ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่14

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 427

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 08 มี.ค. 2564 20:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่14
แบบอักษร

บทที่ 14 

เวลาผ่านไปได้เพียง3วัน วันนี้ก็มีพิธีทำบุญให้กับองค์หญิงที่ชื่ออะไรซักผมก็จำไม่ได้แล้วเพราะผมไม่ได้สนใจชื่อของนางเท่าไร แต่ผมจำได้ว่าตั้งแต่ผมหลุดมาอยู่ที่นี่ผมไม่เคยได้พบปะกับไทเฮาเลยซักครั้ง หรือถ้าเจอกันจริงๆก็แค่ผ่านๆเพียงเท่านั้น แต่วันนี้ผมกลับได้มาอยู่ที่แท่นพิธีด้วยเพราะอะไรน่ะหรอ นั่นก็เพราะฟู่เหิงของผมเขาเป็นคนโปรดของฮ่องเต้ไงผมเลยได้สิทธิพิเศษตามสามีไปด้วย แต่เหมือนผมจะลืมอะไรไปอย่างนะแต่ช่างมันเถอะ เพราะฉากนี้ในซีรี่ย์ผมดูข้ามไปเยอะมาก 

เมื่อพิธีเริ่มทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดีจนถึงตาของผมที่ต้องไปพร้อมกับสนมปี้เฉิน อยู่ๆคุณเธอก็มาจับแขนของผมแล้วผลักผมแบบเนียนๆเฉยเลย ทำให้ตัวผมมันเอนไปทางแท่นพิธีถ้าผมล้มใส่แท่นพิธีล่ะก็งานนี้จบเห่แน่ ผมเลยต้องใช้วิชาลีลาศของผมให้เป็นประโยชน์เสียหน่อย ก่อนที่ผมจะหงายผมเลยดึงผ้าที่มันยึดกับตัวเสาไว้ มันแน่นพอสมควรเลยล่ะเลยทำให้ผมทรงตัวกลับมาได้แต่คนที่ล้มลงโดนแท่นพิธีน่ะไม่ใช่ผมแต่เป็นพระสนมปี้เฉินต่างหากแถมล้มลงไปแล้วยังมีการมามองยิ้มเยาะผมอีกนะ 

แท่นพิธีไม่ได้รับความเสียหายอะไรมากหรอครับก็แค่ของบนโต๊ะโดนกวาดลงมาบนพื้นเกลี้ยงเลยฮ่าๆ ทำให้ภาพวาดขององค์หญิงคนนั้นปลอดภัยหายห่วงแต่คนที่ล่มงานในครั้งนี้เนี่ยสิไม่รู้ว่าจะรอดไหม 

"เจ้าเป็นใครกล้ามาทำลายพิธีขององค์หญิงได้อย่างไร"คนสนิทของฮองเฮาชี้หน้าใส่ปี้เฉินทันที สนมปี้เฉินนางจึงได้แต่ทำท่าอ่อนแอออกมาพร้อมกับโยนความผิดนั้นให้เทียน 

"หม่อมฉันผิดไปแล้วเพคะไทเฮา หม่อมฉัน หม่อมฉันถูกเทียนหลิงผลักเพคะ"เจ้าน้ำตาได้อีก จะเอารางวัลอะไรดีล่ะเธอ 

"เจ้าบอกว่าโดนนางผลักแต่ที่ข้าและพระสนมคนอื่นเห็นเมื่อครู่เจ้าเป็นคนดึงเทียนหลิงไม่ใช่รึไง เจ้ากล้าปลดไทเฮาเชียวหรือสนมปี้เฉิน" 

"นั่นสิเพคะพระนางเมื่อครู่พวกเราเห็นกันเต็มๆตาว่าพระสนมดึงเทียนหลิงก่อนแต่เทียนหลิงไม่ล้มเพราะคว้าผ้าไว้ได้ทันไม่เช่นนั้นคงได้บาดเจ็บเป็นแน่" 

ฮองเฮาและเหล่าพระสนมที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็ช่วยพูดให้กับเทียนที่ยังยืนเกาะผ้าไม่ปล่อยแล้วก็เป็นอิงลั่วที่เดินเข้าไปดูอาการของเทียนที่ตอนนี้ยังสั่นไม่หาย 

"เทียนหลิง เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง"อิงลั่วถามเทียนทันทีแต่หน้าของเทียนก็ซีดมากขึ้น 

"พระสนมลิ่งเฟย หม่อมฉันรู้สึกเหมือนว่าเท้าจะแพลงแล้วเพคะ หม่อมฉันขยับขามิได้"เทียนที่พึ่งรู้สึกตัวว่าขาของตัวนั้นผิดปกติก็ยืนสั่นไม่หยุด จนอิงลั่วถกปลายชุดขึ้นเพื่อดูขาให้กับเทียน อิงลั่วก็ได้เห็นความเขียวช้ำอมม่วงของบาดแผลที่ขาของเทียนอย่างชัดเจน จนไทเฮาที่ได้เห็นบาดแผลนั้นก็หันไปมองสนมปี้เฉินทันที 

"ขันทีนำนางสนมคนนี้ไปขังที่ตำหนักตัวเองแล้วให้สำนึกความผิดของตัวเองอย่าได้ให้ใครเข้าพบนาง เอาล่ะเริ่มจัดพิธีต่อส่วนเจ้าเทียนหลิงใช่หรือไม่เจ้าก็ไปนั่งพักให้หมอหลวงรักษาบาดแผลเถิด " 

"ขอบพระทัยในความเมตตาเพคะไทเฮา"เทียนพูดเสียงสั่นๆแล้วย่อตัวลงเพื่อทำความเคารพ 

"ไหวไหมเว่ยเทียน ขาเจ้าช้ำหนักมากเลยนะ"ฮองเฮาถามขึ้นเมื่อได้เห็นแผลฟกช้ำที่บวมจนดูน่ากลัว แถมตัวของเทียนก็เริ่มบวมและมีผื่นขึ้นตามมา 

"พี่หญิง หม่อมฉันว่าท่าไม่ดีแล้วนะเพคะ เหมือนกับว่าเว่ยเทียนจะแพ้อะไรบางอย่างเข้าแล้วนะเพคะ"น่าหลันเฟยกล่าวขึ้นเมื่อเห็นสภาพอาการหายใจไม่ออกของเทียน 

"แย่แล้ว!หมอหลวงมารึยัง เทียนหลิง เว่ยเทียนเจ้าอย่าเป็นอะไรนะ เกิดอะไรขึ้นกับเจ้ากัน ปี้เฉินทำอะไรเจ้า"ฮองเฮาร้อนใจเป็นอย่างมากที่เห็นอาการของเทียนนั้นเริ่มแย่ลงทุกที จนขบวนเสด็จของฮ่องเต้มาถึงก็กราดด่าฮองเฮาและเหล่าสนมทันที 

"พวกเจ้ารุมแกล้งสนมปี้เฉินเช่นนั้นได้อย่างไร นางเข้าวังมาเพียงไม่นานพวกเจ้าก็ทำตัวริษยากันแล้วรึไง!!" 

"ฝ่าบาทบอกว่าพวกเราแกล้งนางหรือเพคะ ทุกคนในที่นี้เป็นพยานกันได้ทุกคนว่านางทำอะไรลงไปแล้วพระองค์ดูผลที่นางทำสิเพคะ เว่ยเทียนอาการกำลังแย่ลง พระองค์ไม่ให้คนไปถามนางหน่อยหรือเพคะว่าทำอะไรกับเว่ยเทียนน้องของหม่อมฉันกันแน่!"ฮองเฮาที่เหลืออดก็ตวาดใส่ฮ่องเต้อย่างไม่กลัวถูกลงโทษเลยซักนิด จนฮ่องเต้ได้เห็นอาการของเทียนกับตาก็รีบเข้ามาดูเทียนทันที  

"เว่ยเทียนเจ้าได้ยินข้าหรือไม่ เจ้ารู้สึกเจ็บที่ใดกันทำไมตัวเจ้าจึงเป็นเช่นนี้ได้" 

"แขน แขนของหม่อมฉัน นางเอาเข็มบางอย่าง....มาทิ่มแขนหม่อมฉันตอนที่นางดึงหม่อมฉัน ฟู่...เหิง ข้าอยากหา...."คำพูดที่ยังไม่ทันจบประโยคดีร่างของเทียนก็หมดสติลงทันที ทั้งผื่นและอาการบวมที่เกิดขึ้นทำให้ทุกคนตกใจเป็นอย่างมากและเมื่อองค์ไทเฮาเดินเข้ามาดูเทียนใกล้ๆ พระนางก็ถึงกับนิ่งอึ้งและยืนตัวเเข็ง พระนางน้ำตาร่วงหยดทันทีที่ได้เห็นหน้าของเทียนอย่างละเอียด แต่พระนางกลับไม่ได้ตรัสสิ่งใดออกมา  

พระนางทำได้แค่ยืนมองฮ่องเต้อุ้มเทียนกลับไปยังตำหนักฝั่งซ้ายของตำหนักเหยี่ยนสี่โดยมีหมอเย่วที่ถูกตามตัวมาดูอาการของเทียนอีกที ฟู่เหิงที่เพิ่งทราบข่าวก็มาพร้อมกับลูกชายฝาแฝดและลูกชายคนโตของตัวเอง 

"ถวายพระพรฝ่าบาท เว่ยเทียนภรรยากระหม่อมเป็นเช่นไรบ้างพ่ะย่ะค่ะ"ฟู่เหิงถามขึ้นอย่างร้อนรน 

"หมอเย่วกำลังตรวจอาการอยู่ เจ้ารู้หรือไม่ว่าเว่ยเทียนแพ้อะไรหนักๆบ้าง ข้ากำลังให้คนไปสอบสวนสนมปี้เฉินอยู่ว่านางเอาอะไรมาทำร้ายเทียนกันแน่ ข้าขอโทษเจ้าด้วยฟู่เหิงที่ทำให้ภรรยาของเจ้าต้องมาเจออะไรแบบนี้" 

เวลาผ่านไป2เค่อหมอเย่วก็เดินออกมาจากห้องและพบฮองเฮากับอิงลั่วกำลังสวดมนต์กันอยู่ เมื่อทั้งสองเห็นหมอเย่วก็รีบลุกไปถามอาการของเทียนทันที 

"หมอเย่ว เว่ยเทียนอาการเป็นเช่นไรบ้าง" 

"เฮ้อ...กระหม่อมเกือบช่วยท่านอาจารย์ไม่ทันเสียแล้ว บอกได้เลยว่าคนที่ลงมือมีจิตใจที่เหี้ยมโหดพอสมควรเลยล่ะพ่ะย่ะค่ะ เพราะจากเลือดที่กระหม่อมบีบออกมาจากจุดที่ถูกเข็มแทงพบว่ามันมีพิษของแมงป่องทะเลทรายและเหล็กในของผึ้ง แถมเหล็กในก็ยังคาอยู่ที่แขนเสื้ออยู่เลยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมทำการฝังเข็มและให้เทียบยาแก้พิษสองชนิดนี้ไปแล้ว อีกไม่นานอาการของท่านอาจารย์คงจะดีขึ้นอย่างแน่นอน" 

ทุกคนที่ได้ฟังผลว่าเทียนนั้นปลอดภัยดีแล้วก็รู้สึกโล่งอกกันเป็นอย่างมากและได้หมายหัวปี้เฉินกันไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ฮ่องเต้ที่ได้ฟังผลนั้นด้วยก็ไม่คิดเลยว่าสาวงามคนหนึ่งจะมีจิตใจที่อำมหิตได้ถึงเพียงนี้ 

"เป็นอย่างไรล่ะเพคะ คนงามของพระองค์ เข้ามาเพียงไม่นานก็หว่านล้อมหลอกล่อคนทั้งราชสำนักให้หลงเคลิ้มได้ แต่ดูสิ่งที่นางทำสิเพคะหากว่าพระองค์ไม่กล้าลงมือหม่อมฉันในฐานะฮองเฮาที่ดูแลหกตำหนักจะจัดการนางเอง" 

"ไม่ต้องถือมือเจ้าหรอกฮองเฮาหากโซหลันที่ข้าส่งไปสืบภูมิหลังของนางกลับมาข้าจะเป็นคนไตร่สวนนางเอง" 

"หากเป็นเช่นนั้นหม่อมฉันก็ขอฝากพระองค์ด้วยเพคะ หม่อมฉันคงต้องขอกลับตำหนักแล้ว อิงลั่วข้าฝากเจ้าดูแลเทียนเอ๋อร์ด้วย" 

"เพคะฮองเฮา" 

เมื่อฮองเฮากลับตำหนักไปแล้ว ฮ่องเต้ที่ยังคงรั้งอยู่เพื่อดูอาการของเทียนก็ได้มานั่งพูดคุยกับอิงลั่วจนไฮหลันฉากลับมาจากการสืบข่าวและได้เข้ามารายงานคนทั้งสอง เมื่อฮ่องเต้ได้รู้ภูมิหลังของปี้เฉินก็ทั้งกริ้วและสงสารนางไปในทีจึงคิดจะเข้าไปคุยกับนางดีๆและเนรเทศนางออกจากวังไปใช้ชีวิตของนางเองไม่ต้องมาเป็นเชลยเช่นนี้อีก เมื่อทั้งสามตัดสินใจได้แล้วก็ตรงไปยังตำหนักของปี้เฉินทันที 

ทางด้านเทียนที่ฟื้นคืนสติแล้วก็พยุงตัวเองให้ลุกขึ้นจากเตียงโดยมีหมอเย่วและชิงเหลียนเป็นผู้ช่วยเหลือ เทียนที่ทำท่าจะลงจากเตียงก็ถูกหมอเย่วดันให้นั่งลงที่เดิมจนเทียนต้องพูดขึ้นมา 

"ท่านหมอเย่ว ท่านช่วยพาข้าไปหาฝ่าบาททีข้าเชื่อว่าพระองค์ต้องอยู่กับพระสนมปี้เฉินเป็นแน่" 

"ท่านไปก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอก ท่านเกือบตายแล้วนา ท่านยังจะเอาตัวเองไปเสี่ยงอีกหรือ เรื่องบางเรื่องก็ไม่ควรจะใจดีเกินไปนา" 

"ข้าไม่ได้ห่วงฝ่าบาทหรอกนะท่านหมอแต่ข้าเป็นห่วงสามีตัวเองต่างหาก"เทียนพูดออกมาอย่างอ่อนแรงจนหมอเย่วไม่อาจจะปฏิเสธได้อีกถึงแม้จะไม่รู้เหตุผลอื่นแต่หมอเย่วก็เข้าไปพยุงเทียนพร้อมเรียกชิงเหลียนที่กำลังวางถ้วยยาให้มาช่วยอีกแรง 

"ข้าเข้าใจแล้ว ไปชิงเหลียนช่วยข้าแบกท่านอาจารย์หน่อยเป็นไร เดี๋ยวจะไม่ทันการณ์เสียก่อน" 

"เจ้าค่ะท่านหมอเย่ว" 

พอทั้งสองพาเทียนออกมาก็มาเจอกับขันทีคนสนิทของอิงลั่วและเจินจูที่กำลังช่วยกันรดน้ำดอกไม้อยู่ ทั้งสองจึงรีบวิ่งเข้ามาหาเทียนและถามเทียนทันทีว่าจะไปที่ไหน 

"ท่านเว่ยเทียน ท่านบาดเจ็บอยู่กำลังจะไปที่ใดขอรับ" 

"ข้าจะไปตำหนักของปี้เฉิน ข้าต้องไปแล้วเดี๋ยวมันจะไม่ทันการณ์" 

"เจ้าค่ะ/ขอรับ" 

เทียนที่รีบพาสารร่างของตัวเองไปยังที่สอบสวน ก็ได้แต่ภาวนาอย่าให้มีอันตรายอะไรกับคนรักของตัวเอง เพราะเทียนนั้นไม่รู้เลยว่าสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปเช่นนี้ ฟู่เหิงยังต้องมาเจ็บตัวแทนฮ่องเต้อยู่อีกหรือไม่ 

ทางด้านฮ่องเต้ที่มาถึงตำหนักของปี้เฉินแล้วนั้นก็ไม่รอช้าที่จะเข้าไปสอบสวนอีกคน เพราะพระองค์ไม่ได้คิดจะไว้ชีวิตอีกคนอยู่แล้ว ถึงจะน่าสงสารแต่ก็ทำให้คนของพระองค์นอนเจ็บปางตาย 

"ฝ่าบาท ฝ่าบาทต้องเชื่อหม่อมฉันนะเพคะหม่อมฉันไม่ได้ทำร้ายเทียนหลิงเลยนะเพคะ เทียนหลิงต้องใช้พิษกับตัวเองแล้วมาใส่ร้ายหม่อมฉันแน่เลยเพคะ" 

"เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเว่ยเทียนถูกพิษ"เพียงแค่คำถามของฮ่องเต้ก็ทำให้ปี้เฉินนั้นเงียบลงทันทีทั้งฟู่เหิง อิงลั่วและไฮหลันฉาก็ต่างมองนางอย่างจับผิด จนนางหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง 

"ฮ่าๆๆ นี่มันอะไรกัน ทำไมแค่คนๆเดียวถึงทำให้แผนการของข้ามันพังลงไม่เป็นท่าแบบนี้ไปได้ มันเป็นเพราะเจ้า!หากวันนั้นเจ้าปล่อยให้ข้าตาย ข้าก็คงไม่ต้องมารู้สึกสมเพชตัวเองเช่นนี้"ปี้เฉินชี้หน้าคาดโทษฟู่เหิงที่ไปช่วยนางตอนที่นางพยายามจะฆ่าตัวตายทำให้นางต้องมาเป็นสนมของฮ่องเต้องค์นี้ 

"วันนั้นเจ้าพยายามจะฆ่าตัวตายเช่นนั้นหรือ"ฟู่เหิงถามออกไปอย่างต้องการคำตอบที่ชัดเจน แต่เมื่อได้คำตอบที่ชัดเจนกลับต้องทำให้ฟู่เหิงไม่เหลือความเห็นใจอีกต่อไป 

"ใช่! เจ้าทำให้ข้าต้องมาใช้ชีวิตน่าสมเพชในวังวนที่น่าขยะแขยงแบบนี้ เช่นนั้นข้าก็จะเอาชีวิตเจ้าทุกคนให้ย่อยยับไปด้วย แต่ไม่คิดเลยว่าแค่เพียงข้าที่คิดจะกำจัดนางเด็กเทียนหลิงกลับมีคนออกมาปกป้องมันมากถึงเพียงนี้ ทำให้แผนของข้าต้องมาล่มตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มด้วยซ้ำ แต่ไม่เป็นไรพวกเจ้าทุกคนมาอยู่ที่นี่แล้ว ข้าก็จะฆ่าพวกเจ้าทุกคนซะ!!" 

ปี้เฉินชักมีดสั้นจากเอวของตัวเองออกมาและพุ่งมีดไปทางองค์ฮ่องเต้ ฟู่เหิงที่อยู่ใกล้จึงวิ่งเข้าไปหวังจะรับมีดแทนองค์ฮ่องเต้ แต่ทั้งร่างของของฟู่เหิงและฮ่องเต้ก็ถูกผลักโดยเทียนจนทั้งสองพ้นจากรัศมีมีด ปี้เฉินจึงหัวทิ่มและปักมีดลงกับโต๊ะแต่งหน้า จากนั้นนางก็ถูกไฮหลันฉาและขันทีคนอื่นจับตัวเอาไว้ ทำให้ทุกคนต่างก็โล่งอกทันที 

ทางด้านหมอเย่วก็เดินเข้ามาหยิบมีดจากปี้เฉินไปตรวจสอบ จนไปสะดุดกับแหวนของนางเข้า หมอเย่วจึงดึงแหวนของนางออกจากนิ้วติดมือมาตรวจสอบด้วย นางก็ทำท่าฮึดฮัดสะบัดตัวพยายามจะทำให้ตัวเองหลุดจากการจับกุม ทางด้านเทียนก็ถูกฟู่เหิงสวดยับเช่นกัน 

"เจ้าออกมาตากลมหนาวทำไมกันเทียนเอ๋อร์ ร่างกายเจ้าพึ่งจะฟื้นตัวก็ควรจะพักผ่อนสิ เจ้าทำให้ข้าเป็นห่วงมากเลยนะรู้ไหม"ถึงจะดุเทียนแต่ฟู่เหิงก็กอดเทียนเอาแน่น 

"ท่านพี่ข้าขอโทษ แต่ข้าฝันไม่ดีเลย ข้าเป็นห่วงท่าน ข้ากลัวว่าจะเสียท่านไปหากเสียท่านไปข้าจะหาสามีใหม่มันซะเลย ในเมื่อท่านพี่ไม่ได้ห่วงชีวิตตัวเองแถมยังไม่คิดถึงคนข้างหลังที่รอท่านอีก"เทียนพูดประชดออกมา จนฟู่เหิงนั้นเสียอาการ 

"ไม่ได้นะเทียนเอ๋อร์ข้าไม่ยอมให้เจ้ามีใครใหม่แน่ เจ้าจะต้องอยู่กับข้าไปจนแก่เฒ่าและดูลูกของเราเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต" 

"งั้นท่านจะทำอะไรก็ต้องห่วงตัวเองด้วยสิขอรับ พึงระลึกไว้เสมอว่าที่บ้านของท่านยังมีข้าและลูกๆที่รอท่านกลับมาอยู่นะ ชีวิตฮ่องเต้ข้ารู้ว่าสำคัญแต่ท่านก็สำคัญสำหรับข้าด้วยนะรู้หรือไม่" 

"ได้ๆ ต่อไปข้าจะระวังตัวและคิดให้มากกว่านี้ เรากลับบ้านไปหาเด็กๆกันเถอะนะ ตอนที่ลูกรู้ว่าเจ้าบาดเจ็บลูกก็ตามข้าเข้าวังมาด้วยแต่ตอนที่ข้าออกมาข้าให้คนที่บ้านพาพวกเขากลับไปแล้ว ป่านนี้ลูกๆของเราคงคิดถึงเจ้าแย่แล้ว" 

"คิดถึงข้าหรือกับข้าวของข้ากันแน่ล่ะท่านพี่ แต่ก็เอาเถอะขอรับข้าเองก็คิดถึงลูกๆแล้วเช่นกัน" 

"เดี๋ยวๆท่านอาจารย์ แหวนนี่มันเป็นอาวุธลับ ท่านดูสิพอเปิดตรงหัวแหวนออกมาเข็มมันก็จะเด้งขึ้นมาเองเลย แถมมีดเองก็ยังอาบยาพิษด้วย" 

"หึถึงขั้นจนตรอกจนต้องส่งสาวงามมาลอบปลงพระชนย์กันเลยรึไง พวกนี้ช่างน่าจับมาใส่กระโปรงให้หมดเสียจริงๆ ขี้ขลาดซะจนต้องให้ผู้หญิงมาตายแทนตัวเอง"เทียนพูดขึ้นจนฮ่องเต้หันมามองหน้าของเทียน 

"หมายความว่าไง"ฮ่องเต้ถามขึ้นอย่างสงสัย 

"ลูกชายของนางถูกจับเป็นตัวประกัน ท่านคิดว่านางมีทางเลือกอะไรบ้างล่ะ ชีวิตคนอื่นก็ไม่สำคัญกับเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองหรอนะพ่ะย่ะค่ะ" 

"ฮือๆๆโฮฮฮฮ"เพียงแค่เทียนพูดเท่านั้นนางก็ปล่อยโฮออกมาอย่างจะอดกลั้นได้ 

"ปี้เฉินในคราแรกโทษของเจ้าคือเนรเทศแต่ตอนนี้โทษของเจ้าคือประหารชีวิต ข้าฮ่องเต้แห่งต้าชิงขอประทานผ้าแพรสามศอกให้แก่เจ้า" 

"นี่ฝ่าบาท กระหม่อมเว่ยเทียนขอชีวิตของนางมาทำคุณประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองของเราได้หรือไม่ล่ะ นะๆข้าขอ ถ้าหากพระองค์อยากเสวยอะไรกระหม่อมจะทำให้พระองค์เสวยเลยแต่ข้าขอชีวิตนางเหอะ นางเป็นคนมีความสามารถหากแต่ก็เลือกเกิดไม่ได้ แต่ข้าอยากให้ฝ่าบาทเมตตานางเป็นครั้งสุดท้ายมอบนางให้กับกระหม่อมเถอะนะพ่ะย่ะค่ะ" 

"เฮ้อ...นางเกือบทำเจ้าตายแล้วนะเว่ยเทียน เจ้ายังมาร้องขอชีวิตนางจากข้าอีกรึไง ข้าไม่เห็นด้วยเลยหากวันใดนางบ้าขึ้นมาอีกเจ้าคิดว่ามันจะดีหรือ"ฮ่องเต้พูดขึ้นแต่เทียนก็ยังไม่ลดละความพยายาม 

"น้าฝ่าบาท พี่อิงลั่วช่วยข้าทูลขอฝ่าบาทหน่อยสิ"เทียนที่เห็นฝ่าบาทเอาแต่ส่ายหัวจึงไปอ้อนกับอิงลั่วแทน อิงลั่วก็ได้แต่ยืนเฉยไม่สนใจ จนฟู่เหิงทนเห็นเทียนอ้อนคนอื่นต่อไม่ไหวจึงดึงเทียนให้ออกมาจากตัวของอิงลั่ว 

"เทียนเอ๋อร์เจ้าทำให้ข้าหึงเจ้าแล้ว คืนนี้ข้าจะสั่งสอนเจ้าว่าไม่ควรไปออดอ้อนคนอื่นที่ไม่ใช่สามีของเจ้า"ฟู่เหิงพูดกระซิบข้างหูของเทียนแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ใส่เทียน 

ปี้เฉินที่ได้เห็นทุกการกระทำของเทียนและฟู่เหิงมาตั้งแต่ต้น ทำให้นางได้แต่อิจฉากับความรักแบบนี้เหลือเกิน นางอยากจะมีแค่สามีที่รักนางและดูแลนางกับลูกได้ หากนางยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้นางก็อยากจะหาคนรักแบบเทียนและฟู่เหิงบ้าง 

"เอาล่ะๆ พวกเจ้าเลิกมาหวานกันตรงนี้ได้แล้ว เจ้า เว่ยเทียนข้าจะทำตามที่เจ้าขอมาแต่ข้าได้ประทานผ้าแพรให้นางไปแล้วเจ้า เจ้าจะทำยังไงก้เรื่องของเจ้า แต่หากวันใดกลับมาแว้งกัดเจ้า ข้าจะฆ่านางโดยไม่ฟังคำใดจากเจ้าอีก" 

"ขอบพระทัยฝ่าบาท หึหึที่นี้เหลาอาหารของกระหม่อมก็จะมีคนเข้ามาเพียบแน่"เทียนนั้นลั้ลล้ามากเมื่อคิดเม็ดเงินที่จะเข้ามาในเหลาอาหารของตัวเอง 

"ข้าล่ะกลัวความคิดของเจ้าจริงๆเว่ยเทียน ลิ่งเฟยเจ้าดูน้องชายของเจ้าเถิดว่าเขาช่างน่ากลัวขนาดไหน ว่าแต่เมื่อไรข้าจะเลิกทำห่างเหินกับลิ่งเฟยได้เสียทีเล่าเว่ยเทียน" 

"เดี๋ยวนะ น้องชายของลิ่งเฟย? เว่ยเทียนเจ้าเป็นผู้ชายเช่นนั้นหรือ"ปี้เฉินที่เงียบฟังมานานก็โพล่งขึ้นมาอย่างอยากรู้คำตอบ เทียนจึงเดินเข้าไปหาปี้เฉินพร้อมกับก้มกระซิบบางอย่างข้างหูของปี้เฉินจนปี้เฉินนั้นหูแดงหน้าแดงระเรื่อออกมาอย่างชัดเจน จนหมอเย่วและชิงเหลียนยังต้องส่ายหัวให้และต่อว่าเทียนกันภายในใจ 

'หึ คิดจะตกสาวงามอีกล่ะสิไม่ว่า ขนาดสาวๆที่เหลาอาหารยังติดท่านอาจารย์กันเป็นพรวน'ความคิดหมอเย่ว 

'สงสัยคืนนี้นายน้อยคงได้รังแกนายหญิงรองทั้งคืนเป็นแน่'ความคิดชิงเหลียน 

"เทียนเอ๋อร์คืนนี้เจ้าไม่อยากจะนอนจริงๆสินะกลับบ้านเดี๋ยวนี้!"ฟู่เหิงพูดขึ้นเสียงดังก่อนจะอุ้มเทียนออกจากตำหนักของปี้เฉินไปทันที 

"เเล้วเจอกันขอรับพรุ่งนี้ข้าจะให้คนที่บ้านมารับท่านตอนยามอิ่น(เวลา3.00-4.59น.)" 

ปี้เฉินที่ยังหน้าแดงไม่เลิกก็ได้แต่ผงกหัวอย่างเขินๆ ฮ่องเต้ที่เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่คิดว่านี่ขนาดปี้เฉินยังหลงเสน่ห์ของเทียนไปด้วยอีกคนอย่างง่ายดายเสียแล้ว 

"ฝ่าบาทรออีกสักสามเดือนนะพ่ะย่ะค่ะแล้วค่อยกลับมาใกล้ชิดพี่สาวของกระหม่อมได้ ครั้งนี้พระองค์ต้องเย็นชาและสั่งขังพี่หญิงเอาไว้เป็นการลงโทษด้วยนะขอรับ แต่ต้องหลังจากที่พี่หมิงอวี้แต่งงานแล้วเท่านั้นนะขอรับฝ่าบาท อย่าทำให้ข้าผิดหวังนะขอรับท่านไฮหลันฉาเดี๋ยวแผนจับคนร้ายของข้าไม่สำเร็จ ไปขอรับท่านพี่คืนนี้ข้าจะปรนิบัติท่านพี่อย่างดีเลย" 

"เฮ้! เว่ยเทียนเจ้าอย่าลืมหมูกะทะของข้าด้วยเล่า" 

"พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท" 

หมิงอวี้ที่ได้ยินว่าตัวเองจะได้แต่งงานก็ช็อคค้างไปเสียแล้ว จนอิงลั่วต้องเข้ามาสะกิดเพื่อเรียกสติเพราะตอนนี้หมิงอวี้นั้นเขินไฮหลันฉาจนไม่เป็นอันทำอะไรแล้ว ส่วนปี้เฉินนั้นถูกไฮหลันฉาล่ามตรวนเอาไว้ 

"อย่าคิดว่าเว่ยเทียนช่วยเจ้า แล้วเจ้าจะรอดนะปี้เฉิน ข้าจะจับตาดูเจ้าอย่างไม่คาดสายตาวันไหนที่เจ้าคิดจะแว้งกัดเว่ยเทียนหรือคิดจะล่อลวงเว่ยเทียน วันนั้นเจ้าก็เตรียมลงหลุมได้เลย" 

"หึ รักเขาแต่ไม่ได้ความรักตอบแบบนี้ช่างน่าสมเพชกว่าหม่อมฉันอีกนะเพคะฝ่าบาท แต่ว่าต่อจากนี้ฝ่าบาทไม่ต้องห่วงนะเพค่ะหม่อมฉันจะเข้าใกล้เว่ยเทียนอย่างสนิทสนมจนฝ่าบาทกระอักเลือดเลยล่ะเพค่ะ หึหึ" 

"เจ้า! นางงูพิษเจ้าคิดว่าจะชนะฟู่เหิงได้รึไง ข้าคิดว่าเจ้าคงฝันเฟื่องเกินไปแล้ว" 

"หึ ผู้ชายมันก็เหมือนกันทุกคนแหละเพค่ะ อ่อแต่หม่อมฉันคงต้องละเว้นท่านฟู่เหิงไว้คนนั้นแหละนะเพค่ะ อีกไม่นานเว่ยเทียนต้องหลงเสน่ห์ของหม่อมฉันแน่นอน"ปี้เฉินพูดอย่างมั่นใจในเสน่ห์ของตัวเองเพื่อให้ฮ่องเต้เฉียนหลงนั้นคลั่งให้มากกว่านี้ เพราะนางรู้แล้วว่าจุดอ่อนของฮ่องเต้พระองค์นี้แท้จริงแล้วคือใครกันแน่ แต่นางก็ไม่คิดที่จะทำร้ายเว่ยเทียนอยู่เเล้วเพราะนางนั้นเริ่มตกหลุมเสน่ห์ของเทียนเองเสียแล้ว งานนี้นางคงต้องสู้กับฟู่เหิงซะหน่อยแล้ว 

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>> 

ความคิดเห็น