ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่9 แอบกินเต้าหู้

ชื่อตอน : บทที่9 แอบกินเต้าหู้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 525

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ต.ค. 2563 11:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่9 แอบกินเต้าหู้
แบบอักษร

บทที่9 แอบกินเต้าหู้

 

ในชั่วขณะที่นางจะยื่นมือปิดหน้าต่างบานนั้น พลันมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด เมื่อบุรุษชุดดำที่สวมหน้ากากครึ่งหน้า เข้ามาในห้องนอนของนางอย่างอุกอาจโดยที่นางไม่ทันได้ตั้งตัว

 

 

"เจ้าโจรราคะ"หลินเฟยกล่าวออกมาอย่างตกใจ

 

 

"ข้ามาดี อึก!"เขามองไปยังสตรีตรงหน้าอย่างเฉยชา ในขณะน้ำเสียงเริ่มแหบพร่าเนื่องจากพิษบาดแผล พร้อมกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง ก่อนจะยกชายแขนเสื้อซับเลือดที่มุมปากออกอย่างเงียบๆ

 

 

"ท่านบาดเจ็บหรือ?"บุรุษที่สวมหน้ากากครึ่งหน้าทำเพียงพยักหน้าเท่านั้น ก่อนจะเซถลาไปข้างหน้าอย่างไม่อาจควบคุมตัวเองได้ 

 

 

หลินเฟยมองบุรุษชุดดำอย่างราบเรียบ ก่อนที่จะยื่นมือเข้าไปประคอง แล้วพาไปนั่งที่ตั่งเตียงที่อยู่ใกล้หน้าต่างด้วยความจำใจ

 

 

"ท่าน..."

 

 

ยังไม่ทันที่นางจะกล่าวจบ เสียงจากหน้าประตูก็ดังเข้ามาขัดจังหวะ

 

 

"องค์หญิงมีอันใดให้กระหม่อมช่วยเหลือหรือไม่"

 

 

"เชาเย่ว"นางพึมพำออกมาอย่างแผ่วเบาด้วยความสงสัย มิใช่ว่านางให้กลับไปพักผ่อนแล้วหรอกหรือ แล้วเมื่อครู่นี้เขาคงได้ยินไปหมดสิ้นแล้วกระมัง

 

 

บุรุษชุดดำเห็นสตรีตรงหน้าขมวดคิ้วอย่างสงสัยอยู่ครู่ใหญ่ เขาจึงเอ่ยความกระจ่างให้นางโดยไม่ปล่อยให้นางคิดนานไปกว่านั้น

 

 

"ย่อมเป็นอย่างที่องค์หญิงสงสัย บุรุษผู้นั้นมีฝีมือไม่ธรรมดา เขาคือคนรักของเจ้า?"นางถลึงตาใส่เขาอย่างเย็นชา หลังจากฟังถ้อยคำนั้นจบ ก่อนจะหันหน้าไปทางประตู แล้วกล่าวออกไป

 

 

"องครักษ์หยาง ท่านกลับไปพักผ่อนเถอะ ข้ามิได้เป็นอันใด เพียงแค่เผลอหลับไปจึงทำตำราร่วงหลุดมือ"น้ำเสียงราบเรียบไร้ท่าทีพิรุธใดๆทั้งสิ้น

 

 

"ฮวาเออร์ พี่...เช่นนั้นกระหม่อมทูลลาพ่ะย่ะค่ะ"เหมือนคนที่ยืนอารักขาอยู่หน้าประตูห้อง มีความในใจบางอย่างที่อยากจะกล่าวออกมา ทว่ากล่าวเพียงแค่ไม่กี่คำก็ตัดบทเอ่ยลาแล้วจากไปในทันที

 

 

หลินเฟยได้แต่ขมวดคิ้วสงสัยขึ้นมาอีกครั้ง เหตุใดหลายวันมานี้ ในดวงตาคู่นั้นขององครักษ์เย่วของท่านพี่มีแต่ความโศกเศร้าให้เห็นกันนะ

 

 

บุรุษชุดดำที่นั่งเงียบอยู่นาน เมื่อแน่ใจว่าบุคคลภายนอกได้จากไปแล้ว เขาจึงเอ่ยออกมาตามสถานการณ์ที่พอจะเดาออกอยู่บ้าง"คนรักของเจ้าจริงๆสินะ"

 

 

"เกี่ยวอันใดกับท่านด้วยเล่า"หลินเฟยหลังจากพาคนบาดเจ็บลงนั่งที่ตั่งเตียงอย่างเรียบร้อย นางจึงไม่คิดจะสนใจเขาอีก คิดผละจากไปทันที

 

 

บุรุษชุดดำผู้นั้น เมื่อเห็นสตรีตรงหน้าคิดจากไป จึงเอ่ยขึ้นมาอีกประโยคด้วยน้ำเสียงแหบต่ำ"องค์หญิง พระองค์พอจะช่วยเหลือข้า ดึงลูกธนูออกไปได้หรือไม่"

 

 

"ข้าคือองค์หญิงผู้โง่งม ไหนเลยจะมีความสามารถ"นางกล่าวออกไปอย่างเฉยชาไม่บ่งบอกถึงอารมณ์ใดๆทั้งสิ้น

 

 

"เจ้าเพียงใช้แรงดึงออกมาให้สุดกำลัง ข้าจะนับหนึ่งถึงสามให้เจ้าดึงมันทันที"หลินเฟยได้แต่ถอนหายใจออกไปอย่างเงียบๆ คราแรกว่าจะไม่สนใจแล้วเชียว แต่จรรยาบรรณของความเป็นหมอมันค้ำคอนางไม่อาจเมินเฉยได้อย่างแท้จริง

 

 

ไหนจะให้นางดึงลูกธนูที่ถูกหักไว้ครึ่งหนึ่งออกมาเสียอย่างนั้นอีก มันจะยิ่งไปกันใหญ่ 

 

 

หลินเฟยส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อนจะหายไปรื้ออะไรบางอย่างอีกมุมหนึ่งของห้อง ไม่นานนางก็เดินกลับมาหาคนบาดเจ็บที่นั่งมองนางอยู่บนตั่งเตียงอย่างเงียบๆ ใบหน้าภายใต้หน้ากากของบุรุษผู้นั้นเริ่มซีดลงเรื่อยๆ เลือดจากลูกธนูที่ปักอยู่บนแผ่นหลังด้านซ้ายยังคงไหลออกมาไม่ขาดสาย ในขณะอาภรณ์ชุดดำตัวนั้นชุ่มไปด้วยเลือดที่ไม่อาจมองเห็น

 

 

เมื่อเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าคนบาดเจ็บ พร้อมกล่องอะไรบางอย่างมาด้วย ก่อนที่นางจะเอ่ยออกไปอีกครั้ง

 

 

"ท่านนอนคว่ำหน้าลงบนนั้น ข้าจะผ่าเอาลูกธนูออกให้"หลินเฟยพยักพเยิดไปยังตั่งเตียงดังกล่าวด้วยท่าทีสงบนิ่ง ไม่วายถูกบุรุษตรงหน้ามองมาอย่างไม่ไว้ใจ

 

 

"เจ้าคิดจะเอาคืนข้า ด้วยการจะแอบกินเต้าหู้ข้าในยามที่ข้าบาดเจ็บเช่นนั้นหรือ"

 

 

หลินเฟยมองบุรุษผู้นั้นอย่างระอา ก่อนจะกล่าวออกไปอย่างเย็นชา ยามนี้นางไม่จำเป็นต้องแสร้งเป็นตัวโง่งมอีกต่อไป ในเมื่อบุรุษผู้นี้จับได้แต่แรกแล้วว่าทั้งหมดนั้น นางล้วนเสแสร้งแกล้งทำทั้งสิ้น

 

 

"จะให้ข้าองค์หญิงผู้โง่งมท่านนี้ช่วย หรือท่านอยากให้เลือดไหลจนหมดตัว หากเลือกอย่างหลังเชิญท่านไปตายที่อื่นที่มิใช่ตำหนักข้า"

 

 

"หึ!ในเมื่อข้าเลือกให้เจ้าเป็นคนช่วยแล้ว ข้ามีสิทธิ์ปฏิเสธหรืออย่างไร"เมื่อกล่าวจบ เขาก็ล้มตัวลงนอนคว่ำให้นางแต่โดยดี

 

 

"ข้าหาได้บังคับไม่"บุรุษผู้นี้สำคัญตัวเองผิดไปหรือไม่ นางหรือจะแอบกินเต้าหู้ลวนลามเขา เหอะ! ช่างหลงตัวเองสิ้นดี

 

 

"หากจะลงมือรีบลงมือเถิด ก่อนที่เลือดข้าจะหมดตัว อีกอย่างข้าเต็มใจให้เจ้าแอบกินเต้าหู้ข้าแต่โดยดี จนกว่าเจ้าจะพอใจ"

 

 

"ผู้ใดจะอยากกินเต้าหู้ท่านกันเล่า หากข้าสนใจร่างกายบุรุษ มิสู้ข้า..."ข้าอะไร ช่างเถอะๆนึกออกค่อยว่ากัน

 

 

"เหตุใดไม่กล่าวจนจบเล่า"หลินเฟยไม่ตอบ เพียงลงมือแหวกอาภรณ์บุรุษตรงหน้าเงียบๆ ก่อนจะชะงักอยู่ครู่หนึ่ง

 

 

ไม่คิดว่าอาภรณ์สีดำราบเรียบ จะเป็นผ้าเนื้อดีถึงเพียงนี้ คาดว่าบุรุษผู้นี้คงมีฐานะที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่แท้

 

 

"เหตุใดท่านจึงชอบ ผ่านทางมาที่ห้องของข้าอยู่บ่อยครั้ง มีอันใดน่าสนใจแถวนี้หรืออย่างไร"นางเอ่ยถามออกไป ในขณะที่มือยังคงลงมืออย่างคล่องแคล่ว มองแผ่นหลังกว้างที่ถูกลูกธนูปักตรงแผ่นหลังนั้นอย่างเฉยชา

 

 

"ก็ใช่ว่าจะไม่มี ทว่าสตรีพวกนั้นล้วนเสแสร้งสู้เจ้าไม่ได้"ไอ้บุรุษปากกรรไกร

 

 

"ขอบคุณที่กล่าวชม"หลินเฟยกัดฟันพูดออกไปอย่างประชดประชัน

 

 

"องค์หญิงอย่าได้เกรงใจ โอ๊ย!!"ในขณะที่เขาเอ่ยไป ทันใดนั้นความรู้สึกเจ็บปวดที่บาดแผลก็รุนแรงขึ้นมาอย่างฉับพลัน

 

 

"ปากเปราะนัก"หลินเฟยแกล้งลงมือหนักไปบ้าง เพื่อเอาคืนบุรุษปากเปราะผู้นี้เล็กน้อย

 

 

"องค์หญิงจงใจแกล้งข้า?"ถามออกไปอย่างไม่จริงจังมากนัก

 

 

"ใช่แล้วอย่างไร ไม่ใช่แล้วอย่างไร สภาพเช่นนี้จะทำอันใดข้าได้"จบประโยคนั้นของนาง เขารู้สึกอยากจะสั่งสอนนางอยู่บ้าง จึงคิดจะขยับตัวขึ้นมาจัดการแม่นางน้อยที่บังอาจท้าทายเขา ทว่าขยับตัวได้เพียงเล็กน้อย เสียงห้ามปรามก็ดังขึ้นมา

 

 

"ท่านห้ามขยับ ข้ากำลังลงมีดผ่าเอาลูกธนูออก ต้องการสมาธิอย่างมากไม่เช่นนั้นมีดอาจจะแทงเข้าเนื้อท่านจนมิดด้ามโดยมิตั้งใจเป็นแน่"บุรุษผู้นั้นได้แต่นอนนิ่งๆอีกครั้ง

 

 

"สตรีร้ายกาจ"นางทำเพียงแสยะยิ้มมุมปากแค่เพียงเท่านั้น ก่อนจะลงมือผ่าธนูดอกนั้นออกมาอย่างชำนาญ

 

 

เวลาล่วงเลยผ่านไปหนึ่งเค่อกับอีกหนึ่งถ้วยจิบชา ลูกธนูดอกนั้นก็ย้ายไปอยู่ในถาดใบหนึ่งบนโต๊ะข้างๆทันที

 

 

"เสร็จแล้ว ข้าจะพันแผลให้ ทว่านอนเช่นนี้ข้าย่อมไม่ถนัด"

 

 

"อืม"เขาตอบรับออกมาเพียงเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นนั่งหันมาเผชิญหน้าให้นาง 

 

 

"อาภรณ์ตัวบนคงต้องถอดออกชั่วคราว ข้าจะได้พันแผลให้ท่านได้อย่างถนัด"

 

 

"ตามใจเจ้า"จากนั้นนางจึงลงมือปลดอาภรณ์ช่วงบนของเขาทันที โดยมีสายตาของบุรุษตรงหน้ามองนางอย่างไม่วางตา พร้อมรอยยิ้มจางๆที่ปรากฏขึ้นมาอย่างมิรู้ตัว

 

 

เมื่ออาภรณ์บุรุษตรงหน้าหลุดออกจากตัว ทำให้ร่างกายกำยำ หน้าท้องเป็นลอนเรียงตัวอย่างสวยงาม ผิวขาวละเอียดราวหยกมันแพะก็ปรากฏสู่สายตานางอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง สายตาที่เคยราบเรียบของนางพลันวูบไหวขึ้นมาในทันใด ก่อนจะกลับมาราบเรียบอีกครั้ง

 

 

"ท่านโปรดหันหลังให้ข้า"บุรุษที่มองนางไม่วางตาผู้นั้น พลันกระตุกยิ้มมุมปากอย่างชอบใจ ก่อนจะหันหลังตามคำขอของนางอย่างไม่อิดออด

 

 

"ข้ามีเพียงยาสมานแผลเท่านั้น ส่วนยาแก้ปวดท่านต้องหาทานเอาเอง หากท่านละเลย...มิเช่นนั้นอีกไม่กี่ชั่วยามหรือในยามที่ท่านหลับใหลอาจจะทนพิษบาดแผลไม่ไหว อาจทำให้ท่านเป็นไข้ได้"

 

 

บุรุษผู้นั้นนั่งฟังนางกล่าวอย่างเงียบๆ ก่อนจะพยักหน้าเข้าใจให้คราหนึ่ง 

 

 

หลินเฟยเมื่อกล่าวจบจึงไม่รอช้า ลงมือพันแผลให้เขาทันที มีบ้างที่นางต้องโอบแผ่นหลังกว้างไปข้างหน้า ทว่านางยังคงสงวนท่าทีได้เป็นอย่างดี ไม่นานทุกอย่างก็เสร็จสิ้น

 

 

ก่อนที่นางจะหยิบอาภรณ์ช่วงบนยื่นไปให้คนตรงหน้าใส่

 

 

"ท่านรีบสวมอาภรณ์แล้วรีบออกไป ข้าจะได้นอนเสียที โรงหมอก็มีออกเยอะแยะเหตุใดไม่ไปให้เขารักษากัน"

 

 

"คงต้องรบกวนองค์หญิงสวมอาภรณ์ให้ข้าอีกครั้งเสียแล้ว"กล่าวจบเขาหลุบสายตามองไปยังผ้าพันแผล จงใจให้นางเข้าใจที่เขาต้องการสื่อ

 

 

หลินเฟยผ่อนลมหายใจออกมาอีกครั้ง ก่อนจะจัดการสวมอาภรณ์ให้คนตรงหน้าอย่างจำใจ

 

 

"คุณชายหากจะเป็นการดี การมาของท่านครั้งนี้ จะเป็นครั้งสุดท้าย"

 

 

"คงต้องทำให้องค์หญิงผิดหวังเสียแล้ว"กล่าวจบ บุรุษผู้นั้นก็ยื่นสมุดบันทึกให้สตรีตรงหน้าด้วยท่าทีเรียบเฉย

 

 

"อันใด"นางมองไปยังมือของเขาที่ยื่นถือบางอย่างมาตรงหน้านาง อย่างไม่เข้าใจ

 

 

"ข้าขอฝากองค์หญิงไว้ชั่วคราว องค์หญิงโปรดดูแลมันอย่าให้ผู้ใดล่วงรู้เด็ดขาด เสร็จจากนี้ข้าจะมาเอา พร้อมจะตอบแทนบุญคุณที่ช่วยเหลือในครั้งนี้อย่างแน่นอน"

 

 

หลินเฟยมัวแต่สนใจสมุดบันทึกที่อยู่ในมือตัวเอง ที่ถูกบุรุษตรงหน้ายัดใส่ลงมาอย่างไม่อาจปฏิเสธ จึงเปิดโอกาสให้คนที่คิดตอบแทนบุญคุณลงมือได้อย่างง่ายดาย

 

 

"ท่านหลอกกินเต้าหู้ข้าอีกแล้ว"รู้ตัวว่าถูกคนผู้นั้นหลอกหอมแก้มนวล เขาก็จากไปไกลแล้ว หลินเฟยได้แต่กระฟัดกระเฟียดอยู่เพียงลำพัง 

 

 

ไม่นานคล้อยหลังบุรุษผู้นั้นจากไป หลินเฟยจึงลุกขึ้นปิดบานหน้าต่างลงกลอนอย่างแน่นหนาทันที เมื่อทุกอย่างกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง นางจึงเปิดสมุดบันทึกเล่มนั้นออกมาอย่างสนใจใคร่รู้

 

 

"ยักยอกทรัพย์สินกองคลังหรือ?"

 

.

 

.

 

.

 

.

 

#แก้ไขคำผิดครั้งที่1. 

 

***************************************

ข้อมูลเพิ่มเติม

吃豆腐 (Chī dòufu - ชือโต้วฝุ) แปลว่า กินเต้าหู้ คนจีนนำมาใช้ในความหมายใหม่ หมายถึง แต๊ะอั๋ง ลวนลามขำๆ หาเศษหาเลยแบบเบาๆ

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น