพชีวิตสองพี่น้องโอเมก้าดำเนินไปตลอดทั้งวัน ดีแลนบอกกับพริมโรสว่าที่เขาทำอยู่ตอนนี้ก็เพื่อความปลอดภัยในระหว่างที่เขาติดอยู่ที่นี่ เขาจะช่วยเพียงแค่เรื่องของที่อยู่อาศัยเท่านั้น หลังจากนี้ทั้งเธอและเขาก็ต้องหางานทำเหมือนเดิม หรือถ้าเธอเกรงใจจริงๆ จะทำงานหาเงินค่าบ้านมาทยอยจ่ายเขาก็ได้ แต่มีข้อแม้ว่าห้ามทำงานหนักเกินตัว โอเมก้าสาวน้อยได้ฟังอย่างนั้นก็รู้สึกโล่งใจ เพราะพื้นฐานของเธอนั้นไม่ชอบงอมืองอเท้าขอใครกิน 

ตอนเย็น ดีแลน พริมโรส และเมเบลก็พากันย้ายสำมะโนครัวมาอยู่ที่บ้านใหม่ โอเมก้าชายตัวน้อยตื่นเต้นกับบ้านหลังใหม่จนกระโดดโลดเต้นไปทั่ว ต่างกับพริมโรสที่ยืนนิ่งและพยายามกลั้นน้ำตาไว้อย่างสุดความสามารถ บ้านทาวน์โฮมสองชั้นมือสองหลังนี้มีห้องนอน3ห้องห้องน้ำ2ห้อง มีห้องครัว ห้องนั่งเล่นรวมถึงสวนหน้าบ้าน อีกทั้งยังมีรั้วรอบขอบชิด ถึงแม้มันจะไม่ได้ดูดีมากในสายตาดีแลน แต่ก็ยังดีกว่าห้องเช่ารูหนูที่สองพี่น้องนี่เช่าอยู่ก่อนหน้านี้ ดีแลนหมดเงินไปทั้งหมดสามร้อยเหรียญทอง ในการซื้อบ้านและเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดซึ่งจะทยอยมาส่งภายในอาทิตย์นี้ และเนื่องด้วยวันนี้บ้านทั้งหลังเป็นเพียงบ้านเปล่า ทั้งสามคนเลยต้องนอนรวมกันในห้องนอนใหญ่ของดีแลนไปก่อน 

เวลาล่วงเลยผ่านไป จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี สถานการณ์ระหว่างกองทัพและกลุ่มผู้ก่อการร้ายก็ไม่มีวี่แววจะดีขึ้น ซ้ำร้ายความรุนแรงของสงครามได้ลุกลามเข้ามาใกล้เมืองมากขึ้น เมื่อกลุ่มผู้ก่อการร้ายเริ่มก่อจลาจลในเมืองต่างๆ มีคาร์บอมเกิดขึ้นหลายจุด ความหวังที่ดีแลนจะได้กลับบ้านนั้นเริ่มริบหรี่ลงไปเรื่อยๆ ตามปีที่ผ่านไป เพราะถ้านับตั้งแต่วันแรกที่เขาติดอยู่ในอวาลอน เวลาก็ล่วงเลยมากว่าสามปีแล้ว 

ถึงแม้จะมีเงินเหลือเก็บจนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างไม่ลำบาก แต่ดีแลนและพริมโรสก็ใช้วิธีหาเงินเข้าครอบครัวจำเป็นนี้ด้วยการรับจ้างทำงานพิเศษตามที่ต่างๆ เพราะพริมโรสไม่เคยเรียนหนังสือ และดีแลนก็ต้องการปกปิดตัวตน การถอนเงินทั้งหมดออกจากบัญชี อาจทำให้พี่สะใภ้และพี่เขยทราบแล้วว่าเขายังมีชีวิตอยู่ ทำให้การติดต่อกับครอบครัวที่เอเดนอาจถูกจับตามอง ดีแลนจึงไม่คิดที่จะติดต่อพ่อกับแม่ในเวลานี้ อีกทั้งการทำธุระกรรมรวมถึงใช้ชื่อ ดีแลน ฟอสเตอร์ อาจะทำให้เขาถูกตามตัวเจอและน้องๆในความดูแลอาจเป็นอันตราย เขาจึงไม่สามารถไปหางานทำตามวุฒิการศึกษาเดิมได้ พริมโรสที่เป็นเจ้าแม่พาร์ทไทม์อยู่แล้ว จึงพอรู้จักร้านอาหารที่ผู้จัดการใจกว้างพอ ที่จะรับโอเมก้าซึ่งตาบอดอย่างเขาเข้าทำงาน ถึงแม้ในช่วงแรกจะลำบากไปบ้าง แต่ดีแลนก็พยายามอย่างเต็มที่จนตอนนี้เขาเริ่มชินกับมันไปเสียแล้ว 

เย็นวันหนึ่งในขณะที่ดีแลนนั่งดื่มโกโก้ร้อนอยู่ที่โซฟารับแขก ทีวีก็ฉายภาพเหตุการณ์ความรุนแรงที่ชายแดนอวาลอน กลุ่มก่อการร้ายเหมือนจะเล็งประเทศนี้เอาไว้เป็นฐาน จึงเริ่มโจมตีชายแดนอย่างหนัก ด้วยการโจมตีที่ไร้ความปรานีทำให้รัฐบาลอวาลอนประกาศให้พื้นที่ทางเหนือของประเทศเป็นพื้นที่สีแดง ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่นั้นต้องลี้ภัยออกจากจากบ้านของตัวเอง มาอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยที่ทางรัฐบาลจัดไว้ให้ 

และเนื่องด้วยสถานการณ์ที่เลวร้ายลง จนถึงขนาดประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแบบรหัสแดง ทหารหน่วยรบพิเศษของกองทัพจึงถูกส่งมาประจำการที่อวาลอนอย่างไม่มีกำหนด หน่วยรบพิเศษนี้มีชื่อว่าหน่วยEnigma ตัวย่อEM เป็นหน่วยรบที่จะคัดเอาเฉพาะอัลฟ่าที่มีพลังพิเศษ ทหารอัลฟ่าและเบต้าหัวกะทิเท่านั้น หน่วยEM เป็นหน่วยที่ถูกส่งไปทำภารกิจเดนตายหลายครั้ง อัตราประสบความสำเร็จในภารกิจของหน่วยคือเก้าสิบแปดเปอร์เซน สมาชิกของหน่วยไม่เป็นที่แน่ชัดว่ามีทั้งหมดเท่าไหร่ แต่ผู้ที่เป็นหัวหน้าหน่วยคือ พันเอกฮาแกน เลิร์ช 

พันเอกฮาแกน เลิร์ช เป็นอัลฟ่าสายเลือดบริสุทธิ์ที่มีพลังพิเศษ เข้าร่วมกองทัพตอนอายุ22ปี ปัจจุบันอายุ28ปี ไม่เคยมีใครเห็นใบหน้าของพันเอกนอกจากผู้บัญชาการระดับสูงในกองทัพ ประวัติของเขาถูกปกปิดโดยสภามิวเทท ถึงแม้ตัวตนของเขาจะเป็นความลับอย่างไร แต่หากภารกิจใดมีชื่อเขาเข้ามาเกี่ยวข้อง แสดงว่าภารกิจนั้นย่อมมีความสำคัญมาก ดีแลนกดรีโมตปิดทีวีและหันมาสนใจคุกกี้ช็อกโกแลตชิพส์อบใหม่ ฝีมือของพริมโรสและเมเบล น้องสาวและน้องชายในอุปถัมภ์ของเขา ฮาแกน เลิร์ชอะไรนั่นเขาไม่สนใจหรอก 

  

“พี่ดีแลน พี่เลิกเอาผ้าบ้าๆ นั่นไปผูกตาสักทีเถอะค่ะ อย่างน้อยๆ ก็ใช้ผ้าที่มันดูดีกว่านี้หน่อยเถอะ” 

“พี่รู้ แต่มันจะดีกว่าถ้าพี่ทำตัวให้ไม่โดดเด่นนะ” 

“ไม่โดดเด่น อย่างการแต่งตัวโทรมๆ ถือไม้คลำทางง่อยๆ แกล้งเป็นคนตาบอดนั่นหรือคะ ทั้งๆ ที่หัวสีถั่วงอกของพี่มันเด่นเสียยิ่งกว่าอะไร” 

“พริมโรส...พี่ไม่มีลูกตานะ อีกอย่างเพื่อนของพี่ที่นิสัยแย่ที่สุดก็เรียกผมพี่ว่าสีหัวไชเท้านะ” 

“หนูจะเรียกว่าถั่วงอกจนกว่าพี่จะยอมเปลี่ยนการแต่ตัวให้ดีขึ้นกว่านี้นั่นแหละค่ะ!” 

“อืม...พี่ว่าบางทีถั่วงอกก็อร่อยดี” 

“พี่ดีแลน!!!” 

บ้านหลังน้อยของดีแลนและเด็กๆในอุปถัมภ์ 

หลังนี้ของจริงอยู่ที่รัฐแคริฟอเนียน สหรัฐอเมริกาค่ะ 

  

TALK with Potdswat. 

สวัสดีค่ะรีทเดอร์ที่น่ารักทุกท่าน 

ก่อนอื่นเลยขอขอบคุณทุกคนที่อ่านมาจนถึงตอนนี้นะคะ ไรท์เตอร์ค่อนข้างตกใจกับยอดวิวมากๆค่ะ ไม่คิดว่าแค่คืนเดียวจะมีคนสนใจขนาดนี้ ไฟแห่งการเขียนที่เริ่มมอดไปแล้วถึงกับลุกโชติช่วงเลยทีเดียว ขอบคุณจริงๆค่ะ 

สิ่งจำเป็นที่สุดเลยในชีวิตของคนเราคือ สติ ต่อให้สถานการณ์ที่เจออยู่มันเลวร้ายแค่ไหน ขอแค่ตั้งสติได้ทุกอย่างก็ไม่ยากเกินการรับมือของเราค่ะ จากประวัติของน้องดีแลนของเรา น้องเป็นคนรวยค่ะ ครอบครัวเดิมของน้องก็รวยอยู่แล้ว การเลือกของใช้ การใช้ชีวิตของน้องเลยค่อนข้างมีรสนิยม ถึงแม้ในตอนนี้น้องจะติดใจการแต่งตัวมอซอก็ตาม ส่วน ฮาแกน เลิร์ช เป็นใคร ใช่พระเอกหรือเปล่า ไม่บอกหรอก อิอิ  

 หากพบคำผิดสามารถแจ้งได้เลยนะคะ ไรท์เตอร์จะรีบเข้ามาแก้ให้ทันทีค่ะ​ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว