ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทนำ แรกพบสบตา

ชื่อตอน : บทนำ แรกพบสบตา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 394

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 01 พ.ค. 2564 23:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ แรกพบสบตา
แบบอักษร

บทนำ  

แรกพบสบตา 

 

ที่สำนักพิมพ์ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง...ณ ห้องบรรณาธิการ  

"เรียกไวน์มาหาฉันหน่อย" เจ้าของห้องเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ซึ่งเล่นเอาเลขาสาวรู้สึกร้อนๆหนาวๆอยู่เหมือนกัน เพราะถ้าให้เธอเดาจากประสบการณ์ที่เคยทำงานกับเขามานาน เธอได้เลยคำเดียวว่า...งานนี้มีหนาว ก่อนที่เธอจะเรียบตอบตกลงเขาและทำตามที่เขาต้องการให้เร็วที่สุด 

"ได้ค่ะบรรณา เดี๋ยวส้มจี๊ดจะรีบเรียกน้องไวน์มาพบบรรณาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ" เธอต่อสายตรงหาคนที่เจ้านายเธอต้องการตัวทันทีหลังเดินออกมาจากห้องบรรณาธิการ พลางรีบกดหาน้องไวน์ด้วยเร็วรีบ แต่นานเหลือเกินกว่าที่ปลายสายจะรับ จนทำให้เธอรู้สึกใจคอไม่ดีไปด้วย 

"ทำไมไม่รับเนี่ยน้องไวน์...ทำอะไรอยู่กันแน่เนี่ย...ขอร้องแหละรับสายพี่ทีเถอะ" เธอเอ่ยอย่างร้อนร่นในขณะที่อีกฝั่งกลับ... 

 

ถ้าเขาจะรักยืนเฉยเฉยเขาก็รัก ถ้าเขาจะรัก ไม่ต้องทักเขาก็ทัก 

เหนื่อยพอแล้วก็พักดีกว่า อย่าไปวิ่งตามคนที่เขา ไม่เคยรักเรา 

บอกตัวเองตื่นได้แล้ว จะฝันกลางวันถึงเมื่อไหร่ 

ไม่รักก็คือไม่รักไง ไม่เข้าใจอะไรตรงไหน 

 

ไวน์กำลังฮึมฮัมร้องเพลงอย่างสบายใจเฉิบ เพื่อฉลองให้กับต้นฉบับที่พึ่งส่งไป //เสร็จสักที จะได้นอนสักทียังไงล่ะ// และไม่นานคนตัวบางก็เดินออกมาจากห้องน้ำมาทั้งหัวเปียกๆ แล้วพึ่งจะได้ยินเสียงมือถือที่ร้องอยู่นาน 

"ใครโทรมา...?" ไวน์ว่าพลางเดินไปหยิบมือถือมาดู ก่อนที่จะปรากฏสายที่ชื่อว่า "พี่ส้มจี๊ด" ไวน์นึกส่งสัยเล็กน้อย เพราะว่าต้นฉบับต้นก็ส่งไปแล้วเมื่อเช้านี้ ซึ่งพี่ส้มก็ไม่น่าโทรมาตามต้นฉบับกับตนอีก แล้วแบบนี้ //พี่ส้มจี๊ดโทรมาทำไมนะ...?// ถึงแม้ร่างบางจะแครงใจ แต่สุดท้ายก็กดรับ ซึ่งเล่นเอาปลายสายแทบกรี๊ดออกมาถ้าไม่เกรงใจว่าอยู่สำนักงาน 

(น้องไวนนนนนนนนน์) ส้มจี๊ดร้องเรียกไวน์เสียงหลงแทบจะทันที นั่นทำให้ไวน์รู้สึกอึกอักเล็กน้อย 

"ค...คะ...ครับพี่ส้มจี๊ด พี่ส้มจี๊ดมีอะไรรึเปล่าครับ...?"  

(ไวน์ทำอะไรอยู่ทำไมรับสายพี่ช้านัก รู้ไหมบรรณาให้พี่ตามตัวเราด่วนน่ะ)  

"ตามตัว....?" ไวน์ถึงกับทำหน้างง เพราะบรรณาจะตามตัวเขาทำไมในเมื่อเขาส่งต้นฉบับไปแล้ว แต่ก่อนปลายสายจะอธิบายต่อ 

(ใช่...และเหมือนแกจะอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไรนะ รีบเข้ามาล่ะก่อนที่ระเบิดจะลงที่สำนักงานใหญ่) *ที่สำนักงานบรรณาธิการเป็นที่นับถือคนหนึ่ง และที่มากไปกว่านั้นเป็นที่พูดในความใจร้าย จนคนในสำนักงานเรียกเขาว่า...ระเบิดเวลานั่นแหละ เพราะเวลาแกไม่สบอารมณ์เมื่อไหร่ก็ไม่ต่างจากระเบิดเวลาที่รอค่อยการ....ระเบิดดด 

"ครับๆได้ครับพี่ส้ม ผมจะรีบเข้าไปเดี๋ยวนี้ครับ ขอบคุณนะครับที่โทรมาบอก" 

(จ้าๆไม่เป็นไร งั้นแค่นี้นะพี่มีงานที่ต้องทำต่อ) 

"ครับ" ก่อนที่ร่างบางจะรีบวิ่งไปแต่งตัวเพื่อเขาสำนักงานทันที ผมเผ้าแทบไม่ได้เซต ซึ่งปกติผมก็ไม่ค่อยเซ็ตหรอกถ้าไม่จำเป็นจริงๆ 

 

 

30 นาทีต่อมา...ณ สำนักพิมพ์ 

"เชิญครับนาย..." ชายชุดดำคนหนึ่งเอ่ยกับร่างหนาหนึ่ง ผู้ดูสูงโปร่งและหล่อเหล่าเอาการ เพื่อเชื้อเชิญให้เขาเดินเข้าไปในลิฟต์ที่พวกเขาได้จัดหาให้ ซึ่งเขาก็ไม่ได้อะไรเดินตามคำที่ลูกน้องพูดอย่างไม่คิดอะไรพรางมองดูเวลาที่นาฬิกาหรูตัวเองที่ข้อมืออีกด้วย "ที่นี่จะทำเขาเสียเวลาไปเท่าไหร่กันนะ" เขาคิดแค่นั้น ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ประตูลิฟต์กำลังจะปิดตัวลง แต่ทันใดนั้นเอง 

"ขอโทษด้วยครับ รอผมด้วยครับ" เสียงร้องตะโกนหนึ่งดังขึ้นแทรกขณะที่ลิฟต์กำลังจะปิด นั่นทำให้เาต้องเงยหน้าขึ้นมามองเจ้าของเสียงนั้นทันที "สวย" มันคือคำแรกที่เขาสามารถใช้จำกัดควมาของคนตรงหน้าได้ และที่มากไปกว่านั้นคือ...กลิ่นหอมอะไรจากร่างบางก็ไม่รู้ลอยมาเตะเข้ากับจมูกของเขา ทำให้เขารู้สึกราวกับกำลังต้องมนต์ 

"ต้องขอโทษด้วยนะครับ คือว่าลิฟต์ตัวนี้..." เหมือนลูกน้องเขากำลังจะบอกห้ามไม่ให้คนตรงหน้าขึ้นมาด้วย เขาเอ่ยขัดมันทันทีไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ทั้งที่ปกติชอบความเป็นส่วนตัวแท้ๆ แต่ทำไมเขาถึงอยากให้คนตรงหน้านี้ขึ้นลิฟต์มาด้วยทำไมไม่รู้เหมือนกัน 

"ไม่ต้องหรอกแจ็ค ให้เขาขึ้นมากับเราเถอะ" เขาเอ่ย แจ็คที่เป็นลูกน้องคนสนิทถึงกับฉงนในคำพูดนั้นของผู้เป็นนาย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ทำเพียงขยับให้คนตรงหน้าเข้ามาในลิฟต์ด้วยก็เท่านั้น  

"ขอบคุณครับ ผมนึกว่าจะมาไม่ทันซะแล้ว" ไวน์เอ่ยพรางยิ้มขอบคุณคนตรงหน้าออกมาเล็กๆ โดยที่ร่างบางไม่รู้เลยว่ามันเข้าไปยั่วทราวิสมากแค่ไหน เวลาปากเล็กนั้นยกยิ้มอะไรมันจะน่ารักได้ขนาดนี้ ทราวิสได้แต่เก็บอาการพรางมองสำรวจเรือนร่างของคนตัวบางจากทางด้านหลังเงียบๆ และก่อนที่เขาจะยกยิ้มชอบใจเมื่อได้รู้ความจริงเกี่ยวกับคนตรงหน้า "หึ...กลิ่นหอมนั่นน่าจะมาจากที่คนตรงหน้าเขาพึ่งอาบน้ำเสร็จแล้วรีบเข้ามาที่นี่สินะ" เขาเดาเพราะดูได้จากผมเผ้าและเสื้อผ้าที่ดูไร้การปราณีตหรือจัดแต่งใดๆทั้งสิ้น แต่ว่าเพราะนั่นแหละยิ่งทำให้...เขาน่าสนใจมากเท่านั้น 

และไม่นานง... 

"ติ้ง" เสียงลิฟต์เปิดออกในชั้นที่ไวน์ต้องการก็เปิดออก แต่คนตัวบางก็ไม่ลืมที่จะหันมาขอบคุณเขาอีกครั้ง เพราะถ้าไม่ได้เขาช่วยรับรองว่าตนสายกว่านี้แน่ 

"ขอบคุณนะครับ ถ้าผมไม่ได้คุณคงสายมากกว่านี้แน่" ไวน์เอ่ยบอกอย่างสุภาพในขณะที่ลิฟต์กำลังจะปิดตัวลง สายตาของคนทั้งคู่ก็พันประสานกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ หรือมีคนตั้งใจก็ไม่รู้ และเมื่อเหลือเพียงแค่พวกของเขา เขาก็ได้เอ่ยกับลูกน้องทันที 

"หาประวัติมันมาให้กูด้วย" 

"ครับ...? ครับนาย" แจ็ครับคำนายอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก ที่จริงไม่เข้าใจตั้งแต่ตอนที่นายให้คนเมื่อครู่เข้ามาในลิฟต์ด้วยแล้ว เพราะอย่างที่รู้ๆว่าเจ้านายเขารักควมาเป็นส่วนตัวมากแค่ไหน แต่แล้วทำไมเรื่องแบบเมื่อกี้ถึงเกิดขึ้นได้ และไหนจะเรื่องที่เขาสั่งให้ตนหาข้อมูลเกี่ยวกับคนๆนั้นอีก อย่าบอกนะว่านายเขา... 

"ติ้งค์" เสียงลิฟต์ดังขึ้นกลบความคิดของแจ็ค ก่อนที่เขาจะรีบเดินออกไปเพื่อนำพานายไปยังห้องประชุมที่ทำการนัดไว้...เพื่อคุยเรื่องสัญญาการซื้อขายบริษัทนี้ 

 

 

ตัดมาที่อีกทางด้านหนึ่ง... 

"ไวน์มาถึงแล้วค่ะ" สัมจี๊ดเข้ามารายงานเจ้านายตัวเองให้ทราบทันที ก่อนที่เธอจะพาไวน์เข้ามา 

"สวัสดีครับอาจารย์" ไวน์เอ่ยกับหัวหน้าบรรณาธิการทันทีด้วยควมาเคารพรัก เพราะเขาไม่ได้เป็นแค่หัวหน้างานของตัวเองเท่านั้นแต่เขายังเป็นคนสอนให้ไวน์รู้จักโลกนิยายและการเขียนนิยายอีกด้วย เพราะงั้นไวน์จึงให้ควมาเคารพเขาเป็นอย่างมาก และจงรักภักดีกับเขาแบบสุดๆ แม้ว่าเขาจะเป็นคนที่ทุกคนที่นี่ไม่ชอบขี้หน้าก็ตาม 

"หล่อนออกไปก่อน" หัวหน้าบรรณาธิการไล่เลขาสาวออกไปทันที เพราะเขาต้องการคุยกับไวน์เป็นการส่วนตัวเท่านั้น 

"ค่ะ" ก่อนที่ส้มจี๊ดจะเดินออกไป แต่เธอก็ไม่ลืมที่จะหันมาสบตากับคนที่พึ่งถูกเรียกเข้ามาให้สู้ๆ เพราะอย่างที่รู้ว่าเจ้านายเธอไม่ใช่คนดีอะไรมากมาย เพราะงั้นก็คงต้องสู้รบปรบมือกันสักห่อยแหละเธอว่า ไวน์พยักหน้ารับพี่ส้มจี๊ดหน่อยๆ ก่อนที่เธอจะเดินจากห้องที่ไปจริงๆแล้วเหลือแค่ตนกับอาจารย์ 

"เห้อ" บรรณาธิการถอนหายใจออกมาทันทีพรางโยนต้นฉบับที่ไวน์พึ่งจะส่งมาให้เขาเมื่อเช้านี้ลงกับโต๊ะทำงานด้วยสีหน้าที่ไม่ดีนัก นั้นพอทำให้ไวน์ใจคอไม่ค่อยดีขึ้นมาเลย เพราะน่าจะไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน 

"ไวน์คุณเขียนนิยายมากี่ปีแล้ว" อาจารย์ถามเสียงนิ่งพรางส่งนัยตาคู่เข้มมาจับจองที่ผม ผมแทบไม่กล้าสบตาเขา 

"ถ้าจากที่เริ่มแต่งเรื่องแรกปีนี้ก็เข้าปีที่ 6 แล้วครับ" ไวน์ตอบได้ไม่เต็มเสียงนัก 

"6 ปีมันให้คุณได้แค่นี้หรอ...?" อาจารย์ถามเสียงเรียบแต่ทว่ามันโครตสะเทือนใจผม เพราะไม่เคยมีครั้งไหนที่เขาจะดุด่าผมแรงเท่าครั้งนี้มาก่อน ทำไมกันนะ ทั้งที่ผมตั้งใจทำมันแท้ๆ ทำไม 

"คุณมองหน้าผมไวน์...ผมบอกให้คุณมองหน้าผมไง" เขาสะเพิดเสียงใส่ผม จนผมต้องหันหน้าขึ้นมองหน้าเขา สบตากับเขาที่กำลังเกรี้ยวโกรธ 

"นิยายของคุณมันไม่ได้เรื่องเลยสักนิด จำเจ เดาทางได้แทบทุกตอน ขายแต่ดราม่า แต่การเข้าถึงตัวละครของคุณมันไม่ได้ดีขนาดนั้นคุณรู้ไหม...ผมว่าคุณเลิกเขียนแนวนี้เถอะ ก่อนที่จะไม่มีคนอ่าน" มันไม่มีคำไหนเจ็บเท่ากับคำว่า "ไม่มีคนอ่าน" ผมมองตาเขาด้วยความรู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตาทันที "ไม่มีงั้นหรอ...?" 

"ไม่งั้นคุณก็ต้องเปลี่ยนแนว เอาแนวนี้ไปอ่านนะ ไปศึกษาดูและลองแต่งมาให้ผมอ่านสักบทแล้วผมจะพิจารณาเรื่องตีพิมพ์ให้คุณใหม่" เขาว่าพรางโยนหนังสือเล่มหนึ่งมาให้ผม แต่พอผมเห็นปกเท่านั้นแหละแทบอยากขวางทิ้ง เพราะมันคือแนวที่ผมไม่คิดจะอ่านหรือแต่งมันเลยมาทั้งชีวิตของการเป็นนักเขียน "นิยาย y หรือ ชายรักชาย" 

"อาจารย์ก็น่าจะรู้หนิครับว่าผมไม่เคยคิดแต่งแนวนี้" เป็นครั้งแรกที่ร่างบางกล้าสวนกลับบรรณาธิการ เพราะปกติบรรณาธิการบอกอะไรไวน์ก็จะยอมทำในแบบที่เขาต้องการแทบทั้งหมด จะยกเว้นก็แต่เรื่องนี้แหละ แต่เพราะเรื่องนี้เหมือนกันที่ทำให้บรรณาธิการไม่พอใจในตัวเขา เพราะถ้าเขาแต่งแนวนี้ปานนี้เขามีชื่อเสียงไปถึงไหนต่อไหนแล้ว 

"แต่แนวที่นายกำลังดูถูกมันสร้างกำไรให้บริษัทกว่า80%น่ะ นายรู้ไหม" ไวน์ถึงกับเงียบทันที 

"ลองเก็บไปคิดดูนะไวน์ บางทีสิ่งที่นายคิดว่ามันไม่ใช่มันอาจจะใช่กับนายก็ได้นะใครจะไปรู้ ลองดูเชื่อฉัน...ฉันคิดว่ามันไม่ยากเกินความสามารถของนายหรอกไวน์ นายแค่ต้องลองทำมันเท่านั้น" 

"แต่ว่า..." 

"ไม่มีแต่ ฉันหวังว่าฉันจะได้รับต้นฉบับใหม่นิยายy จากนายก่อนสิ้นเดือนนี้นะไวน์"  

"อาจารย์..." 

"ฉันรออ่านอยู่นะไวน์ ออกไปได้แล้วฉันมีงานอื่นที่จะต้องทำ"  

 

 

 

"นี่ผมจะต้องแต่งนิยาย y จริงๆหรอเนี่ยยย ทำไมมมม" 

ความคิดเห็น