ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

20 : เพียวไม่อยากให้คุณรบดุ

ชื่อตอน : 20 : เพียวไม่อยากให้คุณรบดุ

คำค้น : หลงกลรัก, นิยายวาย, Mpreg, เพียวไผ่, นักรบ, ทดลองรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 23.1k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ค. 2564 21:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
20 : เพียวไม่อยากให้คุณรบดุ
แบบอักษร

Chapter 20 

Lab Love : เพียวไม่อยากให้คุณรบดุ 

  

รถมาจอดที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่ง เพียวไผ่ลงจากรถอย่างงุนงงแต่เพราะนักรบบอกให้ลงตนก็เลยลงแล้วก็เดินเข้าไปตามนักรบต้อย ๆกวาดมองความหรูหราภายในก็ตื่นเต้น โรงแรมหรูระดับนี้เพียวไผ่เองก็ไม่เคยมา 

“เรามาทำอะไรที่นี่เหรอครับ”เพียวไผ่กระซิบถามเบา ๆขณะเดินข้าง ๆนักรบ คนตัวใหญ่ก็ไม่ได้ตอบ จึงยู่ปากก็ไม่ได้ถามต่อ เดินตามจนมาถึงลิฟต์ก็เข้าไปพร้อมพนักงานหญิงของที่นี่อีกคน พนักงานก็กดชั้นเป้าหมายจนกระทั่งประตูลิฟต์เปิดออกอีกครั้ง เดินออกมาจึงรู้ว่ามาที่ร้านหาอาหารหรูที่อยู่ชั้นบนของโรงแรมนี้ แถมเป็นร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์สามดาว  

เดินตามคนร่างสูงไปจนถึงมุมหนึ่งในร้านคาดว่าน่าจะเป็นพื้นที่ค่อนข้างส่วนตัว เพียวไผ่ยกยิ้มบาง ๆให้กับพนักงานที่เลื่อนเก้าอี้ให้ตัวเอง ไม่เคยมีใครทรีตให้เขาแบบนี้จึงเกร็งไปหมด  

“อยากกินอะไรก็สั่ง”เสียงดุจากคนที่นั่งตรงข้ามเอ่ยขึ้นเรียบ ๆเพียวไผ่รับเมนูมาแล้วมองดูใจก็สั่นระรัวกับราคาอาหารที่ปรากฏ  

“เอ่อ..คุณรบสั่งเถอะครับ”เพียวไผ่คิดว่าตนสั่งไม่ถูกแน่ ๆที่นี่เป็นร้านอาหารไทย-ญวน ดั้งเดิม แต่เพราะราคาที่แพงหูฉี่ขนาดนั้นเพียวไผ่จึงไม่กล้าสั่ง  

“เธออยากกินอะไรก็สั่ง”เสียงดุไม่พอ สายตาดุอีกต่างหาก เพียวไผ่ก้มหน้างุดหยิบเมนูอีกครั้งแล้วเอ่ยบอกเมนูที่ตนคิดว่าราคาน่าจะถูกที่สุดมาหนึ่งเมนู  

“แค่นั้นจะพอรึไง”เสียงดุดังอีกครั้งก่อนจะเป็นคนเอ่ยปากสั่งเมนูด้วยตัวเอง  

อาหารมาเสิร์ฟเพียวไผ่อ้าปากค้างเพราะเขาสั่งไปเพียงเมนูเดียวแต่นักรบเพิ่มอีกตั้งหกเมนู อาหารมาถึงโต๊ะอีกฝ่ายก็ไม่ได้พูดอะไร ทานอาหารไปเงียบ ๆเพียวไผ่จึงลงมือทานเงียบๆด้วยเช่นกัน ตบท้ายด้วยขนมหวานไทยดั้งเดิมที่นักรบเพิ่มถึงสามอย่างให้เขา 

อาหารอร่อยแถมเพียวไผ่ก็อิ่มสุด ๆแต่ราคาคงไม่ปรานี อีกฝ่ายวางการ์ดบนถาดสลิป อยากหยิบสลิปขึ้นมาดูจะแย่ 

“คุณรบมาทานอาหารที่ร้านแบบนี้ทุกวันเหรอครับ”เพียวไผ่พยายามสาวเท้าให้ทันกับนักรบที่เดินไกลกว่าเขาสองสามก้าว 

“ทำไม ไม่อร่อยรึไง” 

“เอ่อ..ปะเปล่าครับ อร่อยครับ อร่อยมาก”เพียวไผ่ปฏิเสธ จนกระทั่งเดินมาถึงรถก็เข้าไปนั่ง 

“เราจะกลับคอนโดกันเลยใช่ไหมครับ” 

“เธออยากไปไหนล่ะ”เสียงดุถาม  

“เพียวคิดว่าไหน ๆวันนี้ก็ไม่มีอะไรทำแล้ว เพียวจะไปซื้อหนังสือน่ะครับ ถ้าคุณรบจะกลับคอนโดแล้ว เราแยกกันตรงนี้ก็ได้ครับ”เพียวไผ่บอกยืดยาว การวิจัยทดลองกับร่างกายเขาจะเริ่มขึ้นในอีกสามวันข้างหน้า ในระหว่างนี้เขาเองก็ไม่มีอะไรทำ เพราะทำงานพาร์ทไทม์ที่คาเฟ่แค่เสาร์อาทิตย์ ซึ่งจะเริ่มสัปดาห์หน้าเหมือนกัน สัปดาห์นี้เพียวไผ่คิดว่าเขาคงต้องว่างจนอืดแน่ ๆ 

“ที่ไหน” 

“เอ๊ะ ครับ?” 

“ซื้อหนังสือที่ไหน” 

“อ้อ ศูนย์จุฬาครับ”เพียวไผ่ตอบ อีกฝ่ายก็ค่อย ๆเคลื่อนรถออก 

 “เพียวว่า เพียวแยกกับคุณรบที่ตรงนี้ก็ได้ครับ เดี๋ยวนั่งแท็กซี่ไปก็ได้ครับ”เพียวไผ่หันไปบอกอีกครั้ง 

“วันนี้ฉันว่าง”นักรบตอบกลับมาสั้น ๆ เพียวไผ่ก็เงียบไปครู่ 

“เพียวไม่รบกวนคุณรบดีกว่าครับ”พูดไปอีกฝ่ายก็ทำหูทวนลม ไม่ตอบโต้อะไรกลับมา ขับรถด้วยสีหน้าดุ ๆต่อไป เพียวไผ่ก็ยู่ปากถอนหายใจเบา ๆ 

“ขอบคุณครับ”ก่อนจะหันไปยกมือไหว้คนข้าง ๆแล้วก็นั่งเงียบ ๆไปตลอดทาง  

  

ร่างขาวผ่องในเสื้อยืดธรรมดาสีเข้มตัดสีผิวกำลังมีสมาธิจดจ่อกับการเลือกหนังสือเรียนให้แป้งพิมพ์และตัวเอง 

“เพียวอยากได้หนังสือที่เป็นข้อสอบเก่าน่ะครับ ไว้ใช้สอบเข้ามหาลัย ไหน ๆตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่มีการวิจัยเพียวตั้งใจหยุดเรียนแล้วก็เลยอยากอ่านหนังสือเตรียมสอบไปพลาง ๆครับ”เหตุผลที่เพียวไผ่บอกไปก่อนหน้า 

“เธออยากเรียนคณะอะไร ไม่ต้องสอบก็ได้นี่” 

“คุณรบหมายความว่ายังไงครับ จะเข้ามหา’ลัยรัฐ มหา’ลัยเอกชนก็ต้องสอบทั้งนั้น” 

“ฉันส่งเธอเข้าสบาย ๆ” 

“ใช้เส้นเหรอครับ ไม่เอาหรอกเพียวอยากเข้าเองด้วยครับ อีกอย่างวิจัยเสร็จ เพียวกับคุณรบก็ถือว่าสัญญาสิ้นสุดทุกอย่างแล้ว” 

“ถึงแม้ว่าทางสถาบันจะยังส่งทุนให้เพียวกับน้องเรียนต่อ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเพียวจะต้องใช้เส้นสายจากคุณรบนี่ครับ คุณรบคิดว่าเพียวไร้ความสามารถขนาดนั้นเลยเหรอครับ” 

“ฉันไม่ได้พูดอย่างนั้น” 

“เอาเถอะ เธอจะทำอะไรก็ทำ จบวิจัยเธออยากไปตามทางของเธอฉันก็ไม่ขัด”พูดจบก็ทิ้งเพียวไผ่ยืนกระพริบตาปริบ ๆเมื่อกี้ยังดูท่าอารมณ์ดีอยู่เลยแป๊บ ๆทำไมเหมือนเขาไปทำอะไรไม่พอใจเสียอย่างนั้น วัยทองอย่างที่กันทิมาพูดจริง ๆนั่นแหละเนอะ 

“คุณรบครับ”เพียวไผ่ยืนเลือกหนังสือมานานสองนานก็ถือตะกร้ามีหนังสือที่ตนเลือกมาหานักรบ แล้วมองหนังสือในมือคนร่างใหญ่ที่ถูกวางไว้กลับไปบนแผง 

“เสร็จแล้วเหรอ” 

“ครับ คุณรบสนใจหนังสือทำขนมไทยเหรอครับ” 

“ก็...” 

“ขนมสัมปันนีนี่แม่ครูเคยสอนเพียวด้วยนะครับ คุณรบเคยกินไหม”เพียวไผ่ลองหยิบมาดูบ้างพลิกกลับไปกลับมา 

“ไม่รู้สิ ขนมบางชนิดฉันก็ไม่รู้จักชื่อหรอก ที่กินไปบางอย่างก็ไม่รู้ชื่ออะไร”พูดตอบแบบส่ง ๆเพียวไผ่ยกยิ้มบาง ๆมือที่ถือตะกร้าเบาไปโขเมื่อมือใหญ่แย่งตะกร้าไป  

“เพียวถือเองได้ครับ”กลับได้รับสายตาดุ ๆเป็นคำตอบแทนจนต้องเดินตามหลัง เพียวไผ่หยิบโทรศัพท์ของตนเองเพื่อจะจ่ายเงินที่เคาเตอร์เปิดแอปพลิเคชันจะจ่ายเงินก็พบว่าอีกคนรูดการ์ดให้เสร็จแล้ว  

“คุณรบจ่ายทำไมครับ”เพียวไผ่แย้งทำตาโต ก่อนจะพองแก้ม 

“เธอหยิบโทรศัพท์ช้าฉันขี้เกียจรอ”อีกฝ่ายก็ตอบสั้น ๆรับถุงใส่หนังสือสามใบใหญ่ ๆมาเพราะเพียวไผ่เรียกได้ว่ามาเหมาหนังสือกลับบ้านนั่นแหละ 

“งั้นเพียวจะจ่ายคืนให้นะครับ คุณรบบอกเบอร์มาให้เพียวเลยครับ”อีกฝ่ายก็ร่นคิ้ว  

“แหะ ๆเพียวจะพร้อมเพย์ครับ แต่ว่าถ้าคุณรบไม่สะดวกเพียวโอนทางบัญชีธนาคารได้นะครับ บอกเลขบัญชีให้เพียวเลยครับ”อีกฝ่ายจึงเลิกขมวดคิ้ว ปกติถ้าไม่ใช่กันทิมาจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายเขาก็ใช้การ์ดรูดเอาตลอด ไม่เคยจ่ายพร้อมเพย์ 

“096…” 

“เอ๊ะ ครับ?”เพียวไผ่ตาโต 

“ก็ไหนว่าจะเอาเบอร์ฉันไม่ใช่เหรอ”นักรบว่าพลางสาวเท้าเดิน 

“ก็เพียวว่าจะจ่ายพร้อมเพย์มันต้องใช้เบอร์นี่ครับ คุณรบไม่เคยใช้พร้อมเพย์เหรอ ใช้คิวอาร์โค้ดสแกนก็ได้นะครับ”คนตัวใหญ่ไม่ตอบ เดินตรงไปเงียบ ๆ 

“แต่เพียวคิดว่าคุณรบไม่สะดวกเอาเป็นเลขบัญชีก็ได้ครับหรือเอาเป็นเงินสดครับ เอ๊ะ!ถ้าจะเอาเงินสด ตรงนั้นมีตู้เดี๋ยวเพียวไปกดก่อนนะครับ ตอนนี้เพียวมีเงินสดติดตัวแค่สองพันเอง”คนตัวเล็กเท่าอกก็เจื้อยแจ้วไปคนเดียว เออออนู้นนี่นั่นในขณะที่อีกคนหูทวนลม เพียวไผ่ยกสลิปในมือที่ตนชิงขอกับพนักงานก่อนที่จะส่งให้นักรบ ค่าหนังสือหมดไปเกือบเจ็ดพันบาท แหงล่ะเพียวไผ่ไม่ได้เหมาแค่หกเจ็ดเล่ม  

“จะไปไหน”เพียวไผ่ย่นคอ นึกสงสัย 

“ก็ไปกดเงินไงครับ” 

“ฉันรีบ ค่อยไปกดวันอื่น”เมื่อเห็นหน้าไม่สบอารมณ์ก็นิ่งเงียบ 

“งั้นพรุ่งนี้เพียวจะไปกดมาคืนให้นะครับ” 

“อืม”ว่าแล้วก็สาวเท้าไปต่อ เพียวไผ่ก็สาวเท้าเร่งขึ้นให้ทันคนร่างสูง ไปขึ้นรถนักรบก็พาตนมาที่ห้างหรูตรงเข้าชอปเครื่องใช้พวกโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ ถ้าเพียวไผ่รู้ว่าจะมาห้างเขามาร้านหนังสือในห้างก็ได้ 

“คุณรบจะซื้อโทรศัพท์เหรอครับ หรือว่าจะซื้อคอมล่ะครับ”เพียวไผ่ถาม มองคนร่างสูงที่มองเครื่องใช้อุปกรณ์เหล่านั้นเงียบ ๆมีพนักงานมาพูดถึงรุ่นและการทำงานของอุปกรณ์เหล่านั้น 

“คุณรบจะซื้อไอแพดใหม่เหรอครับ”เพียวไผ่เอียงหัวมองถามเบา ๆอีกฝ่ายปรายตามองเพียวไผ่ก็เม้มปากเป็นการบอกว่าจะหุบปากไม่ถามแล้ว อย่าดุนะ  

“อันนี้เป็นไอแพดรุ่นใหม่ค่ะ สเป็กในการทำงานประสิทธิภาพในการทำงานก็สูงมาก ๆค่ะแล้วก็ชิปสูงที่สุดในตอนนี้ด้วยค่ะคุณลูกค้าทำงานประเภทไหนคะ” 

“เพียวเพิ่งเห็นทางแอปเปิ้ลประกาศว่าสัปดาห์หน้าจะมีรุ่นใหม่ออกมาแล้วนะครับ เพียวว่าคุณรบค่อยซื้อรุ่นที่จะออกมาไหมครับ เผลอ ๆสเป็กเครื่องดีกว่า ชิปสูงกว่าและราคาอาจจะห่างกันนิดเดียวก็ได้ครับ”คนตัวเล็กทำหน้าจริงจังกระซิบกระซาบเพื่อไม่ให้เสียมารยาทต่อหน้าพนักงาน เท้าเขย่งเพื่อให้คนตัวใหญ่ได้ยินมากขึ้น ส่วนคนร่างใหญ่ก็นิ่งเงียบไปครู่  

“เชื่อเพียวเถอะครับ ครั้งนี้ไม่น่าโดนแกง”คนร่างสูงก็ขมวดคิ้วอีกครั้ง 

“ทำไมต้องโดนแกง แกงอะไร” 

“คิ… คุณรบไม่ทันศัพท์วัยรุ่นใช่ไหมครับ” 

“เพียวไผ่”เสียงดุ 

“แหะ ๆเพียวหมายถึงการโดนแกล้งอะครับ วัยรุ่นเขาพูดกัน เขาบอกจะออกเดือนนี้แต่ไปออกเดือนหน้าอย่างนี้ครับ แต่เพียวคิดว่าครั้งนี้ไม่น่าจะโดนแกงเพราะสัปดาห์ที่แล้วรุ่นล่าสุดเพิ่งเปิดตัวในอเมริกาไปและบอกว่าสัปดาห์หน้าก็เข้าไทยแล้วครับ จองไว้ที่ช็อปก่อนแต่อย่าเพิ่งซื้อรุ่นเก่าดีไหมครับ”เพียวไผ่บอก ไม่วายกระซิบกระซาบเบา ๆกับนักรบ จนศีรษะแทบจะเข้าไปซบกับอกกว้างอยู่กลาย ๆ 

“งั้นเหรอ” 

“ครับ”เพียวไผ่พยักหน้าเต็มแรง 

“จะได้ไม่สิ้นเปลืองไงครับ”เพียวไผ่บอกต่อยกยิ้มจนตาหยีส่งให้นักรบ แต่แล้วก็ต้องยู่ปากให้คนร่างสูงเมื่อได้ยินคำตอบอีกฝ่าย 

“ฉันมีเงินพอ”พ่อคนรวย เสียงเล็ก ๆในใจเพียวไผ่  

“ครับ งั้นเพียวไม่ยุ่งแล้วครับ”พูดเพียวไผ่ก็หันหลังไปสนใจแอปเปิ้ลวอชท์ไม่ไกล และเดินดูตัวอื่น ๆเงียบ ๆไม่วายเหลือบไปมองคนตัวใหญ่สนทนากับพนักงานไม่ไกลเห็นพนักงานจัดการนู้นนี่นั่นก็เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ก็แค่แนะนำแค่นั้นเองไม่ฟังเขา เขาก็ไม่ว่าอะไร รู้อยู่แหละว่านักรบคงไม่ฟังหรอก  

เพียวไผ่ยืนดูโทรศัพท์และอะไรต่อมิอะไรในช็อปเงียบ ๆไปพักใหญ่จนเห็นว่าในมือของอีกคนถือถุงของทางช็อปจึงคิดว่าคงซื้อเสร็จแล้ว 

“ซื้อเสร็จแล้วเหรอครับ” 

“อืม” 

“ครับ”เพียวไผ่พยักหน้าก็เดินนำหน้าก่อนออกจากร้าน 

  

ถึงลานจอดรถแล้วเพียวไผ่ก็นั่งรถแล้วคาดสายเบลท์ก็หยิบโทรศัพท์ของตัวเองมาเลื่อนดูเงียบ ๆผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงตอนนี้ยังไม่ถึงคอนโด และดูท่าว่ารถจะติด ทั้ง ๆที่ไม่ใช่เวลาเช้าหรือเย็น แต่ก็นั่นแหละกรุงเทพก็รถติดไม่เลือกเวลาหรอก ถ้าการเมืองดีนะคงจะมีถนนให้วิ่งผ่านเยอะกว่านี้และการจราจรก็คงดีกว่านี้มาก  

ในรถยังคงมีแต่ความเงียบ คนหนึ่งก็ตั้งใจขับรถอีกคนก็ตั้งใจเลื่อนจอโทรศัพท์ไปมาเข้าแอพนู้น ดูแอพนั่นวนไปวนมาไม่หยุด วนไปซ้ำ ๆจนกระทั่งว่าอีกไม่นานก็ใกล้ถึงคอนโดแล้ว แต่คนที่โตกว่าก็โพล่งขึ้น 

"เธอจะเงียบอีกนานไหมเพียวไผ่"คนตัวขาวก็เม้มปากบาง ๆแล้วพูด 

"ก็เพียวไม่มีอะไรจะพูดนี่ครับ" 

"งั้นก็พูดสักเรื่องสิ เรื่องอะไรก็ได้ที่เธออยากพูด" 

"ทำไมคุณรบถึงเอาแต่ใจจังเลยล่ะครับ เพียวบอกว่าเพียวไม่มีอะไรจะพูดนี่ครับ"พูดไปก็ก้มหน้างุดไป โดนแน่ ๆเพียวไผ่โดนบ่นจนหูชาแน่ ๆ 

"เพียวไม่อยากพูด ถ้าพูดไม่เข้าหูคุณรบเดี๋ยวคุณรบก็ดุเพียวอีก 

เพียวไม่อยากโดนดุบ่อย ๆหรอกนะครับ เพียวน่ะก็เสียใจเป็นครับ" 

"..." 

"ขอโทษครับ ไม่ได้อยากขึ้นเสียงกับคุณรบเลยครับ แต่เพียวไม่ 

อยากให้คุณรบดุเพียว"มือขาวยกมือไหว้อ่อนช้อยเหมือนทุกครั้ง ขอโทษก็ยกมือไหว้ ขอบคุณก็ยกมือไหว้ ทักทายก็ยกมือไหว้  

"ฉันดุขนาดนั้น?" 

"......" 

"ว่ายังไงล่ะ" 

"ถ้าพูดจะดุไหมครับ" 

"...." 

"งั้นไม..." 

"ไม่...จะไม่ดุ" 

"งั้นเพียวจะพูด ทุกครั้งคุณรบไม่ค่อยยิ้มเลยเพียวก็ไม่รู้ว่าคุณรบพอใจหรือไม่พอใจ เวลาพูดก็พูดสั้น ๆห้วน ๆเพียวนึกว่าคุณรบไม่พอใจ แล้วชอบมองตาขวางด้วยครับ อันนี้แค่เด็กตัวน้อย ๆอ้อแอ้ ๆมอง เพียวคิดว่าก็ต้องมีแหกปากร้องเพราะกลัวบ้างล่ะครับ"เงียบไปแล้ว ทั้งรถเงียบไปแล้ว มือขาวจิกมือตัวเองเงียบ ๆจะโดนทิ้งให้เดินกลับคนเดียวรึเปล่านะ 

"แล้วยังไงต่อ" 

"ค..คุณรบจะไม่ทิ้งเพียวลงข้างทางจริง ๆใช่ไหมครับ" 

"ไม่ จะพากลับให้ถึงที่" 

"งั้นเพียวจะพูดต่อ เพียวอยากรู้ว่าคุณรบรู้สึกยังไง เพียวไม่ได้มีสัมผัสที่หกที่จะรู้ว่าคุณรบกำลังพอใจหรือไม่พอใจ แสดงออกโดยการยิ้มบ้างก็ได้นะครับ เพียวน่ะไม่เคยเห็นคุณรบยิ้มให้เพียวเลยสักครั้ง บางครั้งคิดว่าคุณรบเกลียดเพียวรึเปล่า" 

"เปล่า ฉัน...เห้ออ แล้วยังไงต่อ" 

"มันจะดีมาก ๆเลยล่ะครับถ้าคุณรบไม่พูดห้วน ๆสั้น ๆหรือว่าไม่มองหางตา ทำตาดุใส่เพียว เพียวน่ะไม่อยากให้คุณรบเกลียดเพียวเลยนะครับเพราะเพียวไม่เคยเกลียดคุณรบเลย"พูดไปก็จิกมือตัวเองไป ก้มหน้างุดไป รถค่อย ๆชะลอก่อนจะจอดข้างทาง โดนทิ้งจริง ๆก็คราวนี้แหละ เพียวไผ่คิด  

"ลงไปสิ"คนหน้าใสเม้มปาก น้ำตาหยดใสไหลเผาะลงบนมือ  

"ร้องไห้ทำไม"เสียงห้วน ๆดุ ๆถามขึ้น ปากชมพูก็เม้มแรงขึ้น เอาแต่นั่งก้มหน้า  

"เธอไม่ลงก็ตามใจนะ ฉันลงคนเดียว"ตามด้วยเสียงปิดประตู  

"คะ..ค.."เสียงหายไปในคอมองคนร่างสูงลงจากรถเดินเข้าไปในร้านคาเฟ่น่ารัก ๆเพียวไผ่ก็มองตาปริบ ๆเปิดประตูรถลงตาม  

"คุณรบเพียวขับรถไม่เป็นนะครับ ไหนคุณรบบอกจะไม่ไล่เพียวลงไงล่ะครับ" 

"ฉันหิว"คำตอบสั้น ๆห้วน ๆพร้อมกับทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ มองซ้ายมองขวาหาพนักงาน 

"สรุปคุณรบไม่ได้โกรธที่เพียวพูดใช่ไหมครับ"คราวนี้เสียงถอนหายใจเบา ๆพร้อมเงยหน้าขึ้นมามองเพียวไผ่ที่ยืนตาใส 

"ไม่ได้โกรธ" 

"ฉันไม่ได้โกรธเธอเพียวไผ่" 

"แต่คุณรบยังทำตาดุเสียงดุใส่เพียวนี่ครับ"แก้มชมพูเริ่มพองอีกครั้ง 

"เธอ....เห้อ เลี้ยงขนมกับน้ำให้ฉันสิแล้วจะไม่โกรธ"พูดอะไรไม่ออก ได้แต่ถอนหายใจปลง ๆในใจนักรบไม่ได้โกรธอย่างที่บอกไปไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายฟังว่าเขาดุมองว่าเขาทำตาดุใส่ไปอย่างไร  

"จริง ๆนะครับ ถ้าเพียวเลี้ยงคุณรบจะไม่ดุใช่ไหมครับ"ได้ยินแล้วก็ยกยิ้มกว้างตาเป็นประกาย  

"อืม"นักรบพยักหน้าอย่างเหนื่อยใจ  

"งั้นคุณรบอยากกินอะไรสั่งให้เต็มที่เลยครับ เพียวเลี้ยง"และแล้วก็ทำหน้าที่คนใจใหญ่สักที  

"เรียกพนักงานรับออเดอร์สิ" 

"เออ...คุณรบไม่เคยมาร้านคาเฟ่เหรอครับ"เพียวไผ่ถามเบา ๆ 

"ทำไม"อีกคนก็ถามกลับ 

"ก็..เราต้องไปสั่งเองที่เคาเตอร์ครับ มีเมนูให้เลือกที่นั่น ส่วนเค้กก็ไปส..." 

