ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 8 พบกันโดยบังเอิญ

ชื่อตอน : บทที่ 8 พบกันโดยบังเอิญ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 506

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ต.ค. 2563 19:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 8 พบกันโดยบังเอิญ
แบบอักษร

บทที่ 8 พบกันโดยบังเอิญ

 

ในขณะที่หลินเฟยกำลังเจรจาต่อรองซื้อสิ้นค้าอยู่ในร้าน บนชั้นสามของโรงเตี๊ยมที่อยู่อีกฝั่งของถนน กลับมีสายตาผู้หนึ่งมองลงไปอย่างสนใจ นับตั้งแต่ที่สตรีผู้นั้นได้ก้าวลงมาจากรถม้า อย่างไม่ละสายตา

 

 

"นั่นใช่องค์หญิงบรรณาการหรือไม่"เสียงคนสนิทเอ่ยถามขึ้นมา

 

 

บุรุษผู้นั้นยังคงมองออกไปอย่างเงียบๆ ไม่ได้เอ่ยวาจาใดๆทั้งสิ้น

 

 

"แล้วนั่น ใช่บุตรชายของเสนาบดีการคลังมิใช่หรือ คิดจะทำอันใด"ไม่มีผู้ใดไม่ทราบว่าบุตรชายเสนาบดีการคลังผู้นี้เป็นบุรุษเจ้าสำราญมีอนุเต็มเรือน เกี้ยวพาสตรีไปทั่ว เพราะคิดว่ามีบิดาคอยหนุนหลังให้อยู่ตลอดเวลา

 

 

ดังนั้นคิดกระทำการใดก็ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใด ดีแต่สร้างเรื่องไปวันๆ

 

 

"ไม่นานองค์หญิงบรรณาการผู้นี้คงได้แต่งเข้าจวนเสนาบดีการคลังอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงกระมัง"

 

 

หลังจากองค์หญิงไป๋เสวี่ยฮวา เดินออกไปจากร้านได้ไม่นาน คุณชายที่เป็นบุตรชายของเสนาบดีการคลังก็เดินออกมาจากโรงเตี๊ยมของฝั่งตรงข้าม เดินมาดักหน้าองค์หญิงไป๋เสวี่ยเพื่อเกี้ยวพาราสีสตรีที่เขาหมายปอง ตั้งแต่ครั้นที่ลงรถม้า

 

 

"คุณหนูมีอันใดให้คุณชายผู้นี้ช่วยหรือไม่"หลินเฟยมองบุรุษตรงหน้าอย่างเฉยชา มาขวางทางนางแล้วถามเรื่องปัญญาอ่อนเช่นนี้ คิดว่านางจะยอมรับไมตรีหรืออย่างไร ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี

 

 

ชิงชิงที่ยืนกางร่มให้ผู้เป็นนายท่ามกลางหิมะโปรยเริ่มรู้สึกไม่ดี ขยับเข้าไปใกล้อีกนิด ก่อนจะพิจารณาคุณชายที่เดินมาขวางทางองค์หญิงของตนอย่างเงียบๆ

 

 

"ไม่ต้องลำบากคุณชายกระมัง ข้าสามารถทำธุระเพียงลำพังได้"หลินเฟยกล่าวออกมาอย่างเย็นชา

 

 

"คุณหนูอย่าได้เกรงใจ ข้าคุณชายหาได้ลำบากไม่ มาเถิดคุณหนูอยากไปทำธุระที่ใดเพียงแจ้งแก่ข้า แล้วคุณชายผู้นี้จะพาคุณหนูไปทุกที่ที่อยากไป"หลินเฟยยังไม่ทันได้ตอบกลับ เสียงหนึ่งก็ดังแทรกเข้ามาในวงสนทนาของคนทั้งคู่เสียก่อน

 

 

"ไม่รบกวนคุณชายจวง ฮวาเออร์มัวทำอันใดเปิ่นไท่จื่อรอเจ้าเสียนาน"หลินเฟยมองผู้มาใหม่อย่างไม่วางตา เขามาทำอันใดตรงนี้ แล้วกำลังพูดอันใดอยู่ นางไปนัดแนะกับเขายามใดกัน

 

 

"ถวายพระพรรัชทายาทเพคะ ฮวาเออร์ตั้งใจว่าจะไปหาซื้อตำราไว้สักเล่มสองเล่มเสียก่อน ไม่คิดว่าพระองค์จะเสด็จมาเร็วถึงเพียงนี้"ถึงจะคิดสงสัย ทว่าหลินเฟยยังคงร่วมมือแสดงงิ้วอย่างแนบเนียน คุณชายที่คิดจะเกี้ยวพาสตรีเมื่อครู่ เมื่อแน่ใจว่าคนที่เข้ามาขัดบทสนทนาของตนนั้นเป็นผู้ใด จึงไม่คิดจะอยู่ต่อ จึงคิดเอ่ยลาทันที

 

 

"รัชทายาท กระหม่อมมีธุระเร่งด่วน เช่นนั้นกระหม่อมขอทูลลา"เมื่อเอ่ยจบคุณชายจวงผู้นั้น เร่งรีบออกไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว ไม่คิดสนใจหันหลังกลับมามองแม้แต่น้อย

 

 

รัชทายาทมองตามคุณชายผู้นั้นด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะหันมาสนใจสตรีตรงหน้าอีกครั้ง

 

 

"เหตุใดจึงมาเพียงลำพังเช่นนี้"พระองค์กล่าวออกไปอย่างไม่จริงจังนัก

 

 

"เชาเย่วไปส่งเสด็จพี่ของหม่อมฉัน ยังไม่กลับมา"รัชทายาทมองไปยังองค์หญิงบรรณาการอย่างสงสัย

 

 

"เชาเย่ว?"หลินเฟยเมื่อเห็นอีกฝ่ายเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย จึงขยายความกระจ่างอีกเล็กน้อย

 

 

"เป็นองครักษ์คนสนิทของเสด็จพี่ของหม่อมฉัน ให้มารับหน้าที่ดูแลหม่อมฉันแทนเพคะ ขอบพระทัยที่พระองค์ทรงยื่นมือเข้าช่วยเหลือในครั้งนี้ หม่อมฉันต้องขอตัว ทูลลาเพคะ"หลินเฟยกล่าวตัดบท คิดจะจากไปทันที

 

 

"เจ้าอยากได้ตำราอันใด เดี๋ยวให้คนของเปิ่นไท่จื่อจัดการให้ ส่วนเจ้าตามเปิ่นไท่จื่อไปนั่งดื่มน้ำชาสักถ้วยดับความหนาว"รัชทายาทเอ่ยจบ เขาจึงเดินนำไปได้ไม่กี่ก้าว เมื่อองค์หญิงผู้นั้นยังยืนมึนงงอยู่ที่เดิม พระองค์จึงต้องเดินกลับมาหานางอีกครั้ง ก่อนจะกล่าวออกไปอีกประโยค พร้อมทั้งส่ายหน้าให้กับความซื่อบื้อนั้นของนาง

 

 

"อยู่ข้างนอกนานถึงเพียงนั้น เดี๋ยวจะป่วยไม่รู้ตัว เหตุใดไม่รู้จักถนอมตัวเองบ้าง หรือเปิ่นไท่จื่อต้องอุ้มเจ้าเข้าไปข้างในด้วย"

 

 

"เกรงใจแล้ว เกรงใจแล้ว"พร้อมส่ายหัวในทันที

 

 

"หากเกรงใจก็รีบตามมา จะมัวยืนซื่อบื้ออยู่เพื่ออันใด"เจ้าเด็กปากจัดนี่ คำก็ซื่อบื้อสองคำก็ซื่อบื้อ ตัวเองฉลาดนักหรืออย่างไร หลินเฟยได้แต่กลอกตาบ่นอยู่ในใจอย่างเงียบๆ ก่อนจะเดินตามหลังเขาไปยังชั้นสามของโรงเตี๊ยม โดยมีชิงชิงเดินอยู่เคียงข้าง

 

 

เมื่อเข้ามาในห้องได้ไม่นาน น้ำชากับของว่างก็ถูกเสี่ยวเอ้อยกเข้ามาจัดวางแล้วจากไป

 

 

รัชทายาทรินน้ำชาใส่ถ้วยอย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนจะยื่นให้สตรีที่นั่งฝั่งตรงข้ามโต๊ะตัวเดียวกัน ด้วยสีหน้าเรียบเฉย

 

 

"ดื่มซะ"หลินเฟยมองไปยังถ้วยชาที่รัชทายาทยื่นมาให้ตรงหน้าอย่างประหลาดใจ

 

 

"ให้หม่อมฉัน?"

 

 

"นอกจากเจ้าแล้ว จะมีผู้ใดอีก"หลินเฟยกวาดสายตาไปรอบห้อง นอกจากนางแล้วก็มีชิงชิงที่นั่งอยู่ที่โต๊ะอีกมุม แล้วก็หาได้มีผู้ใดอีก

 

 

เหมือนรัชทายาทจะรู้ความในใจว่านางกำลังคิดอันใด พระองค์จึงกล่าวออกมาประโยคเดียวทำให้นางคิ้วกระตุกอยู่บ้าง

 

 

"อย่าซื่อบื้อ"

 

 

หลินเฟยทำเพียงรับมา ก่อนจะยิ้มออกไปใต้ผ้าโปรงบางที่ปกปิดเอาไว้ครึ่งใบหน้าอย่างฝืนใจ

 

 

"ขอบพระทัยเพคะ"เมื่อรับถ้วยน้ำชามา หลินเฟยจึงปลดผ้าที่ปกปิดใบหน้าออกอย่างไม่ใส่ใจเท่าใดนัก ก่อนจะยกถ้วยน้ำชาขึ้นดื่มอย่างเงียบๆ รัชทายาทลอบมองคนตรงหน้าอย่างไม่วางตา

 

 

เวลาผ่านไปเพียงชั่วครู่ เสียงสนทนาก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง

 

 

"ออกมาเพียงซื้อตำรา?"รัชทายาทเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย

 

 

"มาซื้อสิ่งของจำเป็นด้วยเพคะ"ที่จริงนางอยากได้มีดพกสั้นสักเล่มสองเล่ม ทว่านางยังอาศัยอยู่ในวังหลวง หากถูกตรวจสอบอาจถูกเข้าใจได้ว่านางคิดลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้ก็เป็นได้ 

 

 

ดังนั้นนางจึงเปลี่ยนเป็นสั่งทำปิ่นปักผมที่ดูจะปลอดภัยสำหรับนางในยามนี้ที่สุดแล้ว

 

 

หลังจากนั่งจิบชาไปได้สักพัก องครักษ์คนสนิทของรัชทายาทก็กลับเข้ามา พร้อมตำราสองสามเล่ม ที่ก่อนหน้านี้องครักษ์ได้มาสอบถามนางว่าต้องการตำราใดบ้าง นางจึงบอกออกไปอย่างไม่ปิดบัง องครักษ์ผู้นั้นทำเพียงพยักหน้าแล้วเดินจากไปทันที

 

 

นั่งดื่มน้ำชาอีกเล็กน้อย เมื่อถึงเวลาสมควรนางจึงเอ่ยลารัชทายาทกลับตำหนัก โดยที่พระองค์ให้องครักษ์อีกผู้หนึ่ง อารักขาไปส่งนางที่ตำหนักอย่างมีน้ำใจ นางทำเพียงพยักหน้าขอบคุณในใจอย่างเงียบ ก่อนจะเดินออกไปขึ้นรถม้า ที่จอดไว้อยู่หน้าร้านอาวุธที่จอดไว้ตั้งแต่เดิม...

 

 

ยามดึกในคืนหนึ่ง แสงจันทร์เรืองรอง หมู่ดาวหลบหาย กาลเวลาหมุนผ่าน หิมะโปรยปรายสายลมพัดโชยเปลวเทียนวูบไหว ผ่านช่องบานหน้าต่างที่เปิดแง้มทิ้งไว้อยู่เช่นนั้น

 

 

"องค์หญิงจะบรรทมเลยหรือไม่เพคะ"ชิงชิงถามออกไป เมื่อยังเห็นผู้เป็นนายนั่งเอกเขนกบนตั่งเตียงริมหน้าต่างอย่างไม่ไหวติง

 

 

หลินเฟยละสายตาจากตำราตรงหน้า มองไปยังชิงชิงเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวออกไป"เจ้าไปนอนก่อนเถิด ข้ายังไม่รู้สึกง่วงเลย ขออ่านตำราอีกเล็กน้อย ไม่ต้องห่วงข้า แล้วบอกเชาเย่วให้กลับไปนอนได้แล้วเช่นกัน ไม่ต้องมายืนเฝ้าหน้าห้องข้าตลอดเวลาเช่นนี้"

 

 

"ได้เพคะ เช่นนั้นหม่อมฉันทูลลาเพคะ"

 

 

"อืม"หลินเฟยตอบรับเพียงเล็กน้อย ก่อนจะมองออกไปทางช่องหน้าต่างที่เปิดแง้มเอาไว้อย่างเหม่อลอย

 

 

อีกไม่กี่วันก็จะสิ้นฤดูเหมันต์แล้ว ดังนั้นปีใหม่ก็ใกล้เข้ามาทุกขณะ หลายเดือนมานี้นางได้แต่เก็บตัวอย่างสงบ หลังจากเหตุการณ์ในตลาดครั้งนั้น นางก็มิได้ออกไปที่ใดอีกเลย นอกจากตำหนักชินอ๋องของเพ่ยเพ่ยเพียงเท่านั้น

 

 

ส่วนของที่นางสั่งทำไว้ก็ได้มอบหมายให้ชิงชิงกับเชาเย่วเป็นคนไปรับ ซึ่งอีกไม่กี่วันหลังจากวันนั้น เชาเย่วก็กลับมาถึงเมืองหลวงแคว้นหนาน มาทำหน้าที่เป็นผู้อารักขานางตามที่ได้รับมอบหมายจากเสด็จพี่รัชทายาทของนาง

 

 

ในส่วนเรื่องราวของนางที่จะถูกจับแต่งให้ผู้ใดนั้น นางได้รับข่าวมาคร่าวๆว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จหลังจากที่เสร็จศึก ระหว่างแคว้นหนานกับชิงเสียก่อน จึงจะสรุปและประกาศออกมาอีกครั้ง 

 

 

นางจึงไม่คิดลงมือทำอันใดทั้งสิ้น ในเมื่อนางไม่รู้จะเสนอเลือกผู้ใดที่พอจะสามารถฝากชีวิตได้อย่างแท้จริง

 

 

ดังนั้นนางจึงทำเพียงแค่รอเวลา ให้กาลเวลาเดินผ่านไปอย่างช้าๆ ในขณะเดียวกันนางก็เริ่มศึกษาตำราสมุนไพรของยุคนี้เพิ่มเติม และได้พูดคุยกับเพ่ยเพ่ยเรื่องการฝึกวรยุทธ์ เมื่อในวันหนึ่งที่นางไปเยี่ยมเพ่ยเพ่ยที่ตำหนัก พร้อมกับตำราวรยุทธ์เล่มดังกล่าวไปด้วย เพ่ยเพ่ยเอ่ยถามอย่างสนใจใคร่รู้ นางจึงกล่าวความประสงค์ของตัวเองออกไปอย่างไม่ปิดบัง จนในที่สุดเพ่ยเพ่ยรับปากว่าจะพานางไปฝากเป็นศิษย์กับคนผู้หนึ่ง นางจึงพยักหน้าอย่างยินดี ทั้งยังได้หนังสือสมุนไพรอีกหลายเล่มติดมือกลับมาอีกด้วย

 

 

ทำให้หลายเดือนมานี้ นางจึงขลุกอยู่แต่ในตำหนัก

 

 

ยามไฮ่ (21.00-22.59 น.)

หลินเฟยละสายตาจากตำราอีกครั้ง หลังจากหนึ่งชั่วยามผ่านไป เบี่ยงสายตามองไปทางช่องว่างของบานหน้าต่างอีกครั้ง หิมะยังคงตกโปรยปรายอยู่เช่นนั้น สายลมหนาวพัดโชยเข้ามาทางช่องหน้าต่างเป็นระยะๆ ทว่ามิได้หนาวเหน็บเหมือนช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา ทั้งในห้องนี้มีเตาผิงซึ่งทำให้บรรยากาศในห้องอุ่นอยู่ตลอดเวลา

 

 

ในชั่วขณะที่นางจะยื่นมือปิดหน้าต่างบานนั้น พลันมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด เมื่อบุรุษชุดดำที่สวมหน้ากากครึ่งหน้า เข้ามาในห้องนอนของนางอย่างอุกอาจโดยที่นางไม่ทันตั้งตัว

 

 

"เจ้าโจรราคะ"

 

.

 

.

 

.

 

#แก้ไขคำผิดครั้งที่1.

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น