ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่11 ลอบฆ่า

ชื่อตอน : บทที่11 ลอบฆ่า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 443

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ต.ค. 2563 11:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่11 ลอบฆ่า
แบบอักษร

บทที่11 ลอบฆ่า

 

ช่วงต้นฤดูคิมหันต์(ฤดูร้อน)

เสียงล้อรถม้าบดคลึงกับท้องถนนดังออกมาเป็นระยะๆ แสงแดดสีส้มยามเย็นทอประกายกระทบผ้าม่านหน้าต่างรถม้า ใบไม้พลิ้วไหวตามสายลม 

 

 

รอบข้างเต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าสีเขียวขจีบุปผาร่วงโรยตกกระทบใส่รถม้า ท่ามกลางบรรยากาศรอบข้างที่เงียบสงบ ซึ่งไร้ผู้คนสัญจรไปมาเหตุเพราะตะวันใกล้ลาลับขอบฟ้า

 

 

ในขณะที่รถม้ายังคงขับเคลื่อนบนท้องถนนตามจุดหมายปลายทาง เสียงองครักษ์ที่นั่งอยู่ด้านนอกรถม้าก็ดังขึ้นมา

 

 

"องค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ ข้างหน้ามีคนนอนขวางทาง จะให้กระหม่อมทำเช่นไรพ่ะย่ะค่ะ"

 

 

หลินเฟยที่นั่งอยู่ในรถม้า ได้ยินเสียงของเชาเย่ว จึงยื่นมือแหวกผ้าม่านหน้าต่างออกมากเล็กน้อย ก่อนจะมองออกไปบนท้องถนนข้างหน้า

 

 

ซึ่งยามนี้มีคนผู้หนึ่งนอนขวางทางบนท้องถนนอย่างไม่ไหวติง หลินเฟยผ่อนหายลมใจออกมาเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวออกไป

 

 

"มีทางอื่นที่สามารถสัญจรอีกหรือไม่"

 

 

"หากเปลี่ยนเส้นทางใหม่ พวกเราจะถึงตำหนักค่ำกว่าเดิม ทั้งเส้นทางดังกล่าวเสี่ยงกว่าเส้นทางนี้มากเป็นเท่าตัว"

 

 

"เช่นนั้น องครักษ์หยางแจ้งคนบังคับรถม้าให้เพิ่มความเร็วให้สุดอย่าได้ชะลอเป็นอันขาด พุ่งชนเข้าใส่คนผู้นั้น ข้าอยากรู้ว่าคราวนี้คนผู้นั้นจะได้ตายสมใจอย่างที่ต้องกันหรือไม่"

 

 

"พ่ะย่ะค่ะ"

 

 

"องค์หญิงทำเช่นนี้ เรื่องจะไม่บานปลายหรือเพคะ"ชิงชิงนางกำนัลคนสนิทกล่าวออกไปอย่างเป็นกังวล

 

 

"เจ้าไม่ต้องกังวล ว่าคนผู้นั้นจะไม่รอด ทว่ายามนี้คนที่น่าเป็นห่วงคงจะเป็นพวกเราเสียมากกว่า"

 

 

ไม่นานเสียงม้าร้องออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ก่อนที่รถม้าจะหยุดลงอย่างกะทันหัน เสียงกระทบของดาบก็ดังขึ้นมาในทันที

 

 

"องค์หญิงเกิดอันใดขึ้นเพคะ"

 

 

"พวกเราถูกปองร้าย ชิงชิงเจ้ารออยู่ในรถ ห้ามออกมาเป็นอันขาด"ในขณะที่กล่าวออกมา หลินเฟยก็แหวกผ้าม่านของประตูรถม้าดูลาดเลาไปด้วย

 

 

"องค์หญิง ไม่นะเพคะ"ชิงชิงเอื้อมมือคว้าแขนขององค์หญิงอย่างไม่เห็นด้วย

 

 

"รอข้าอยู่ในนี้ พวกมันมีมากเกินไป เชาเย่วรับมือไม่ไหวแน่"หลินเฟยเอ่ยออกไปอย่างหนักแน่น

 

 

"แต่...มันอันตรายเกินไปเพคะ องค์หญิงอย่าไปเลยเพคะ"

 

 

"หากข้าไม่ออกไปช่วย คิดว่าหลบอยู่ในนี้จะปลอดภัยหรืออย่างไร"กล่าวจบ นางจึงก้าวลงจากรถม้าทันที

 

 

หลังจากหลินเฟยลงจากรถม้า นางจึงกวาดสายตามองไปโดยรอบอีกครั้ง

 

 

ซึ่งในยามนี้ องครักษ์ของนางกับคนบังคับรถม้าอีกคน สลับกันรับมือเหล่าชุดดำอย่างเสียเปรียบ เนื่องจากเหล่าชุดดำมีมากเกินไป ถึงแม้เชาเย่วจะมีฝีมือ ทว่าน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ หลินเฟยมองออกไปด้วยความกังวล

 

 

ชายชุดดำที่เห็นเป้าหมายออกมายืนอยู่นอกรถม้า พวกมันสองสามคนจึงไม่รอช้าพุ่งทะยานเข้าหานางในทันใด

 

 

หลินเฟยถึงแม้ในโลกปัจจุบันจะเรียนจบศัลยแพทย์มา ทว่าบิดาของนางส่งนางเรียนศิลปะการต่อสู้มาตั้งแต่ยังเยาว์

 

 

อย่างไรก็ตามโลกนี้ผู้คนต่างมีกำลังภายใน นางอาจจะเสียเปรียบในข้อนี้อยู่บ้าง แต่จะให้นางรอความตายอยู่ในรถม้า นั่นหาใช่วิสัยของนางไม่

 

 

อีกทั้งหลายเดือนมานี้ยามไปเยี่ยมชินหวางเฟยที่ตำหนัก นางเริ่มเรียนรู้วิชาการฟันดาบกับเพ่ยเพ่ยไม่น้อย ทั้งการใช้เข็มเป็นอาวุธซึ่งนางคิดว่ามันเหมาะกับนางที่สุดแล้ว 

 

 

ดังนั้นแล้วนางพอจะรับมือได้อยู่บ้าง ทว่าหาใช่พุ่งทะยานใส่นางหลายคนทีเดียวเช่นนี้ ถึงจะคิดเช่นนั้น หลินเฟยยังคงมีสติควบคุมตัวเองได้เป็นอย่างดี ในเวลาต่อมาเข็มนับสิบจึงพุ่งใส่เหล่าชายชุดดำอย่างไม่ขาดสาย

 

 

แม้การรับมือครั้งนี้จะทุลักทุเลอยู่ไม่น้อย เพราะนางมิใช่มือสังหาร หรือนักฆ่ามืออาชีพที่จะปลิดชีพได้เพียงเข็มเดียว ยังดีที่เพ่ยเพ่ยมอบเข็มที่เคลือบยาพิษมาให้นางอย่างเสร็จสรรพ ครั้งนี้มันจึงพอช่วยชีวิตนางได้อยู่บ้าง 

 

 

ก่อนที่พวกมันจะพุ่งทะยานมาถึงตัว ชายชุดดำสองสามคนเมื่อครู่นี้ เพียงหนึ่งถ้วยจิบชาพวกมันก็ล้มลงไปยังพื้นเบื้องล่างทันที ถึงแม้เข็มเงินที่นางสาดใส่จะไม่ถูกจุดสำคัญ ทว่าพิษที่เคลือบมากับเข็มเงินเล่มนั้น เป็นพิษที่ร้ายแรงถึงชีวิตได้หากไม่รีบรักษาให้ทันท่วงที

 

 

หลินเฟยมองชายชุดดำสองสามคนดิ้นรนทุรนทุรายอย่างเจ็บปวด ก็ให้สงสารอยู่บ้าง ทว่าหากนางไม่ชิงลงมือก่อน เป็นไปได้ว่าคนที่จะต้องตกตายย่อมไม่พ้นคงต้องเป็นนาง เช่นนั้นโลกนี้ไม่มีคำว่าปรานีหากยังอยากมีลมหายใจ นางคงต้องทำตัวให้ชินกับเรื่องเหล่านี้ให้ได้ หากสังเกตจากสถานการณ์แล้วต่อจากนี้ เรื่องราวมากมายคงตามมาเป็นกระบวนเป็นแน่ จากนี้ไปนางต้องรีบฝึกกำลังภายในให้เร็วที่สุด

 

 

เชาเย่วที่กำลังติดพันกับชายชุดดำสี่ห้าคน จึงไม่สามารถพุ่งทะยานออกไปช่วยองค์หญิงได้ทันท่วงที

 

 

ทำให้พวกมันสามารถเข้าใกล้องค์หญิงได้ ทว่าในระหว่างที่เขากำลังจะพุ่งทะยานเข้าไปรับวิถีดาบของพวกมัน หลังจากหลุดพ้นจากวงล้อมของชายชุดดำนั้น

 

 

สายตาของเขาพลันต้องเบิกกว้างตาโตอย่างตื่นตะลึงด้วยความประหลาดใจอย่างยิ่ง เพียงแค่เสี้ยวลมหายใจที่องค์หญิงสะบัดฝ่ามือออกมา ไม่นานชายชุดดำสามคนก็ล้มลงไปในทันที

 

 

เมื่อทะยานมาถึงตัวองค์หญิง เชาเย่วจึงกล่าวออกไปด้วยความเป็นห่วงกังวลอย่างมิอาจปิดบัง"องค์หญิง... พระองค์เป็นอันใดหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ"

 

 

"ไม่ ข้ายังสบายดี ท่านคิดว่าพวกเราจะหลุดพ้นจากพวกมันได้หรือไม่"หลินเฟยกวาดสายตาไปยังเหล่าชายชุดดำนับสิบอีกครั้ง

 

 

"ยากพ่ะย่ะค่ะ"เชาเย่วตอบออกไปเพียงสั้นๆ

 

 

"พูดไม่ให้กำลังใจกันเลยนะ"หลินเฟยปรายตามองคนข้างๆเล็กน้อย ก่อนจะมองไปยังเหล่าชายชุดดำที่ยืนประจันหน้าพวกนางด้วยสายตาเรียบเฉย

 

 

"ข้ามีเข็มพิษอีกหลายเล่ม ท่านใช้มันถนัดกว่าข้าหรือไม่ ข้าเพิ่งฝึกมาไม่กี่เดือนนับว่าฝีมือยังด้อยนัก"ถึงยามนี้ นางไม่คิดปิดบัง อย่างไรแล้วเขาคงรู้อยู่ดี ก่อนจะล้วงเข้าไปในชายแขนเสื้อ เพื่อหยิบเข็มพิษเหล่านั้นที่ถูกซุกซ่อนไว้เป็นอย่างดีแต่ไม่ทั้งหมด

 

 

"อืม...เดิมทีข้าเพียงพกมาห้าสิบเล่ม ใช้ไปแล้วสิบ ยามนี้ข้ามีอยู่สี่สิบ"เชาเย่วมองอย่างประหลาดใจอีกครั้ง ไม่คิดว่าสุดท้ายแล้ว สิ่งที่นางเคยพร่ำบ่นกับเขามาตลอด ว่าอยากเรียนรู้การใช้เข็มพิษเป็นอาวุธ มาวันนี้นางกลับใช้ได้จริง

 

 

"กระหม่อมขอสักสิบเล่มพอพ่ะย่ะค่ะ ไม่แน่ใจว่าวิถีการใช้จะคล้ายมีดพกสั้นพวกนั้นหรือไม่"หลินเฟยพยักหน้าก่อนจะยื่นออกไปตามจำนวนที่เขาขอมาอย่างไม่เสียดาย

 

 

"จะยืนคุยกันอีกนานหรือไม่"หนึ่งในชายชุดดำกล่าวออกไป ขัดคนทั้งสองที่ซุบซิบกันต่อหน้าพวกเขานานหลายถ้วยจิบชา จนพวกเขาไม่อยากรออีกต่อไป

 

 

"ขอเปิ่นกงจู่กลับไปนอนก่อนได้หรือไม่ แล้วพวกเราค่อยมาต่อ คิดเห็นเป็นเช่นไร"ถึงจะกล่าวออกไปเช่นนั้น ทว่าน้ำเสียงกลับเย็นชาสายตาทอประกายเยือกเย็น

 

 

"ผายลม!!"หนึ่งในชุดดำกล่าวออกมาอย่างเดือดดาล เมื่อสิ้นคำนั้นเหล่าชายชุดดำก็พุ่งทะยานเข้าหาทั้งสองทันทีอย่างไม่เปิดโอกาสอีกต่อไป

 

 

ก่อนหน้าที่พวกมันจะพุ่งทะยานเข้ามา เชาเย่วทันได้ยื่นดาบของตัวเองให้องค์หญิงอย่างรวดเร็ว แล้วสะกิดดาบอีกเล่มที่อยู่ปลายเท้าขึ้นมา ก่อนจะทะยานรับมือกับเหล่าชายชุดดำอีกครั้ง

 

 

"หากรอดตายครั้งนี้ กลับไปกระหม่อมจะฝึกวรยุทธ์ให้ตามที่องค์หญิงเคยร้องขอ กระหม่อมสัญญา"หลินเฟยมองตามหลังเชาเย่วอย่างไม่เข้าใจ ว่าตัวเองไปร้องขอให้เขาฝึกยามใดกัน

 

 

ทว่าไม่ทันได้คิดนาน เมื่อชายชุดดำเสือกใส่ดาบใส่นางอย่างไม่ออมมือ ไม่คิดยั้งมือไว้ไมตรีแม้แต่น้อย

 

 

อีกมุมหนึ่งของเหตุการณ์

บนต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งห่างออกไปไกลจากเหตุการณ์พอสมควร ปรากฏบุรุษอาภรณ์ชุดน้ำเงินยืนโดดเด่นท้าทายสายลมท่ามกลางแสงตะวันเรืองรอง ด้วยใบหน้าเรียบเฉย

 

 

"จะให้กระหม่อม ลงไปช่วยหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ"

 

 

"รอดูท่าทีอีกหน่อย หากข้าส่งคนไปช่วยหรือลงมือช่วยเอง มันจะเสี่ยงกับนางทั้งสิ้น เพราะยามนี้พวกมันมุ่งเป้ามาที่นางแล้ว พวกมันคงไม่คิดวางมืออย่างง่ายดายเป็นแน่ ดังนั้นเพื่อเปลี่ยนความคิดของพวกมัน ข้าจึงไม่สามารถยื่นมือช่วยนางได้ทันที หากพวกมันไม่เหลือทางรอดให้นางข้าคงต้องล้างบางพวกมันให้สิ้นซาก"

 

 .

 

.

 

.

 

.

 

#แก้ไขคำผิดครั้งที่1.

 

#ต้นเรื่องอาจจะเอื่อยเฉื่อยหน่อยๆ ประมาณอีกสองสามตอนเราจะเข้าสู่เนื้อหาหลักเต็มตัวแล้วค่า ทนอีกนิดเนอะ55

 

#ขอบคุณทุกกำลังใจและทุกคอมเมนต์นะคะ

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น