"งั้นเหรอ" 

"เดี๋ยวเพียวไปสั่งให้เองครับ คุณรบชอบกินกาแฟใช่ไหมล่ะครับ"เพียวไผ่ถามพร้อมส่งรอยยิ้ม 

"อืม" 

"งั้นเอาเป็นคาปูชิโน่ไหมครับ" 

"อืม"แล้วคนตัวเล็กกว่าก็เดินไปที่เคาเตอร์ คิดเลือกเมนูแค่ครู่เดียวก็เหมือนข้างหลังมีเงาทะมึนหันหลังก็เป็นนักรบ 

"คุณรบไปนั่งก็ได้ครับ เดี๋ยวเพียวสั่งเอง" 

"ไม่อยากได้กาแฟแล้ว อยากได้มะม่วงปั่นแทน"คนร่างใหญ่บอก  

"อ่าโอเคครับ แล้วคุณรบอยากกินขนมหวานไหมครับ" 

"ไม่ วันนี้กินแล้ว"เพียวไผ่ก็พยักหน้าเบา ๆงี้แสดงว่านักรบคำนวนแคลลอรี่ด้วยสินะ มิน่าล่ะหุ่นดีจัง  

ไม่นานเกินรอน้ำมะม่วงปั่นที่สั่งก็ถูกนำมาเสิร์ฟโดยคนตัวเล็กที่รับหน้าที่ นักรบยกดื่มเงียบ ๆขมวดคิ้วเมื่อรสชาติแตะลิ้นแต่ก็ไม่พูดอะไร วางแก้วลงแล้วมองน้ำของอีกฝ่าย 

"คุณรบอยากดื่มชาเขียวปั่นเหรอครับ"นักรบไม่ตอบเอาแต่จ้องแก้วชาเขียว 

"งั้นเพียวสั่งเพิ่มดีไหมครับ" 

"อยากกิน แต่ไม่ต้องสั่ง คงกินไม่หมดเปลืองเงิน"เพียวไผ่ย่นคิ้ว อ้าปากค้างเมื่ออีกฝ่ายแย่งแก้วตัวเองไปดูดเสียอย่างนั้น ก่อนจะยื่นกลับคืนเจ้าของ ส่วนเจ้าของก็ก้มหน้าทำปากขมุบขมิบบ่นประสาตัวเอง 

"กินหลอดเดียวกันมันไม่ถูกสุขอนามัยนะครับ" 

"ดูดลิ้นเธอฉันก็ทำมาแล้ว แค่ดูดจากหลอดเดียวกันกลัวอะไร"โอโห ถ้าจะขนาดนี้เอาไม้หน้าสามฟาดเพียวไผ่เถอะ  

"ทำไม เป็นอะไร ทำไมเงียบไป" 

"ตอนนั้นเพียวเป็นเด็กขาย แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้วนะครับ" 

"แต่เป็นแฟนฉัน" 

"แค่แฟนหลอกน้องแป้ง" 

"อืม"ไม่เคยรู้สึกว่านักรบเป็นคนกวนอะไรขนาดนี้เลย กวนมาก ๆกวนจนเพียวไผ่หูแดงไปหมดแน้ว  

"ฉันอยากกลับคอนโดแล้ว อยากออกกำลังกาย" 

"ครับเพียวก็อยากกลับแล้ว"คนตัวเล็กพึมพำวิ่งไปขึ้นรถตามคนร่างสูงต้อย ๆ 

  

"อีกหนึ่งชั่วโมงไปหาฉันที่ห้องด้วย"ก่อนจะเข้าห้อง คนห้องข้าง ๆก็ไม่วายหันบอก  

"แต่ว่าเพียว..." 

"ฉันสั่งกันให้ไปรับแป้งพิมพ์แล้ว" 

"ครับ" 

_________ 

อื้อ โดนเด็กงอนแหละ เอ้ะ แต่ด็อกเตอร์งอนเด็กด้วยหรอ ? 

แต่แบบด็อกเตอร์ ไม่เคยใช้พร้อมเพย์เอาแต่ใช้บัตรรูดนี่โอเคนะ เข้าใจอยู่ แต่ไม่เคยไปสั่งกาแฟที่เคาเตอร์เองนี่ ด็อกเตอร์ใช้งานผ่านเลขามาตลอดเหมือนกันหรอ  

แก้ไขครั้งแรก 27 กรกฎาคม 2564  

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว