ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 41 หลงรัก

ชื่อตอน : ตอนที่ 41 หลงรัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 339

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ต.ค. 2563 13:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 41 หลงรัก
แบบอักษร

ตอนที่ 41 

หลงรัก 

 

 

               “แล้ว...ไปทำอีท่าไหนถึงได้เป็นแบบนั้นล่ะ”หลังจากกวีใช้วาร์ปจากภายในห้องสมุดลึกลับกลับมายังเมืองทันดร้า กวีก็แยกทางกับแก้วเพราะกวีไม่สามารถพาแก้วมาเจอกับเมฆและไอช่าได้ เพียงแต่สถานที่ที่เมฆนัดพบนั้นกลับเป็นลานประลองของเมืองทันดร้าเสียอย่างนั้น แถมคนที่กำลังลงประลองอยู่ก็เป็นมีนอีกด้วย

 

               “ไม่รู้สิ พอจัดการเรื่องของกิลด์อัศวินนภาเสร็จ ก็เห็นว่ามีรายชื่อของมีนลงแข่งในงานประลองแล้ว”เมฆตอบพลางนั่งมองการประลองด้วยท่าทีช่วยไม่ได้ ไม่รู้หรอกว่ามีนเข้าไปร่วมงานประลองได้ยังไง แต่เธอก็กำลังสู้กับคนบนลานประลองอย่างจริงจังทีเดียว ท่าทางนิสัยชอบการต่อสู้ของมีนจะไม่ได้จำกัดแค่มอนสเตอร์เสียแล้ว

 

               “ประสาทสัมผัสไวมากเลยนะคะ ถึงจะเลเวลน้อยกว่าแต่ก็สู้ได้ยอดเยี่ยมมากเลย”ไอช่าที่กำลังถือแก้วน้ำกับป๊อปคอร์นในมือจ้องมีนที่กำลังต่อสู้อยู่บนลานประลองอย่างสนใจ นี่เป็นรอบที่ 5 แล้วที่มีนสามารถเอาชนะมาได้ ประสาทสัมผัสของมีนนั้นแหลมคมอย่างกับพวกที่ฝึกมาอย่างหนักไม่มีผิด ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเป็นคนที่พึ่งเคยเล่นเกมแนวต่อสู้เป็นครั้งแรก หากฝึกดี ๆบางทีอาจจะมีฝีมือเทียบเท่าเมฆได้เลยก็ได้

 

               “ยังหยาบไปหน่อย แต่ก็น่าสนใจ”เมฆยอมรับอย่างจริงใจ ปกติเมฆเป็นพวกเล่นเกมคนเดียวเพราะไม่ชอบให้คนอื่นมาถ่วง แต่สำหรับมีนแล้วเขาสามารถร่วมสู้ได้อย่างสบายใจแทบไม่ต่างจากปาร์ตี้ของพวกเอกเลย หากเข้าใจเกมมากกว่านี้ และใช้สมองในการต่อสู้มากกว่านี้มีนคงเหนือกว่าพวกเอกได้แน่ ๆ

 

               เปรี้ยง!!

 

               ดาบในมือของมีนโจมตีใส่ร่างของคู่ต่อสู้ตรงหน้าอย่างรวดเร็วจนร่างของชายคนนั้นถอยออกไปกระแทกกับพื้นอย่างแรงพร้อมพลังชีวิตที่เหลือเพียง 1 หน่วยเท่านั้น นั่นหมายความว่ามีนเป็นผู้ชนะในรอบนี้นั่นเอง การแข่งขันในเมืองทันดร้านั้นถือเป็นความบันเทิงอย่างหนึ่งที่มีให้เห็นเป็นประจำทุกวัน โดยการแข่งขันที่มีนลงสมัครนั้นเป็นการแข่งขันของผู้เริ่มต้น ไม่ใช่พวกระดับสูงที่ครองสนามมาอย่างยาวนานทำให้ฝีมือของคู่แข่งที่มีนเจอค่อนข้างอยู่ในเกณฑ์ธรรมดา ทำให้มีนสามารถเอาชนะได้แม้เลเวลจะห่างกัน 10 หรือ 20 เลเวลก็ตาม

 

               “เก่งมาก”ขณะมีนกำลังจะเดินลงจากลานประลองเพื่อรอการต่อสู้รอบต่อไป กวีก็เดินมารอตรงขอบสนามเพื่อจะคุยกับมีน เพียงแต่....

 

               “พี่กวี มาด้วยเหรอคะ”มีนสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นกวีมาเจอเธอที่กำลังเข้าร่วมการประลองอยู่ ทันทีที่รู้ว่ามีคนรู้จักมาดูการประลองด้วยมีนก็หน้าแดงจัดอย่างกับลูกตำลึงก่อนจะย่อตัวเล็กน้อยเหมือนจะพยายามหาที่หนีไปหลบเสียอย่างนั้น ไอ้นิสัยขี้อายของเธอเนี่ยไม่เหมาะกับท่าทีเวลาต่อสู้เลยสักนิด

 

               “มากันหมดนั่นล่ะ เธอทำได้ดีมากเลยนะ”กวียิ้มกว้างพลางชี้ไปที่พวกเมฆที่นั่งรออยู่ด้านบน พอเห็นเมฆกับไอช่าเข้ามีนก็ยิ่งอายเสียยิ่งกว่าเดิมอีก ตอนแรกเธอรู้แค่ว่าสามารถเข้ามาลองสู้กับคนอื่นได้ก็เลยเข้ามาสู้ดู แต่จู่ ๆเธอก็โดนจับเข้างานประลองเสียอย่างนั้นเล่นเอาเธอทำตัวไม่ถูกเลย

 

               “มีนทำให้พวกพี่กวีต้องรอหรือเปล่า มีนจะไปขอร้องคนจัดการแข่งดูว่าจะออกไปก่อนได้หรือเปล่า”มีนเห็นว่าพวกเมฆกับไอช่าเองก็มาแล้วกลับรู้สึกว่าตัวเองกำลังทำให้พวกกวีรอหรือเปล่า ก็เลยจะไปสละสิทธิ์ แต่กวีกลับส่ายหน้าช้า ๆเป็นการปฏิเสธ

 

               “ไม่ต้องหรอก พวกเจยังไม่มาเลย แถมรอบต่อไปก็เป็นรอบสุดท้ายแล้วอยู่สู้ให้จบเถอะ”กวียิ้มออกมาก่อนจะเดินกลับขึ้นไปบนที่นั่งคนดู แม้จะเป็นการประลองที่จัดขึ้นทุกวันแต่รางวัลสำหรับผู้ชนะก็ไม่เลวเลย ไหน ๆก็สู้มาขนาดนี้แล้วก็เอาของรางวัลกลับบ้านเสียหน่อยจะเป็นอะไรไป

 

               “ค่ะ....”มีนตอบรับก่อนจะเดินกลับเข้าไปตรงที่พักของผู้เข้าแข่งขัน ตอนนี้คู่ต่อสู้ของมีนเหลือเพียงผู้ชนะจากอีกสายเท่านั้น

 

               “พี่กวี สวัสดีครับ”หลังจากกวีเดินกลับมาตรงที่นั่งคนดู กวีก็พบว่าเจอยู่ตรงที่นั่งคนดูตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่ทราบ เท่านี้ปาร์ตี้ของกวีก็กลับมาจนครบแล้วแม้แต่มายด์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆเจด้วยเช่นเดียวกัน เพียงแต่ท่าทีของทั้งสองนั้นดูแปลก ๆอย่างเห็นได้ชัด การที่มายด์จะไปอยู่ข้าง ๆเจก็เป็นเรื่องปกติ แต่เจมักจะทำตัวเขิน ๆเหมือนไม่ทราบจะทำอย่างไรกับความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นดี แต่ตอนนี้เจกลับพูดคุยกับมายด์มากขึ้นแถมยังหัวเราะคิกคักกันสองคนราวกับโลกนี้ไม่มีคนอื่นแล้วอีกต่างหาก ไอ้ท่าทางเหมือนคู่รักใหม่นั่นชัดจนไม่ต้องอธิบายเป็นคำพูดเลย

 

               “แล้วคู่ต่อสู้ของมีนน่าจะเป็นใครงั้นเหรอ”กวีปล่อยผ่านเรื่องของมายด์กับเจแล้วไปนั่งอยู่ข้าง ๆเมฆอีกครั้ง กวีพึ่งจะมาถึงก็เลยยังไม่รู้เลยว่าใครลงประลองบ้าง แต่พอถามคำถามนี้ออกไปเมฆกลับยิ้มเจื่อน ๆออกมาเหมือนไม่อยากจะตอบเสียอย่างนั้น

 

               “ฮ้า ๆ ๆ ไหนใครเป็นเหยื่อคนต่อไปของข้า”ไม่ต้องให้เมฆตอบ ชายคนหนึ่งก็เดินขึ้นมาบนลานประลองพร้อมเสียงหัวเราะเสียอย่างนั้น สำหรับคนอื่นอาจจะมองว่าเจ้านี่มันบ้าหรือไม่เต็มเพราะมันเล่นเก๊กท่าขึ้นมาบนเวทีอย่างกับตัวละครในการ์ตูนเสียอย่างนั้น

 

               “ไอ้..เจ้านั่นงั้นเหรอ”กวียิ้มฝืน ๆออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ไม่นึกเลยว่าคนแบบเจ้านั่นจะมาลงประลองในรอบมือใหม่แบบนี้ ไม่ใช่ว่าเจ้านั่นเป็นผู้เล่นเก่าหรอกหรือ

 

               “เจ้านี่ดวงซวยจริง ๆที่มาเจอกับข้าผู้นี้ วันนี้ข้าจะให้ดาบของข้าได้ดื่มเลือดของเจ้า”ชายหนุ่มที่สวมเสื้อเกราะที่ประดับประดาอย่างกับจะทำให้ตัวเองเรืองแสงได้ชี้ดาบมาทางคู่ต่อสู้ก่อนจะพุ่งตัวเข้ามาโจมตีอย่างต่อเนื่องจนคู่ต่อสู้รับมือแทบไม่ทัน เจ้านั่นเป็นนักดาบสายความเร็วที่โจมตีได้อย่างดุดันมาก แม้จะมีท่าทีไม่เต็มเท่าไรแต่เรื่องฝีมือนั้นกลับเหนือกว่าคู่ต่อสู้คนอื่น ๆอย่างเห็นได้ชัด

 

               “ห้าปีแล้วเจ้านั่นก็ยังไม่เปลี่ยนสินะ”กวีส่ายหน้าช้า ๆด้วยท่าทีเอือมระอา ชายหนุ่มบนลานประลองนั่นคือหนึ่งในผู้เล่นระดับสูงของกิลด์อัศวินนภา เป็นคู่ต่อสู้ที่เหล่าสมาชิกปาร์ตี้ของกวีไม่อยากจะเจอเสียเท่าไร ไม่ใช่เพราะฝีมือที่โดดเด่นเกินคน แต่เพราะความไม่เต็มของเจ้าบ้านี่ล่ะ เจ้าบ้าที่ชื่อ ไผ่ นั่นเป็นพวกที่คิดเสมอว่าตัวเองเก่งที่สุดและมีพลังบางอย่างซ่อนอยู่ภายในร่าง เจ้าบ้านั่นมักจะแหลมมาสู้กับพวกตักหลักของกิลด์กวีเสมอ แม้จะมีฝีมืออยู่บ้างแต่ก็โดนคนของกวีตบกลิ้งไปทุกที แต่สำหรับมีนที่ยังมีประสบการณ์ไม่มากพอแล้วบางทีอาจจะรับมือได้ลำบากก็ได้

 

               “ได้ข่าวว่าป่วนไปทั่วเหมือนกัน”เมฆตอบพลางถอนหายใจออกมาเหมือนกัน เจ้านั่นชอบมาสู้กับเมฆที่ได้ชื่อว่าจอมดาบอันดับ 1 อยู่บ่อยครั้ง บางทีถึงกับเสี่ยงเข้าเขตที่มีมอนสเตอร์เลเวลสูงกว่าตัวเองหลายสิบเลเวลเพื่อไปท้าประลองเมฆเลยทีเดียว

 

               “ฮ้า ๆ ตายซะ ตายซะ”ไผ่ที่กำลังถล่มคู่ต่อสู้บนลานประลองหัวเราะอย่างสะใจ ก่อนจะโชว์ลีลาการต่อสู้ออกมาจนเกินความจำเป็น เจ้านั่นเป็นพวกเน้นความเร็วก็เลยออกท่าทางมากกว่าปกติ หากสู้ปกติโดยไม่ต้องเก๊กท่าเท่ ๆดาบของเจ้าไผ่คงไวกว่าเดิมเยอะ แต่ด้วยนิสัยส่วนตัวของไผ่ทำให้เจ้าตัวไม่ยอมทำตามเลย

 

               “พี่กวี พี่จะไม่จัดการอะไรกับนั่นจริง ๆเหรอ”ระหว่างดูการต่อสู้ของไผ่ สิ่งหนึ่งที่รบกวนสายตาของไอช่ามากก็คือท่าทีหนุงหนิงของเจกับมายด์ที่ตอนนี้แทบจะเข้าไปอยู่ในโลกของกันและกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับผู้ชายอาจจะดูไม่ออก แต่สำหรับไอช่าแล้วดูออกไม่ยากว่ามันไม่ปกติ ท่าทีของเจเป็นท่าทีของคนที่กำลังตกหลุมรักผู้หญิงคนหนึ่งเข้าจริง ๆนั่นล่ะ แต่มายด์นี่สิ ท่าทีของมายด์ยังดูคลุมเครืออยู่เลย

 

               “ปล่อยไปเถอะ”กวียิ้มก่อนจะเริ่มมองการประลองต่อ กวีไม่ใช่คนตาบอดย่อมเห็นท่าทีของทั้งสองอยู่แล้ว แต่การที่กวีไม่ทำอะไรก็ต้องมีเหตุผลของกวีอย่างแน่นอน ไอช่าพอได้เห็นว่ากวีจงใจปล่อยเรื่องนี้ไปก็ได้แต่ยอมรับฟังแล้วทนกับกลิ่นความรักต่อไป

 

               “งั้นเรื่องของผู้หญิงที่อยู่กับพี่ก่อนหน้านี้ล่ะ ถ้าพี่จะมีแฟนต้องให้ไอช่าตรวจดูก่อนนะ”ไอช่าว่าพลางทำหน้ามุ่ยออกมาอย่างไม่พอใจ

 

               “ไม่มีอะไรหรอก”กวีหัวเราะเบา ๆออกมาก่อนจะดูการประลองต่อไป

 

               “ไม่ได้ เรื่องนี้ไอช่าไม่ยอมปล่อยแน่ ๆ พี่กวีบอกไอช่ามาให้หมดเลยนะ”ไอช่าว่าพลางเกาะแขนของกวีเอาไว้ เธอดูจะจริงจังเรื่องนี้มากกว่าแผนอื่นของกวีเสียอีก

 

               “ก็ได้ พี่ไปเจอเกษแก้วกัลยามา ท่าทางเขาจะไม่รู้จักหน้าพี่ก็เลยจะไปดูฝีมือหน่อยเท่านั้นเอง”กวีตอบออกมาตามตรง สำหรับเขาแล้วแก้วเป็นคนที่น่าสนใจ หากดึงมาเข้าร่วมกับตนเองได้ก็จะเพิ่มความแข็งแกร่งของกิลด์ขึ้นได้ แต่หากไม่เธอก็เป็นคู่ต่อสู้ที่ต้องให้ความสนใจเช่นเดียวกัน เพราะหากมองข้ามเธอไปคงได้เจ็บตัวแน่ ๆ

 

               .

               

               .

               

               “เจ้.....สร้อยนั่นมันมีอะไรเหรอครับ”อีกด้านหนึ่งทางฝั่งของแก้วที่กลับไปยังเมืองที่กิลด์เมฆาใช้เป็นจุดรวมพล เหล่าลูกน้องของแก้วต่างเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าอาเจ้ของกิลด์เปลี่ยนไป เธอยิ้มแย้มมากขึ้นแถมยังชอบเอาสร้อยคอที่ได้มาจากไหนก็ไม่ทราบขึ้นมาดูเล่นอีกต่างหาก ท่าทีแบบนี้ก็ดูน่ารักดีหรอกแต่มันแปลกสำหรับลูกกิลด์ที่มักจะเห็นเธอเป็นอาเจ้ใหญ่ที่น่าเกรงขามนี่สิ

 

               “ไม่มีอะไรหรอก ไปทำงานได้แล้ว”แก้วเปลี่ยนท่าทีทันทีก่อนจะสั่งให้เหล่าลูกน้องกลับไปทำงานของตนเอง กิลด์อัศวินนภามีการค้าและการประมูลเป็นรายได้หลัก ส่วนกิลด์ของเมฆาที่ขึ้นตรงกับกิลด์เสียดฟ้าเองก็มีการล่าไอเทมเป็นรายได้หลักเช่นเดียวกัน ทำให้พวกเธอมีกำลังคนคอยหาไอเทมมาป้อนให้ตลาดเป็นจำนวนมาก

 

               “เจ้...ได้ข่าวว่าหัวหน้ากิลด์สุริยันจันทรากลับมาแล้วนะ”อยู่ ๆลูกน้องคนหนึ่งของแก้วก็รายงานเรื่องการกลับมาของกวีให้เธอฟัง เรื่องนี้เรย์กระจายข่าวให้พวกเดียวกันจนครบแล้ว แต่ข่าวใหญ่เช่นนี้จะหลุดมาบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

 

               “ว่าไงนะ”แก้วชะงักไปทันทีเมื่อได้ยินว่าหัวหน้ากิลด์ของกิลด์สุริยันจันทรากลับมาแล้ว

               

               “เจ้....มันยังเป็นแค่ข่าวลืออยู่พวกเรายังไม่รู้หรอกว่าจริงหรือเปล่า”ลูกน้องคนนั้นเห็นท่าทีของแก้วก็พยายามบอกให้แก้วใจเย็นลงทันที

 

               “ถ้ามันกลับมาจริง.....ฉันจะฆ่ามันเอง”แก้วยามเมื่อพูดถึงหัวหน้ากิลด์สุริยันจันทราขึ้นมากลับเปลี่ยนจากท่าทีเมื่อนึกถึงกวีอย่างกับคนละคน ดวงตาของเธอยามนี้ดุดันจนลูกน้องรอบข้างสัมผัสได้ถึงจิตสังหาร สำหรับแก้วแล้วไอ้ชั่วอย่างกวีหัวหน้ากิลด์สุริยันจันทรานั้นไม่ควรอยู่ในสังคมเกมเสียด้วยซ้ำ 5 ปีที่ผ่านมาสังคมเกมสงบสุขขึ้นมากเพราะมันไม่อยู่ แต่น่าเสียดายแก้วที่ได้เจอกับกวีแล้วกลับไม่สามารถเชื่อมโยงกวีที่ได้เจอในวันนี้กับกวีหัวหน้ากิลด์สุริยันจันทราได้อย่างสิ้นเชิง สำหรับเธอแล้วทั้งสองคนไม่ใช่คนเดียวกันอย่างแน่นอน 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว